*/
  • หมีน้อยเยอรมัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : procise2002@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 74721
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2555
Posted by หมีน้อยเยอรมัน , ผู้อ่าน : 989 , 03:54:13 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เพลงกระบี่ฯ โหวตเรื่องนี้

ถึงเวลาเป่าเทียนสองเล่ม ดูเหมือนเวลาผ่านไปรวดเร็ว
รู้สึกราวกับว่าเทียนเล่มแรกที่เพิ่งเป่าดับไปนั้นควันยังไม่จากหาย

 

ลูกน้อยของม่าม่าโตขึ้นอีกปี พฤติกรรมวัยเด็กที่หนูน้อยของแม่ทำ

มันเป็นภาพประมวลอยู่ในใจของม่าม่าเสมอมา แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

 

เชื่อว่าภาพเหล่านั้นคงลางเลือน เป็นเหตุให้ม่าม่าต้องเขียนบันทึกเรื่องนี้

เก็บเอาไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อหนูโตขึ้นหนูยังจะทำเช่นนี้อยู่หรือเปล่า

 

เจ้าพลายงามเป็นตัวตรงข้ามกับเจ้าพลายแก้วหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ทั้งสองเหมือนกัน

ยังกับลอกการบ้านกันมาส่งทุกบรรทัดคือ ทั้งสองชอบอ่านหนังสือ

 

 

 ม่าม่ายกความดีความชอบนี้ให้เจ้าพลายแก้วผู้พี่ทั้งหมด หนูพลายงามผู้น้องเห็นพี่อ่านหนังสือ

ก็หยิบมาอ่านบ้าง ทั้งๆที่ทั้งสองคนยังอ่านหนังสือไม่ออก

 

 


แต่เจ้าพลายงามดูเหมือนจะอาการหนักเข้าขั้นที่เรียกว่า

หนอนหนังสือ ม่าม่าไม่เคยยอวดอ้างความดี

ของลูกคนใดคนหนึ่งให้เหนือกว่ากัน

แต่เรื่องนี้เจ้าพลายงามเป็นเช่นนั้นจริงๆซึ่งผู้พี่เองเทียบไม่ติด

 

 

 เป็นเหตุให้ต้องจัดมุมหนังสืออยู่ทุกห้อง เพื่อง่ายต่อการหยิบจับ

และสิ่งที่ม่าม่าพอใจมากที่สุด

เห็นจะเป็นเมื่อ่านจบแล้ว หนูจะเก็บหนังสือเข้าที่

ไม่ทุกครั้งแต่น้อยมากที่วางระเกะระกะ

 

 

 

ท่านี้ได้มาจากในหนังสือ หมาเยี่ยว มันจะยกขาข้างหนึ่งขึ้น

แล้วหนุ่มน้อยก็ทำตามนั้นพร้อมทั้งพูดว่า พีๆๆ

ม่าม่าว่าหนูน่ารักนะเลยถ่ายรูปเก็บไว้ ก็ลองคิดดูชิ

เมื่อเขาอายุสิบ ยี่สิบปีไม่มีทางที่จะได้เห็นพฤติกรรมแบบนี้แน่นอน

 

 

 

พี่ชายวิ่งเล่นที่สนาม ส่วนคนน้องนั่งอ่านหนังสือ

ถ้าหนูอยู่กับกองหนังสือม่าม่าสามารถไปทำงานบ้านได้สบาย

เขาจะหยิบเล่มแล้วเล่มเล่ามาดูจนจบทีละเล่ม

ม่าม่าเคยจับเวลาเขาอยู่กับกองหนังสือได้ถึง สี่สิบนาที

 

หนังสือไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน ตัวหนังสือมากหรือน้อย

จะมีรูปหรือไม่มี ทั้งนิติยสารหนังสือพิมพ์

แม้แต่หนังสือทำกับข้าวม่าม่าหนูก็ยังชอบ

 

 

ตอนเช้าตื่นนอนหกโมงเช้าสิ่งที่หนูทำคือ

เดินไปหยิบหนังสือมาให้ม่าม่าอ่านให้ฟัง

ม่าม่ายังไม่ลืมตา เลยโบ้ยไปบอกให้ปะป๋าอ่าน

หนูเดินตะปุดตะเป๋พร้อมหนังสือเล่มใหญ่กว่าตัวหนูไปหาปะป๋า

เป็นที่รู้กันว่าตื่นเช้าทั้งแม่และพ่ออยากจะคลุมโปงช่อนตัว หนูจะได้มองไม่เห็น

 

 

 

ม่าม่าจะไม่อ่านหนังสือให้หนูฟัง ยกเว้นหนังสือภาษาไทย

แต่หนังสือส่วนใหญ่ที่เรามีเป็นภาษาพ่อหนูทั้งหมด

เป็นเหตุว่าทำไมหน้าที่อ่านหนังสือให้ลูกฟังถึงต้องเป็นพ่อ

 

ถ้าจำเป็นต้องอ่านม่าม่าจะอธิบายรูปให้หนู

ฟังเป็นภาษาไทยแทนที่จะอ่าน ส่วนเจ้าตัวใหญ่

ยังไงเสียก็ต้องอ่านให้เขาฟังเพราะเขาไม่ยอมท่าเดียว

 

เล่มนี้เป็นเล่มโปรด หนังสือเรื่องตำรวจ

 

ถ้าได้หนังสือทั้งสองคนจะสงบนานพอที่ม่าม่าจะทำกับข้าว

หรือเก็บกวาดล้างจานจนเสร็จ

 

 และภาพนี้ม่าม่าประทับใจและเห็นใจหนูมากที่สุด 
วันนี้หนูไม่สบายไข้ขึ้นทั้งวัน ก่อนนอนทานยา พาหนูขึ้นเตียง

แต่หนูคลานลงมาเปิดหนังสืออ่าน

 

ตอนแรกม่าม่าคิดว่าหนูคงหลับ

แต่พอเห็นกระดาษพลิกไปมาถึงได้รู้ว่าหนูอ่านหนังสืออยู่

โถพ่อคุณของแม่ป่วยแทบจะโงหัวไม่ขึ้นก็ยังอุสาห์อ่าน

 

 

หนังสือเล่มที่หนูก้มอ่านอยู่นี้ ได้มาจากบอสของป๊ะป๋าที่ทำงาน

เรื่องนี้ถูกใจทั้งพี่และน้อง โจรสลัดนี่คะ ผจญภัยในท้องทะเล

 

ม่าม่าจัดสรรกล่องสำหรับใส่หนังสือไว้ที่ห้องนั่งเล่น

จะได้ไม่ต้องขึ้นไปบนบ้าน เมื่อก่อนใส่ไว้ในตู้ แต่หนูสองคนเปิดตู้

วันละเกินสิบครั้งกลัวตู้เป็นรอยและพัง แบบนี้ล่ะหยิบสะดวก

 

 

ก็มีบางมื้อที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ไม่อยากร่วมวงทานข้าวเช้ากับม่าม่า

พอได้ขนมปังทาเนยมาหนึ่งซีก

หนูก็จะวิ่งมานั่งโชฟาห้องนั่งเล่น พร้อมหนังสือคู่ใจ

 

นิตยสารเด็กสมบัติของพี่ชาย ขานี้เขาจะหยิบหนังสือออกจากแผง

ที่ร้านชุบเปอร์ทุกครั้งที่ไปจ่ายตลาด เป็นเหตุว่าทำไมม่าม่าไม่อยาก

เอาพี่ชายหนูไปจ่ายตลาดด้วย เพราะจะต้องจ่ายภาษีสังคมเพิ่มนั่นเอง

 

กระท่อมน้อยหลังนี้เหมาะกับการอ่านหนังสือไม่มีใครรบกวน

 

มื้อเย็นสำหรับหนู คือข้าวหนึ่งจานกับหนังสือหนึ่งเล่ม

 

เรื่องนี้ตั้งใจเขียนเพื่อให้ทันก่อนวันเกิดครบรอบสองขวบหนู

ในเดือน พย ปี 2013 และตั้งใจจะกดเผยแพร่ในรุ่งเช้าของของวัน

พร้อมกับการเป่าเทียนสองเล่มของหนู

 

แต่หลังจากเขียนเรื่องนี้ไปได้กลางเรื่อง

มือเริ่มเจ็บโดยไม่รู้สาเหตุ เลยพักไปรักษาตัว รวมแล้ว 7 เดือนเต็มๆ

และตอนนี้ก็ยังไม่หายสนิท แต่พอที่จะอยู่ร่วมกันได้ เลยมาสานต่อให้เสร็จ

 

เรื่องต่อไปตั้งใจจะเขียนถึงสาเหตุที่ทำให้ป่วย อยากเขียนเก็บไว้

เพื่ออ่านเอง และคิดว่าจะเป็นประโยชน์บ้างกับคนที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับเรา

 

 


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น