*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3660
  • จำนวนผู้ชม : 5396183
  • จำนวนผู้โหวต : 1221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1221 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2563
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 248 , 11:45:02 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ดร. สิทธิพร ภัทรดิลกรัตน์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยโครงการ “สนับสนุนข้อมูลวิจัยเชิงลึกด้านเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)” สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ในประเทศจีน (บริษัท Sinovac Biotech Ltd., Beijing, China.) ได้ผลิตวัคซีน PiCoVacc ซึ่งเป็นวัคซีนประเภทวัคซีนเชื้อตาย (inactivated vaccine) ได้สำเร็จ และพบว่าวัคซีนสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคโควิด-19 ในลิงสายพันธุ์ Rhesus Monkey หรือลิงวอกได้ วัคซีน PiCoVacc ได้มาจากการแยกเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ CN2 จากผู้ป่วยในประเทศจีน ซึ่งสายพันธุ์นี้มีความใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสโคโรน่าที่พบในค้างคาว โดยถูกแยกและนำมาเลี้ยงเพิ่มจำนวนในจานเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ โดยใช้เซลล์ของมนุษย์เป็นเซลล์เจ้าบ้าน หลังจากที่ไวรัสถูกนำมาเลี้ยงและสามารถขยายพันธุ์ใน Vero cells (เซลล์เพาะเลี้ยงที่ได้จากไตของลิง) ได้ดี จึงนำมาเลี้ยงเพิ่มในถังเลี้ยงขนาดใหญ่ (Cell Factory System) จากนั้นนำไวรัสมาฆ่าให้ตายโดยผสมกับสาร β-propiolactone จากนั้นนำมาทำให้บริสุทธิ์ด้วยวิธี Depth Filtration และ Two Optimized Steps of Chromatography และได้วัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย ชื่อว่า "PiCoVacc"

หลังจากที่ผลิตวัคซีน PiCoVacc เป็นที่เรียบร้อย นักวิทยาศาสตร์ได้นำวัคซีนไปทดสอบความปลอดภัยและศึกษาประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลอง 2 ชนิด

1. การทดสอบในหนูทดลอง นักวิทยาศาสตร์นำวัคซีน PiCoVacc ไปฉีดให้กับหนูทดลอง (Mus musculus สายพันธุ์ BALB/c) จำนวน 2 ครั้ง (วันที่ 0 และ วันที่ 7) ร่วมกับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (adjuvant) ผลการศึกษาพบว่า หนูทดลองสร้างแอนติบอดี Immunoglobulin G (Ig G) ที่มีความจำเพาะต่อ S Protein ได้อย่างรวดเร็ว โดย IgG มีระดับสูงสุดภายในเวลา 6 สัปดาห์ และเมื่อนำ IgG จากเลือดหนูไปทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเชื้อไวรัสในจานเพาะเชื้อ โดยใช้ Microneutralization Assays (MN50) พบว่าระบบภูมิคุ้มกันของหนูได้สร้าง Neutralizing Antibody (NA) หรือ แอนติบอดีที่ยับยั้งเชื้อไวรัสได้ภายในสัปดาห์แรกหลังจากได้รับวัคซีน

2. การทดสอบในลิง ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้นำวัคซีน PiCoVacc ไปฉีดให้กับลิงวอก (Macaca mulatta) จำนวน 3 ครั้ง (วันที่ 0, 7 และ 14) โดยแบ่งลิงเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ได้วัคซีนขนาดสูงต่อครั้ง หรือ high dose (6  ไมโครกรัม), กลุ่มที่ได้วัคซีนขนาดกลาง หรือ medium dose (3 ไมโครกรัม) และกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน ผลการศึกษาพบว่า ลิงที่ได้รับวัคซีนเริ่มสร้าง IgG ที่จำเพาะต่อโปรตีน S และสร้างแอนติบอดีที่ยับยั้งเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 และระดับแอนติบอดีทั้งสองชนิดมีค่าสูงสุดภายในสัปดาห์ที่ 3 และเมื่อนำลิงที่ได้รับวัคซีนเเล้วไปรับละอองฝอยที่มีไวรัส SARS-CoV-2 (challenge infection) พบว่า ลิงที่ได้รับวัคซีนแบบ high dose มีภูมิคุ้มกันที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสในร่างกายได้หมดในเวลา 7 วัน โดยไม่พบเชื้อในคอหอย และปอด แสดงให้เห็นว่า วัคซีน PiCoVacc ป้องกันเชื้อโควิดได้อย่างความปลอดภัย

ขณะนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้นำ PicoVacc มาฉีดให้ประชาชนทั่วไป เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในมนุษย์ ตลอดจนศึกษาผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่เมษายน 2020 ที่ผ่านมา หากการทดสอบวัคซีนในขั้นที่ 1 ประสบความสำเร็จ (การทดสอบจะเสร็จสิ้นประมาณเดือนธันวาคม 2020) ก็จะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในขั้นที่ 2 และ 3 ต่อไปซึ่งต้องกินเวลาอีกอย่างน้อย 12–18 เดือน ถ้าวัคซีนได้ผลดี เราน่าจะมีวัคซีนอย่างเร็วที่สุดประมาณในปี 2022

เอกสารอ้างอิง

Gao Q, Bao L, Mao H, Wang L, Xu K, Yang M, et al. Rapid development of an inactivated vaccine candidate for SARS-CoV-2. Science. 2020. doi: 10.1126/science.abc1932


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน