*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3667
  • จำนวนผู้ชม : 5398196
  • จำนวนผู้โหวต : 1221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1221 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2563
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 645 , 17:08:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม รัฐมนตรี อวพบ สกสวและพีเอ็มยู (หน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยเพื่อรับฟังข้อมูลความก้าวหน้าด้านการขับเคลื่อนแผนงานระบบวิจัยของประเทศ โอกาสนี้ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  ได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการจัดสรรงบประมาณวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Fund) ประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า ปัจจุบันทางกรมบัญชีกลางได้โอนงบประมาณเพื่อจัดสรรเข้ากองทุน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ซึ่งทาง สกสวได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้กับพีเอ็มยู ในภาพรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่ด้วยสถานการณโควิด–19 จึงได้มีการปรับงบประมาณรองรับวิกฤตการณ์ โดยในส่วนของงบประมาณวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Fund) ประจำปีงบประมาณ 2563 เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.)  ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพีเอ็มยู ปีงบประมาณ 2563 เดือนมีนาคม สกสวได้รับงบประมาณจากกรมบัญชีกลางและดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOA) กับพีเอ็มยูและหน่วยงานรับทุน และในเดือนเมษายน 2563 สกสวได้เบิกจ่ายงบประมาณให้หน่วยรับทุนและปรับแผนและงบประมาณรองรับการแก้ปัญหาโควิด 19  

ทั้งนี้ผลผลิตที่สำคัญจากการดำเนินการจัดสรรทุนผ่านกรอบแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์  (Strategic Platform) ในระดับงบประมาณแผนงานสำคัญ (Flagship Program) ปี 2563 เดิมมี 27 แผนงาน 16 โปรแกรม และทาง กสวให้เพิ่มโปรแกรม 17 การแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศ เพื่อรองรับวิกฤตโควิด-19 โดยโปรแกรมที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด คือ โปรแกรม 10 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันและวางรากฐานทางเศรษฐกิจ คิดเป็นร้อยละ 48.16 ของงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วยเรื่อง หลัก  เช่น  “บีชีจีโมเดล” การพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ระบบฟาร์มอัจฉริยะ (สมาร์ท ฟาร์มมิ่งและแผนงานการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศสำหรับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ (Technology Localization) รองลงมา คือ โปรแกรม 16 การปฏิรูปอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เช่น การปฏิรูประบบหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก โปรแกรมที่ 17 การแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ โปรแกรมที่ 5 การวิจัยขั้นแนวหน้า และการวิจัยพื้นฐาน เช่น เรื่องงานวิจัยแนวหน้า (Frontier Research) และ โปรแกรมที่ 13 นวัตกรรมเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน ตามลำดับ

ทั้งนี้ โปรแกรมที่ 17 การแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ ปี 2563 ที่ดำเนินการภายใต้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท เกิดขึ้นเนื่องจากที่ประชุม เล็งเห็นว่าประเทศไทยควรมีชุดความรู้และศักยภาพในการพึ่งตนเองด้านกําลังคน อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)  เพื่อสนับสนุนการจัดการทั้งในภาวะวิกฤตและการฟื้นตัวหลังภาวะวิกฤต โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้าง 1) ชุดความรู้สาธารณะเกี่ยวกับปัญหาและการจัดการเมื่อประสบภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ที่ถูกปลูกฝังอยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน 2) ฐานข้อมูลและศูนย์ข้อมูลเพื่อการจัดการภาวะวิกฤตและหลังภาวะวิกฤต 3) นโยบายและนวัตกรรมเพื่อการจัดการภัยพิบัติที่เป็นผลงานจาก ววนอย่างน้อย 50 ชิ้น/เรื่อง ในช่วง 2 ปี (2563 – 2564) ที่ต้องถูกนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรมไม่ขึ้นหิ้ง และ 4) ผลิตข้อมูลเพื่อการลงทุน ในการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภาวะวิกฤต ทั้งในภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคราชการ เพื่อผลลัพธ์สำคัญคือ ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจสังคม ได้ร้อยละ10 ของความสูญเสียที่คาดการณ์ อย่างกรณีโควิด-19 ลดความสูญเสียประมาณ 19,000 ล้านบาท จากการมีการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์ ระบบติดตามการระบาดของโรค ให้ความรู้แก่ประชาชน และมีมาตรการทางการแพทย์ สาธารณสุข และฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมในระดับอุตสาหกรรมและระดับพื้นที่ และมุ่งเน้นให้ประเทศมีกลไกในการปรับตัวทั้งทางด้านความมั่นคงในด้านอาหาร สุขภาพ และสังคมเพื่อเกิดภาวะวิกฤต

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน