*/
  • นายวอร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 127
  • จำนวนผู้ชม : 297008
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558
Posted by นายวอร์ , ผู้อ่าน : 2077 , 18:28:43 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ซำมะแจะ , rattiya และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

วันนี้ ข่าวแผลม ๆ ออกมาจากที่ประชุม มส.(มหาเถรสมาคม) ที่มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานโดยถือเป็น  มติอีกครั้งที่ทำให้ชาวพุทธไทย ต้องเตรียมตัวใจที่ปรับตัวในการเป็นพุทธศาสนิกชนในโลกยุคใหม่....ยุคที่อะไรๆ ก็อาจถูก  “บิดเบือนได้” อย่างน่าตาเฉย

ให้ตายเถอะโรบิ๊น!!..... ใครจะไปเชื่อว่า เพราะไอ้เจ้าคาถาสองคำว่า “ปรองดอง” นี่กลายเป็นอภิมหาคาถาที่ขลังและใช้ได้อย่างน่าอัศจรรรย์..ซึ่งแม้นกระทั่งสมณะก็เลือกมาใช้ได้ถูกกาละเสียจริงๆ

เพราะหลังจากที่พระพรหมเมธี โฆษกเถรสมาคมท่านออกมาแถลงผลการประชุมโดยสรุปว่า พฤติกรรมของพระธัมมชโยไม่ได้ขัดกับพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช และไม่มีเจตนายักยอกทรัพย์ ประกอบกับเป็นเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าแล้วและมีความต้องการให้เกิดการปรองดองเป็นสำคัญ และมส.ก็ได้พิจารณาตามที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอมาแล้ว ทุกอย่างครบถ้วนกระบวนความแล้ว....

เหล่าเสนานุสาศิษย์...แห่งสำนักนี้คง “ซ้าธุ ๆๆ” แทบจะลุยโรยกุหลาบบนพรมแดงให้ทั่วกรุงฉลอง... เพราะอภินิหารพระเดชพระคุณและเพราะบารมีของท่านได้สั่งสมไว้สูงทำให้มารไม่สามารถทำอะไรท่านได้เลย!!


ผมว่าข่าวนี้คงทำให้คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ท่านต้องเกาหัวอึ้งกิมกี่แบบเดินไม่ถูกเอาทีเดียว...... เพราะงานนี้ นอกจากจะเปลืองตัวและได้กลายเป็นดัง “มาร” ของสังคมที่ถูกบารมีหลวงพ่อหน้าตึง...ริมฝีปากสีชมพูอ่อนท่านออกมาจัดการปราบไปเรียบร้อยแล้ว!

ถ้าย้อนกลับไปในยุคที่ พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชท่านทรงมีออกมาและได้ปรากฏสู่สาธารณชน...ขนาดในเวลานั้นก็ยังมีกระแสโจมตีและกล่าวหากันว่าพระลิขิตของท่านตอนนั้นเป็น พระลิขิตปลอม!

ต่อเมื่อทรงมีพระลิขิตออกมาอีกครั้งเป็นทางการถึงสามฉบับ และส่งให้กับทาง มหาเถรสมาคมในเวลานั้น จึงได้มีการรับรองว่า พระลิขิตฉบับดังกล่าวเป็นของจริง!

ดังนั้นเมื่อเป็นของจริง...ก็ต้องเข้าไปศึกษาในเนื้อหาทีทรงมีพระลิขิตไว้ ซึ่งท่านได้ทรงอรรถาธิบายไว้อย่างชัดเจนถึงสองข้อหาใหญ่ คือ การบิดเบือนคำสอนที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดการแตกแยกของสงฆ์ ถือเป็นกรรมอันหนัก และจัดอยู่ในขั้นอนันตริยกรรม ในชั้นหนึ่งแล้ว

กรณีการยักยอกทรัพย์ยิ่งนับว่าเป็นกรณีศึกษาและเป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนไทยต้องบันทึกไว้อีกครั้ง ในความหมายของมหาเถรสมาคมจะต้องตระหนักว่าแท้จริง การตีความเกี่ยวกับ "เจตนา" ของเหล่าพระเดชพระคุณเจ้าทั้งหลายในครั้งนี้ กำลังกลายเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องต้องกับพระธรรมวินัยอันปรากฎในพระไตรปิฎกเองหรือไม่?

๒) โย ปะนะ ภิกขุ คามา วา อะรัญญา วา อะทินนัง......
“อนึ่ง ภิกษุใด ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี พระราชาทั้งหลายจับโจรได้แล้ว ประหารเสียบ้าง จองจำไว้บ้าง เนรเทศเสียบ้าง
ด้วยบริภาษว่า เจ้าเป็นโจร เจ้าเป็นคนพาล เจ้าเป็นคนหลง เจ้าเป็นขโมย ดังนี้ ในเพราะถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานใดภิกษุถือเอาทรัพย์อันเจ้า ของไม่ได้ให้เห็นปานนั้น แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้.

พระธรรมวินัย จะว่าไปก็ต้องถือเป็นกฎหมายจำเพาะภิกขุ ซึ่งหลายเรื่องก็จะเห็นว่า สิ่งที่พุทธองค์ทรงบัญญัติให้เป็นเรื่องที่น่าละอายและพระองค์ทรงใช้คำว่า “อาบัติ” สำหรับภิกขุนั้น มีหลายข้อมากมายมหาศาลครอบคลุมตั้งแต่พฤติกรรมของภิกขุนับแต่ลืมตาตื่นจนกระทั่งเข้าจำวัด ยืนเดินนั่งนอน ท่านทรงสอนทรงบัญญัติชัดว่า ภิกขุที่ถือเป็นดังพุทธบุตรในธรรมของพระองค์นั้นต้องปฎิบัติไว้ตราบเท่าที่ยังครองเพศบรรพชิตอยู่

การยักยอกทรัพย์...ในทางพระธรรมวินัยนั้นมิได้แยกความต่างในข้อเท็จจริงออกเหมือนกับในกฎหมายอาญา เช่น ลักทรัพย์,วิ่งราวทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ฯ  เพราะพระธรรมวินัยนั้นมีมีกำหนดที่กว้างแต่เข้มข้นกว่ามาก และที่สำคัญ ทรงให้พิจารณาที่เจตนา ดังนั้นการที่มหาเถรสมาคมจะถือเอาตามสาระทางโลก ที่ปรากฎตาม พรบ.สงฆ์ว่าด้วยกรณีภิกษุถูกฟ้อง และภายหลังมีการยอมความและถอนฟ้องแล้วมหาเถรสมาคมก็อาจพิจารณาให้ภิกษุนั้นยังคงเป็นภิกษุต่อไปได้ นำมาใช้ปรับความผิดในครั้งนี้ โดยไม่นำเอาสาระในพระธรรมวินัยอันใช้สำหรับภิกขุโดยจำเพาะประกอบกับพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช โดยโยงเข้ากับ "เจตนา" ที่ชัดเจนแล้วในคำฟ้องของอัยการในครั้งแรก และ.

กรณีแรก    การที่อัยการมีการถอนฟ้องคดีนี้เพราะเหตุว่ามีการคืนเงินแล้ว   แต่มหาเถรสมาคมกลับเบี่ยงเบนไม่นำเรืื่อง "เจตนา" ในคำฟ้องซึ่งยังชัดเจนอยู่ว่า เจตนาการยักยอกนั้นยังคงอยู่ครบ เพียงแต่เหตุที่ถอนฟ้องก็เพราะได้มีการคืนเงินแล้ว และการถอนนั้นถอนเพื่อมิให้เกิดปัญหากระทบต่อศาสนิกชนและกระทบต่อความความเชื่อมั่นในพระศาสนา จึงเห็นควรดำเนินการถอนฟ้อง (นัยยะก็คือ ความปรองดองในยุคนั้น)

กรณีที่สอง  ในพระลิขิต นั้น..ไม่ต้องเป็นนักกฎหมายอ่านก็คงเข้าใจว่า สาระที่ปรากฏในพระลิขิตนั้นชัดเจนว่า กรณียักยอกทรัพย์ครั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราชสกลฯ นั้น ท่าน(ในฐานะประธานมหาเถรฯในเวลานั้น)ได้พิเคราะห์ด้วยเมตตาแล้วว่าธัมมชโยอาจทำไปเพราะขาดเจตนา และมิได้ถือเป็นการลงโทษในครั้งแรก เพียงแต่เงื่อนไขคือให้ทางธัมชโยต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่วัดทันที (5 เมษายน 2542)

แต่ในบรรทัดถัดมา ก็จะเห็นชัดว่า หลังจากที่ท่านได้ทรงมีพระเมตตา ตามที่ทรงระบุแล้วคือ  5 เมษายน 2542 แต่ก็กลับปรากฎว่าธัมชโยก็ยังมิได้มีการคืนเงินจำนวนดังกล่าวในทันทีตามพระลิขิตทรงแนะ... แต่ยังกลับเบียดบังและถือครองเอาไว้อยู่จนกระทั่งอีก 21 วันต่อมา จึงทรงมีพระลิขิตลงวันที่ 26 เมษายน 2546 โดยท่านระบุชัดขนาดว่าได้ทรงมีพระเมตตาตักเตือนแล้วยังดื้อแพ่ง เท่ากับว่าเป็นการย้ำชัดว่า มีเจตนายักยอก และผลก็คือ  “ปราชิก” ขาดจากความเป็น พระนับแต่วันที่ทรงมีพระลิขิตแล้ว


เขียนมากยิ่งตื้อมาก...พูดมากยิ่งอาจกลายเป็นพวกไม่รู้จัก “ปรองดอง”  เพราะยุคนี้   ถ้าจะทำให้อะไร ๆ ให้มันเดินไปได้  บรรดากฎหมาย,กฎเกณฑ์และที่สำคัญ  ความดีงามและถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ถือเป็นเรื่องที่โยนทิ้งไปได้เพราะพวกนี้คือสิ่งที่อาจกลายเป็นเครื่องมือในการทำลาย "ความปรองดอง"

 

ขนาดนักโทษมีคดีติดตัว...แต่อิทธิพลมาก..เงินมหาศาล พวกพ้องเยอะ... ถ้าจะให้บ้านเมืองสงบ ก็ต้อง  “ยอมตู”

ต่อไปนี้ ประเทศไทยจะมีบรรทัดฐานใหม่ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาและทำตาม    เพราะต่อให้ทำชั่วทำเลวขนาดไหน...ขอให้มีพรรคพวกถึง..เงินทองให้คนทึ่ง..แถมอิทธิพลแผ่ซ่านเถอะ เกิดเหตุปัจจัยให้รำคาญเดี๋ยวจะมีคนมาบอกเองว่า   “ปรองดอง” กันเถอะ สุดท้ายก็จะรอดปลอดโปร่งในสังคมไทย

ชาติบ้านเมืองและสถาบันอันเป็นที่เคารพก็ถูกยำยี...และกลุ้มรุมทำร้ายกันครบถ้วนกระบวนธงแล้ว.... คนไทยเองใจสั่น ๆ แต่ก็ยังอุ่นใจเพราะยังพอมีศาสนาพุทธไว้คอยให้สติ.....ว่า เถอะน่า...   “ทำดี..มันต้องได้ดี”    และ “กรรม” จะทำหน้าที่ของมันเองไม่มีใครหลีกได้

ทว่าวันนี้..สรุปครบจบประเทศไทย  เพราะ ชาติ...สถาบัน  และสุดท้าย  คือ  “ศาสนา”  กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สบาย ๆ ไปแล้ว
กฎหมาย...ไล่ไปจนถึง พระธรรมวินัย นั่นกลายเป็นเอาไว้สำหรับประกอบฉากสร้างบารมี (แต่หามีใครเดินตามไม่)

อยู่ในโลกสมัยใหม่ความหมาย  "ยศช้าง" ยังเหมือนเดิมเพราะช้างจะกี่ปีกี่ชาติมันก็ยังไม่ยึดติดใน ลาภยศเงินทอง   แต่ “ขุนนางพระ” นี่ทำท่าไม่แน่....เพราะดูแล้วบางทีวันนี้ท่านอาจจะเปลี่ยนความหมายกันจริง ๆ !

 

ดังนั้น  ในห้วงเวลานี้  มาตรา 157 หลีกไป เพราะมันล้าสมัย สู้ความหมายคำเดียวที่ใคร ๆ เค้าก็ชอบใช้กันคือ  “มาปรองดอง กันนะจ๊ะ!”

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นายวอร์ วันที่ : 22/02/2015 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

ขอบคุณคุณ บุญชัย คคห.15 ครับ..

ผมกำลังสงสัยว่า วันนี้ วงการสงฆ์คงวุนพิลึก....

ขนาดเจ้าสำนักที่อยู่ใน มส.ออกมายืนยันเองว่า ยักยอกคืนแล้วไม่ ปาราชิก...แบบนี้สวยครับ

นิมนต์หลวงพี่..หลวงน้า..ไวยาวจักร..โยมชี ด้วยดูทีว่าในวัดของพระเดชพระคุณท่าน ๆ มีอะไรให้ยักยอกกันบ้างก็ตามสบาย...เพราะหัววัดท่านบอกแล้วว่า ทำได้...

ถ้าท่านจับได้..ค่อยคืนท่าน...แต่หากจับไม่ได้ก็ถือเป็น กปิยภัณฑ์อันควรได้รับไปจ่ายจับตามอัธยาศรัยกันครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นายวอร์ วันที่ : 22/02/2015 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

ขอบคุณครับท่าน นายยั้งคิด

ทุกสิ่งมีที่มาและที่ไปครับ..ทำอะไรไว้ ก็ต้องได้รับผลเช่นนั้น

ทำเค้าไว้มาก...ก็ต้องรับทุกข์เวทนามาก....และ นาน (มากหน่อยครับ)

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
บุญชัย วันที่ : 22/02/2015 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

พระลิขิตในวรรคแรก ได้กล่าวถึงโทษของการบิดเบือนพระพุทธธรรมคำสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฏกบกพร่อง ยังสงฆ์แตกแยก เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา เรียกว่าเป็นสังฆเภทอนันตริยกรรม ซึ่งเป็นกรรมที่หนักที่สุด
ผู้ใดทำกรรมอนันตริยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้นั้นจะได้รับโทษทั้งทางโลกและทางธรรม โทษของทางโลกคือจะถูกผู้คนประณามและสาปแช่ง ไม่คบค้าสมาคมใดๆเลย ส่วนโทษของทางธรรมคือจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาปหนักบาปหนาที่สุด ฟ้าไม่อาจจะยกโทษให้เลยแม้แต่น้อย พระพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า ผู้ใดทำกรรมอนันตริยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะไม่สามารถบวชเข้ามาเป็นภิกษุได้เลยเพราะถือว่าเป็น “ ผู้ต้องปาราชิก ”
สะท้อนการมองอนันตริยกรรม ว่าเป็นเรื่องเดียวกับการละเมิดอาบัติปาราชิกของสงฆ์ ผลคือ “ไม่สามารถให้อภัยได้” ต้องถูกลงโทษสถานเดียว นั่นคือการถูกขับออกไปจากสังฆมณฑล
เมื่อ อภัยไม่ได้ ก็แสดงว่า ปรองดองไม่ได้ ใช่ไหมครับ ท่านนายวอร์.....5555

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/02/2015 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เงาอสูรทักษิณทาบทามไปที่ไหน ที่นั้น ย่อมวุ่นวายหนอ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายวอร์ วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ท่าน สว.ขี้บ่น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สว.ขี้บ่น วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanaphan

เหตุผลปรองดอง...
ก็คงคล้ายๆโจร ให้ทางโจรกระมัง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายวอร์ วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

ขอบคุณ คคห.10 คุณ ตาเรน ครับ.

ไม่น่าเชื่อว่า..สุดท้ายสาวกธัมมี่รวมท้ัง ผอ.สำนักพุทธฯ ยังเล่นมุกเดิม ๆ ว่าด้วยเรื่อง "พระลิขิต" ปลอมหรือไม่กันอีก

ผมว่า เรื่องนี้เมื่อสะสางแล้วเสร็จ ผอ.คนนี้ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งนี้อีกต่อไปด้วยซ้ำ!

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ตาเรน วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

แม้แต่ครองจีวรแบบพระ ยังหน้าด้าน..เรียกว่า โคตรด้าน...
ม.ส.กลับยิ่ง...???....เน๊าะ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายวอร์ วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

ขอบคุณ คคห.8 คุณsayellow ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
sayellow วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sayellow

คดีทางธรรมหรือทางศาสนาเขาไม่จัดการ ก็จัดการตามคดีที่มีอยู่คือฉ้อโกงหรือรับของโจรกรณีเงินสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายวอร์ วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

คคห. 4,5 ni_gul

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ...

เรื่องนี้..สำคัญนักที่เรา ๆ ท่าน ๆ จะได้ช่วยกันรักษาและทำนุพระศาสนาให้กลับมาอยู่ในร่องรอยกันเหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายวอร์ วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

คคห.3 คุณ Anacarika

เห็นด้วยกับ ตาลยอดด้วน(ฟ้าผ่า) ต้นนี้ครับ จริง ๆ ต้องเรียก นายไชยบูลย์ครับ..เพราะ ความเป็นปาราชิกนั้นหลุดไปตามพระวินัยแล้ว แม้น ม.ส จะรับรองก็หาได้ทำให้ความเป็นปาราชิกนั้นตกไปไม่..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

เอาละค่ะ กรณียักยอกไปแล้วคืน อาจรับได้ไม่ต้องสึก

แล้วการกล่าวหาว่าพระไตรปิฏกบิดเบือน ต้องว่าใหม่ตามธรรมชัย ... ทำสงฆ์แตกแยกเห็นๆ ... แล้ว ม.ส. ที่มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน ท่านไม่ตัดสินหรือคะ?

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

แซ่บค่ะ ... ทุกคนอยากแซ่บ ...
แต่อาจเสาะท้อง เหมือนกินส้มตำปูม้าแต่ทว่าติดเชื้อแบคทีเรีย
อาจ... ท้องเสีย หรือ ท้องเดิน หรือถึงขั้นอาหารเป็นพิษ
............. ถ้าหนักขนาดนั้น ร่างกายก็อ่อนแรงลงๆ เกิดไปหาหมอไม่ทันอาจถึงตายได้เจียวหนา

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anacarika วันที่ : 21/02/2015 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ธัมมชโย เป็นตาลยอดด้วนไปแล้ว เขาย่อมรู้อยู่แก่ใจ ย่อมเกิดวิปปฏิสาร

วิบปะติสาน วิปฺระ] น. ความเดือดร้อน ความร้อนใจ(ภายหลังที่ได้กระทําผิด หรือเนื่องด้วยการกระทําผิด).(ป. วิปฺปฏิสาร

ส. วิปฺรติสาร).

ความคิดเห็นที่ 2 BlueHill , ตาเรน และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
นายวอร์ วันที่ : 20/02/2015 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alive
โลกที่มีชีวิตชีวา..

คคห.1

ครับ คุณชาลี... เรื่องนี้ผมว่า น่าจะนำไปสู่การปฎิรูปศาสนาได้อย่างชัดและเร็ววันขึ้นจริง ๆ

ผมไม่อยากเชื่อว่า มส. จะอ่านพระลิขิตฉบับนี้ไม่แตก โดยเฉพาะที่ท่านทรงมีพระลิขิตในประโยคที่ว่า "..แต่เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืนสมบัติที่เกิดขึ้นทั้งหมดในขณะเป็น "พระ"....

ท่านทรงลิขิตชัดในสถานภาพของนายไชยบูลย์ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่า ได้ขาดจากความเป็นพระแล้ว..

ผมกราบรูปท่าน..ระลึกในสมเด็จพระสังฆราชสกลฯ เจ้าผู้ทรงเป็นต้นแบบ สังฆราชาได้ดีที่สุดพระองค์หนึ่ง

ผมเชื่อในเรื่อง "กฎแห่งกรรม" ครับ....

ความคิดเห็นที่ 1 ตาเรน , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
BlueHill from mobile วันที่ : 20/02/2015 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ยกเหตุเพื่อความปรองดอง รับไม่ได้จริงๆ เคสนี้คล้ายๆ บกพร่องโดยสุจริต ยังไงยังงั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน