• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 910907
  • จำนวนผู้โหวต : 174
  • ส่ง msg :
  • โหวต 174 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 3832 , 11:35:40 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

 

 

โดย พ.อ.ผศ.ดร. ศรศักร ชูสวัสดิ์

กองวิชาประวัติศาสตร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เสด็จฯ ส่วนพระองค์เพื่อรักษาพระองค์

การตัดสินพระทัยว่าจะเสด็จฯ ลักษณะใด เป็นทางการ หรือส่วนพระองค์ อาจแสดงถึงพระราชประสงค์ของการเสด็จฯ เช่นกัน เนื่องจากรัชกาลที่ ๕ มีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯ ทรงรักษาพระองค์ จึงโปรดให้การเสด็จฯ ครั้งนี้เป็นการส่วนพระองค์ หรือไม่เป็นทางการ ทรงกล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินพระทัยเช่นนี้ไว้ ๓ ประการ ดังนี้

ประการแรก เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการเสด็จฯ ส่วนพระองค์ ไม่ต้องมีผู้ตามเสด็จจำนวนมาก จดหมายเหตุเกี่ยวกับการเสด็จฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

...แต่ครั้งนี้จะเสด็จไปเพื่อประโยชน์รักษาพระองค์เปนสำคัญ ถึงแม้ว่าจะเสด็จไปเยี่ยมเยือนยังราชสำนักในนานาประเทศที่จะเสด็จไปถึง ก็ได้ทรงคุ้นเคยอยู่แล้วโดยมาก ไม่จำจะต้องจัดการเสด็จเปนทางราชการอันต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเหมือนครั้งก่อน จึงโปรดฯ ให้จัดกระบวนเสด็จเปนอย่างไปรเวต มีราชบริพารโดยเสด็จแต่ที่จำเป็น จะทรงเรือพระที่นั่งมหาจักรีไปเพียงสิงคโปร์ แต่นั้นจะเสด็จโดยเรือเมล์ทั้งขาไปขากลับ...

ประการที่ ๒ เพื่อจะได้ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยเกินไป รัชกาลที่ ๕ ทรงเห็นว่าการเสด็จฯ เป็นทางการเมื่อเสด็จฯ ยุโรปครั้งแรกทำให้พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก จึงไม่มีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯ ในลักษณะเช่นนั้นอีก เมื่อครั้งก่อนที่ไปได้เห็นแต่ราชสำนักแลเห็นจนเหนื่อยฟกซ้ำเหลือเกิน ครั้งนี้ถ้าจะไปอย่างแต่ก่อนแล้ว เห็นจะทนไม่ไหว

ประการที่ ๓ เพื่อการเที่ยวต้น หรือเสด็จประพาสโดยอิสระ รัชกาลที่ ๕ มีพระราชประสงค์ว่า หลังจากทรงหายประชวรแล้ว พระองค์จะเสด็จประพาสทอดพระเนตรภูมิประเทศ วิถีชีวิตผู้คนและบ้านเมืองธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่การเสด็จฯ ราชสำนักเช่นครั้งแรก

"อยากจะใคร่เที่ยวให้เห็นภูมิประเทศ ประเพณีบ้านเมืองโดยสามัญ ให้หายกันกับที่ไม่ได้เห็นครั้งก่อน"

ขณะเสด็จประพาสยุโรปครั้งนี้ พระองค์ทรงเรียกการเสด็จฯ เช่นนี้ว่าเที่ยวต้นและเพื่อให้ทรงเที่ยวต้นได้อย่างสะดวกสบาย รัชกาลที่ ๕ โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงนำรถยนต์พระที่นั่งจากเมืองไทยลงเรือไปด้วยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๙ เมื่อกรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์เสด็จยุโรปล่วงหน้าเพื่อทรงเตรียมการรับเสด็จ

โดยสรุป ด้วยรัชกาลที่ ๕ มีพระราชประสงค์แท้จริงเพื่อรักษาพระองค์ให้หายขาดจากพระอาการประชวรที่เรื้อรังมานาน จึงโปรดที่จะเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อเป็นการประหยัด ไม่ต้องทรงเหน็ดเหนื่อยเกินไป และทำให้พระองค์ทรงมีเวลาที่จะเสด็จประพาสต้นเพื่อทอดพระเนตรวิถีชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีของชาวยุโรป

การเตรียมการเสด็จฯ : ทรงมุ่งรักษาพระองค์    

หลังจากรัชกาลที่ ๕ ตกลงพระทัยเสด็จฯ ทรงรักษาพระองค์ที่ยุโรป พระองค์มีพระราชกระแสทันทีให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมการเสด็จฯ ในเรื่องต่าง ๆ เช่น ที่ประทับ เรือพระที่นั่ง แพทย์ในยุโรปซึ่งจะถวายการตรวจรักษา และการมีหนังสือราชการถึงประเทศที่จะเสด็จฯ ดังนี้

เมื่อตกลงพระทัยแล้วว่า จะเสด็จฯ ยุโรป รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ เป็นผู้อำนวยการเตรียมจัดการเสด็จฯ และโปรดให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งจัดหาที่ประทับแรมที่เมืองซันเรโม ซึ่งเป็นที่หมายแรกที่จะประทับรักษาพระองค์ พระองค์ทรงเกรงว่า จะหาที่ประทับไม่ได้

เนื่องจากเวลาที่จะประทับนาน ๑ เดือนนั้น ตรงกับฤดูท่องเที่ยวในยุโรป กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศมีพระโทรเลขถึงหม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากรทันที (๒๙ ตุลาคม) พระโทรเลขให้ข้อมูลชัดเจนว่า รัชกาลที่ ๕ จะเสด็จฯ ยุโรป เพื่อรักษาพระองค์ และเป็นการส่วนพระองค์ (He wishes incognito to be strictly observed) หลีกเลี่ยงงานพิธีหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตราบเท่าที่ไม่เป็นการเสียมารยาท

ในเวลาใกล้เคียงกัน รัชกาลที่ ๕ มีพระราชหัตถเลขาส่วนพระองค์ต่างหากถึงหม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากร กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องเสด็จฯ ดังได้กล่าวมาแล้ว

นอกจากเรื่องจัดหาที่ประทับที่เมืองซันเรโมแล้ว เรื่องสำคัญที่สุดคือ การจัดหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะถวายการตรวจพระวรกาย รัชกาลที่ ๕ โปรดให้ติดต่อ ๔ แห่งด้วยกัน ผ่านทูตไทยในยุโรป และพระราชโอรส ได้แก่ หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากร (ทูตประจำฝรั่งเศส) พระยาวิสูตรโกษา (ฟัก สาณะเสน) (ทูตประจำอังกฤษ) หลวงพินิจวิรัชกิจ (อุปทูตทำการแทนทูตประจำกรุงเบอร์ลิน)

พระองค์มีพระราชกระแสให้หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากรทรงจัดหาแพทย์พิเศษสองหรือสามคนเพื่อถวายการตรวจพระวรกายโดยเร็วที่สุดเมื่อพระองค์เสด็จฯ ถึงเมืองซันเรโม

"จะต้องการหมอที่เปนเอกสเปิตสำหรับรักษาโรคเช่นนี้มาตรวจดูตั้งแต่ต้นมือไป"

พระองค์ทรงส่งคำวินิจฉัยของแพทย์ไปพระราชทานด้วย แต่ทรงขอไม่ให้เปิดเผยพระอาการให้สาธารณชนทราบ

"แต่ขออย่าให้อาการนี้เปนการเปิดเผยโด่งดังไปให้เปนที่เล่าฦๅตื่นเต้นกันไป"

นอกจากนั้น ยังมีพระราชกระแสให้หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากรจัดหาแพทย์ประจำพระองค์ตลอดการเสด็จประพาสยุโรป และสำหรับตามเสด็จกลับกรุงเทพฯ

ส่วนพระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์ พระราชโอรสซึ่งทรงศึกษาอยู่ที่เมืองไฮเดลแบร์ก (Heidelberg) ประเทศเยอรมนี โปรดให้ทรงติดต่อนายแพทย์ที่เมืองไฮเดลแบร์ก ตามที่นายแพทย์โบห์แมร์กราบบังคมทูลแนะนำ ดังที่ทรงเล่าไว้ว่า รังสิตได้เคยพูดถึงเรื่องหมอว่าจะสืบหาไว้ก่อนแล้ว จึงได้จดหมายตามรอยไป และ รังสิตได้สืบหาหมออยู่แล้ว

เมื่อกรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์เสด็จยุโรปล่วงหน้าเพื่อเตรียมการรับเสด็จ รัชกาลที่ ๕ ก็โปรดให้ทรงร่วมเลือกแพทย์ทั้ง ๓ ประเภทนั้นด้วย ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยืนยันว่า รัชกาลที่ ๕ ทรงให้ความสำคัญกับการรักษาพระองค์มาก มิฉะนั้นแล้ว คงไม่โปรดให้มีการเตรียมจัดหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้ถวายการตรวจพระวรกายทันที ณ ที่หมายแรกของการประทับในยุโรป

ต่อมา ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ระหว่างทรงพระประชวรและประทับที่พระราชวังบางปะอิน รัชกาลที่ ๕ ทรงมีหมายกำหนดการเสด็จฯ คร่าว ๆ เริ่มตั้งแต่การเสด็จฯ ออกจากสิงคโปร์ในเดือนมีนาคม และเสด็จฯ ถึงอียิปต์เมื่อเสด็จฯ ออกจากยุโรปแล้ว สำหรับประเทศในยุโรปที่จะเสด็จฯ ตามหมายกำหนดการ ได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ แล้วเสด็จฯ กลับลงมาทางเยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี เพื่อเสด็จฯ ลงเรือที่เมืองเนเปิลส์

ตามหมายกำหนดการนี้ยืนยันว่า ที่หมายแรกที่จะประทับในยุโรป คือ เมืองซันเรโม ประเทศอิตาลี ไม่ใช่เยอรมนีเช่นที่เคยเข้าใจ

หลังจากมีหมายกำหนดการแล้ว กระทรวงการต่างประเทศไทยแจ้งทางวาจาให้ทูตและอุปทูตประเทศที่จะเสด็จฯ ให้ทราบถึงการตกลงพระทัยเสด็จฯ ยุโรปว่า

"เพื่อรักษาพระโรคอย่างเดียว แลเปนการที่จะเสด็จพระราชดำเนินไม่ให้ปรากฏพระราชอิศริยศอย่างแต่ก่อน คือ ที่เรียกว่า สตริกต์ลี อินคอกนิโต เพื่อจะหลีกเสียซึ่งการรับรองทางราชการตามที่จะหลีกเลี่ยงได้"

นอกจากนั้น กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการทรงแจ้งให้ทูตอังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่นทราบด้วยว่า การเสด็จฯ ครั้งนี้ รัชกาลที่ ๕

...หวังว่าจะหาความสุขอย่างเดียวเท่านั้น หมอว่าแห่งใดดีก็จะประทับแลประพาศที่นั่น...

ข้อความนี้ยืนยันว่า เมื่อทรงเตรียมการเสด็จฯ ยุโรปตั้งแต่ต้นนั้น นอกจากเมืองซันเรโม ซึ่งเป็นที่หมายแรกของการประทับรักษาพระองค์แล้ว รัชกาลที่ ๕ ไม่มีหมายกำหนดการตายตัวว่าจะเสด็จฯ ทรงรักษาพระองค์ที่ใด (รวมทั้งเยอรมนีด้วย) การจะเสด็จฯ ทรงรักษาพระองค์ที่ไหนขึ้นอยู่กับคำกราบบังคมทูลของแพทย์ในยุโรปที่จะถวายการตรวจต่อไป

ต่อมาในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือถึงทูตไทยในยุโรปให้แจ้งข่าวการเสด็จฯ ทางวาจาแก่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปฯ เช่น อิตาลี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส หนังสือที่มีถึงสถานทูตไทยในยุโรปกล่าวทำนองเดียวกันว่า มีพระอาการไข้อยู่เสมอ แพทย์เห็นว่าพระอาการไข้มีสาเหตุมาจาก

"อากาศไม่ดีอยู่ช้านาน ที่เรียกตามภาษาอังกฤษว่า ครอนิคมลาเรีย"

พระโรคจะหายก็ต้องเสด็จฯ ไปประทับในประเทศที่มีอากาศแห้ง

"แลอยู่ในท่ามกลางระหว่างประเทศร้อนและเย็นที่สุดนั้นหลาย ๆ เดือน"



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน