• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 911316
  • จำนวนผู้โหวต : 174
  • ส่ง msg :
  • โหวต 174 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 4014 , 19:15:38 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

“ด้วยเหตุที่ไม่ได้แลเห็นแต่ก่อนว่าจะมีในเวลาเร็วพลัน เปนที่เศร้าโศกโทมนัศโสกาลัยอันยิ่งใหญ่แสนสาหัส ในนิกรชนทุกหมู่เหล่าไม่เลือกหน้าได้บังเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรพระโรคพระธาตุพิการ มาแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙

พระโรคกลายเป็นทางพระวักกะพิการ แพทย์ได้ประกอบพระโอสถถวายพระอาการหาคลายไม่ ถึงวันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙ เวลา ๒ ยาม ๔๕ นาที เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังสวนดุสิต พระชนมพรรษา ๕๘ เสด็จดำรงศิริราชสมบัติ ๔๓ พรรษา วันในรัชกาลนับแต่มูลพระบรมราชาภิเศก ๑๕๓๒๐ วัน...” (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 27 วันที่ 30 ตุลาคม 129 หน้า 1782 ข่าวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

รัชกาลที่ 6 ทรงเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าหลวงประชวร

ทูลกระหม่อมเริ่มประชวร  “...ถ้าดูกันเผินก็ดูเหมือนว่าพระเจ้าหลวงประชวรอยู่ได้เพียง ๔ วันเท่านั้นก็เสด็จสวรรคต, แท้จริงหาเปนเช่นนั้นไม่, เพราะเมื่อก่อนเสด็จพระราชดำเนิรประพาศยุโรปนั้นได้เริ่มทรงพระประชวรแล้ว, แต่ปิดกันนักจึ่งมิได้มีใครได้รู้, ...

ตั้งแต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิรกลับจากยุโรปมาแล้วก็สังเกตเห็นได้ว่า ทูลกระหม่อมมีพระอาการประชวรอย่างน่าวิตก, พูดกันอย่างศัพท์สามัญว่า เห็นชัดว่าทรงทุพพลภาพทีเดียว พระองค์ท่านเองก็ทรงทราบดีอยู่เช่นนั้น จึ่งได้ทรงพยายามบริหารพระองค์มากทีเดียว, มีเสด็จประพาศบ่อยๆ. และออกไปประทับอยู่ที่เพชรบุรี (ตามคำแนะนำของพวกเจ้าจอม "ก๊ก อ") และเมื่อถึงเสด็จอยู่ในกรุงก็ไม่ใคร่จะเสด็จออกในการงานพิธีต่าง, มักโปรดเกล้าฯ ให้ฉันไปแทนพระองค์เสียเป็นพื้น.

แต่ก็นับว่ายังประทะประทังอยู่ได้จนทรงประสพโศกอันใหญ่, คือองค์อุรุพงศ์เจ็บและตายลง ณ วันที่ ๒๐ กันยายน, พ.ศ.๒๕๔๒. องค์อุรุพงศ์นั้นทูลกระหม่อมท่านโปรดของท่านมาก, พราะเปนพระราชโอรสองค์เล็กและขี้โรค, จึ่งได้ทรงโฆษณาว่าจะเอาไว้ใช้เป็นไม้ธารพระกร, คือเปนอุปถากส่วนพระองค์, ไม่ให้รับราชการแผ่นดินเช่นลูกเธอองค์อื่นๆ องค์อุรุพงศ์เจ็บครั้งที่สุดนั้นหลายวัน, ทูลกระหม่อมทรงเปนห่วงและเสด็จลงไปพยาบาลอยู่เองโดยมากที่ตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์, ต้องอดพระบรรทมและทรงเหน็จเหนื่อยมากอยู่. ...”

ครั้นเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน, พ.ศ.๒๔๕๒, มีสวดเสดาะ เนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษา, ทูลกระหม่อมได้เสด็จเข้าไปตามธรรมเนียม. พอเริ่มสวดมนตร์และโหรบูชานพเคราะห์ ทูลกระหม่อมก็เสด็จลุกขึ้นจากพระบัลลังก์ในพระที่นั่งไพศาล เพื่อเสด็จเข้าไปเสวยที่ชานพักตามเคย. พอเสด็จลับไปก็ได้ยินเสียงตุบ, และเสียงผู้หญิงร้อง ฉันรีบวิ่งเข้าไปที่ชานพัก, เห็นทูลกระหม่อมประทับอยู่กับพื้น, ท่านรับสั่งให้ฉันช่วยพยุงพระองค์ท่านขึ้นและพาไปประทับเหยียดบนพระเก้าอี้, แล้วจึ่งรับสั่งเล่าว่า ในเวลาที่ทรงก้าวลงจากพื้นพระที่นั่งไพศาลไปสู่ชานพักนั้น ได้ทรงเอาธารพระกรยัน, ปลายธารพระกรลื่นไปกับพื้นศิลาพระบาทก็เลยลื่นตามไป, จึ่งได้ทรงกระแทกลง, และในที่สุดตรัสว่า

"แล้วก็นางพวกเหล่านี้ก็นั่งเฉยกันหมด, ไม่มีใครมีแก่ใจมาช่วยพ่อจนคนเดียว."

ฉันกราบทูลว่า ได้เคยนึกวิตกอยู่นานแล้วเมื่อทรงธารพระกรเล็กๆ ทรงยันอย่างเต็มน้ำหนักพระองค์. เห็นว่าควรทรงเกาะคนดีกว่า. รับสั่งว่าถูกแล้ว, แต่เวลานี้ผู้ที่ได้ตั้งพระราชหฤทัยเอาไว้ใช้เปนไม้ธารพระกรก็มาทำน่าที่ไม่ได้เสียแล้ว, ฉันเห็นท่าทางว่าท่านทรงเป็นห่วงองค์อุรุพงศ์อยู่มาก, ฉันก็หมอบนิ่งอยู่จนรับสั่งให้ฉันออกไปนั่งตามที่ก่อน, ฉันจึ่งออกไป

(พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 95 ประสูติจากเจ้าจอมมารดาเลื่อน สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคไส้ตัน ขณะมีพระชันษาได้ 17 พรรษา โดยเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2452 อันเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชบิดา - รอยใบลาน)

ตั้งแต่วันนั้นต่อมาเห็นได้ทรงกะปลกกะเปลี้ยมากขึ้นเปนลำดับ, ซึ่งเปนธรรมดาอยู่, เพราะการล้มกระแทกเปนของแสลงนักสำหรับโรคไตพิการ. ในตอนหลังนี้ออกจะไม่มีใครเข้าใจผิดแล้วว่าทูลกระหม่อมมีพระอาการอันบอกเหตุว่าย่างเข้าขั้นที่สุดแห่งพระชนมพรรษา, เปนแต่ยังหวังอยู่ว่า การบริหารพระองค์ได้ทรงกระทำดีอยู่เสมอ อาจที่จะทำให้พระชนมายุยืนไปได้อีกหลายปี

ทูลกระหม่อมทรงทุพพลภาพมากขึ้น

ในนระหว่างเวลาเดือนครึ่งก่อนเสด็จสวรรคตนั้นได้แลเห็นปรากฏชัดยิ่งขึ้นว่า ทรงทุพพลภาพจริงๆ จนใครก็ได้สังเกตเห็นเช่นนั้น. ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาปี พ.ศ.๒๔๕๓ นั้น ได้มีการเปลี่ยนผิดกับระเบียบการที่เคยมีมาแต่ก่อนหลายประการ

ในค่ำ วันที่ ๑๙ กันยายน ซึ่งเปนวันสวดนวคหายุสมะธรรมและโหรบูชาเทวดานวเคราะห์, แต่ก่อนๆ ได้เคยสวดในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ, แต่ในปีนี้ได้มีงานในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่อมิให้ต้องเสด็จขึ้นบันไดชันๆ

วันที่ ๒๐ กันยายน เช้าไม่ได้เสด็จเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง, โปรดให้ฉันไปเลี้ยงพระแทน, ต่อค่ำจึ่งได้เสด็จออกในการสวดมนตร์ฉลองพระประจำพระชนมพรรษา.

วันที่ ๒๑ เช้า โปรดเกล้าฯ ให้ฉันเข้าไปเลี้ยงพระ เวลาบ่าย ๔ นาฬิกาเสด็จออกท้องพระโรงพระที่นั่งจักรี ตามที่เคยมาการออกท้องพระโรงเคยกำหนดเวลาเที่ยงตรง, ...พอยิงปืนเที่ยงพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จออกทางพระทวารขวาพระแท่นเศวตฉัตร,

เสด็จขึ้นปะทับบนพระที่นั่งพุดตาน, แล้วจึ่งมีการถวายพระพรชัยมงคลและมีพระราชดำรัสตอบ, แล้วเสด็จขึ้นประทับท้องพระโรงใน, ให้ฝ่ายในถวายพระพรชัยมงคล แล้วบ่าย ๑ นาฬิกาเสด็จออกรับคณะทูตที่ท้องพระโรงมุขตวันออก, ในปี พ.ศ. ๒๔๕๓ เปลี่ยนเป็นออกท้องพระโรงกลางแห่งเดียว คือบ่าย ๔ นาฬิกาเสด็จขึ้นประทับอยู่บนพระที่นั่งพุตานแล้วประโคมและเปิดพระทวารด้านหน้า, ตำรวจ, กรมวัง, และข้าราชการในพระราชสำนักเข้ายืนประจำที่, แล้วจึ่งได้เบิกพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั่วไปเข้าเฝ้า

เมื่อเจ้านายและข้าราชการถวายพระพรชัยมงคลและมีพระราชดำรัสตอบแล้ว, พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชฝ่ายหน้าออกจากท้องพระโรง, และปิดพระทวารต่อนั้นพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการฝ่ายในเข้าเฝ้า. เวลาบ่าย ๕ นาฬิกา เบิกคณทูตเข้าเฝ้าในท้องพระโรงกลางด้วยเหมือนกัน.

ค่ำวันที่ ๒๑ นั้นได้เสด็จออกในการเจริญพระพุทธมนตร์เฉลิมพระชนมพรรษา, แต่ทรงเครื่องปรกติ, หาได้ทรงเต็มยศไม่

วันที่ ๒๒ กันยายน เช้า ฉันได้เปนผู้เข้าไปเลี้ยงพระที่สวดมนตร์ในคืนวันก่อน, ในเวลาเลี้ยงพระแล้ว ตามระเบียบก็ควรมีสรงมุรธาภิเษกที่ลานข้างด้านตะวันออกแห่งพระที่นั่งอมรินทร์, แต่ในคราวนี้ย้ายไปสรงที่สวนดุสิตเงียบ. เวลาค่ำได้จัดให้มีเทศนา ๔ กัณฑ์ตามแบบ แต่โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปมีที่พระที่นั่งอภิเษกดุสิต, และครั้นถึงกำหนดเวลาก็หาได้เสด็จออกทรงธรรมไม่, โปรดเกล้าฯ ให้ฉันเปนผู้แทนพระองค์

วันที่ ๒๓ กันยายน เวลาค่ำได้เสด็จออกที่พระที่นั่งอภิเษกดุสิต (อยู่ภายในพระราชวังดุสิตด้านหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม – รอยใบลาน), ทรงฟังเทศนามงคลวิเศษของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส (คือพระองค์ซึ่งภายหลังได้ทรงเปนสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระมหาสมณเจ้า)

วันที่ ๓๐ กันยายน มีการสวดมนตร์ ถือน้ำสารท, ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฉันเปนผู้ไปแทนพระองค์.

ในวันที่ ๑ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันถือน้ำ, ในปีนี้ก็ได้กำหนดการใหม่คือเวลาบ่าย ๒ นาฬิกาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฉันไปจุดเทียนนมัสการในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และให้นั่งกำกับการถือน้ำที่นั้น. ... เวลาบ่าย ๔ นาฬิกา พระเจ้าหลวงจึ่งเสด็จออกท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, เบิกพระบรมวงศานุวงศ์เข้าถือน้ำต่อหน้าพระที่นั่ง, แล้วข้าราชการเดิรผ่านเฝ้าเรียงตัวจนหมดแล้ว, เจ้านายฝ่ายหน้าออกจากท้องพระโรง, ปิดพระทวาร, แล้วมีการถือน้ำฝ่ายในต่อไป.......

วันที่ ๑๗ และที่ ๑๘ ตุลาคม มีงานทำบุญพระบรมอัษฐิพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๔ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ – รอยใบลาน) ที่พระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยตามธรรมเนียม คือมีสวดมนตร์ ๓๐ รูป แล้วเทศนา ๑ กัณฑ์เหมือนกันทั้ง ๒ วัน, และพระเจ้าหลวงไม่ได้เสด็จทั้ง ๒ วัน ได้ทราบข่าวว่าประชวรพระอุทรไม่ปรกติ, แต่ก็ว่าไม่ใช่มีพระอาการมากมาย, เปนแต่เพราะมีฝนตกอยู่จึ่งทรงระวังพระองค์ไว้. (ประวัติต้นรัชกาลที่ 6)

เรื่องจาก ::: คุณ รอยใบลาน จาก Bloggank.com
http://www.bloggang.com/



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ภาษาไทย วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

(0)
โหวตคะ ขอบคุณที่นำเรื่องละเอียด ๆ มาเล่าไว้
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน