*/
  • amalit1990
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oam_amalit1990@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-11
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 252915
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
  • โหวต 56 คน
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 2 มกราคม 2551
Posted by amalit1990 , ผู้อ่าน : 2235 , 17:12:52 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ เมืองเอดินบะระ ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

       เมื่อแรกประสูติทรงพระนามในสูติบัตรว่า May ตามที่โรงพยาบาลตั้งถวาย ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล (คำว่า "วัฒนา" ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา

       **ความผูกพันครอบครัว “มหิดล” **
       
       ในปี พ.ศ.2467 สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จพร้อมกับครอบครัวเล็ก ๆ ไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อรักษาพระองค์ และในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2468 พระอนุชาพระองค์แรกได้ประสูติ ณ โรงพยาบาลเมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี และได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล”
       


       สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้ตรัสถึงพระอนุชาซึ่งทรงเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวในหนังสือ “เจ้านายเล็ก ๆ –ยุวกษัตริย์” ว่า
       “ข้าพเจ้าเองจำเหตุการณ์สำคัญนี้ไม่ได้เลย เพราะอายุเพียง 2 ขวบ 4 เดือน แต่คงยินดีอย่างมากที่ได้น้อง ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องธรรมดานัก เพราะในหลายครอบครัวลูกคนโตมักจะอิจฉาน้องที่อ่อนกว่าไม่มากนัก เพราะพ่อแม่มักให้ความสำคัญแก่ลูกคนใหม่ แต่ทูลหม่อมฯแม่และแหนน (นางสาวเนื่อง จินตตุล พระพี่เลี้ยง ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ท้าวอินทรสุริยา”) คงได้อธิบายเรื่องน้องที่จะเกิดไว้อย่างดี ข้าพเจ้าจึงรู้สึกรักและอยากช่วยเลี้ยงน้อง”
       


       ต่อมาในปี พ.ศ.2469 ครอบครัวราชสกุลมหิดลเสด็จยังสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาต่อจนได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระอนุชาพระองค์ที่สองได้ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ณ โรงพยาบาลเคมบริดจ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานพระนามว่า “ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช”
       
ทั้งสามพระองค์พี่น้องในราชสกุลมหิดล ต่างสนิมสนมรักใคร่ผูกพันทรงเติบโตขึ้นท่ามกลางความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงอบรมดูแลให้ทุกพระองค์ช่วยเหลือตนเอง มีระเบียบวินัย และเอื้อเฟื้อต่อผู้ด้อยโอกาสกว่า จนเป็นพื้นฐานสำคัญในพระอุปนิสัยของทุกพระองค์
       ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2472 สมเด็จพระบรมราชชนกประชวนและทรงจากครอบครัวไป
       “ทูลหม่อมฯสิ้นพระชมน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 ข้าพเจ้าจำวันนี้ได้ดี ข้าพเจ้ากำลังเล่นอยู่ที่หน้าตำหนัก โดยเดินอย่างดัง ๆ บนขอบถนน...ก็มีคนมาบอกให้เงียบ ๆ และให้ขึ้นไปหาแม่ที่ห้องแต่งตัวของแม่ แม่นั่งอยู่บนม้ายาวหน้าหน้าต่าง แม่ดึงตัวข้าพเจ้าไปกอด และพูดอะไรที่ข้าพเจ้าจำไม่ได้ และร้องไห้ ข้าพเจ้าก็ร้องไห้ไปด้วย เพราะความตกใจที่เห็นแม่ร้องไห้มากกว่าอื่น”

       **“พระพี่นางของ 2 พระมหากษัตริย์” **
       
       ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ด้วยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญพระวงวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์
       ด้วยเหตุนี้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา จึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ”ในรัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี
       และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2487 ท่ามกลางสถานการณ์ที่หนักหน่วงเกินกว่าพระหทัยดวงหนึ่งจะรับไหว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอในพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ทรงเป็นกำลังใจสำคัญเคียงข้างสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระอนุชาพระองค์เล็ก ซึ่งต้องรับพระราชภาระแห่งบ้านเมืองในฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

       วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในเป็นพระองค์แรกในรัชกาล ทรงพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

       **การศึกษา**
       สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเข้ารับการศึกษาชั้นต้นที่อนุบาลปาร์คสกูล( Park School) ระหว่างปี พ.ศ.2469-2471 ในช่วงที่ตามเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการแพทย์ และรักษาพระองค์ที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
       ในชั้นเรียนมีการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับพระองค์ท่าน นักเรียนพระองค์น้อยนี้จึงไม่รับสั่งอะไรเลยเป็นเวลานาน ครูผู้สอนมีจดหมายถึงสมเด็จพระบรมราชชนนีในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2471 ว่า ช่วงแรกทรงไม่เข้าพระทัยในสิ่งที่ครูและนักเรียนในชั้นพูดกัน แต่ทรงเรียนรู้ได้เร็ว และสามารถตรัสคำว่า “Yes” , “No” , “Good morning” และ “Good-bye” ได้ แต่ยังไม่สามารถที่จะรับสั่งเป็นประโยคยาว ๆ ได้ ทรงเล่นอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีหิมะตก ทรงตื่นเต้นและรับสั่งคำว่า “ Snow” ออกมาเป็นคำแรก และตามด้วยอีกหลายประโยคในเวลาต่อมา จนรับสั่งเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องที่สุด และไม่ทรงลืมภาษาอังกฤษอีกเลย
       เมื่อคราวตามเสด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีกลับมาประทับในเมืองไทย เมื่อช่วงพ.ศ.2471-2476 ทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนราชินี ซึ่งเคยรับสั่งเล่าถึงช่วงที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนราชินีว่า เสด็จไปเรียนเพียงครึ่งวัน เพราะสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงเห็นว่าเด็กยังต้องนอนพักผ่อน และในตอนบ่ายก็ทรงจัดให้ครูมาสอนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะไม่ทรงลืม
       ในช่วงแรกทรงเรียนตามเพื่อน ๆ ไม่ค่อยทัน แต่เมื่อปรับตัวได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทรงเรียนอยู่จนถึงชั้นประถมปีที่ 3 สอบได้ที่ 2 ได้รับรางวัลจากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระเป๋าผ้าน้ำมัน ซึ่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงส่งตามไปให้ภายหลัง เมื่อเสด็จประทับอยู่กับสมเด็จพระบรมราชชนนีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
       หลังจากที่เสด็จจากประเทศไทยกลับมาประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนาทรงศึกษาต่อในระดับเตรียมมัธยมที่โรงเรียนเมียร์มองต์ ( Miremont) ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทรงสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมัธยมสตรีประจำเมืองเลซาน Ecole Superieure de Jeunes Filles de la Ville de Lausanne ซึ่งเป็นของรัฐบาล เมื่อพ.ศ.2478

       ในปีพ.ศ.2485 ทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยโลซาน แม้จะถนัดด้านศิลปะศาสตร์ แต่ทำคะแนนทางวิทยาศาสตร์ได้ดีกว่า จึงเลือกสาขาวิชาเคมี และได้รับ diplome de chimiste et pedagogiques ไปพร้อมกัน อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และจิตวิทยา
       
       **ชีวิตสมรส**
       
       สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงสมรสกับพันเอก อร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ มีพระธิดาหนึ่งคนจากการเสกสมรสกับพันเอกอร่าม คือท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม
       ต่อมาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯทรงเสกสมรสอีกครั้งกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช (พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธารดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย และหม่อมระวี ไกยานนท์)

       ในฐานะพระมารดาทรงเลี้ยงดูพระธิดาด้วยพระองค์เองโดยให้ความรักและดูแลเอาพระทัยใส่อย่างใกล้ชิด และเมื่อท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ได้สมรสกับนายสินธู ศรสงครามมีบุตร คือร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม ในฐานะ “สมเด็จยาย” ของพระนัดดา พระองค์ก็ทรงให้ความรักและห่วงใยเสมอมา

       **พระปณิธาน**
       
       ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลอด 84 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงมีพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวมในหลายแขนง ตั้งแต่เสด็จกลับเมืองไทยในปี พ.ศ.2493 ทรงเริ่มต้นเป็นอาจารย์สอนนิสิตนักศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่ง
       ภาพที่ประชาชนไทยต่างคุ้นเคยและอยู่ในความทรงจำมาจนทุกวันนี้ คือเมื่อครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนียังทรงเจริญพระชนชีพ ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารอยู่เสมอ พร้อมกับทรงนำแพทย์อาสาไปให้การรักษาผู้เจ็บป่วย โดยมีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามเสด็จอยู่เคียงข้าง

       แม้เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว นอกจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะทรงสืบพระปณิธานแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทรงอุปถัมภ์ บางองค์กรทรงก่อตั้งด้วยพระองค์เอง รวม 63 มูลนิธิ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงราษฎรไทยสืบไปทั้งสิ้น

       ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา

พระราชนิพนต์ของท่าน

ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากพระองค์จะทรงประกอบพระกรณียกิจอันน้อยใหญ่นานัปการ ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิกรชาวไทย เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังรับหน้าที่สานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยแล้ว
       
       พระกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพระองค์ ที่ถือได้ว่าสร้างคุณูปการแด่อนุชนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้ และเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภายภาคหน้าต่อไปได้ ก็คือ "พระนิพนธ์" ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้ทรงนิพนธ์ในวาระต่างๆ
       

       พระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส  ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยเท่านั้น   แต่เป็นที่รับทราบของชาวต่างประเทศด้วย  จนเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส ทรงได้รับเหรียญเป็นลำดับที่ 4 ซึ่ง 3 ดับแรกเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งสิ้น
       

       ส่วนผลงานที่พระองค์ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้น ล้วนนิพนธ์ขึ้นมาในโอกาสต่างๆกันไป อาทิ พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เท่าที่ได้รวบรวมไว้ ขณะนี้มีทั้งหมด 11 เรื่อง ดังนี้

พระนิพนธ์เกี่ยวกับราชวงศ์
       จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ พระนามราชโอรส ธิดา และพระราชนัดดา , แม่เล่าให้ฟัง , พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 , เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers , เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์ , ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games , เจ้าฟ้าทหารเรือ พ.ศ. 2454ถึง พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ.1936 ) ,ตราแผ่นดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามย่อ ,สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ Prince Mahidol and Art , จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ Popular chronicle From The Press, The Demise of the Princess Mother และ ส่งเสด็จสมเด็จย่า ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ์
       
       โดยแต่ละเรื่องที่พระองค์นิพนธ์ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างวาระกัน แต่แฝงไว้ด้วยความหมายอย่างลึกซึ้งหาที่เปรียบมิได้ เช่น เรื่อง “จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคต จาก หนังสือพิมพ์” พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2539 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพความประทับใจในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ได้ลงข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระประวัติอย่างละเอียด แล้วทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจ และประสงค์ที่จะเก็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก และทำเป็นรูปเล่ม โดยหนังสือพิมพ์ที่ใช้มี 5 ฉบับ 3 ฉบับเป็นภาษาไทย อีก 2 ฉบับเป็นภาษาอังกฤษ
       
       แต่ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์ไว้อีกหลายเรื่อง ไม่เรื่อง “แม่เล่าให้ฟัง” เป็นเรื่องราวที่พระองค์ได้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนีในการดูแลอบรมพระโอรสและพระธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ อันเป็นที่มาแห่งการดำเนินชีวิตที่น่าเทิดทูนยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

พระนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว
       “เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers” พระนิพนธ์เล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2530 โดยเนื้อเรื่องในพระนิพนธ์พระองค์พยายามฉายให้เห็นภาพความสำคัญของเวลาว่า “เวลาเป็นของมีค่า” เพราะพระองค์ได้รวบรวมพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เริ่มตั้งแต่งานอดิเรกต่างๆ คือ มีการปั้นเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบดินเผา การปั้นพระพุทธรูป เมื่อทรงปั้นเสร็จแล้วมักจะมีการลงพระนามาภิไธย และลงวันที่กำกับไว้ทุกครั้ง มาไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว
       
       ถัดมาก็ได้ทรงนิพนธ์เรื่อง "เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์" เป็นหนังสือพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงพระเยาว์ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นิพนธ์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ( 5 ธันวาคม 2530) แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ภาค ภาคแรก กล่าวถึงสมัยที่รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 ยังทรงเป็นเจ้านายเล็กๆ ภาคที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของพระองค์พี่เป็นยุวกษัตริย์ และภาค 3 กล่าวถึง การเป็นยุวกษัตริย์ จนถึงพระองค์น้องต้องมาเป็นยุวกษัตริย์องค์ต่อไป โดยในหนังสือพระองค์ทรงรวบรวมภาพประกอบไว้มากถึง 800 ภาพ
       
       ในปี 2538 ก็ทรงมีผลงานนิพนธ์เรื่อง ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games หนังสือเล่มนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงเรียบเรียงขึ้นเป็นรูปเล่มของหนังสือ สาระในเล่มมีรูปภาพไปรษณียบัตรของพระบรมวงศ์ษานุวงศ์หลายๆ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ ณ.ต่างประเทศ หรือเสด็จเยือนต่างประเทศเพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับนานาอารยประเทศ และได้ทรงส่งไปรษณียบัตรเหล่านี้กลับเมืองไทยและกราบถวายบังคมทูลเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทรงพำนักอยู่ ณ.ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนจดหมายเหตุที่บันทึกเรื่องราวในอดีตต่างๆ ในหลายๆยุคสมัยตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

หนังสือทรงแปล
       ทั้งนี้จากการที่พระองค์ได้เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา อาฟริกา เอเชีย และ ตะวันออกกลาง โดยการเสด็จเยือนแต่ละครั้ง นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสัมพันธไมตรี กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องราวที่ได้พบเห็น บางครั้งก็ได้ให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูล และรวบรวม จัดทำเป็นหนังสือสารคดี ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งยวดในวงวิชาการด้านต่างๆ อาทิ 1 โหลในเมืองจีน , ยูนาน Yunnan, สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง ,จากโคริโอสู่โคเรีย , และ 8 วันในสาธารณารัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เป็นต้น
       
       ผลงานนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว อย่างเรื่อง “ที่ไซบีเรียหนาวไหม IS IT COLD IN SIBERIA” เป็นผลงานที่พระองค์ได้นิพนธ์ขึ้นหลังจากที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ระหว่างวันที่ 11 - 18  กรกฏาคม พ.ศ.2532 ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เรื่องประเทศรัสเซียโดยสังเขป ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพปัจจุบัน ความเป็นอยู่ และมีเรื่องราวการเยือนสถานที่ต่างๆ แต่ละวัน โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท บทที่ 1 มอสโก บทที่ 2 โนโวซีเบียร์สค์ และบทที่ 3 เอียร์คุทส์ค์ ทุกบทเขียนภายในโครงสร้างกรอบเดียวกัน คำบรรยายประกอบภาพเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานเล่มนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2533

ผลงานที่ทรงเป็น "บรรณาธิการิณี"
       พระปรีชาสามารถอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักเขียน ก็คือการทำหน้าที่เป็นนักแปลผลงานวรรณกรรม ในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 9 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดานักสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ไปใช้ชีวิตและเติบโตในต่างแดน ในการที่จะใช้ความเพียรพยายามใช้ภาษาไทยอย่างมุ่งมั่น โดยระหว่างที่ประทับ ณ วังสระปทุม ในปี พ.ศ.2475 พระองค์ทรงแปลนิทานสำหรับเด็กจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “นิทานสำหรับเด็ก” พิมพ์แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475
       
       ในขณะเดียวกันพระองค์ยังทรงเป็น บรรณาธิการนิตยสาร “รื่นรมย์” ซึ่งคิดทำขึ้นเอง เริ่มจากซื้อสมุดธรรมดาด้วยราคาราว 10 สตางค์ เขียนด้วยลายมือสมาชิกกองบรรณาธิการประกอบด้วยข้าราชบริพารรุ่นเยาว์วัยเดียวกันช่วยกันเขียน แต่ปรากฏว่าออกวางตลาดได้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น นิตยสารเล่มนี้ก็มีเหตุต้องปิดตัวลงไปเพราะ “เหนื่อยเสียเหลือเกิน”
       
       ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา

ข้อมูลทั้งหมดจากผู้จัดการ

****************************************************************************************************

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

                                            amalit1990


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Lyrics วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :




http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/01/14/entry-2 ล้วงลึกผู้กองนักสืบ...กับความลับที่คุณอาจเข้าใจตำรวจมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
None วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasaem

... ร่วมไว้อาลัย
... พระองค์ทรงเป็นผู้ให้
... " ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ควรมิควรแล้วแต่ทรงพระกรุณา " ...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

บันทึกไว้ในแดนสยาม

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

ม.ค. ๒๕๕๑

ต้องบันทึกไว้ สยามประเทศ สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ถึง

สองสมเด็จ

อ่านรายละเอียดข่าวมรณภาพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้ที่


http://www.oknation.net/blog/somboontiew/2008/01/04/entry-1

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Romeoza วันที่ : 06/01/2008 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/romeoza

ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย

เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยเป็นนิรันดร์

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่องขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

ในนาม blogger Romeoza ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สาวบาว วันที่ : 06/01/2008 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babbaobao
independent

ร่วมอาลัย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ฮาริส วันที่ : 06/01/2008 เวลา : 01.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Haris

แท้จริงเราเพียงกรวดดิน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
poyluang วันที่ : 05/01/2008 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poyzone

พระองค์ทรงเป็นเบญจกัลยาณีจริงค่ะ ขอส่งพระองค์สู่สวรรคาลัยด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
hey_you วันที่ : 05/01/2008 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lov2allyou
ช่างแม่ง!! Let It Be

ขอส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย...
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เพียงลมพัดผ่าน วันที่ : 05/01/2008 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daija
navy

ร่วมไว้อาลัยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
น้ำอมฤต วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

ประณตน้อมก้มกราบขอถวาย
ความอาลัยเสด็จสู่สรวงสวรรค์
พระพี่นางฯ ทรงพระคุณอนันต์
ด้วยชีวันข้าพระบาทสำนึกคุณ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
vickie วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

ดาวเคลื่อน เดือนลับ อับแสง
ดอกหญ้า โรยแรง ร่ำไห้
พระองค์หญิง พระทัยงาม จากไกล
ทิ้งไว้ รอยอาลัย นิรันดร

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
kancht958 วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/real-ohm
“ สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมดับไปเป็นธรรมดา “: http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind 

ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกเกอร์ real-ohm
ขอถวายความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการสิ้นพระชนม์ของ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Pimshanok วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SoulmateAndDestiny
"I believe in and have faith in Destiny"

ขอส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย...
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
มีความสุขมากๆนะคะ
ขอให้หล่อๆ สวย ๆ รวยๆ เฮงๆ มากขึ้นไปอีกค่ะ

"I believe in and have faith in Destiny"
Au

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
trmoorati วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/trimoorati
ทุกเวลาและนาทีชีวิตต้องดำเนินต่อไป   ชีวิตที่หยุดนิ่งคือความตาย แต่ชีวิตที่ทำงานและเข้าใจชีวิตคือความสงบ   http://www.oknation.net/blog/real-ohm  http://www.oknation.net/blog/trimoorati  http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind

ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกเกอร์ Happytopofmind
ขอถวายความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการสิ้นพระชนม์ของ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chedtha วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

ขอร่วมลงนามส่งเสด็จ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
สู่สวรรคาลัย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ
ข้าพระพุทธเจ้า
บล็อกเกอร์ chedtha

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vickie วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

ขอพระองค์เสด็จสู่แดนสรวง

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
บุญชัย วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

ขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ปวงชาวไทยประณตกำสรดหมอง
ซึ้งในพระกรุณาค่าเนืองนอง
สิ้นแสงทองลับลาให้อาลัย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ญาใจ วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yahyy


ขอร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
phoenixman วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phoenixman
Reborn Elegant, The Return of Fabulous gal !!!

ขอถวายความไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
...ขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย...
ด้วยเพลง แสงหนึ่งคือรุ้งงาม
http://www.oknation.net/blog/phoenixman/2008/01/02/entry-1

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปลิวลม วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom


ร้องไห้ออกมาสุดหัวใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอร่วมลงนามส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน