• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 178
  • จำนวนผู้ชม : 944134
  • จำนวนผู้โหวต : 177
  • ส่ง msg :
  • โหวต 177 คน
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 19869 , 19:33:41 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี และรัชกาลที่ ๖

คำว่า "ขังวังหลวง"  นั้นเป็นเพียงคำเปรียบเปรย มิใช่ส่งไปคุมเข้าห้องขังจริงๆ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า เมื่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงหมั้นกับพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีแล้ว โปรดให้ย้ายมาประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

เมื่อทรงเลิกการหมั้นกันแล้ว พระวรกัญญาปทานฯ ก็ยังประทับอยู่ที่พระตำหนักจิตรลดารโฆฐานอยู่อีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานนั้นมักจะมีฟ้าลงอยู่บ่อยๆ เรื่องนี้พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) เคยเล่าให้ฟังว่า เพราะเหตุที่ฟ้าลงบ่อยๆ นี้เอง ล้นเกล้าฯ จึงไม่โปรดที่จะประทับที่พระตำหนักนี้ เหตุที่ฟ้าลงบ่อยนั้นมีการสำรวจแล้วพบว่า มีสายแร่ทองแดงอยู่ใต้ดิน

พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก)

การที่โปรดให้ย้ายไปประทับในวังหลวงนั้น ไม่ทราบชัดว่าประทับที่ตำหนักองค์ใด ทราบเพียงว่าเมื่อเปลี่ยนรัชกาลใหม่ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๗ โปรดให้ย้ายออกมาประทับที่เรือนหลวงริมถนนพิชัยตัดกับถนนราชวิถี ซึ่งกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์พระบิดาประทานชื่อว่า "พระกรุณานิวาสน์"  ได้ประทับมาตราบสิ้นพระชนม์

เรื่องการย้ายที่ประทับนี้ดูเหมือนจะ เป็นธรรมเนียมในสมัยนั้น เมื่อทรงเลิกการหมั้นกับพระวรกัญญาปทานฯ แล้ว ก็โปรดให้หม่อมเจ้าลักษมีลาวัณ ย้ายมาประทับที่ตำหนักปารุสกวัน ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงศ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ซึ่งเวลานั้นเสด็จทิวงคตแล้ว

หม่อมเจ้าลักษมีลาวัณ

เมื่อโปรดสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี ขึ้นเป็นพระบรมราชินีแล้ว ก็โปรดให้พระนางเธอลักษมีลาวัณย้ายไปประทับที่ตำหนักลักษมีวิลาสที่มุมถนนพญาไทตัดกับถนนศรีอยุธยา และยังได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมและประทับเสวยเครื่องว่างรวมทั้งพระกระยาหารด้วยเสมอ ๆ

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี

ในกรณีสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีนั้น เมื่อทรงราชาภิเษกสมรสกับพระนางเจ้าสุวัทนาแล้ว ก็โปรดให้สมเด็จอินทร์ประทับที่พระราชวังพญาไทต่อมา จนมีพระราชดำริที่จะพระราชทานพระราชวังพญาไทให้กรมรถไฟหลวงจัดเป็นโฮเต็ล

พระสุจริตสุดา และรัชกาลที่ ๖

จึงโปรดให้สมเด็จอินทร์ย้ายไปประทับที่พระที่นั่งวิมานเมฆ และเมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จอินทร์ก็ทรงย้ายกลับไปประทับที่ตำหนักเดิมที่ปากคลองภาษีเจริญจนสิ้นพระชนม์ เน้นเรื่อง "ขังวังหลวง" จึงเป็นคำเปรียบเปรยที่พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ทรงประชดประชันล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 มากกว่าจะเป็นเรื่องจำขังกันจริง ๆ

ธรรมเนียมในพระราชสำนักแต่โบราณมานั้น ถือว่าบุคคลใดไม่ว่าชายหรืแหญิงเมื่อได้ถวายตัวแล้วถือว่าบุคคลนั้นตกเป็น คนของหลวงหรือของเจ้านายพระองค์นั้นๆ การจะโปรดให้ทำอย่างไรหรือย้ายไปอยู่ที่ไหนจึงสุดแต่พระราชอัทธยาศัย เรื่องคนหลวงนี้มีเรื่องจริงที่พอจะยกเป็นตัวอย่างได้ เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องของจมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) กับคุณอุทุมพร วีระไวทยะ ธิดาของพระยาดำรงแพทยาคุณ (ฮวด วีระไวทยะ) แพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนี พันปีหลวง กับคุณหญิงสงวน ดำรงแพทยาคุณ

พระนางเจ้าสุวัทนา

เมื่อพระยาดำรงแพทยาคุณได้ ถวายคุณอุทุมพรเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระพันปีหลวงแล้ว คุณอุทุมพรก็ย้ายเข้าไปอยู่ในพระราชสำนักสมเด็จพระพันปีหลวง และโปรดให้ไปศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนราชินี โรงเรียนเลิกก็กลับไปอยู่ที่วังพญาไท เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสวรรคตคุณอุทุมพรจึงได้ถวายบังคมลากลับมาอยู่ บ้านกับมารดา เพราะบิดาเพิ่งถึงอนิจกรรมไปก่อนสมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคตไม่นาน คุณอุทุมพรได้รู้จักกับนายรองกวด (แจ่ม สุนทรเวช) โดยการแนะนำของญาติผู้พี่ท่านหนึ่ง แล้วก็เกิดชอบพอกันมากับนายรองกวด

สมเด็จพระพันปีหลวง

แต่แล้ววันหนึ่งคุณอุทุมพรต้องเดินทางไปนครปฐมกับคุณหญิงสงวน ผู้มารดา การเดินทางไปนครปฐมคราวนี้ทำให้ท่านเจ้าคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมซึ่ง เป็นม่ายมาหมาดๆ ได้พบกับคุณอุทุมพรและได้จัดคนมาสู่ขอคุณอุทุมพรไปเป็นคุณหญิงของท่าน คุณอุทุมพรจึงได้แจ้งให้นายรองกวดซึ่งได้เลื่อนเป็นนายเล่ห์อาวุธแล้วทราบข่าว ดังกล่าว นายเล่ห์อาวุธทราบข่าวแล้วก็คิดไม่ตกไม่ทราบว่าจะหาทางออกได้อย่างไร จึงได้หาโอกาสนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท

เมื่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงทราบความตลอดแล้วมีรับสั่งให้คุณท้าวอินทรสุริยา (ม.ล.เชื้อ พึ่งบุญ) คุณพนักงานพระภูษาไปเจรจากับคุณหญิงสงวน แต่คุณหญิงสงวนท่านว่า ได้ตกลงไปกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมแล้ว เกรงจะเสียผู้ใหญ่ จึงได้มีพระบรมราชโองการให้หาคุณหญิงสงวนไปเฝ้าฯ ซึ่งคุณอุทุมพรได้เล่าไว้ว่าเมื่อกลับจากเฝ้าในวันนั้นคุณแม่เล่าทั้งน้ำตาว่า ในหลวงทรงอ้างสิทธิครอบครองในตัวดิฉัน โดยคุณแม่ได้ถวายสมเด็จพระพันปีหลวงทรงชุบเลี้ยงมา เมื่อสิ้นสมเด็จพระพันปีหลวงแล้วดิฉันก็เป็นพระราชมรดกตกทอดที่เป็นคนของหลวง เรียกว่า “ห้าม”

คุณแม่จึงหมดสิทธิ์ที่จะเอาไปยกให้ใครก็ได้ มีพระราชดำรัสว่า พวก “ห้าม” นี้ถ้าใครอยากจะได้ก็ต้องทำหนังสือขอพระราชทาน มีจานเงินจานทอง ๑ คู่ ดอกไม้เงินดอกไม้ทอง ๑ คู่ แล้วนำทูลเกล้าฯ ถวายเข้ามาตามลำดับ ซึ่งเป็นประเพณีมาแต่โบราณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพระราชทานเสมอไป การที่จะพระราชทานหรือไม่นั้นย่อมสุดแต่พระบรมราชวินิจฉัย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จากละครเรื่องศกุณตลา

ทั้งทรงอ้างสิทธิมนุษยชนที่ว่าบุคคลแม้จะเป็นใหญ่หรือบุพการีก็ตาม ไม่ควรบังคับกดขี่น้ำใจใคร มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ในตัวของตัวเอง ที่จะเลือกเคารพบูชาหรือรัก สรรเสริญบุคคล ชาติ ลัทธิ ศาสนาใดๆ ได้ จึงควรที่ผู้เจริญแล้วจะเข้าใจและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยกัน เป็นอันว่าคุณแม่แพ้คดีถึงสองกระทง

แต่ล้นเกล้าฯ ก็ทรงมีพระมหากรุณาทรงปลอบคุณแม่ว่า ขออย่าเสียใจและเข้าใจผิด การครั้งนี้ท่านไม่ได้ทรงกระทำอย่างเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่ใช้พระราชอำนาจกด ขี่ข่มเหงราษฎร แต่ทรงสงสารที่ทั้งสองคนรักกันและทรงมีเหตุผลประกอบอันสมควร จึงขอให้คุณแม่จงสบายใจว่าจะทรงรับเป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย และจะพระราชทานความช่วยเหลือทุกอย่างที่คุณแม่เดือดร้อน ทรงรับรองว่าจะชุบเลี้ยงทั้งดิฉันและนายเล่ห์อาวุธไม่ให้ต้องอับอายไปในภายหน้า

นายจ่ารง กับคุณอุทุมพร วีระไวทยะ

หลังจากนั้นก็โปรดเกล้าฯ ให้ดิฉันเข้ารับราชการในบางโอกาสเวลามีงานหลวงใหญ่ๆ ที่เชิญเสด็จพระบรมวงศ์ฝายในบ่อย ๆ เช่น งานวังปารุสกวัน งานวังพญาไท ครั้งหนึ่งพระวรชายา (สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา) เคยทรงกริ้วว่าใครเอาข้าหลวงพระนางลักษมี (พระนางเธอลักษมีลาวัณ) มาใช้ ล้นเกล้าฯก็ทรงแก้ว่าดิฉันเป็นข้าหลวงเสด็จแม่ต่างหาก แล้วในที่สุดล้นเกล้าฯ ก็ทรงรับเป็นเจ้าภาพฝ่ายชายจัดการสมรสพระราชทานให้แก่นายเล่ห์อาวุธ ซึ่งเวลา นั้นได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น นายจ่ารง กับคุณอุทุมพร วีระไวทยะ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม  พ.ศ. 2467

เรื่องการถวายจาน เงินจานทองตามธรรมเนียมนั้นยังปรากฏในจดหมายเหตุรายวันส่วนพระองค์ว่า ครั้งที่โปรดให้มีการสมรสพระราชทานแก่ พระสุจริตธำรง (สวาท สุจริตกุล) กับนางสาวจรัส อภัยวงศ์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2466 นั้น โดยที่นางสาวจรัส อภัยวงศ์ได้ถวายตัวเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี

"จึ่งมีการถวายจานเงินจานทองและของต่างๆ ตามแบบเก่าด้วย"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ทิวสน วันที่ : 09/07/2012 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

(1)
ขอบคุณที่ค้นคว้าเรียบเรียงมาปันความรู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 09/07/2012 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

(0)

ยังไม่หมดเลยค่ะพี่ เอามาเรียงต่อหลายเวปจนมึน จะรีเฟอร์หาไม่เจอแล้ว แฮ่ !!!

ไล่หาต่อไป
ความคิดเห็นที่ 1
chailasalle วันที่ : 09/07/2012 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

(0)
ตามอ่านตอนสอง ... ชอบครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน