*/
  • หมีน้อยเยอรมัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : procise2002@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 74721
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม 2554
Posted by หมีน้อยเยอรมัน , ผู้อ่าน : 11173 , 20:24:12 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เราจะส่งท้ายหน้าร้อนด้วยการพาไปเที่ยวเมืองฮัมบูร์กนะคะ ด้วยเหตุผลสองอย่างที่เลือกเมืองนี้ หนึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน
ระยะทาง 165 กม. และสองเห็นใครๆเขาก็แนะนำ และคนแถบนี้เอะอะวันหยุดก็พากันไปที่นี่ ถามใครก็บอกไปมินิทริปกันที่นี่
เลยจะลองไปบ้าง

ช่วงเดือนตุลาคม ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง ประเดิมด้วยวันชาติเยอรมัน 3 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันหยุด
ราชการทุกหน่วยงานหยุดงาน ช่วยไม่ได้ที่มันตรงกับวันเกิดฉัน เลยต้องจ่ายค่าโรงแรมแพงกว่าช่วงปกติ แต่ได้อานิสงค์หยุดต่อเนื่องจากวันเสาร์อาทิตย์ มันเหมาะที่จะทริปสั้นๆอย่างมาก และต่อมาก็เป็นเทศกาลเดือนตุลาคม หรือที่เราๆท่านๆรู้จักกันในนาม เทศการเบียร์ จริงๆเทศกาลเบียร์ จัดยิ่งใหญ่จะอยู่ทีเมืองมิวนิค ไม่ได้จัดกันทุกเมืองแต่ส่วนใหญ่ก็จัดกันรวมถึงฮัมบูร์กด้วย

Hamburg อ่านว่า ฮัมบูร์ก หรือ ถ้าอ่านเป็นภาษาอังกฤษก็คือ ฮัมบวก ถ้าจะอ่านให้เป็นดอชย์จ๋าเลย ก็ต้องออกเสียง อิก ที่ตัว จีเลยจะกลายเป็น ฮัมบูร์กอิก ออกเสียง อิก เบาๆที่ลำคอให้กลืนไปเป็นคำเดียวกัน

ฮัมบูร์ก เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่อแคว้น เยอรมันจะแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 แคว้น หรือใครจะเรียกรัฐก็เรียกไปไม่ว่ากัน แต่ฉันเปิดพจนานุกรมเห็นคำแรกที่แปลคือ คำว่า แคว้น

เราเข้าพักที่นี่คะ เลอเมริเดียนฮัมบูร์ก สถานที่ตั้งของโรงแรมนี้ถือว่าเป็นย่านที่สวยงามมากเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ริมทะเลสาปอัลสเตอร์ เราพักที่ชั้น 9 สูงสุด ชั้นเดียวกันกับเทอเรสของร้านอาหารและคอกเทล สามารถมาทานคอกเทลและอาหารพร้อมกันดูวิวของทะเลสาป เราถูกอัพเกรดให้เข้าพักห้องใหญ่ มีระเบียงสามารถดูวิวเมืองได้

สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดนอกจากสถานที่ตั้งแล้ว ก็คงเป็นอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ส่วนตัวฉันชอบทานอาหารเช้าแบบเยอรมัน และกำลังอยู่ในช่วงลดอวบ เหมือนกับมาถูกที่ ที่นี่มีอาหารจานปลามากกว่า 10 อย่าง สลัดปลามีห้าอย่าง และอีกห้าหกอย่างเป็นปลาประเภทต่าง อย่างที่คุ้นเคยก็เป็น เซลม่อนสดสำหรับทานกับขนมปัง ปลารมควัน ปลาคลุกพริกปาปริก้า และอีกหลายปลาที่ไม่รู้จักแต่รสชาติดีมาก

แต่สิ่งที่ไม่สบอารมณ์ฉันเอามากๆ คืออะไร ถ้าคนที่เคยอ่านเรื่องราวเก่าๆ ที่ฉันเคยเขียนเอาไว้คงรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร เที่ยวที่เยอรมันต้องทำใจเรื่องนี้ค่ะ ค่าจอดรถที่แพงลิบ ชัวโมงล่ะ 4.50 ยูโร หนึ่งคืน 26 ยูโร ใครคิดว่าถูกก็แล้วแต่ แต่ฉันว่ามันแพงมาก เคยเจอแพงกว่านี้ที่แฟรงเฟิต คืนละ 27 ยูโร แต่เทียบกับความสะดวกที่ไม่ต้องเดินไกล ไม่ต้องวนหาที่จอด เทียบไปแล้วเดินไกลยังจะดีกว่า หรือใครจะว่าเป็นอย่างอื่นก็ไม่ว่ากัน ถ้าไม่มีทางเลือกก็ต้องจ่าย เราเลือกที่จะหาที่จอดรถและเดินไกล แต่สุดท้ายก็ต้องพึ่งที่จอดรถโรงแรมอยู่ดี เพราะสองชั่วโมงสุดท้าย ก่อนกลับ เราเหนื่อยและเบื่อกับการหาที่จอด จึงมุดลงอุโมงค์ชั้นใต้ดินของโรงแรมไปจอด สะดวกสะอาดปลอดภัยและแพง จะเรียกร้องอะไรอีก












โรงแรมที่อยู่ข้างๆกัน ห่างกันแค่สองช่วงตึก ชื่อว่า โรงแรมแอตแลนติก เล่ากันว่าโด่งดังและมีชื่อเสียงที่สุดในฮัมบูร์ก
แต่ไม่ใช่สไตน์ของเรา เราจึงไม่พักที่นี่ แต่ถ่ายรูปมาให้ดู เผื่อใครอยากมาพัก แอตแลนติกมันสำหรับคนแก่ คนข้างๆกระซิบมา
หรือสำหรับคนที่ชอบห้องหรูๆสไตน์เก่าๆย้อนยุค มาที่นี่ก็คงไม่ผิดหวัง






มาเที่ยวเมืองถ้าใครไม่สะดวกจะเดิน ก็นั่งรถชมเมืองได้ เรามีรถมาด้วยก็จริงแต่ไม่สะดวกจะขับ และอีกอย่างต้องหาที่จอดรถด้วยตามเมืองใหญ่และคึกคักที่จอดรถไม่ได้หากันง่ายๆ และราคาก็ไม่ได้ถูก เราเลยหมายมั่นว่าจะใช้บริการนั่งรถชมเมืองกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้นั่งเพราะเดินเอาก็ได้ เดินง่ายมากไม่ต้องกลัวหลง ตลอดทางมีแผนที่ให้ดู ถึงจะมีคู่มือเดินทางก็ไม่ได้เอาออกมากาง เดินไปดูแผนที่ข้างๆทางก็ได้ และอากาศดีมากๆเลยมีความสุขกับการเดินชมเมืองมากกว่า

รถคันสีแดงนี่คือรถนังชมเมือง ตั๋วซื้อบนรถได้เลย เราชอบระบบที่นี่อยู่อย่างหนึ่งคือ ถึงแม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่มีการเรียกแย่งลูกค้าขึ้นรถ อยากขึ้นต้องหาข้อมูลเอาเอง ซื้อตั๋วเอาเอง ไม่มีคนมาคอยอำนวยความสะดวกให้รำคาญใจ




เอาละนะต่อไปนี้จะพาชมเมืองฮัมบูร์กแบบจุใจทั้งภาพและเนื้อหา (เท่าที่สมองน้อยๆจะสามารถถ่ายทอดออกมาได้)

Rathaus ราทเฮาส์ หรือ ทาวน์ฮอล ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนเราหรือเปล่า เป็นเหมือนสูตรสำเร็จทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเมืองต่างๆ สิ่งที่ต้องไปเยือนก่อนคือราทเฮาส์ เนื่องจากเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมือง พูดไปแล้วก็เทียบได้กับที่ว่าการจังหวัด ที่ว่าการอำเภอประมาณนั้น ที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของรัฐบาลเมืองฮัมบูร์ก เล่ากันว่าสร้งขึ้นเมื่อ 44 ปีให้หลัง หลังจากที่ราทเฮาส์เก่าได้ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ หลังใหม่นี้จึงถูกสร้างขึ้นในปี 1886 เป็นศิลปะ รีโอ-เรโนซอง หลังคาที่โดดเด่นและสวยงาม แสดงถึงความโอ่อ่ามั่งคั่งของเมืองฮัมบูร์กได้อย่างดี










บริเวณใกล้กันกับราทเฮาส์ จะเป็นคลองเล็กๆเป็นส่วนของทะเลสาปอัลสเตอร์ส่วนใน และมีสะพานนี้เป็นเหมือนเส้นแบ่งส่วนนอกและส่วนใน






บ้านเรือนรอบๆอัลสเตอร์ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัวและมีระบบ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟโดยรอบ เหมาะสำหรับนั่งทานอาหารและชื่นชมธรรมชาติ เรียบคลองเล็กๆแห่งนี้สวยงามจนได้ชื่อว่า เวนิสแห่งทางเหนือ







แท่งศิลาที่เห็นสูงตะหง่านอยู่นี้ จารึกข้อความเอาไว้ เพื่อไว้อาลัยสำหรับผู้ที่เสียชีวตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1



เหลือบไปเห็นรถสามล้อ จะเป็นที่ชินตารถสามล้อบ้านเมืองนี้ ตามแหล่งท่องเที่ยวมีให้เห็นทั่วไป




ยั่งอยู่ทีบริเวณรอบๆราทเฮาส์ คนไม่พลุกพล่านเพราะเป็นวันหยุด






ด้านหลังราทเฮาท์จะเป็นตึกนี้ ตึกนี้เป็นตลาดหุ้นของเมืองฮัมบูร์ก ที่ถ่ายมาให้ดูเพราะเมื่อก่อนคุณหมีทำงานอยู่ที่นี่




St Petrikirche โบสถ์เซ็นปีเตอร์ ถ้าฉันไม่กล่าวถึงเลยก็คงจะบ่งบอกได้ถึงความไม่เอาไหนในการไปเที่ยวเมืองนี้ เชื่อกันว่า       ฮัมบูร์กเป็นเมืองที่เป็นต้นแบบของการสร้างโบสถ์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม หันไปทางไหนถึงเจออะไรแหลมโผล่ขึ้นมา มันคือหลังคาโบสถ์ นั่นเอง

โบสถ์เช็นปีเตอร์เป็นงานศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองฮัมบูร์ก เป็นศิลปะโกธิค ถูกสร้างขึ้นราวศัตวรรษที่ 11 ที่โดดเด่นคือ ตรงมือจับประตูเป็นหัวรูปสิงห์โต(ไม่ได้ถ่ายรูปมา มัวแต่อ่านข้อความบนถังขยะ)






St.NikolaiKirche โบสถ์นิโคไล หรือในภาษาอังกฤษเรียก โบสถ์นิโคลัส เป็นซากสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ หลังจากถูกทำลายทางอากาศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และแน่นอนได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ ถ้าอยากทราบเรื่องราวย้อนหลังครั้งนั้นว่าน่าเศร้าเพียงไร คีย์คำนี้เข้าไปค่ะ Bombing of Hamburg in World WarII  โบสถ์แห่งนี้ได้สงวนเอาไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนความจำ โบสถ์นิโคลัสเคยครองตำแหน่ง โบสถ์ที่สูงที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง(ในปี 1874 ถึง 1876) แต่ปัจจุบันนี้เขาได้ตำแหน่งสิ่งปลูกสร้างที่สูงเป็นอันดับสองของเมืองฮัมบูร์กไปครอง




เดินไปสักพักเหนือยก็จริง แต่รู้สึกว่ามันน่าเดิน เพราะไม่วุ่นวายไม่มีมลพิษ ถึงจะเดินกลางใจเมือง แต่ถึงการจราจรไม่ติดขัด ถนนว่างก็ไม่เห็นว่าใครจะเดินผ่าไฟแดงสักคน รอจนสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนเดินข้ามถนน มีวินัยกันเข้าไป






จุดหมายเราคือโบสถ์มิคาเอล แต่ระหว่างทางเราก็ชมเมืองกันไปเรื่อยๆนะคะ ใครที่ไม่อยากเดิน ไม่อยากนั่งรถชมเมือง ก็สามารถเช่ารถคันนี้ได้ ราคาเท่าไหร่ไม่ทราบเพราะไม่ได้ถามมา และไม่ต้องถามนะคะว่าขับยากไหม






หรือจะโดยสารด้วยจักรยานชมเมืองก็มีให้ บริการตัวเอง จ่ายตังค์ที่เสาสีแดงนั่นก็จะได้กุญแจออกมาใช้ได้เลย สามารถคืนที่ไหนก็ได้ที่มีเสาสีแดงนี้สำหรับจักรยาน ไม่จำเป็นต้องเอาคืนที่เดิม






งานนี้ฉันพลาดอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกเพราะไม่ยอมหยิบขวดน้ำใส่กระเป๋ามาด้วย ในเมื่อไม่มีลูกน้อยกวนตัว ฉันก็อยากเดินเที่ยวแบบตัวปลิวเหมือนชาวบ้านเขาบ้าง ทั้งที่รู้ว่าวันหยุดร้านค้าจะไม่ทำงาน แต่คิดว่าร้านสะดวกซื้อ เช่น คีออส น่าจะเปิดบ้างล่ะ
เดินมานานก็มองหาร้านโชห่วย ไม่คิดจะทำงานหาเงินกันเลยหรืออย่างไร นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวนะ และนักท่องเที่ยวก็มิใช่น้อยเหลือบไปเห็นร้านคิออสอยู่ร้านหนึ่งใต้ตึกนี้ ลี่ไปทันที ร้านปิดค่ะ ทนต่อไป ส่วนเรื่องที่สองที่พลาดเดี๋ยวจะเล่าตอนท้าย




เป็นที่น่าสังเกตุว่า เมืองฮัมบูร์กจะใช้ถังขยะแบบนี้ทั่วทั้งเมือง รูใหญ่นั่นจะไว้ทิ้งขยะ ส่วนรูเล็กสำหรับทิ้งก้นบุหรี่ และจะมีตัวหนังสือสีดำพื้นขาวเขียนข้อความแปะไว้คล้ายๆแบบนี้ทุกถังไป ต่างกันที่ข้อความ จะเป็นข้อความตลกๆและเป็นการเล่นคำ ออกทำนองชักชวนให้รักษาความสะอาด เช่น มีถังสีแดงทำให้บ้านเมืองเป็นสีเขียว ช่วนทิ้งขยะลงที่ฉันหน่อย(ถังมันบอก) ส่วนที่เห็นอยู่ในรูปนี้ จริงๆแล้วมันแปลว่า เงียบ หรือ หุบปากอะไรทำนองนั้น คือแปลแล้วงงมาก มันเกี่ยวอะไรกับถังขยะ คนข้างๆบอกเป็นการเล่นคำ เขาอธิบายอยู่นานสองนาน แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถ้าเอาแปะไว้ที่ข้างหลังฉันละว่าไปอย่าง




Michaeliskirche โบสถ์มิคาเอล เป็นสถาปัตยกรรมบาร๊อค เป็นสัญลักณ์หลักและได้รับความนิยมสูงสุดของเมืองฮัมบูร์ก และได้ชื่อว่าโบสถ์บาร๊อคที่สวยที่สุดทางเหนือของเยอรมันนี ส่วนบนสุดของโดมคือสัญลักษณ์ของเมืองฮัมบูร์ก




หน้าประตูทางเข้าหลัก บนหลังคามีรูปปั้น อาชเองเจิล มิคาเอล ซึ่งเป็นตัวแทนของเทพผู้พิชิตซาตาน



มาถึงแล้วก็ต่อแถวซื้อตั๋วก่อน



ราคาตั๋วมีป้ายบอก มี 3 แบบ

ขึ้นไปหอชมเมือง ผู้ใหญ่ 4ยูโร เด็ก 3 ยูโร
ลงใต้ดิน ผู้ใหญ่ 3 ยูโร เด็ก 2 ยูโร
ขึ้นหอและลงใต้ดิน ผู้ใหญ่ 6 ยูโร เด็ก 4 ยูโร




วิวที่ถ่ายจากหอชมเมืองของโบสถ์มิคาเอล




วิวฝั่งท่าเรือ






วิวฝั่งทะเลสาปอัลสเตอร์ ที่เห็นเป็นอัลสเตอร์ด้านนอก มองเห็นโรงแรมแอตแลนติกอยู่ลิบๆ ด้านขวามือของภาพ และติดกับแอตแลนติกก็คือที่พักของเรา



ลงจากหอมาดูด้านในโบสถ์กัน ทุกครั้งที่เข้าไปยังศาสนสถาน ฉันรู้สึกมีความสุขไม่ว่าจะเป็นโบสถ์หรือวัด มันเงียบสงบทั้งที่ผู้คนล้นหลาม ฉันเป็นสุขใจทุกครั้งที่ได้เข้ามานั่งหน้าพระ ฉันสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็น ว่างเปล่าและความสมดุลย์ ไม่ร้อนไปหนาวไป อธิบายไม่ถูกรู้แต่ว่ามาถูกที่แล้ว ขอนั่งสักพักก่อนค่อยถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆดู ฉันมองดูผู้คนทั้งไทยและเทศ(ส่วนใหญ่จะเทศ) บ้างมาเพื่อสวดมนต์ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวมาเพื่อเยี่ยมชม

ภายในตกแต่งด้วยสีเทาและสีทอง และสิ่งประดับตกแต่งทำจากไม้พื้นเมือง




ช่วงเดือนตุลาคมเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และหลังจากเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวชาวคริสต์จนำพืชพันธ์ธัญญาหารมาสักการะบูชาพระคริสต์ เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับผลิตผลิตที่ดี เรียกประเพณีนี้ว่า แอนเทอร์ดังค์ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ของทุกปี ของที่นำมาสักการะจะจัดทำอย่างสวยงาม ขนมปังมีทำเป็นลวดลายต่างๆ ผักผลไม้ ข้าวฟ่างข้าวสาลี








Hauptbahnhof สถานีรถไฟ ฮัมบูร์กมีหลายอย่างของความเป็นที่สุด แม้กระทั้งสถานีรถไฟแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าคับคั่งที่สุดของเยอรมันนี มีผู้โดยสารเดินทางสัญจรไปมาตกราว 450000 คนต่อวัน และเป็นที่สองของยุโรบ รองจากสถานีรถไฟ Gare du Nord ของปารีส และเป็นสถานีหลักของการเชื่อมต่อกันระหว่างเมืองใหญ่




Kunsthalle คุนส์ฮัลเลอ ไม่ได้เข้าไปดูข้างใน เพราะขากลับไม่ไหวแล้วจริงๆ ตอนแรกก็มีความสุขกับการเดินดีอยู่ ขาไปพอไหวแต่พอขากลับ ไม่อยากดูอะไรแล้ว อยากไปนอนแช่น้ำอุ่นๆที่โรงแรม หาอะไรอุ่นๆดื่ม วันนี้เราไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการเดินจริงๆ คนหนึ่งก็อ้วน อีกคนก็ใส่รองเท้าส้นสูงมา นี่ละคือสิ่งที่บอกว่าพลาดแล้วอย่างแรงข้อที่สอง ไปไหนมาไหนมีปัญหาจริงๆกับเรื่องรองเท้า เพราะไม่อยากขนมาหลายคู่ คู่ที่ใส่แล้วดูสูงสง่างามหน่อยก็ไม่เหมาะกับการเดินทางไกล ลืมบอกไปมัวแต่เม้าท์ มันคือ
อาท มิวเชี่ยมค่ะ อะไรที่เกี่ยวกับงานศิลป์ฉันก็ชอบเดินห่างอยู่แล้ว ผ่านเลยแล้วกันวันหน้าถ้าได้มาอีกจะแวะ





Alster อัลสเตอร์ คือทะเลสาปชื่อว่า อัลสเตอร์ ที่นี่ขอแนะนำอย่างแรงอีกเช่นกันว่ามาที่ฮัมบูร์กอย่าได้พลาดเป็นอันขาด อย่างที่รู้ๆกันว่าฮัมบูร์กเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเยอรมันนี เป็นเมืองแห่งแม่น้ำและท่าเรือ แม่น้ำอัลสเตอร์จึงเปรียบเสมือนหัวใจของฮัมบูร์กเลยก็ว่าได้  ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดินชมธรรมชาติ  มีร้านอาหารและร้านเรือใบให้เช่าอยู่เป็นระยะ ร่มรื่นและน่าเดิน มีจัดส่วนที่เป็นทางเท้าและทางจักรยาน เหมาะกับการวิ่งออกกำลังกาย มีเรือพาชมรอบทะเลสาป เรือพายัคสำหรับคนที่ชอบออกแรง

เราตั้งใจว่าจะเอาชุดออกกำลังกายมาวิ่งที่นี่ และตั้งใจจะวิ่งรอบทะเลสาปเลย แต่ดีที่ถามคนข้างๆก่อน เขาบอกว่าถ้าคุณจะวิ่งให้รอบก็ต้องออกเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า วิ่งเสร็จ 8 โมงเช้าได้เวลาอาหารพอดี ถ้าเดินคงใช้เวลาครึ่งวันถ้าวิ่งก็สักสองชั่วโมง ฉันได้แต่ยิ้มๆ ดีนะที่ไม่เอารองเท้าวิ่งมาด้วย แต่คราวหน้าถ้าไปฉันไม่พลาดแน่จะไปวิ่งรอบทะเลสาปนี้ให้ได้





ตอนแรกกะว่าจะเขียนเป็นทวิภาค แต่ขี้เกียจเลยจับยัดไว้ในที่เดียวกันนี่ล่ะ เรื่องนี้เลยจะยาวหน่อย ต่อไปนี้จนจบเรื่องจะนำเที่ยวเมืองส่วนของฝั่งท่าเรือ ซึ่งจะเป็นคนละฟากกับทะเลสาป

Hafen ฮาเฟ่น หรือท่าเรือ แม่น้ำที่ไหลผ่านนี้ก็คือแม่น้ำเอลเบอนั่นเอง เป็นแม่น้ำสายเดียวกันที่แบ่งเมืองเดรสเดนออกเป็นสองส่วน เคยเขียนเรื่องแม่น้ำเอลเบอร์ไว้ตอนที่ไปเดรสเดน มาถึงฮาเฟ่นต้องหาที่จอดรถก่อน และก็เจอที่สะดวกมากติดกับฮาเฟ่น เดินไม่ไกลและเช้าๆยังไม่มีใครมาแย่ง สัก 5 นาทีเห็นจะได้หลังจากที่ไปกดตั๋วที่จอดรถออกมา หันมาอีกที่จอดรถเต็ม ถ้ามาช้ากว่านี้สัก 4 นาทีไม่มีที่จอดแน่ๆ




ก่อนเข้าไปที่ท่าเรือ เดินไปเกือบชนเจ้าแท่งนี้ มันคือแท๊งน้ำดื่มค่ะ ดื่มได้ฟรี




สมอเรือ



สมอเรืออันใหญ่นี้วางอยู่หน้าท่าเรือ ถ่ายป้ายประวัติมันมาให้อ่านเล่นด้วย แต่เดี๋ยวจะหาว่าใจดำเลยจะแปลให้ฟัง แปลแล้วไม่ถูกใจอย่าว่ากัน สมอเรืออันใหญ่หนักกว่า 7 ตันอันนี้ ถูกขุดพบตอนที่ทำการขุดเพื่อก่อสร้างท่าเรือฮัมบูร์กเมื่อปี 1966 ไม่ทราบว่ามันเป็นสมอเรือของเรือลำใด ลักษณะของสมอเรือแบบนี้เป็นสมอที่ใช้กับเรือขนาดใหญ่ในยุคแรกๆหรือเรือที่ใช้พลังไอน้ำ... พะนะ...




มาถึงฮาเฟ่นแล้วก็ต้องนั่งเรือทัวร์นะคะ เพราะไม่มีทางใดที่จะดูทุกซอกทุกมุมขอฮาเฟ่นได้ดีเท่ากับการนั่งเรือ จะเลือกซื้อตั๋วเรืออย่างไรก็แล้วแต่ความชอบ เราเลือกเที่ยวเรือพิเศษ เรือเล็ก 2 ชั่วโมง ราคา 25 ยูโร(แพงนะ) ตอนแรกก็รู้สีกน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนกันที่ไม่เลือกนั่งโดยสารไปกับเรือลำใหญ่ แต่พอเรือลำเล็กพาล่องไปตามคูคลองเล็กๆ ดูได้ทุกซอกทุกมุม ถึงรู้ว่ามากับเรือลำนี้คุ้มกว่า ถ้ามาเรือลำใหญ่คงวนได้แต่หน้าน่านน้ำ เข้ามาในหลืบไม่ได้ และพิเศษตรงที่ใช้เวลาถึงสองชั่วโมง สรุปแล้วสำหรับเราเรือลำเล็กคุ้มกว่า แต่ถ้าใครชอบเรือใหญ่ ดูหรูหร่าดูดี นั่งแล้วดูเหมือนคนรวยๆ ก็เลือกไปลำใหญ่คงไม่ผิดหวัง

ที่ขายตั๋ว




นี่คือเรือเล็กที่เราโดยสารไปด้วย



ภายใน ธรรมดาๆไม่ได้หรูหราอะไร แต่สะอาดดี




นี่คือเรือลำใหญ่สำหรับพาทัวร์ชมฮาเฟ่น มีหลายลำ ที่จอดๆอยู่ถ้าไม่รู้ อ่านอะไรไม่ออก จงเดาไว้ก่อนเลยว่าเป็นเรือนำเที่ยว









ส่วนเรือลำนี้เป็นเรือโดยสารธรรมดา เรือข้ามฟากไปยังเธียเตอร์




เธียร์เตอร์ที่ว่านี้ชื่อ แด เคอนิค แด เลอเวอร์ แปลเป็นไทยคือ สิงห์โตเจ้าป่า คำว่าเธียเตอร์บ้านเมืองนี้หมายถึงโรงละครนะคะ ไม่ใช่โรงหนัง สำหรับ แด เคอนิค แด เลอเวอร์ นี้เป็นที่สำหรับแสดง เดอะมิวสิคเคิล และหรือคอนเสิร์ตมากกว่า




บริเวณรอบ ลันดุงบุคเคอร์








ก่อนที่จะพาลงเรือไปชมเมือง ขอนำเสนอเรือมิวเซี่ยมสองลำนี้ก่อน เชื่อว่าคนที่มาถึงฮาเฟ่นสิ่งแรกที่ทำคือถ่ายรูปกับเรือสองลำนี้ โดยอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าเรือสองลำนี้คือพิพิธภัณฑ์


RICKMER RICKMERS
ลำแรก ชื่อ ริกแม ริกแมส์ เธอได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1896 และได้เดินทางครั้งแรกสู่ฮ่องกกและไช่งอน ได้ทำการขนข้าวและไม้ไผ่ และได้ออกแล่นผ่านประเทศต่างๆหลายประเทศ ประวัติของเธอโชกโชนเหลือเกิน เปลี่ยนมือเจ้าของมาแล้วก็หลายราย ใครสนใจเรื่องราวก่อนเธอก่อนที่จะเกษียรตัวเองมาจอดอยู่ที่นี่ หาอ่านได้เพียงแค่คีย์ชื่อของเธอเข้าไป ก็เลือกอ่านเอาตามสะดวก  เธอยาว 97เมตร กว้าง 12.20 เมตร สูง 6 เมตรจากระดับน้ำ ปัจจุบันนี้เธอจอดอยู่กับที่ทำหน้าที่เป็นเรือพิพิทธภัณฑ์ สามารถเข้าชมโดยเสียเงินเล็กน้อยเป็นค่าธรรมเนียม แล้วเธอจะพาย้อนอดีตไปยังยุคของเธอ






CAP SAN DIEGO
ลำที่สอง ชื่อ แคบ ซานดิเอโก เดิมแท้มันเป็นเรือขนสินค้า เป็นเรือรุ่นสุดท้าย ของหนึ่งในหกลำที่ได้ฉายาว่า หงส์ขาวแห่งแอตแลนติกใต้  คุณแคบ ซานดิเอโก นี้เขายังคงแล่นออกทะเลหลายครั้งต่อปี ส่วนใหญ่ก็จะแล่นผ่านแม่น้ำแอลเบอ ไปยัง คุกฮาเฟ่น (แค้วนซักโชนี)

มันใหญ่มากจนฉันยอมจำนนท์ ไม่รู้ว่าจะถ่ายท่าไหน มุมไหนถึงจะเก็บความมหึมาของมันได้หมด








ช่วงต่อไปนี้ได้โปรดหายใจให้ทั่วท้อง ก่อนที่จะพาลงเรือนชมเมือง เครื่องดื่มถ้าอยากซื้อก็ชื้อตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่มีการจอดแวะทานก๋วยเตี๋ยวเรือที่ไหนนะคะ  บนเรือมี กัปตันเรือ ไกด์ และคนขับ เป็นคนคนเดียวกัน แต่ท่านมีเพือนมาช่วยถอนสมอ นึกว่าเพื่อนท่านจะขึ้นมาด้วยกัน เปล่าคะแค่มาส่งเรือออกจาท่าเท่านั้น นอกนัั้นทั้งลำเกือบ 30 คนเป็นนักท่องเที่ยวทั้งหมด ไกด์ท่านขับเรือไปด้วยและบรรยายสถานที่ต่างออกแนวตลกขำๆ  คนดอชย์บนเรือทั้งหมดหัวเราะล่า มีหญิงเอเชียหัวดำอยู่คนหนึ่งที่ก็หัวเราะไปกับเขาเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไม่เข้าพวก แต่เพราะว่าเซ็งชีวิต ไม่รู้จะพากันขำอะไรกันนักหนา แน่จริงพูดไทยซิแล้วจะขำคำใหญ่ให้ดู

เรือที่จอดอยู่โดยรอบ ทั้งลำเล็กลำน้อย






ฮาเฟ่นซิตี้













อาคารที่เห็นเป็นทิวแถวนนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ อันไหนก็ไม่เป็นที่สนใจของฉันนอกจาก บล๊อกเกือบสุดท้ายนับจากซ้ายมือของภาพ
เป็นพิพิธภัณฑ์ โมเดลรถไฟที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเยอรมันนี เจ้าพลายแก้วได้ชีดีโมเดลรถไฟของฮัมบูร์กเป็นของขวัญวันเกิด เธอติดใจมาก เธอบอกเราว่า ปราถนาอยากนังรถไฟฟ้าไปฮัมบูร์กสักครั้ง เราเลยวางแผนจะจัดให้เป็นของวันวันเกิดเธอในอีกสองปีข้างหน้า แล้วจะพาเขามาที่นี่












Elbphilharmonie เอลบ์ฟิลฮาโมนี่ คำว่า เอลบ์ มาจาก เอลเบอ ซึ่งเป็นชื่อของแม่น้ำแห่งนี้นั่นเอง มันถูกสร้างเพื่อเป็น คอนเสิร์ตฮอล ตั้งตระหงานอยู่ที่ฮาเฟ่นซิตี้ของเมืองฮัมบูร์ก เป็นโปรเจคร้อยล้านยูโรของเยอรมันที่มีการกล่าวขวัญกันอย่างมาก เริ่มต้นการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2007 จนป่านนี้ยังไม่เสร็จ มีพื่นที่ใช้สอยทั้งหมด 120 000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย คอนเสิร์ตฮอล 3 ฮอล โรงแรม ร้านอาหาร คอนโดมิเนียม 47 ยูนิต พลาซ่าสาธรณะ และโรงจอดรถ ประกาศออกไปแล้วว่าจะเปิดใช้ในปี 2013 แต่พอเข้าเดือนสิงหาคม 2011 ก็เห็นแววของความล่าช้า คาดกันว่าน่าจะเปิดใช้งานได้ราว 2014 หรือ 2015

จากงบประมาณที่ตั้งไว้ตอนแรก 77 ล้านยูโร พอเริ่มต้นสร้างก็กินไปแล้ว 114 ล้านยูโร และในปี 2008 ใช้งบไป 323 ล้านยูโร และคาดว่าหลังเสร็จสิ้นโครงการจะใช้งบไปทั้งหมด 476 ล้านยูโร ไปคราวหน้าจะไปชอปปิ้งที่นี่ หวังว่าคงเสร็จนะ
 


สิ่งปลูกสร้างรอบฮาเฟ่นซิตี้ ย่านเมืองเก่า อาคารบางหลังอายุกว่าร้อยปี












เรือแล่นออกจากย่านเมืองเก่า ก็เริ่มมีอาคารแบบสมัยใหม่ขึ้นมาบ้าง








Marco Polo tower ตึกนี้ได้รับรางวัลที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรบ ( European Residential Property Awards) เป็นตึกสูง 56 เมตร มี 17 ชั้น ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นที่พักอาศัยที่หรูหราระดับ 5 ดาว ได้รับราววัลประกันความหรูขนาดนี้ ก็คงไม่ต้องสงสัยว่าราคาจะเป็นเช่นไร รู้แต่ว่าข้าพเจ้าได้เพียงแค่มอง 




พอมาอยู่บนเรือ มองไปยังท่าเรือก็เป็นภาพที่น่าดูอีกมุมหนึ่ง เพราะที่เห็นแรกคือยืนอยู่ที่ท่าเรือแล้วถ่าย แต่มุมนี้ยืนอยู่บนเรือแล้วหันหน้าเข้าหาฝั่ง












Fischmarkt ตลาดปลาเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ควรจะรู้จักเอาไว้ถ้าพูดถึงเมืองนี้ ตลาดปลาจะเปิดตอน ตี 5 -9.30 น.ของวันอาทิตย์ เรามาไม่ทันเลยไม่ได้มาเดินตอนที่ตลาดเปิด









U-434  อู-434 เป็นชื่อเรือดำน้ำ อยู่ตรงบริเวณใกล้กับตลาดปลา คงเป็นที่สะดุดตาของคนที่พบเห็น เป็นหนึ่งในเรือดำน้ำที่ไม่ใช้  นิวเคลีย์เป็นเชื้อเพลิงที่ใหญ่ที่สุดของโลก ยาว 90 เมตร มันเป็นเรือดำน้ำสายลับของโชเวียต เยอรมันได้ซื้อมา และนำมาจอดไว้ที่พิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำฮัมบูร์ก




อาคารที่อยู่อาศัย และออฟฟิส ริมแม่น้ำแอลเบอ





ตึกนี้ทันสมัยแปลกตา






ประภาคาร




อย่างที่ทราบกันดีว่าเมืองฮัมบูร์กเป็นเมืองของคนมีอันจะกิน เนื่องจากฮัมบูร์กเป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยว ย่านนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของคนรวย มีทั้งคอนโด อพาทเม์นท์ บ้าน ของคนที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา นางแบบ นักแสดง เหล่านี้เป็นต้น






ฉันเสียเงิน 25 ยูโร เพื่อลงเรือมาดูเรือจริงๆ สงสัยอยู่ว่าเรือที่มาจอดอยู่ที่นี่ ทั้งที่ใช้งานและไม่ได้ใช้งานมีกี่ลำในแต่ละวัน คงมีคำตอบล่ะ แต่ไม่รู้จะหาคำตอบได้จากไหน ถ้าฉันหาเจอแล้วจะมาบอก หรือถ้าใครทราบแล้วก็ช่วยบอกที




ภาพต่อไปนี้จะเป็นส่วนของท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้าทั้งหมด ดูๆไปอย่าเพิ่งเมาคลืนเมาเรือนะคะ เพราะคนถ่ายเองตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจเหลือเกินจนลืมเมาเรือ นี่ตั้งแต่ออกจากท่ายังไม่ได้นั่ง ยังไม่ได้ดื่มน้ำเลย ผ่านมาชั่วโมงกว่าแล้ว รูปที่เห็นหลายๆรูปที่นำมาให้ดูนี้ เรื่อแต่ละลำไม่ได้ซ้ำกันเลยนะ



























มาดูเรือลำนี้กันสักหน่อย นี่เป็นเรือขนสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของท่าเรือ เก็บมาให้ดูหลายภาพ เพื่อให้เห็นถึงความใหญ่จริงๆ ตัวเรือสูง เท่าไหรไม่ทราบ แต่จากก้นเรือถึงขีดสีแดงตรงระดับน้ำสูงเกือบ16 เมตร(ดูได้จากข้างลำเรือ มีตัวเลขบอกความสูงจากก้นเรือถึงระดับน้ำเขียนไว้)












วันนี้วันหยุดก็จริง แต่ท่าเรือก็ยังทำงาน และในขณะที่เรานั่งเรืออยู่นี้ เครื่องจักร แครน ก็ยังทำหน้าที่ยกคอนเทนเนอร์ขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา แต่มองไม่เห็นว่ามีมนุษย์ตนใดอยู่เลย เพิ่งมาเห็น 2 ท่านนี่ล่ะ ใจชื่นขึ้นมาหน่อย แถวๆนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่




ถัดจากนี้เราจะออกจากส่วนที่เป็นท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้า ไปยังท่าเทียบเรืออีกฟากหนึ่งซึ่งเป็นท่าเรือขนถ่ายพวกถ่านหิน ต้องผ่านประตูนี้ออกไป ระบบประตูปิด-เปิดจะเป็นระบบประตูสองชั้น เพื่อป้องกันคลืนแรง








พอออกมาได้ สะดุดตาที่สะพานี้ เขาบอกว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในเมืองฮัมบูร์ก













นี่เป็นเรือขนถ่านหิน เครื่องจักรกำลังตักถ่านหินใส่เรือ








ลำนี้เป็นเรือของฮองกง






นี่เป็นกองขยะพวกโลหะ ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ถูกบดแล้ว


ยาวสุดลูหูลูกตา



และนี่ให้ทายว่าเป็นอะไร ยาวมากเช่นกันกล้องจับไม่หมด มันคือปั๊มน้ำมันสำหรับเรือคะ



มาดูใกล้ๆ หัวจ่ายหมายเลข 9 ไม่รู้ว่าต้องลงไปเติมเองเหมือนที่ปั๊มบนบกหรือเปล่า



ถัดจากที่เติมน้ำมันไปเล็กน้อยก็จะเป็นโรงซ่อมเรือ มีทั้งสำหรับซ่อมเรือเล็ก




และนี่สำหรับเรือใหญ่



ถ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร ถ้ามีผ้ากั้นไว้ขอให้เดาไว้ก่อนว่ามีการชำรุดและซ่อมแซมเกิดขึ้น



เป็นอู่เรือสำหรับเรือใหญ่ที่ต้องการนำมาซ่อม งงละซิทำไมหน้าตาเป็นอย่างนี้ ดูภาพต่อไปแล้วจะหายงง



เรือที่ชำรุดเอาเข้ามาจอดในอู่ ดูไปคล้ายอู่รถเลย





และแล้วก็ได้เวลาขึ้นบก ดูเรือจนจะอ๊วกออกมาเป็น ร เรือ อยู่แล้ว ในที่สุดก็ครบ 2 ชั่วโมง เรือวนมาที่เดิม ก่อนขึ้นจากเรือคนขับพาวนชม คุณ แคบ ชานดิเอโก้ อีกรอบ พ่อหงส์ขาวแห่งแอตแลนติคใต้ ฉันหลงรักคุณแคบนี้จริงๆ ถ้าเทียบกับเรือสำราญอย่าง คุณควีนแมรี่ เขาก็คงไม่อลังการณ์เท่า แต่เขาดูสง่าและโดดเด่นในสายตาของฉัน เลยต้องกดชัทเตอร์มาอีกสักรูป



ใกล้กับท่าเรือ มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อเสียงดังกระฉ่อนระดับโลกเชียวล่ะ ใจจริงอยากมาดูตอนกลางคืน แต่คนนำทางไม่ยอมพามา มากลางวันจะเห็นอะไรเล่า

Reeperbahn เรเพอบาน เป็นย่านโลกีย์ของเมืองนี้ จริงๆว่าจะไม่พูดอะไรมากเกี่ยวกับย่านนี้ แต่มันคันปากยิบๆ ขอสักหน่อยแล้วกัน เพื่อเป็นวิทยาทาน หรือใครอยากรู้มากไปกว่าที่เขียนหาอ่านกันตามสะดวก หรือถ้าใครรู้แล้วก็ข้ามไปได้ไม่ต้องอ่านซ้ำ ที่นี่มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับเซ็กส์บิสิเนส บาร์ ไนท์คลับ อะโอโก้ ดีสโกเทค เซกส์ชอป เทเบิลแดนซ์ บ่อนคาชิโน เซ็กส์เทียเตอร์ (Salambo, Regina, Colibri, Safari) ที่วงเล็บมาให้อ่านเพราะว่าฉันไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าเซ็กส์เทียเตอร์ ก็คือการโชว์การมีเซ็กส์สดๆบนเวที ว่ากันว่าเทียเตอร์แบบชาฟารี ยังคงมีหลงเหลือเฉพาะที่เยอรมันเท่านั้น (เป็นงัยล่ะว่าแต่เมืองไทย)







เงียบชิคะ มากลางวัน







แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะเป็นแหล่งโลกีย์เพียงอย่างเดียว ที่มีข้อดีอยู่หลายอย่างเท่าที่ฉันสังเกตุเห็น เพราะเป็นแหล่งรวมของคนทุกชั้น ร่ำรวย จนถึงยาจกก็มาเดินที่นี่ได้ เพราะแถบนี้ร้านอาหารมีทั้งถูกมาก ถูกน้อย แพงและเริดหรูดูดี เฉกเช่นเดียวกันกับโรงแรม มีทุกระดับให้เลือก และนอกจากนั้นยังมีลานและเวทีการแสดงกลางแจ้ง เพื่อจัดปาตี้และพบปะสังสรรค์กัน หาใช่เพียงเพื่อเป็นย่านเกี่ยวกับเซ็กส์อย่างเดียวไม่ มีฮอลสำหรับคอนเสิร์ต และ เดอะมิวสิคเคิล คนข้างๆเขาเคยเข้าไปชมมา




และสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นแลนด์มาคของที่นี่ก็คือตึกนี้คะ สถานีตำรวจ ทำไมตำรวจถึงได้มีบทบาทมากนักที่นี่ เพราะอย่างที่บอกเป็นแหล่งโลกีย์ ปัญหาก็มีไม่เว้นแต่ละวัน ตำรวจที่นี่เลยต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ ตรงข้ามกับสถานีตำรวจ เป็นถนนซึ่งมีโสเภณีถูกกฏหมาย




ถนนนี้เป็นถนนปลอดอาวุธ



นี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่นำมาเป็นของฝากจากเมืองฮัมบูร์ก สำหรับฉันการฉลองวันเกิดที่ไหนก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือการได้หนีลูกเที่ยวมากกว่า อาจจะมองว่าฉันเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน แต่ลองคิดเข้าข้างฉันหน่อยว่า ฉันทำหน้าที่แม่ เจ็ดวัน- 24 ชั่วโมง ถ้าฉันจะให้โอกาสสำหรับตัวเองเพื่อพักผ่อนบ้างก็สมควรละนะ และอีกอย่างเอาลูกไว้กับปู่ย่าก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ปู่หลาน

ระหว่างไปแวะหาอะไรดื่ม ฉันก็เห็นสามี-ภรรยาคู่หนึ่งเอาลูกมาด้วย เด็กอายุน่าจะพอกันกับเจ้าตัวเล็กที่บ้าน ร้องไห้ระงบ พ่อกับแม่ก็ง่วนอยู่กับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ ฉันมองดูด้วยสีหน้าว่างเปล่า ไร้ความคิดเห็น ไม่ได้รู้สึกสงสารเห็นใจใครทั้งนั้น รู้แต่ว่าวันนี้ฉันโล่ง ว่าง ไม่มีเสียงเด็ก มันเป็นวันของฉัน ใครที่ชอบและหรือจำเป็นต้องกระเตงลูกมาเที่ยวด้วยก็ทำไป มีหน้าที่ก็รับผิดชอบกันไป แต่ฉันคนหนึ่งล่ะจะ...ไม่ทำ...นอกจากกระเตงกลับเมืองไทยเท่านั้น หรือจนกว่าเขาจะช่วยเหลือตัวเองได้ และพูดกัน
คำเดียวรู้เรื่อง

สำหรับฉันมันเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การเดินทาง แต่สำหรับคนข้างๆมันออกจะน่าเบื่อ เพราะท่านเคยทำงานฮัมูบูร์กมาก่อน แต่ต้อง ยอมรับและขอบคุณเขาที่ทำวันเกิดของฉันสมบูรณ์อย่างที่สุด วันเกิดปีหน้ามีแผนในใจแล้ว และได้จองโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้ว รอพบกันคะ

ขอบคุณข้อมูล จากพิกิพีเดีย และหนังสือท่องเทียวเมืองฮัมบรูก



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หมีน้อยเยอรมัน วันที่ : 11/12/2011 เวลา : 03.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alexluknoi


ดีเยี่ยมเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 01/12/2011 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ภาพเยอะจุใจเลยครับ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะโหลดช้ามาก
แต่วันนี้ ระบบของเรายอดเยี่ยมมากครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หมีน้อยเยอรมัน วันที่ : 12/10/2011 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alexluknoi


จ้า น้ำท่วมทั่วไทยจริงๆ แต่ที่บ้านบ้านนอกท่วมไม่ถึง ท่วมแต่ที่นาแต่ไม่เสียหาย

กลับเข้ามาเที่ยวเลยจ้า มาแวะเราด้วยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 12/10/2011 เวลา : 04.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

สวัสดีหมีน้อย
สบายดีเน้อ ไม่ได้เข้ามาเขียนซะนานเลย แต่เข้ามาอ่าน อ่านข่าวน้ำท่วมจนห่อเหี่ยวแล้ว ตามไปเที่ยวมั่งดีกว่า ว่าก็ว่าเถอะไปไม่ถึงฮัมบวร์กสักที จนโดนเนรเทศออกนอกประเทศเลย สักวันจะไปดูเรือให้ฉ่ำอุราเหมือนหมีน้อยเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน