*/
  • หมีน้อยเยอรมัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : procise2002@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 68293
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 มกราคม 2553
Posted by หมีน้อยเยอรมัน , ผู้อ่าน : 2991 , 04:26:18 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน leetahiti โหวตเรื่องนี้





ฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้เริ่มขึ้นแล้ว ตั้งใจว่าจะเล่าทริบเก่าๆให้ฟัง
แต่ของเก่าหรือจะสู้ของใหม่ที่เพิ่งไปมา ปีนี้โปรแกรมท่องเที่ยว
ได้วางไว้เต็มหมดแล้วยันสิ้่นปี ต้องดูก่อนว่าจะทำได้แค่ไหน
เพราะไม่อยากคาดหวังอะไรมาก เหมือนปีที่แล้ว พอถึงเวลาจะไป
กลับมาป่วยเอาดื้อๆ

เดือนนี้ประเดิมด้วยกรุงโรม เป้าหมายของเรา เป็นทริบสั้นๆ สี่วันสามคืน
ทุกอย่างถูกจองไว้ล่วงหน้าสามเดือน เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอิตตาลี่
รู้แต่ว่าที่นี่เป็นต้นตำหรับสปาเกตตี้ และพิซซ่า

กว่าจะได้เก็บกระเป๋าเดินทาง ก็ปาไปสี่ทุ่ม พรุ่งนี้เช้่าต้องขึ้นเครื่องแต่เช้า
ไม่รู้ว่าจะเก็บอะไรเข้ากระเป๋าบ้าง เราสองคนใช้กระเป๋าใบเดียว เพราะไป
แค่ไม่กี่วัน

คุณค่ะ ต้องเอาถุงมือ และหมวกไปด้วยไหม ( ตะโกนถามเจ้าของทัวร์เบาๆ เพราะ
ถ้าเสียงดัง เดี๊ยวเจ้าพลายมันตื่นมาช่วยจัดกระเป๋า แล้วยุ่งเลย)

จะเอาไปทำไม ที่นั่น 10 องศาเอง ท่านเจ้าคุณยืนยัน ก็ต้องฟังเขาหน่อย
แต่ก็แบบเอาถุงน่องหนาๆไปด้วยหนึ่งตัว เผื่ออากาศเปลี่ยนแปลง อะไรก็เกิด
ขึ้นได้ในโลกใบนี้

เอาเจ้าพลายไปฝากย่าเลี้ยง แล้วเราก็ขึ้นเครื่องไปลงอัมสเตอร์ดัม ไม่ต้องสงสัย
และไม่ต้องหัวเราะเยาะนะ พราะท่านเจ้าคุณเธอภูมิใจมาก ที่หาตั๋วราคาย่อมเยาว์ได้

หาของกินตอนที่อยู่สนามบินอัมสเตอร์ดัม เจออาหารไทยด้วยแหละพี่น้อง ดีใจอย่างแรง
ตอนแรกคิดว่าเป็นร้านอาหารเอเชีย แต่เข้าไปใกล้ๆ เห็นเมนู แกงเขียวหวาน ตกใจแกม
ดีใจ พอเหลือบไปเห็นราคา โอ้ มายบุดดา อีกสามเดือนก็ได้กลับเมืองไทย อดทนต่อหน่อย
ก็ได้ กินแมคโดแนลดีกว่า จานละ 700 กว่าบาท ไม่อ่ะ อยากแค่ไหนก็ไม่กิน เพราะแกงเขียว
หวาน ตอนที่อยู่เมืองไทย ฉันไม่เคยแลมันเลย



ไม่ได้ตำหนิที่ราคาสูง เพราะถ้าไม่ขายราคานี้ ก็คงอยู่ไม่ได้ ราคาค่าเช่าร้าน ยิ่งที่สนามบินด้วยแล้ว
แต่เห็นนักท่องเที่ยวจีน สั่งกินกันเยอะ ต่อแถวยาว แม่ค้าควงตะหลิวไม่หยุดเลย ดีใจกับเขาด้วย
ที่อาหารไทยเราขายดี

คืนแรกที่โรม เราไม่ได้แวะเที่ยวไหน เพราะถึงเอามืดแล้ว ที่สนามบินโรม เล่นเอาพวกเราเสียอารมณ์
เพราะกว่าจะเดินไปถึงที่รับกระเป๋า มันไกลมากพี่น้อง เดินจนขาลาก และเราก็ตกรถรับส่งของทางโรงแรม
เลยต้องเสียเงินค่าแทกซื่ 40 ยูโร (งบชอปปิ้งลดลงนะซิ เศร้า)

โรงแรมที่กรุงโรมแพงมากถึงมากที่สุด เราจึงเลือกพักอยู่นอกเมือง แล้วนั่งเมโทร
เข้าเมืองแทน เซอราตั้นในใจกลางโรมราคา 350 ยูโร ไม่รวมอาหารเช้า เราเลือก

ที่ชานเมืองโรงแรมเดียวกัน 90 ยูโร รวมอาหารเช้า รวมค่ารถรับส่ง ถึงใกล้หน่อย
แต่ก็คุ้มกว่า ไม่ประทับใจเชอราตั้นที่นี่นัก เลยไม่มีรูปมาให้ดู ห้องแคบๆ บริการงั้นๆ
แต่ก็ทำใจไว้แล้วล่ะ พักที่ไหนก็ไม่หรูหราดูดี บริการเยี่ยมเหมือนโรงแรมที่เมืองไทย

ขอเล่าเรื่องการอับเกรดเข้าพักที่โรงแรมให้ฟังนิดหนึ่ง เพราะที่นี่เขาอับเกรดได้ตลกมาก
เราเป็นสมาชิกขาประจำ ของโรมในเคลือสตาวูดส์ เราจองห้องซูพีเรียไว้ พอเราเชคอิน

ทางโรมอัพเกรดให้เราทันนี้ ให้เข้าพักที่ห้องซูพิเรีย ชั้นที่เห็นวิวได้ชัด
(ไม่ต้องก็ได้ ไม่อยากได้) อะไรกันนี่ ไร้สารจริงๆ และเวลคัมดริ้งค์

ท่านให้มาที่เดียว ฉันมากันสองคนนะ ให้มาที่เดียว งกจริงๆ
เราไม่เคยได้รับการต้อนรับแบบนี้ ถ้าอยู่ที่เมืองไทย เพราะถึงแม้ให้เรามาสองที่
บ่อยครั้งที่เราไม่เคยไปจิบไวน์ฟรีของทางโรงแรม จำได้ว่าตั้งแต่ไปเที่ยวมา เคยไปจิบไวน์

ของทางโรงแรมอยู่สองครั้ง ครั้งแรกที่กรุงเทพ ครั้งที่สองที่ดอทมุท(เยอรมันนี)
แต่ก็เข้าใจเขาอ่ะนะ เพราะที่นี่อะไรก็แพง แค่เล่าให้ฟังถึงความแตกต่าง


วันต่อมา เราตื่นสาย ไปเที่ยวไหนไม่เคยตื่นเช้า ไม่เร่งรีบ ถึงแม้จะมีโปรแกรมให้เยี่ยมชม
ยาวเป็นหางว่าว แต่ไม่ได้คิดจะทำเป้า เลยเอาแค่สังขารพอไหว ได้เห็นแค่ไหนก็แค่นั้น

กว่าจะออกจากโรงแรมได้ ก็ 10 โมง เราไปแบบไม่รู้อะไรจริงๆ รู้แต่ว่าวันนี้ฝนตกแน่ๆ
เพราะเชคอากาศมาแล้ว จึงไปขอร่มจากทางโรงแรม มาที่นี่เรื่องราวเล็กๆน้อยๆ แบบนี้
คุณหลวงท่านให้เราจัดการ บังคับด้วยแหละ ทั้งๆที่ตัวเองก็คล่องภาษาอังกฤษ แต่ชอบ
บังคับเราอยู่เรื่อย

เมียคุณหลวง   ยกหูโทรศัพท์ไปที่โอเปอร์เรเตอร์ คุณค่ะ ทางโรงแรมมีร่มให้แขกไหมค่ะ
(ดัดจริตสำเนียงเต็มที่ ยังกับจบมาจากอ๊อกฟอร์ด)

โอเปอร์เรเตอร์  อะไรนะค่ะ แล้วเงียบ

เมียคุณหลวง  ร่ม ค่ะ เราต้องการ ร่ม

โอเปอร์เรเตอร์  เอ่อ ไม่เข้าใจค่ะ

เมียคุณหลวง ตายล่ะหว่า ฉันพูดอะไรผิดนี่ ทำไม่สาวเจ้าไม่เข้าใจ
แต่เห็นท่าไม่ดี เลยรวบรวมสติ แล้วบอกเธอไปว่า คือว่า ตอนนี้ฝนมันตกใช่ไหมค่ะ
แล้วฉันต้องการ umbrella ค่ะ

โอเปอร์เรเตอร์  อ้อ umbrella มีค่ะเรามี คุณต้องติดต่อที่ บลาๆๆ

ตกลงฉันออกเสียงเน้นที่พยางค์แรกค่ะ เธอเลยฟังไม่เข้าใจ ฉันโง่ ฉันผิดไปแล้ว แต่ฉันยังสาวยังสวยนะเค่อะ

รถโรงแรมนำเราไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง เขาบอกว่านี่แหละดาวน์ทาว ดูตามแผนที่แล้วมันเหมือนกับ
จุดหมายเราคือ เซ็นเตอร์พอทย์ แต่รถมันจอดแค่บางนาหน่ะค่ะพี่น้อง เอางัยดีหว่า จะเดินก็ลืมไปได้เลย

ไม่ใช่นางแบบ ฝนก็ปรอยๆด้วย จะนั่งเมโทร ก็ไม่รู้มันอยู่ไหน เลยเรียกแทกซี่ค่ะ เพื่อไปสถานีเมโทรใน
ใจกลางเมือง ตั้งใจจะซื้อตั๋ววันแล้วเที่ยวเมืองกัน

แต่ เมื่อไปถึงเมโทร ความคิดบรรเจิดของคุณหลวงก็ผุดขึ้นมาทันที นั่งรถชมเมืองเที่ยวดีกว่า ไม่เหนื่อย
ด้วย และเราไม่รู้ว่าแต่ละจุดไปอย่างไร เริ่มตรงไหน รถนำเที่ยวน่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับเรา เราซื้อตั๋ว

24 ชั่วโมง ราคาคนละ 16 ยูโร จุดชมเมืองมีทั้งหมด 12 จุด มีหูฟังให้ในรถ แต่ละจุดคุณอยากลงชมนาน
แค่ไหนก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่รถก็ไม่รอคุณนะ มันจะวิ่งของมันไปเรื่อยๆ แต่จะมีรถมาทุก 10 นาที (เป็นระบบ

เดียวกันที่ใช้ในนิวยอก) อยากขึ้น-ลงรถ ก็กระโดดขึ้น-ลงได้เลย แต่ต้องรอให้ตรงป้าย เพราะไม่งั้นมันไม่จอดรับ




รถนำเที่ยวมี 5-7 บริษัท(นับด้วยสายตา) แต่ละบริษัทมีโลโก้ต่างกัน และมีจุดเที่ยวต่างกันเล็กน้อย ก่อนจะปักใจซื้อกับ
รถเจ้าไหน ก็ลองๆเดินดูก่อนก็ได้ พวกเราเดินดูจนเกือบครบ สุดท้ายเหนื่อยเลยเลือกรถคันนี้ ชอบเพราะ
ชั้นบนมีหลังคา ฝนไม่เปียก แต่รับลมเต็มที่  รถคันอื่นชั้นบนจะเปิดประทุนหมด เหมาะสำหรับหน้าร้อน

ที่นี่ก็ไม่ต่างจากเมืองไทยมาก ก็มีการเรียกแขก และเร่ขายตั๋ว แย่งลูกค้ากันเหมือนกัน บางคนที่ต้องการก็ชอบ
แต่ถ้าใครที่เห็นเป็นการรบกวน มาเซ้าซี้ถามอยู่ได้ว่าจะไปไหน พูดภาษาอะไร ก็ให้น่ารำคาญและจะไม่ชอบ
เราไม่ได้ซื้อกับนายหน้าเหล่านั้น ซื้อที่รถเลย

รอบแรกนั่งดูลาดเลาก่อน ทั้งหมด 12 จุดใช้เวลานั่งรถหนึ่งชั่วโมง นั่งฟังคำบรรยายแต่ละจุดไปด้วย
แล้วให้มันวนกลับมาอีกรอบ เราจึงเริ่มที่จุดแรกตามแผนที่

นครรัฐวาติกัน ยิ่งใหญ่มหึมา โอ่อ่า ดึงดูด สวยประทับใจ วันนั้นคนเยอะจริงๆ ต่อแถวเข้าไปยืนไม่ถึง 5 นาที
มองมาข้างหลัง พวกมายืนต่อหลังเพียบ ไม่เสียค่าเข้าชม แต่เสียเวลาเพราะคนเยอะมาก และต้องเอ็กเรย์สำภาระ
รวมทั้งเสื้อกันหนาว ถอดกันใส่กันอยู่ตรงนั้นแหละ

ก่อนเข้าไปดูป้ายก่อน ต้องแต่งตัวสุภาพ เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้นไม่สารมารถนะค่ะ เหมือนที่วัดพระแก้วเลย
ป้ายนี้ได้ใช้งานก็คงหน้าร้อน เพราะหน้าร้อนที่นี่ร้อนมาก เหมือนบ้านเราแหละ คุณหลวงบอกมาอย่างนั้น






คนอยู่ข้างหน้าเราว่าเยอะแล้วนะ






แต่ดูข้างหลังก่อน งานนี้ไม่หนาวเลย เพื่อนเยอะ







St. Peter squre
บริเวณรอบนอก


















ที่หน้าต่างกรอบสีแดง เป็นจุดที่ท่านโปปออกมาแสดงปาฐกถาทุกปี ในวันคริสมาสต์
เคยเห็นในทีวี








ภายในโอ่อ่า สวยงาม กว้างขวางมากเท่าที่เคยเห็นโบสถ์มา แต่ถ่ายรูปไม่สวยเลย เจ็บใจจริงๆ







หลังจากนั้นเราเดินไปหาของกินที่รอบนอกโบสถ์ ถนนและซอยเล็กๆเหล่านั้น
มีร้านค้า ร้านอาหาร มีให้เลือกเพียบ ส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมืองอิตาลี
พิซซ่า และก๋วยเตี๋ยว(สปาเกตตี้)

มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องลองหน่อย พิซซ่า อร่อยดี จะว่าไปแล้วก็อร่อยกว่าที่เยอรมันนะ
แป้งบางมาก กรอบนุ่ม ทาซอสมะเขือเทศและโรยซีสบางๆ ไม่ได้ถ่ายรูป ลืมกินหมดก่อน
ไปเที่ยวไหน ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปของกิน มีเหตุผลสองข้อ คือ รีบลืมเอากล้องไป หรือไม่
ก็กินหมดก่อนลืมถ่าย


St. Angelo castel












ชอบถนนเส้นนี้





วันแรกของการเที่ยว หมดไปกับการนั่งรถชมเมือง เพราะพอเหนื่อย เราก็มองหาป้ายจอดรถ กระโดดขึ้นรถ
นั่งให้มันวนกลับไปยังจุดที่เราสนใจ แล้วกระโดดลง แต่ก็ต้องเดินเยอะ เพราะแต่ละจุด มันไม่ได้อยู่ที่ป้าย

ต้องเดินหาเอา ดีที่ไปกับคนฉลาด เลยไม่ต้องอ่านแผนที่(เพราะยังไงก็อ่านไม่เป็น) เลยเดินตามหลังเขา
อย่างเดียว


Piazza Venezia

ด้านซ้ายทำการซ่อมแซมอยู่ เสียดายทำให้ได้ภาพไม่สวย จริงๆเพราะถ่ายไม่ได้เรื่องเองล่ะ ไม่เกี่ยวกับสถานที่









ท่านเจ้าคุณเดินนำหน้าขึ้นไปแล้ว เห็นหลังไวๆ ภาพที่ถ่ายจากด้านบน เห็นการจราจร และตึกรามบ้านเรือนของโรม








ชอบภาพนี้ เห็นลมมาเลยรีบถ่าย ธงชาติพลิ้วไสว









Fontana di Trevi - Quirinale

ตรงนี้แหละคือที่ที่เขาไปโยนเหรียญกัน แล้วว่ากันว่าจะได้กลับมาอีก ดิฉันไม่โยนหรอกนะค่ะ
เพราะตั้งแต่วันแรกที่มาถึง บอกกับตัวเองว่า จะไม่กลับมาอีก ครั้งเดียวก็พอแล้วสำหรับโรม














จากจุดนี้ เราเดินแหวกผู้คนออกมา เดินไปตามซอกเหลือบเล็กๆ เราต้องการไปอีกที่หนึ่ง
 แต่ฝนตกมาก เลยหาที่หลบฝนประกอบกับดิฉันต้องการเข้าห้องน้ำ แต่จนปัญญา
 คุณหลวงเธอบอกว่า อดทนหน่อยได้ไหม สัก 2 ชั่วโมงเราก็ถึงโรงแรมแล้ว







ป้าด จะให้ทนอย่างไรไหวสองชั่วโมง เกือบสุดซอยนี้ พอดีเหลือบไปเห็นอาคารสูงลิบ

อ่านป้ายเดาเอาว่ามันคือ มหาวิทยาลัย บอกคุณหลวงให้หยุดรอก่อน

ฉันจะเข้าไปสำรวจห้องน้ำที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มันกว้างมาก เดินวนอยู่สองรอบ
เงียบสนิท ไม่มีผู้คนเพิ่นพ่าน ในใจก็กลัว หาห้องน้ำก็ไม่เจอ แต่มันต้องมีสิน่า
 ทั้งมหาวิทยาลัยจะไม่มีใครฉี่เลยรึงัย

ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เปลี่ยนเส้นทาง และหาต่อไป แล้วในที่สุดฉันก็ค้นพบ
 ตรงนี้แหละน่าจะใช่ ฉันเห็นรถเข็นและไม้กวาดทำความสะอาดจอดอยู่ มันต้่องใช่ห้องน้ำแน่ๆ
ดีใจเหมือนได้เจอเนื้อคู่เลยนะ เห็นห้องน้ำนี่

พอเสร็จกิจ เราก็ออกเดินทางกันต่อ คราวนี้คนนำทางชักไม่แน่ใจ เพราะเห็นดูแผนที่หลายรอบ
และคิ้วเริ่มขมวด เราหยุดตรงมุมถนน ความเงียบเข้าครอบงำ เพราะฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้

แล้วท่ามกลางความเงียบ เขาพูดขึ้นมาว่า เราหลงทางแล้ว

อยากช่วยเขามากเลย รู้สึกเดินตามอย่างเดียวมันไร้ประโยชน์ เลยบอกเขาไปว่า
 มันมีสองแยก คุณชอบทางซ้ายหรือขวา เลือกเอา

เขาไม่เล่นด้วยกับเราแฮะ สงสัยเหนื่อยมาก เราเลยจ่อย เขาพยายามสะกดลายแทงต่อ
เรามีแผนที่อยู่สามใบ สองใบเปียกฝนเกือบเปือย แต่พอดูได้

เขาจนปัญญาเลยพูดขึ้นว่า คุณช่วยไปถามทางหน่อยได้ไหม ที่ร้านกาแฟตรงมุมถนน
เขาคงช่วยเราได้

อีกล่ะ เรื่องสนทนาล่ะก็ให้ฉันทำอยู่เรื่อย จะปฏิเสธก็ไม่กล้า ได้เวลาทำตัวเป็นประโยชน์
แล้วเรา หวังว่าคงไม่พลาดเหมือนเรื่อง umbella เมื่อตอนเช้า

สาวอีสาน   คุณค่ะ ขอโทษค่ะ คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหมค่ะ (ไม่รอให้คำตอบ รีบถามต่อ)
               คือฉันมีหนึ่งคำถามคะ ได้โปรด
               ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนของแผนนี้ค่ะ

(ฉันได้รับใบสั่งมาให้ถามแบบนี้ ปกติเราถามทาง ก็จะถามว่า จะไปที่นั่น ที่นี่ ไปอย่างไร แต่ใน
เมื่อคุณหลวงเธออยากรู้แค่ว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ที่เหลือจะแกะแผนที่เอาเอง นี่ล่ะนิสัยเขาล่ะ)

หนุ่มโรม (หล่อมาก ยังหนุ่มยังแน่น ผมดำ จมูกโด่ง ตาคม สเป็กส์นะนี่) กวักมือเรียกเราเข้าไปใกล้ๆ
แล้วอธิบายละเอียดยิบ

และการเดินทางวันแรกก็จบลง ด้วยความอ่อนล้า เหนือยมากๆ ฝนก็ตกเกือบทั้งวัน
ฟ้าไม่เปิดเลย กางเกงเปียกมาถึงกลางแข้ง ดีที่ใส่รองเท้าบูทยาวไว้ข้างใน

อุณหภูมิ 7 องศา ทั้งลมทั้งฝน จริงก็ไม่หนาวอะไรมาก แต่มันเย็นจับใจแท้
ดีที่ไหวตัวทันใส่ถุงน่องไปด้วย เพราะกางเกงยีนส์ตัวเดียวเอาไม่อยู่แน่ๆ




วันที่สาม เราเลือกที่จะเดินทางโดยเมโทร (รถไฟใต้ดิน) เราลงรถโรงแรม แล้วไปซื้อตั๋ววัน ราคาคนละ
4 ยูโร เมโทรที่นี ทั้งแคบ ลึก เก่า อับ สกปรก(ก็มีบางสถานีที่สะอาด) รถคันเก่ามาก

มีบางคันที่ใหม่ ของบ้านเราดีกว่าหลายสิบเท่า คงเป็นเพราะของเขามีมานานแล้ว
ไม่ได้คิดจะเปรียบเทียบ ว่าประเทศไหนเจ๋งกว่ากัน แค่ได้ไปเห็นมา เลยมาเล่าสู่กันฟัง

ขึ้นเมโทรที่นี่ต้องไว เร็ว และถ้าไม่คุ้นกับภาษา ต้องมีสติ คอยนับสถานีเอาว่าจะลงที่เท่าไหร
อย่าหวังจะฟังจากเครื่องประกาศ เพราะมันรัว และเร็วมาก ประกอบกับเสียงเบรครถ
จะดังกว่าเสียงประกาศ และพูดแค่รอบเดียว ตอนรถใกล้จอด

มาถึงแล้วโคโลเซื่ยม ซื้อตั๋วเข้าชมคนละ 12 ยูโร สำหรับนักเรียนและชาวอิตาลี่ คนละ 4 ยูโร


Arco di Coltantino






Colosseum








ทางขึ้นไปชั้นสอง ทั้งชันทั้งมืด











เราสงสัยว่าทำไม ที่เห็นไม่เหมือนในหนัง ตรงกลางมันน่าจะเป็นลานเดินได้ แต่ทำไม่มีแต่เสาหินโผล่มา
ถามผู้ร่วมเดินทางเธอตอบว่า มันพังไปหมดแล้วล่ะ จริงใต้ลานกว้างตรงกลางมันคือชั้นใต้ดินที่เห็นในรูป

นั่นเอง โง่จังเรา ถามไปได้งัย มันตั้งกว่าสองพันปี เหลือแค่นี้ให้เห็นก็บุญเท่าไหรแล้ว
 เลยเอาภาพนี้มาให้ดู สมัยอณาจักรโรมเรืองอำนาจ และการเปลี่ยนแปลง













มาทริบนี้ประทับใจที่โคโลเซื่ยมที่สุด อยากถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เลยบอกตากล้องว่า ขอฉันแจ่มสักรูป
และให้เห็นโคลิเซี่ยมทั้งหมด

แต่แหม มันน่าโกรธไหมล่ะ ต้องเอาเส้นผมไปตรวจ ดีเอ็นเอ ถึงจะรู้ว่าคนในรูปเป็นฉัน







ก่อนจะไหนกันต่อมาดูแผนที่กันนิดหนึ่งนะจ๊ะ เดี๊ยวหลงทาง





หมายเลข 1 คือโคลิเซียม เราใช้เวลาอยู่ที่นี่สองชัวโมง ทั้งเดินดู ทั้งหลบฝน และนั่งเฉยๆ เพราะเหนือยมากจาก
เมื่อวานด้วย กว่าจะออกจากโคลิเซี่ยมได้ ก็ปาไปบ่ายโมงแล้ว เพราะเราออกจากโรงแรมตอน 11 โมงเช้า

หมายเลข 2 เราเลือกที่จะไม่ไป เพราะเวลาจำกัด บวกกับขี้เกียจ พอมันเหนื่อยขึ้นมา ขาก็ไม่อยากเดินไปไหน

หมายเลข 3 เป็นกรุงเก่าของโรม ใช้ตั๋วใบเดียวกันกับโคลิเซี่ยมเพื่อผ่านประตู มีสถานที่มากมายให้เยี่ยมชม
และกว้างมาก เราตัดสินใจจะสำรวจหมายเลข 3 ให้ทั่ว ใช้เวลาที่นี่ 3 ชัวโมง แต่ถ้าใครเดินดีๆ ไม่อืดอาดเหมือนเรา
สักสองชั่วโมงน่าจะทั่ว


รูปนี้คือหมายเลข 2 ถ่ายจากชั้นสองของโคลิเชี่ยม










ต่อไปจากนี้จะไม่มีบ่นมากแล้วนะ ให้ดูรูปอย่างเดียว มันคือบริเวณหมายเลข 3 ทั้งหมด ชื่อสถานที่ต่างๆ ก็จำยากมาก
เลยขอสงบปากลงรูปอย่างเดียว


























































ช่างภาพขอแก้ตัวอีกครั้ง คราวนี้ได้เรื่องหน่อย แต่มองยังไง ตัวจริงก็สวยกว่าในรูปเยอะ เค่อะๆๆๆ








หลังจากนั้นเราก็เดินทางกันต่อ ด้วยบริการเมโทรเหมือนเดิม เป็นที่สังเกตุอยู่อย่างหนี่งว่า คนที่นี่มักง่ายพอกันกับ
คนไทยเรานั่นแหละ ไฟแดงรถวิ่งอยู่ก็ยังข้าม รถต้องหยุดให้คนเดิน หรือยังไฟแดงอยู่เลยแต่เห็นถนนว่าง
 ก็วิ่งข้ามกัน รถต้องชะลอให้คนข้าม

เราเห็นเขาทำก็ทำตามบ้าง ส่วนคุณหลวงของดิฉัน แกเป็นคนตรง ฉันอยู่อีกฝั่ง
ของถนนแล้ว ท่านยังรอให้ไฟสัญญาณคนข้ามเขียวก่อน ท่านจึงเดินข้ามถนน


Piazza del Popolo














นี้เป็นย่านชอปปิ้งของที่นี่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แวะเข้าไปดูเหมือนกัน แต่แพงมาก เลยเก็บตังค์เอาไว้ดีกว่า






Trinita dei Monti step and church
Piazza di Spagna

เจ้าบรรได และโบสถ์นี่ก็เป็นอีกจุดขายหนึ่งของโรม ถ้ามาแล้วต้องแวะให้ได้ เดี๋ยวมาไม่ถึง





Augly boat











เราเริ่มเหนื่อย เพราะหกโมงเย็นแล้ว แต่มีอีกจุดที่เราต้องการไปเยือน คือที่น้ำพุนี่

ตรงข้ามกับน้ำพุนี้ มีร้านอาหารญี่ปุ่นปนอิตาลี่ ไม่รอช้า ตาลายแล้วอะไรทานได้ทั้งนั้น
พนักงานขายเป็นคนฟิลิปินส์ ถามเราว่ามาจากฟิลิปินส์หรือเปล่า พอบอกมาจากไทย
เขาไม่ผิดหวัง แต่ดีใจที่เจอคนเอเชียด้วยกัน คุยกันถูกคอ ตักให้เราเยอะเลย





วันที่สี่ วันนี้เรามีเวลาเที่ยวแค่ครึงวัน เพราะต้องขึ้นเครื่องตอนบ่ายสามโมง เรากะเที่ยวแค่สามชัวโมง
และที่เหลือมานอนพักที่ห้อง อาบน้ำแต่งตัว  ก่อนขึ้ันเครื่อง

เราออกจากโรงแรมเร็วหน่อย เพื่อเก็บจุดที่เหลือเท่าที่ทำให้ แต่ไม่ถึงกับรีบเร่ง เราเลือกที่จะไปที่นี่ เพราะสะดวก
ในการเดินทาง




















Bath of Calacalla

ที่นี่เป็นเหมือนสปา และสระว่าน้ำของจักรพรรดิ์โรมเรืองอำนาจ กว้างมาก ไม่มีข้อมูลว่ากี่ไร่ แต่เดินจนเหนือย
ด้านนอกตัวอาคาร เป็นสวน





ภาพจำลองสมัยอดึต








ของจริงที่ยังหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน




















วันสุดท้ายที่เราอยู่ที่นี่ ไม่มีฝนและอากาศดีมาก 10 องศา และแดดออก ให้มันได้อย่างนี้ สามวันแรกตกทุกวัน
ที่สุดท้ายจริงๆที่เราไปคือ เซอคุสแมกซิมุส แต่ไม่มีรูปให้ดู เพราะภาพไม่สวย ไม่ได้ถ่ายกันเสีย(คิดว่ามือโปรแล้ว)

เราเหลือหลายที่ที่ไม่ได้ไปเยือน เสียดายนิดๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราเอาสังขารเป็นที่ตั้ง และถือความสุขเป็น
สิ่งสำคัญที่สุดในการเดินทางแต่ละครั้ง เราจะไม่กดดันตัวเองโดยเด็ดขาด


อีกหนึ่งประสบการณ์ ดีใจที่ได้มาเยือน และพบเห็น ลาก่อนกรุงโรม

ขอลาด้วยภาพนี้





สวัสดี





















อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
AnnieLove วันที่ : 28/12/2012 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Annielove

รูปเยอะ เล่าเรื่องสนุก เห็นแล้วอยากไปคะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 12/04/2012 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

ท่องเที่ยวสนุกสนานผมมไม่ได้เที่ยวโรมมากได้ไปเฉพาะที่สำคัญ ถามว่าจะกลับไปอิตาลีไหม บอกว่าได้อีกแต่อยากไปฟลอเรนส์มากกว่า คนอิตาลีมีทั้งน่ารักไม่น่ารักแต่คนฝรั่งเศสไม่น่ารักมากว่า ในความเห็นผม ข้อมุลละเอียดดีจริงๆครับได้ความรู้เยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
leetahiti วันที่ : 26/01/2011 เวลา : 02.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

ป้าลีโหวตค่ะ
ภาพสวยมาก และอลังการสุดๆ นะคะ

เมโทรที่ปารีสก็เหมือนกันค่ะ สกปรก เก่า และน่ากลัวในบางจุด (เดี๋ยวคนรักปารีส มาถล่มป้าอีก อิอิ)
แต่ก็จริงๆ ค่ะ
ขอบคุณที่พาเที่ยวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
my-name-is-gee วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gee-diary

สนุกมากค่ะ...
ยิ่งอยากไปอิตาลีอยู่ด้วยสิ !

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปัจเจกตน วันที่ : 08/02/2010 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


สวยงาม เพลิน เหมือนย้อนกาลเวลา
เข้าไปในอาณษจักรโรมัน
อย่างงั้นเลยครับ
ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อ.อัครเมธี วันที่ : 08/02/2010 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/WRITE

ถึงคุณ หมีน้อยเยอร์มัน
ขอบคุณมากที่เข้ามาอ่าน และรูปใน blog ของคุณสวยจัง ถ่ายเองใช่ไหม่ครับ น่าจะนำรูปไปประกอบการเขียนสารคดีท่องเที่ยว ที่นสพ.คมช้ดลึก ถ้าจะสนุกดี
มีอะไรก็ส่งมานะครับ ยินดีที่รู้จัก เผื่อมีโอกาสปรึกษากันเรื่องงานเขียน ตามปะสาคนชอบเขียน เขียน ครับ ว่างั้นเหอะ
อ.อัครเมธี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 07/02/2010 เวลา : 04.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

สวัสดียามเช้ามืด..ครับ...ดีจังได้ไปเที่ยวที่สวยๆ...แล้วนำภาพมาฝาก... ...thank หลาย.....

.................................................................

ไม่ไ้ด้ จม.น้อยจ้าาา.....

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
someone_in_somewhere วันที่ : 05/02/2010 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/someoneinsomewhere

ขอไปเที่ยวด้วยคนนะ

เขียนสนุกจังค่ะ

เราชอบไปเที่ยวที่ที่ไม่ค่อยมีคน
มันเดินดูอะไรต่อมิอะไรได้อย่างสบายใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
bon09 วันที่ : 31/01/2010 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean


คนรอชมแน่นยังกับอยู่ตลาดนัด แต่พอถ่ายเมืองแล้วดูคนน้อยยังกับชนบท

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
auguzzy วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

รอบนี้ขอดูรูปก่อนนะคับ

จะกลับมาอ่านต่ออีกรอบค้าบบบบ

สวัสดีปีใหม่ทั้งครอบครัวคับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หวานหวาน วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ
ยิ่งใหญ่มากเลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พฤจิกา วันที่ : 17/01/2010 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

อิ่มใจด้วยภาพค่ะ
..






http://www.oknation.net/blog/bigeye2009/2010/01/17/entry-2

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Patui วันที่ : 17/01/2010 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



ยิ่งใหญ่อลังการจริง ๆ
ลงภาพจุใจเลยหายอยากไม่มาดูแล้วของจริง..
ดูที่นี่ดีกว่าเป็นไหน ๆ ...ที่สำคัญเที่ยวสบายไม่จ่ายตังค์...
ขอบคุณค่ะ...


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chronomist วันที่ : 17/01/2010 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

ตอนใชเงินที่นั่นเป็นยูโร
พอกลับมาคิดเป็นเงินไทย ลมใส่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน