• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 911298
  • จำนวนผู้โหวต : 174
  • ส่ง msg :
  • โหวต 174 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 26 มิถุนายน 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 3799 , 16:29:26 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

วาระสุดท้ายแห่งพระชนชีพของพระราชาผู้เป็นใหญ่เหนือพระราชาทั้งปวง

วันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม เวลาเช้า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์ฯ และหมอฝรั่ง ๓ คนขึ้นไปเฝ้าตรวจพระอาการ ข้าพเจ้าก็ขึ้นไปด้วยตามเคย เมื่อกลับลงมาเห็นกิริยาท่าทางของหมอและเจ้านายไม่สู้ดี ได้ความว่าพระอาการหนักมาก พระบังคนเบาที่คาดว่าจะมีก็ไม่มี พิษของพระบังคนเบาซึมไปตามเส้นพระโลหิตทั่วพระองค์ จึงทำให้เป็นพิษเซื่องซึมบรรทมหลับอยู่เสมอ หมอตั้งพระโอสถถวายเร่งให้มีพระบังคนเบาแรงขึ้นทุกที

พวกหมอฝรั่งประชุมกันเขียนรายงานพระอาการยื่นต่อเจ้านาย เสนาบดี พระอาการมากเหลือกำลังพอที่จะถวายการรักษาแล้ว (บันทึกพระยาบุรุษฯ)

จวน ๑๐ นาฬิกา กรมหลวงดำรงได้เสด็จไปปลุกฉัน (รัชกาลที่ 6) ที่วังสราญรมย์บอกว่าพระอาการทูลกระหม่อมหนัก, ฉันจึ่งรีบเข้าไปที่วังดุสิต, เมื่อเข้าไปถึงเสด็จลุงได้ทรงส่งหนังสือรายงานแพทย์ให้ฉันอ่าน รายงานนั้นเปนภาษาอังกฤษ, มีความพิสดารดั่งต่อไปนี้ -

“...ถึงท่านเสนาบดีทั้งหลายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าผู้มีนามท้ายหนังสือนี้มีความเห็นว่าจำเปนจะต้องบอกแก่ท่านเสนาบดีทั้งหลายว่า ในเวลาบัดนี้มีพระอาการเห็นชัดว่าพระบังคนเบาเปนพิษ การที่เปนเช่นนี้เปนผลแห่งพระโรคพระวักกะพิการอันเรื้อรัง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปนมาแล้วประมาณ ๕ ปี พระอาการที่หนักลงบัดนี้ เปนด้วยพระโรคภายในพระอุทร ซึ่งมีมาหลายวันแล้ว การทำนายพระโรคต่อไปเห็นว่าเปนที่น่ากลัวอย่างยิ่ง และถ้าการที่พระบังคนเบาคั่งนี้ไม่ทุเลาลงโดยฉับพลัน, เปนที่น่ากลัวอย่างยิ่งในไม่ช้าคงจะหมดพระสติ...”

เมื่อได้ทราบความตามรายงานหมอฉบับนี้แล้ว ฉันรู้สึกใจคอเหมือนถูกใครเอามือล้วงเข้าไปบีบหัวใจ, เพราะรู้สึกความสิ้นปัญญาและสิ้นหวังเสียแล้ว ในตอนเช้าวันที่ ๒๒ นั้น หมอฝรั่งยังพูดอยู่ว่า ถ้าแม้มีพระบังคนเบามาเสียได้ก็จะทุเลา หมอได้ถวายพระโอสถขับพระบังคนเบาเรื่อยๆ อยู่, เมื่อเห็นว่าทรงกลืนลำบากก็ได้ฉีดถวายทุก ๒ ชั่วโมง

ครั้นเมื่อเที่ยงแล้วหมอจึ่งได้เห็นพร้อมกันว่าควรเปลี่ยนเปนถวายยาดิจิตาลีน (Digitalin), เปนยาเร่งพระโลหิตให้เดินแรง เพื่อช่วยพระหทัยให้บีบอยู่ ในตอนบ่ายหมอบอกว่าหมดหนทางที่จะแก้ไขเยียวยาเสียแล้ว, พระอาการมีแต่ซุดลง, พระสติค่อยคลายลงทุกที, ตรัสได้เปนท่อนๆ ไม่ต่อกัน ในเวลาบ่ายฉันกับเจ้านายผู้ใหญ่ได้ตกลงกันให้ตามพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์เข้าไป เพื่อให้ได้ชื่อว่ามีนายแพทย์ไทยรักษาอยู่ด้วย

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์

ข้าพเจ้าจึงให้นายฉัน หุ้มแพร (ทิตย์ ณ สงขลา) รีบเอารถยนต์ไปรับมาทันที พระองค์เจ้าสายฯ ขึ้นไปตรวจเฝ้าพระอาการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวน้ำพระเนตรไหล แต่ไม่ตรัสว่าอะไร พระองค์เจ้าสายฯ กลับลงมายืนยันว่า พระอาการยังไม่เป็นไร เชื่อว่าที่บรรทมหลับเซื่องซึมอยู่นั้นเป็นด้วยฤทธิ์พระโอสถต่างๆ พอฤทธิ์พระโอสถหมดแล้วก็คงจะทรงสบายขึ้น เพราะพระชีพจรก็ยังเต้นเป็นปกติดี

พระองค์เจ้าสายฯ กลับนำพระโอสถมาตั้งถวายแก้ทางพระศอแห้ง ขึ้นไปเฝ้าตรวจพระอาการอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ตรัสทักว่า  “หมอมาหรือ”  ได้เท่านั้นแล้วก็ไม่ได้รับสั่งอะไรอีกต่อไป

เวลาบ่าย ๔ นาฬิกาเศษ เสด็จแม่ได้เสด็จลงมาจากห้องที่พระบรรทมชั้น ๓, รับสั่งบอกว่า ทูลกระหม่อมนั้นพระเนตรตั้งเสียแล้ว, จึ่งได้ตกใจกันใหญ่ พัก ๑ แต่ก็ระงับไปได้ชั่วคราว ส่วนแม่นั้นได้ทรงพยายามมาตลอดอย่างดี และแข็งแรงที่สุด, ทรงอดทนเปนอย่างยิ่ง, เพราะยังทรงมีความหวังอยู่ว่าจะมีหนทางที่พระอาการของทูลกระหม่อมจะกลับดีขึ้นได้อีกบ้าง

กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ

แต่ในครั้งนี้ทอดพระเนตร์เห็นว่าหมดหนทางแน่แล้ว, จึ่งเหลือที่จะทรงอดกลั้นไว้ได้อีก, ประทับลงทรงพระกรรแสงที่อัฒจันท์ด้านหลังนั้นเอง ฉันเข้าไปทูลปลอบก็ยังไม่ใคร่ทรงสงบ, จนเสด็จลุง (กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ) เข้าไปทูลด้วยเสียงแน่นแฟ้น ว่ายังไม่ถึงเวลา, และจะทำให้คนตื่นกันมากไป, จึ่งเปนอันทรงกลั้นพระกรรแสงได้, และเสด็จกลับขึ้นไปข้างบน...(ประวัติต้นรัชกาลที่ 6)

เวลาย่ำค่ำสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์ฯ และหมอขึ้นไปเฝ้าตรวจพระอาการ ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปด้วย และ เห็นหายพระทัยดังยาว ๆ และหายพระทัยทางพระโอษฐ์พ่นแรง ๆ จนเห็นพระมัสสุไหวได้แต่ไกล สังเกตดูพระเนตรไม่จับใครเลย ลืมพระเนตรคว้างอยู่อย่างนั้นเอง แต่พระกรรณยังได้ยิน

สมเด็จพระบรมราชินีนาถกราบทูลว่าเสวยน้ำ ยังทรงพยักพระพักตร์รับได้ และกราบทูลว่า พระโอสถแก้พระศอแห้งของพระองค์เจ้าสายฯ ก็ยังรับสั่งว่า “ฮือ” แล้วยกพระหัตถ์ขวาและซ้ายที่สั่นขึ้นเช็ดน้ำพระเนตรคล้ายทรงพระกันแสง

พระนางเจ้าสุขุมาลย์มารศรี พระราชเทวี

พระนางเจ้าสุขุมาลย์มารศรี พระราชเทวีซับเช็ดพระเนตรด้วยผ้าซับพระพักตร์ชุบน้ำถวาย หมอฉีดพระโอสถถวายช่วยบำรุงพระหฤทัยให้แรงขึ้น (บันทึกพระยาบุรุษฯ)

ในคืนสุดท้ายแห่งพระชนมายุของทูลกระหม่อม พระราชโอรสธิดาที่อยู่ในกรุงเทพฯ ได้ไปอยู่พร้อมกันที่พระที่นั่งอัมพรสถาน  ตั้งแต่เวลานี้ต่อไป หมอฝรั่งนั่งประจำคอยจับพระชีพจรตรวจพระอาการผลัดเปลี่ยนกันประจำอยู่ที่พระองค์ การหายพระทัยค่อยเบาลงๆ ทุกที พระอาการกระวนกระวายอย่างหนึ่งอย่างใดไม่มีอีกเลย คงบรรทมหลับอยู่เสมอ

เวลาเที่ยงคืนแล้ว ไม่ช้าหมอไรเตอร์สั่งลงมาจากข้างบนให้บอกฉันว่า ทูลกระหม่อมทรงอ่อนเต็มทีแล้ว ฉันจึ่งได้ขึ้นไปชั้นบนพร้อมด้วยลูกเธอของทูลกระหม่อมกับมีทูลกระหม่อมอา (สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช) กับกรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ เสนาบดีกระทรวงวังขึ้นไปด้วย

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช

ครั้นเวลาเที่ยงคืนล่วงแล้ว ๔๕ นาที พระบาทสมเด็จพระรามาศรีสินทร มหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต โดยมิได้ทรงรู้สึกพระองค์เลย นับว่าปราศจากความทุรนทุรายทุกประการ (ประวัติต้นรัชกาลที่ 6)

... และในเวลาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จสวรรคตนั้น ดาวหางฮัลเล่ห์ยังคงปรากฏอยู่เหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร ...

" มีรับสั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งได้สำเร็จราชการแผ่นดินให้ประกาศทราบทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรพระโรคพระธาตุพิการมาแต่ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พระโรคกลายไปในทางพระวักกะพิการ แพทย์ได้ประกอบพระโอสถถวาย พระอาการหาคลายไม่ ถึง ณ วันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม เสด็จสวรรคตเวลา ๒ ยาม กับ ๔๕ นาที จะได้เชิญพระบรมศพสู่พระโกศ แห่จากพระราชวังดุสิตไปประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม

ความเศร้าโศกสาหัสอันบังเกิดขึ้นในพระบรมวงศ์ครั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทรงแน่ในพระหฤทัยว่า จะเป็นการเศร้าโศกแก่ประชาชนทั้งหลายทั่วไปในพระราชอาณาจักร เพราะเหตุที่สมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงทำนุบำรุงมาทั่วกัน

อนึ่ง ตามโบราณราชประเพณีในเวลาเมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการราษฎรทั้งหลายต้องโกนผมแทนการไว้ทุกข์ทั่วทั้งพระราชอาณาจักร แต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถ ได้ทรงมีพระราชดำรัสสั่งไว้ว่า การไว้ทุกข์ดังเช่นที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมเป็นเครื่องเดือดร้อนอยู่เป็นอันมาก ให้ยกเลิกเสียทีเดียว

ประกาศมา ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙"

พระรูปทรงม้า

เรื่องจาก ::: คุณ รอยใบลาน จาก Bloggank.com
http://www.bloggang.com/



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 27/06/2012 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

(0)
อ่านแล้วเศร้า อยากร้องไห้ตามไปด้วย...
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน