*/
  • amalit1990
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oam_amalit1990@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-11
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 253044
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
  • โหวต 56 คน
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2550
Posted by amalit1990 , ผู้อ่าน : 1404 , 21:06:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ประชาธิปไตย คำนี้คือคำที่บ่งบอกระบบ ระบบหนึ่ง ที่เกิดจากประชาชน โดยมาจากคำว่า ประชา ผสานกับ อธิปไตย บ่งบอกถึงวิถีการปกครองโดยเสียงแห่งประชาชน อันเป็นผู้ปกครองสูงสุด

แนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังยุค สมบูรณาญาสิทธิราชย์ แนวคิดต่อต้านการกดขี่ของศักดินา แนวคิดนี้เองแตกออกเป็นหลายลัทธิ แต่แนวคิดประชาธิปไตยเองก็จะมีปรากฏเป็นความจริงหรือข้ออ้างที่ปรากฏอยู่ในทุกลัทธิ

จึงจะสามารถพูดได้เลยว่าประชาธิปไตยนี้ เป็นแนวคิดหลักของทุกคนที่ต้องการ

แนวคิดประชาธิปไตย นี้เองเป็นหลักที่ค้นพบมานาน เราจะดูได้จากความคิดถึงการโหวตที่ปรากฏพบเห็นอยู่ในอารยะธรรมต่างๆมากหลายแห่ง ไม่ว่าอารยธรรมโรมัน หรืออารยธรรมของชนเผ่าอินคา เราจะพบการโหวตเลือกตัวแทนเสมอ ดั่งนั้นเราจะสามารถมองเห็นได้เลยว่า อารยธรรมต่างๆมีแนวคิดเสียงประชาชนมานานนับ หลายพันปี

       ในประเทศไทยเอง เรามีแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยมานานแล้ว ดูได้จากการออกเสียงต่างๆที่ปรากฏในสมัยสุโขทัย แต่กระนั้นก็ตามไทยยังคงปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อยู่ และยังคงเป็นรากลึกมาถึงสมัย อยุธยา โดยประชาธิปไตยเองแม้จะขาดห้วงไปเพราะไทยเองรับวัฒนธรรมจากฮินดูมา จึงเกิดการแบ่งชนชั้นวรรณะ มีการเกิดระบบทาสขึ้น แนวคิดประชาธิปไตยจึงกลายเป็นเรื่องที่จางหายไปจากสังคมไทย

หลังจากสิ้นกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองทั่วโลกพัฒนาขึ้นไปตามลำดับ พัฒนาทั้งเรื่องวัตถุและระบบการปกครองต่างๆ บ้านเมืองมนุษย์มีการต้องการเรียกร้องตนเองมากขึ้น มีสงครามอังกฤษ อเมริกา มีสงครามกลางเมืองฝรั่งเศส อันก่อให้เกิดการล้มล้างระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

           ประชาธิปไตยในไทยเองนั้น ก่อกำเนิดจากรากฐานของเหล่านักเรียนต่างประเทศหลายๆคน ที่ไปศึกษาระบบการปกครองแบบใหม่มาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทำ ดุษิตธานี ของรัชกาลที่6 อันแทบเป็นรากฐานของสังคมประชาธิปไตยในไทย แต่น่าเสียดายยิ่ง ที่ข้าราชการศักดินายุคนั้นไม่มีใครสนใจ

และการเป็นประชาธิปไตยของไทยเองก็ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อ คณะราษฎร ได้ทำการปฎิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นับเป็นหมุดประชาธิปไตยหมุดแรกที่ ปรากฏในแผ่นดินไทย และผ่านมานับ 75ปีแล้ว

            การเปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนั้น หลังจากนั้นต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมากมายสำหรับสังคมไทย ในประชาธิปไตย ไม่ว่าจะมีการปฎิวัตินับครั้งไม่ถ้วน รวมการปฎิวัติตนเองอีกหนึ่งครั้ง รวมถึงเหตุการตื่นตัวทางประชาธิปไตยที่สำคัญที่สุด ในวันที่14 ตุลาคม 2516 แต่หลังจากนั้นประชาธิปไตยก็ปีกหักอีกครั้งจากการพยายามของเหล่าเผด็จการในวันที่6 ตุลาคม ปี2519 และกว่าจะแก้ไขมาได้เป็นประชาธิปไตยเต็มตัวก็หลังจากเหตุการณ์นั้นนับสิบปี   ประชาธิปไตยในไทยนับว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย การเปลี่ยนรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง18ฉบับ จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ประชาธิปไตยไทย พัฒนาหรือไม่ในสังคมปัจจุบัน

           การเลือกตั้งเองก็เป็นบทสรุปบทหนึ่งของประชาธิปไตย การเลือกตั้งนั้นคือการเลือกตัวแทนของบุคคลเข้าไปสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ต้องเฟ้นหาผู้แทนไปเป็นผู้บริหารประเทศ

สำหรับผู้แทนนั้นก็คือผู้ที่ไปเป็นตัวแทนของคนในสังคมที่ต้องเข้าไปบริหารเพื่อกลับมาบริการประชาชน ไม่ว่าที่ไหนในประเทศก็ตาม

นี่คือหลักที่แท้จริงที่แทบจะไม่ปรากฏในแผ่นดินประชาธิปไตยไหนก็ตาม เพราะอำนาจในการบริหารประเทศนั้นช่างหอมหวานแก่ทุกคน อำนาจนี้เองทำให้คนเหล่านั้น ไม่ได้เป็นผู้แทนประชาชน แต่เป็นผู้แทนของเหล่า พ่อค้า ศักดินา ทุนใหญ่ และเหล่าผู้มีอำนาจทั้งหลาย เพื่อให้ผลประโยชน์ตนเองสูงสุด เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีระบบการซื้อเสียงขึ้นมาปรากฏในเวทีการเลือกตั้งต่างๆ อันเป็นการทำเพื่อให้ตนได้เป็นผู้แทนจองปลอมของประชาชน แต่เป็นผู้แทนแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ตนเอง

จึงเกิดระบบอีกระบบหนึ่งคือระบบอุปถัมภ์ เพื่อให้เกิดการซื้อเสียงผสมผสานกับการซื้อใจ จนกลายเป็นระบบที่ทำให้ความคิดทางด้านประชาธิปไตยเสียหาย

            การเลือกตั้งนั้นเองก็มองเป็นทางออกเสียอันเดียวมิได้ เพราะสิ่งที่ปรากฏในระบบย่อมไม่ บริสุทธิ์ หลายครั้งในประเทศไทยมีการเกิดเลือกตั้งที่ไม่ บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในปี 2500 หรือปี 2549  ที่ผ่านมา

ย่อมแสดงถึงการไม่พัฒนาไปเสียเท่าไหร่ของประชาธิปไตยในประเทศไทยเอง

ในประเทศไทย เรายังพบนักการเมืองคอรัปชั่น นักการเมืองที่เอื้อผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง เรายังพบเห็นได้อยู่เสมอ

             แต่การเลือกตั้งนั้นก็ย่อมกำหนดชะตาของพรรคที่เข้ามาบริหารได้ นั่นย่อมหมายถึงบริหารไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่บุคคลใดจังหวัดใด เสียงหนึ่งเสียงจึงย่อมมีค่ายิ่ง หากเสียงนั้นเลือกคนที่ต้องการบริหาร และ ทำเพื่อประชาชนจริง หากเสียงนี้นำไปเลือกบุคคลที่เอื้อพวกพ้อง มาเพื่อกอบโกย เสียงหนึ่งเสียงนี้ย่อมไม่มีความหมายใดๆ ยกเว้นแต่เข้ามาเพื่อทำลายปีกของประชาธิปไตย อันมีมาเพื่อโผบิน

              ระบบประชาธิปไตย4วินาที หรือการเข้าคูหาเพียงแค่กา แล้วบอกว่านี่คือประชาธิปไตย จึงไม่ใช่จุดที่ถูกต้อง

ประชาธิปไตยที่อ้างอิงเสียงข้างมากเป็นประชาธิปไตยจริง แต่เสียงข้างน้อยนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ใช่สนใจแต่เสียงข้างมาก อย่างที่ปรากฏอยู่ในสมัยอดีตมา จังหวัดใดไม่เลือกเรา เราไม่ช่วยเหลือ นั้นเป็นคำประกาศที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย

           หากเรามองประชาธิปไตยเข้าไปนั้น ย่อมเห็นถึงความจริงที่ว่า ประชาธิปไตยนั้นมีความบริสุทธิ์ แต่ผู้ที่อ้างประชาธิปไตยนั้นไม่บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามคัมภีร์ของท่านขงจื้อเคยกล่าวไว้

“ในการปกครองชั้นเยี่ยม ผู้คนจะไม่รู้สึกตัวว่าถูกปกครอง ในการปกครองชั้นดี ผู้คนจะชื่นชอบ ในการปกครองชั้นต่ำ ผู้คนจะเกรงกลัว ในการปกครองชั้นต่ำสุด ผู้คนจะชิงชัง ผู้ที่ไม่นับถือราษฎร จะไม่ได้รับการนับถือ ...” (คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง)

แน่นอนว่าคำกล่าวนี้ย่อมแสดงถึงที่สุด ผู้นำที่ดีควรอย่างนับถือประชาชน และประชาชนย่อมนับถือเขา

ดั้งนั้นผู้นำที่ดีที่เราเลือกเข้าไปต้อง นับถือหนึ่งเสียงของเรา เท่ากับเสียงที่คนที่ไม่ได้เลือกเขาเท่ากัน

เป็นเช่นนั้นย่อมหมายถึงประชาธิปไตย อันนับถือเสียงประชาชนจริง

               แต่ปัจจุบันเองก็ต้องยอมรับว่า ในสังคมทุนนิยมนั้น ความหมายของการเลือกตั้งนั้นอาจจะเป็นได้แค่สัญลักษณ์เสียมากกว่า เพราะการเลือกตั้งก็มีเพียงแค่นั้น ส่วนตัวประชาชนเองก็ไม่สนใจ จนกว่าพวกตนจะเดือดร้อน ซึ่งความเดือดร้อนของเขานั้น ย่อมจะเป็นเรื่องเงิน

นโยบายจูงใจของทุกพรรคเลยกลายเป็นเรื่องเงินที่มานำเรื่องของมนุษย์  เรื่องของจิตใจและ ศีลธรรม

การเลือกตั้งจึงเป็นเพียงการแข่งกันของใครก็ตามที่เสนอผลประโยชน์ให้สูงสุด

ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดการซื้อเสียง ซื้อใจ และสัญญาลวงตา ที่เกิดขึ้นมาในสังคมไทย ก่อนหน้านี้

และสุดท้ายลงเอยด้วยการรัฐประหาร เพื่อหยุดความคิดอันจอมปลอมนี้ และสร้างแนวคิดการพัฒนาคน และศีลธรรมเข้ามา

           แต่ด้วยสังคมที่ฝังลึกในแนวความคิดทุนนิยม ที่ยอมทำตามวัตถุที่โลดแล่นอยู่ในสังคมนี้ ทำให้ ความคิดอันเป็นประชาธิปไตยถดถอยลงอย่างชัดเจน เราเคารพที่จะตามแทนที่เราจะเป็นหนึ่งเสียงเช่นเดียวกันกับทุกคน

เรายังคงรับวัฒนธรรมอื่นๆ แทนที่จะเป็นวัฒนธรรมในตนเอง  เรายังยอมรับเงินมากกว่า ความสุข

จึงไม่แปลกอะไรนักที่ประชาธิปไตยไทยเองนั้นยังคงยอมรับคนโกงแต่ทำงานมากกว่าคนดีที่ไม่ทำงาน เรายังนับถือคนเลวที่เก่งมากกว่าคนดีที่คิดดีแต่ไม่โดดเด่น

         ในยุคประชาธิปไตยใหม่นี้เอง ประชาชนต้องเข้าใจในความเป็นประชาธิปไตย และเสียงตนเองใหม่ มากกว่าที่จะสนใจกับประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น เราต้องสนใจในความเป็นไปที่เราจะคัดค้านสนับสนุน

ไม่ใช่แค่คิดเพียงแต่อาศัยเป็นแค่บุคคลในสังคมเท่านั้น เราจะต้องขัดขืน เมื่อมีการที่ใครก็ตามคุมอำนาจเหนือกว่าเรา เพราะพวกเขาเหล่านั้นคือผู้มีสิทธิเท่าเรา ไม่ใช่ที่จะมาเบียดเบียนผู้อื่นได้

         “บ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า ไม่อาจครองด้วยกำลัง ไม่อาจยึดถือเป็นของส่วนตัวได้ ผู้ที่ใช้กำลังเข้าครองจะต้องพ่ายแพ้ ผู้ที่ยึดถือเป็นส่วนตัวจะต้องสูญเสียอำนาจไป” (คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง)

 บ้านเมืองนั้น ย่อมที่จะไม่มีใครนำอำนาจไปยึดถือได้ เพราะอำนาจนั้นคือของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน           

             หากเราเฝ้ามองอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ตั้งเด่นอยู่ ณ ถนนราชดำเนิน เราจะมองเห็นสิ่งใดปรากฏอยู่

รูปสลักที่แสดงถึงประชาชนทุกคนที่ร่วมกัน เหล่าปีกทั้งสี่ของประชาธิปไตย ที่เด่นเป็นสง่า แต่อย่างไรก็ตามยังไม่โผบินเสียที หรือท่านจะมองขึ้นไปยัง พานรัฐธรรมนูญ ที่แสดงเจตนารม ของประชาธิปไตย  หรือคุณจะมองไปที่ถนน ซึ่งผ่านการชำระล้างด้วยเลือดของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องการปลดปล่อยปีกของประชาธิปไตยให้โผบินไปแทบทั้งสิ้น

              หากวันนั้น ถึงวันนี้เรายังคงเฝ้ามอง  สังคมประชาธิปไตยยังคงเฝ้ามอง การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ในวันที่23 ธันวาคม 2550 จะกำหนดปีกของประชาธิปไตยให้บินขึ้นไป หรือยังถูกจองจำเช่นเดิม กับความไม่เป็นประชาธิปไตยต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับสิทธิ ของหนึ่งเสียงที่เท่าเทียมกันของประชาชนทุกคน ที่จะไปใช้สิทธิและหน้าที่ของต้นเพื่อเลือกตัวแทนที่จะรับใช้เขา หรือเลือกตัวแทนที่จะแก้แค้นเพื่อพวกพ้อง

เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนกำหนดเอง ด้วยเสียงของทุกคน ว่าจะเป็นเสียงที่ดี หรือเสียงที่ไร้ความหมาย

              แต่อย่างไรก็ตามประชาธิปไตย 4วินาที ก็ยังไม่ใช่ทางออกที่จริงแท้และแน่นอน

ตราบใดก็ตามที่เรายังยืนอยู่กับปัจจุบัน 

เพลงไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vickie วันที่ : 24/12/2007 เวลา : 06.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

ผลเลือกตั้งที่ออกมา เค้าว่าบอกอะไรได้หลายๆ อย่าง
เว้นแต่บอกไม่ได้ว่า เสียงไหนซื้อมา ไม่เชื่อถาม กกต.ดูดิ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Supawan วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีเช้าวันเลือกตั้งค่ะ ...

ชอบเดือนธันวาคมของทุกปีเลยค่ะ .. รู้สึกว่าเป็นเดือนแห่งความสุข อากาศดี ผู้คนเป็นมิตร และมีกิจกรรมดีๆให้ทำมากมาย ..

ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนๆ ที่มีการเลือกตั้งเป็นของแถมพ่วงเข้ามา .. วันนี้..ไปเลือกตั้งแน่นอนค่ะ..

มีความสุขในทุกสิ่งที่ทำนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

...แวะมาหาสารสาระเสริมขดสมอง ในคืนหมาหอนก่อนการเลือกตั้ง
มาชวนไปร่วมรณรงค์ พรุ่งนี้อย่าไปเลือกตั้ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Visaninee วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lawyee

แวะไปที่บล๊อกเกอร์ด้วยนะและช่วยโหวตให้ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ZnApel2 วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piano-forte

แหม.. เล่นซะเลือดซิบเลย

>_

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ZnApel2 วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 21.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piano-forte

จะเป็นยังไงนะพรุ่งนี้

เหนด้วยกับ ความเหนที่1

เอิ้กๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

วันนี้วันสุดท้าย
ที่ "พวกเขา" จะยกมือไหว้ "ประชาชน"
หลังจากนี้ .... ประชาชนต่างหาก ที่ต้อง.....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน