• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 910730
  • จำนวนผู้โหวต : 174
  • ส่ง msg :
  • โหวต 174 คน
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม 2554
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 5735 , 11:51:39 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

สาธารณรัฐไวมาร์ (เยอรมัน: Weimarer Republik ; อังกฤษ: Weimar Republic) เป็นชื่อที่ในปัจจุบันใช้เรียกสาธารณรัฐที่ปกครองประเทศเยอรมนีช่วงตั้งแต่ ค.ศ. 1919 ถึง 1933 ประวัติศาสตร์เยอรมนีช่วงนี้นิยมเรียกว่า ช่วงไวมาร์

ชื่อของสาธารณรัฐนั้นตั้งตามชื่อเมืองไวมาร์ ที่ซึ่งรัฐสภาได้ประชุมกันเพื่อเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หลังจากจักรวรรดิเยอรมันถูกล้มล้างลงหลังจากพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ถึงแม้ว่ารูปแบบการปกครองจะเปลี่ยนไป แต่สาธารณรัฐแห่งใหม่นี้ ยังคงเรียกตัวเองว่า "Deutsches Reich" ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับในสมัยที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย ก่อน ค.ศ. 1919

คำว่า "สาธารณรัฐไวมาร์" เป็นคำที่นักประวัติศาสตร์คิดขึ้นมาใช้ และไม่เคยถูกใช้อย่างเป็นทางการในช่วงที่สาธารณรัฐดังกล่าวดำรงอยู่. ในระหว่างยุคนี้ คำว่า Deutsches Reich ส่วนใหญ่แล้วจะถูกแปลเป็น "The German Reich" ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยที่คำว่า "Reich" จะไม่ถูกแปลเป็น "Empire" อีกต่อไป

สาธารณรัฐไวม่าร์ (Weimar Republic) เกิดขึ้นจากการที่ประเทศเยอรมันเป็นฝ่ายแพ้ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 กล่าวได้ว่า นับตั้งแต่เริ่มสงคราม อำนาจของ Kaiser ก็เริ่มหมดลง การรบของเยอรมันใน ค.ศ.1914 ก็มองไม่เห็นทางที่จะเอาชนะฝ่ายอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ยิ่งเมื่อสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลังฝ่ายสัมพันธมิตรก็ยิ่งส่อให้เห็นถึง อนาคตของความพ่ายแพ้

อดอฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) กับ จอมพลไฮเดนเบอร์ค (Field Marshal Von Hindenburg)

ใน ค.ศ.1916 จอมพลไฮเดนเบอร์ค (Field Marshal Von Hindenburg) จึงได้รวบอำนาจ ปกครองโดยให้นายพลลูเดนดอร์ฟ (General Erich Ludendorff) เป็นหัวหน้า แต่กองทัพ เยอรมันก็รบสู้ฝ่ายกองทัพสัมพันธมิตรไม่ได้

ใน ค.ศ.1918 ฝ่ายเยอรมันจึงยอมจำนน ในขณะเดียวกันพระเจ้าวิลเฮล์มที่ 2 ทรงสละราชบัลลังก์เพื่อเป็นการปกป้องระบอบกษัตริย์ มิให้ต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ ฝ่ายสัมพันธมิตรจึงได้ร่างสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versaille Treaty) โดยฝ่ายเยอรมันต้องลงนามในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1919

รัฐธรรมนูญไวม่าร์ ค.ศ.1919 สรุปได้ดังนี้ คือ

1. ตำแหน่งประธานาธิบดีมีอำนาจมาก มีวาระสมัย 7 ปี และประธานาธิบดีสามารถ มีอำนาจเด็ดขาดในภาวะฉุกเฉิน โดยได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี

2. รัฐสภาประกอบด้วย 2 สภา คือ
    - Reichstag (สภาผู้แทนราษฎร)
    - Reichsrat (สภาผู้แทนรัฐ)

3. ประชาชนชาวเยอรมันทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เป็นผู้มีสิทธิ์ ออกเสียงเลือกตั้งได้ (voters) นับได้ว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของเยอรมันที่ให้สิทธิสตรี ในการเลือกตั้งเท่าเทียมบุรุษ (Universal Suffrage)

4. มีในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน (Basic Human Rights)

5. มีการจัดตั้งพรรคการเมืองตามกฎหมาย กล่าวได้ว่าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย (A new democratic system of Weimar Republic) สำหรับปัญหาหนัก (severe problems) ภายใต้สาธารณรัฐไวม่าร์ คือ สนธิสัญญาที่เป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 การต้องจ่ายค่าประติมากรรมสงครามแก่ฝ่าย สัมพันธมิตร และระบบการเมืองภายในที่เผชิญกับทั้งฝ่ายซ้ายจัดและฝ่ายขวาจัด

ใน ค.ศ.1923 เกิดภาวะเงินเฟ้อ (inflation) ทำให้สกุลเงินของเยอรมันไร้ค่า และ ใน ค.ศ.1929 มีภาวะการว่างงานเกือบ 1 ใน 3 เหตุการณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นวิกฤตการณ์ (crisis) นำมาซึ่งความตึงเครียดทางการเมือง (political tension) วี่แววการล่มลงของระบอบ ประชาธิปไตยเริ่มปรากฏให้เห็น ประเทศเยอรมนีช่วงนี้ต้องพบกับปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง

ความล้มเหลวของสาธารณรัฐไวม่าร์ มาจากการที่ความเป็นประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับ ชนชั้นผู้นำมากกว่าระเบียบทางการเมือง ซึ่งประชาชนยังมีความสงสัยในความชอบธรรม (Legitimacy) ของไวม่าร์ สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คือรัฐธรรมนูญไวม่าร์เขียนไม่ชัดเจน ในเรื่องอำนาจของรัฐสภา (Parliament) กับประธานาธิบดี (President)

อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังให้อำนาจพิเศษในสถานการณ์พิเศษ (Emergency Power) แก่ประธานาธิบดี และ เมื่อประธานาธิบดีไฮเดนเบอร์ก (Hindenburg) แต่งตั้งให้อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ (Hitler) เป็น นายกรัฐมนตรีในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ.1933 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในจุดจบของระบอบประชาธิปไตย (Democracy soon came to an end)

credit ::
http://th.wikipedia.org/wiki
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2010/01/K8774363/K8774363.html
http://e-book.ram.edu/e-book/p/PS430(51)/PS430-4.pdf



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
hayyana วันที่ : 22/03/2011 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(0)
แวะมาอ่าน
ขอบคุณครับ

ปล. น่าจะเรียกว่าปฏิกรรมครับ
ผมก็ต้องเปิดพจฯถึงจะเขียนได้
ความคิดเห็นที่ 2
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 22/03/2011 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

(0)

การบ้านไรอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ปรัตยา วันที่ : 22/03/2011 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
ลืมส่งการบ้าน?



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน