• DrJoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : drjoy2000@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 17471
  • ส่ง msg :
  • โหวต 205 คน
American-America
บันทึกเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาในชนบท ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเริ่มต้นได้ยินคำว่า "อเมริกัน" และ "อเมริกา" ... เธอเติบโต และเติบใหญ่ โดยได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมากมาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/american-america
วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by DrJoy , ผู้อ่าน : 602 , 21:32:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โรแมนติกแบบ "อเมริกัน-อเมริกัน"
 
ด้วยความที่ตัวฉันนั้น เป็นคนที่มีความโรแมนติกอยู่แล้วเป็นทุนเดิม พอมาได้ยิน ได้รับรู้ และได้เห็นพฤติกรรมที่สุดแสนจะโรแมนติกของคนอเมริกันแล้ว ก็รู้สึกเลยว่าคนไทยอย่างฉันนั้น ยังต้องชิดซ้าย
 
ครั้งหนึ่งเมื่อวันฟ้าใส ก้าวแรกที่ฉันได้มาถึงห้องพักนักศึกษา เพื่อนสาวชาวอเมริกันคนหนึ่งของฉัน ชื่อว่า "เอมี่" ได้มีทีท่าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเป็นที่สุด เธอได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นกับเธอในขณะที่ไปร่วมงานแต่งงานเพื่อน เมื่อค่ำคืนวานว่า เมื่อพนักงานเสริฟได้นำถ้วยกาแฟ (ที่วางคว่ำอยู่บนจานรอง) มาแจกจ่ายให้กับทุกคน เธอเองได้จับถ้วยกาแฟหงายขึ้นเพื่อที่จะขอรับกาแฟที่นำมาเสริฟ แล้วเธอก็ต้องตกตะลึงเป็นที่สุดและถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเธอได้พบว่ามีแหวนเพชรวงหนึ่งวางซ่อนอยู่ภายใต้ถ้วยกาแฟใบนั้น และ "ทิม" แฟนหนุ่มของเธอก็ได้คุกเข่าลงขอเธอแต่งงาน ซึ่งเธอก็ได้ตอบรับไปทั้งน้ำตา ฟังเธอเล่าแล้วฉันก็พลันน้ำตาเกือบไหลริน ฉันคิดฝันต่อไปว่า แล้วจะมีหนุ่มคนใดบ้างไหมหนอ ที่จะมามีพฤติกรรมอันสุดแสนโรแมนติกกับฉันอย่างนี้....
 
และฉันเองนั้นก็เกิดความประทับใจมากขึ้น เมื่อมาพิจารณาดูว่า "ทิม" ว่าที่เจ้าบ่าวของเอมี่นั้น ช่างมีความสามารถในการสรรหาแหวนหมั้น ซึ่งมีลักษณะพิเศษอันแตกต่างไปจากแหวนหมั้นทั่วๆ ไป ทว่า..."แครอล" เพื่อนอเมริกันอีกคนหนึ่งของฉันซึ่งแต่งงานและมีลูกแล้ว ได้บอกกับฉันว่า จริงๆ แล้ว เอมี่กับทิมได้มีการวางแผนและเตรียมการในเรื่องรูปแบบของแหวนหมั้นและแหวน แต่งงานไว้ล่วงหน้า ...ไม่เป็นไร ฉันก็ยังคิดว่า... พ่อหนุ่ม "ทิม" ชาวอเมริกันคนนั้นช่างโรแมนติกอยู่ดี
 
คราวนี้ "เจฟ" เพื่อนอเมริกันอีกคนหนึ่งของฉัน ซึ่งกำลังมีแฟนสาวชาวอเมริกันชื่อ "เม็ก" และเธอคนนั้นก็เป็นผู้ที่มีความโรแมนติกมากมาย วันดีคืนดีเธอก็ได้ส่งการ์ดมาให้เจฟ ด้วยข้อความที่ว่า "Just a little note to say... I miss you" ทำเอาหนุ่มเจฟนั้นซาบซึ้งเป็นที่สุด ถึงกับจิตใจล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่ออยู่ในห้องเรียน (และตอนนี้... ฉันเอง ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เคยมี "เพื่อน" ชายไทยคนหนึ่งของฉัน ที่อยู่มาวันหนึ่งก็ได้ส่งโทรเลขจาก จ.ขอนแก่น มาหาฉันที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยข้อความเพียงสั้นๆ ว่า "คิดถึง" ทำให้หัวใจดวงน้อยของฉันนั้นกระชุ่มกระชวยขึ้นมาเล็กน้อย ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ก็ได้พากันล้อเลียนฉันไปอีกนาน) ....และ ในวันหนึ่งเพื่อนๆ ของฉัน รวมทั้งหนุ่มเจฟก็ได้พากันไปเดินป่า หนุ่มเจฟนั้นเกิดอาการเดินได้ช้ามาก จนคนอื่นๆ เดินนำหน้าไปไกล ส่วนสาว "เม็ก" ที่เดินเคียงคู่กันมานั้นก็รู้ว่าเจฟไม่ค่อยสบาย จึงได้ชวนกันนั่งพัก หนุ่มเจฟบอกกับสาวเม็กว่าเขาปวดท้อง ขอให้สาวเม็กช่วยหยิบยาที่อยู่ในกระเป๋าให้ เมื่อสาวเม็กได้ทำการค้นหา ก็ต้องแปลกใจเพราะพบว่ามีเพียงกล่องเครื่องประดับสวยเล็กๆ ที่ใส่แหวนหมั้นเท่านั้น และแล้วหนุ่มเจฟก็ได้คุกเข่าลงขอเธอแต่งงาน ซึ่งเธอนั้นก็ได้ตอบรับทั้งน้ำตา และเพื่อนๆ ที่ไปเดินป่าด้วยกันก็ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน
 
ฉันเองได้ฟังเรื่องเล่าแล้วก็กรี๊ดแสดงความยินดีกับหนุ่มเจฟ 
....อีกแล้ว อเมริกัน กับความโรแมนติก
 
ส่วนพ่อเจ้าประคุณหนุ่มหล่อชาวอเมริกันคนดีของฉัน ก็ไม่น้อยหน้าใครในเรื่องความโรแมนติก เกือบทุกครั้งที่มาหาฉัน เขามักจะมีดอกไม้สวยๆ แปลกๆ มาให้เสมอ ที่บางครั้งก็เก็บมาจากป่าข้างทาง วันหนึ่งพ่อหนุ่มคนดีของฉันก็ได้เก็บเอา "ดอกทิวลิปสีเหลือง" ที่ขึ้นอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้านของเขามาให้ ฉันนั้นแทบร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ เพราะยังไม่มีใครล่วงรู้ความลับของฉันมาก่อนว่า ดอกไม้ที่ฉันโปรดปรานมากที่สุดก็คือ "ดอกทิวลิปสีเหลือง" ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่า "ทำไม" รู้แต่ว่าฉันเริ่มชอบดอกทิวลิปสีเหลืองมาตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่ที่ประเทศเบลเยียม....
 
พ่อหนุ่มอเมริกันสุดหล่อคนนี้ของฉัน ได้สรรหาดอกไม้นานาชนิด มามอบให้ฉันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งฉันเองก็ได้เก็บเป็นดอกไม้แห้งใส่ไว้ในตะกร้ามากมาย จำนวนดอกไม้แห้งนั้น....เพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา และคุณแม่ของเขาก็ได้สร้างความประทับใจให้กับฉันอีก ด้วยการสั่งทำช่อดอกไม้พิเศษจากดอกทิวลิปสีเหลืองให้ฉันถือในวันแต่งงาน...
(หมาย เหตุ... หลังจากที่เราสองคนได้แต่งงานกันแล้ว ฉันก็รู้สึกได้เลยว่าจำนวนดอกไม้แห้งในตะกร้านั้น กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ฉันเองก็เข้าใจว่า ....ดอกไม้นานาชนิดนั้น คงจะหาได้ยากขึ้นทุกๆ วัน)
 
"แมท" เพื่อนชาวอเมริกันของฉันอีกคน เป็นผู้ซึ่งได้ผ่านการอกหักมาครั้งแล้วครั้งเล่า วันหนึ่งในขณะที่เขาได้นำนักศึกษาไปทำงานวิจัยชิ้นหนึ่งในช่วงฤดูร้อนที่ประ เทศกรีก เขาก็ได้ชวนนักศึกษาปริญญาโทสาวชาวอเมริกัน ผู้มีนามว่า "เอริก้า" ให้ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกน้ำทะเลที่บนเนินเขา ในวินาทีที่ท้องฟ้ามีสีสันงดงามที่สุดหลังจากที่ดวงอาทิตย์ได้จมลงในพื้นน้ำ หนุ่มแมทก็ได้คุกเข่าลงและขอสาวเจ้าแต่งงาน เอริก้าผู้ซึ่งกำลังจะหย่าร้างกับสามี ก็ร้องไห้โฮและรับปากกับแมทว่าจะรีบกลับมาดำเนินการหย่าให้จบสิ้นโดยเร็วที่ สุด พอกลับมาถึง เธอก็ได้นำข่าวร้ายมาบอกกับฉันว่าเธอกับสามีนั้นได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ฉันผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่และตื้นลึกหนาบางใดๆ ก็ได้แสดงความเสียใจกับเธอ และได้ไปปรึกษากับแมท เพื่อนรักของฉันว่าสงสารเอริก้ามากๆ เลย และต่อไปนี้พวกเราก็คงจะต้องช่วยกันดูแลเธอ อีกไม่กี่วันต่อมา "แมท และ เอริก้า" ก็ประกาศให้พวกเราได้รับรู้ว่าเขาทั้งสองนั้นได้หมั้นหมายกันเป็นที่เรียบ ร้อยแล้ว....
 
อย่างไรก็ดี ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง และความโรแมนติกนั้น ไม่ว่าจะเป็นอเมริกัน ไทย หรือชนชาติใดๆ ในโลก เมื่อมีขึ้น...ก็ต้องมีดับ เป็นของธรรมดา และเมื่อดูจากสังคมอเมริกันรอบๆ ตัวฉัน เมื่อก่อนนั้นมีความโรแมนติกเกิดขึ้นมากมาย และนำไปสู่พิธีการแต่งงานที่สุดแสนจะโรแมนติก ที่เต็มไปด้วยถ้อยคำอันหวานชื่นสุดแสนจะประทับใจ "for better... for worse..." รวมทั้งน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากคู่บ่าวสาวและผู้มาร่วมงาน ตามมาด้วยการฉลองวาระครบรอบวันแต่งงานเป็นประจำทุกปี ที่ยิ่งใหญ่มากหน่อยก็จะเป็น 7, 10, 25, และ 50 ปี แต่พอนานๆ เข้า เพื่อนๆ ชาวอเมริกันของฉันหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสุดแสนจะโรแมนติกทั้งก่อนแต่งงานและในพิธีแต่งงาน ล้วนพากันเปลี่ยนใจและลืมคำว่า "for better... for worse..." ไปทั้งสิ้น
 
ฉันเองนั้นได้รับการ์ดวันครบรอบแต่งงานจากเจ้าชายของฉันทุกปี และแรกๆ นั้น เจ้าชายของฉันก็เปิดประตูรถให้ฉันขึ้นลงทุกครั้ง แต่พอมีลูกแล้วฉันก็เปิดประตูรถขึ้นลงเอง (ซึ่งฉันก็เข้าใจนะ) และปัจจุบัน แม้ว่าขาข้างหนึ่งของฉันนั้นยังอยู่นอกรถอยู่เลย พ่อเจ้าประคุณของฉันก็เริ่มออกรถแล้ว... ในที่สุด ฉันก็เป็นคนขับรถซะเอง ไม่ว่าจะขึ้นเหนือหรือล่องใต้ และไม่ว่าจะเป็นในประเทศอเมริกาหรือประเทศไทย
 
ฉันเชื่อว่า ความโรแมนติกอันเลื่องชื่อของชาวอเมริกันนั้น เป็นวัฒนธรรมที่พัฒนาควบคู่มากับความเป็นวัตถุนิยมของชนในชาติ อเมริกันนั้นเป็นชนชาติที่มีความเป็นวัตถุนิยมมากที่สุดในโลก นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวชนชั้นกลาง หรือคนมั่งมี จึงไม่แปลกใจที่ความฝันของเด็กสาวชาวอเมริกันส่วนใหญ่ก็คือการได้สวมใส่ชุด แต่งงานและพิธีแต่งงานอันยิ่งใหญ่ และความฝันของอเมริกันชนทั่วไปก็คือการมีบ้าน อเมริกันนั้นได้ชื่อว่ามีการซื้อขายและย้ายบ้านมากครั้ง ที่เรียกกันว่า first home, second home, retirement home หรือไม่ก็จะมีบ้านฤดูร้อน บ้านฤดูหนาวไว้ตามเมืองต่างๆ
 
ในชีวิตแบบไทยๆ ของฉันนั้น เกิดที่ไหนเติบโตที่นั่น บ้านเคยอยู่ที่ไหนก็ยังอยู่ที่นั่น และไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านมาสักกี่ปี บ้านของฉันหลังนั้นก็ยังคงอยู่... หลายๆ คนในหมู่บ้านของฉัน เกิด.. เติบโต.. และตายที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นกี่รุ่นต่อกี่รุ่นก็ตาม ฉันเองนั้นได้เดินทางมาไกลสุดขอบฟ้า ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าจะยังเดินทางต่อไปอีกไกลสักเท่าใด
 

To be continued...




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สนุกดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน