• DrJoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : drjoy2000@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 17491
  • ส่ง msg :
  • โหวต 205 คน
American-America
บันทึกเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาในชนบท ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเริ่มต้นได้ยินคำว่า "อเมริกัน" และ "อเมริกา" ... เธอเติบโต และเติบใหญ่ โดยได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมากมาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/american-america
วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2552
Posted by DrJoy , ผู้อ่าน : 592 , 20:45:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"UGLY AMERICAN"
 
คำว่า "Ugly American" นั้น เป็นคำกระทบกระเทียบเปรียบเปรยที่ใช้เรียกขานชาวอเมริกัน ซึ่งหมายรวมถึงลักษณะพฤติกรรมของชาวอเมริกันในการพูดจาส่งเสียงดัง ความเย่อหยิ่ง การดูถูกดูแคลนผู้อื่น การไม่คำนึงถึงความรู้สึกของใครๆ ตลอดจนความภาคภูมิใจในการเป็นอเมริกันชนว่าดีกว่าชนชาติอื่นใดในโลก ซึ่งคำเปรียบเปรยดังกล่าวส่วนใหญ่ใช้เรียกขานคนอเมริกันในต่างแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ภายในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยกันเอง รวมทั้งในแวดวงธุรกิจอเมริกันในตลาดต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่คนอเมริกันจะวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาติอื่นๆ โดยถือเอามาตรฐานของตนเองเป็นหลัก
 
สำหรับคำว่า "The Ugly American" นั้น เป็นชื่อของหนังสือนวนิยายเชิงการเมืองที่ขายดี ซึ่งเขียนโดย Eugene Burdick และ William Lederer และได้ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1958 ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องพ่ายแพ้ อันเป็นผลเนื่องมาจากความหยิ่งยะโสและการปฏิเสธที่จะเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นในต่างแดน ของคนอเมริกัน
 
ในปี ค.ศ. 1963 เรื่องราวนวนิยายในหนังสือได้นำมาถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับ George Englund และมี Marlon Brando รับบทดารานำแสดงฝ่ายชาย โดยรับบทเป็น "Harrison Carter MacWhite" นอกจากนี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้รับบทเป็น "Sarkhan's Prime Minister Kwen Sai" ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1975 ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย
และต่อมาในปี ค.ศ. 2004 Ben Mezrich นักเขียนประจำ New York Times ผู้เขียนหนังสือขายดีเรื่อง "Bringing Down the House" ก็ได้เขียนหนังสือเรื่อง "Ugly Americans" เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตจริงของ John Malcolm เด็กหนุ่มผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปรินส์ตัน ผู้ซึ่งได้เดินทางข้ามขอบฟ้าไปยังทวีปเอเซีย เพื่อตามล่าหาฝัน และเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ต่อมาของตลาดด้านการลงทุน
 
ฉันเองไม่เคยได้คลั่งไคล้ในความเป็น "อเมริกัน" หากในความรู้สึกส่วนตัวนั้น มีทั้งชมเชยในส่วนที่ดี และต่อต้านในส่วนที่เลวร้าย ยิ่งนานวันที่ฉันได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางอเมริกันชนและความเป็นอเมริกัน ฉันยิ่งมีความภาคภูมิใจในความดีงามของวัฒนธรรมไทยและประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พระพุทธศาสนา" อันเป็นที่สุดของศาสนาใดๆ ในโลก มากยิ่งขึ้น พูดอย่างนี้ ฉันมิใช่พุทธศาสนิกชนคนที่เคร่งครัด คนที่หายใจหายคอเป็นพระพุทธศาสนา คนที่สวดมนตร์ทุกเช้าเย็นหรือทุกบ่อย ฉันไม่เคยนั่งวิปัสสนากรรมฐานแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ฉันเคยไปวัดบ้างเพื่อทำบุญและประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา การที่ฉันได้พบเห็นพระภิกษุสงฆ์ ฆราวาสและพุทธศาสนิกชนที่แตกต่างและหลากหลาย ทำให้ฉันเกิดความซาบซึ้งในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า (อันเป็นแก่นแท้ของพุทธศาสนา) มากยิ่งขึ้น และทำให้ฉันเลือกที่จะห่างจากการไปวัดไปโดยปริยาย
กลับมาพูดถึงเรื่องนิยามของคำว่า "Ugly Americans" ดีกว่า ตัวอย่างที่ฉันเห็นได้ชัด ก็คือ เมื่อ "คริสทีน" เพื่อนอเมริกันสาวจากรัฐเทกซัสคนหนึ่งของฉัน ได้เดินทางไปเป็นอาสาสมัคร Peace Corps ที่เมืองกาญจนบุรี ฉันได้พบกับเธอบ้างเป็นครั้งคราวที่กรุงเทพฯ วันหนึ่ง เธอ ฉัน และเพื่อนชายอเมริกันอีกคน ได้ไปกินพิซซ่ากันที่ร้านพิซซ่าฮัท ซึ่งเธอก็ได้วิพากษ์วิจารณ์พิซซ่าที่แสนจะเอร็ดอร่อยในความรู้สึกของฉันว่า รสชาติของพิซซ่าที่ประเทศไทยนั้นใช้ไม่ได้เอาเสียเลย สู้พิซซ่าที่อเมริกาไม่ได้ ฉันได้ตอบเธอไปว่า แต่พวกเราคนไทยว่าอร่อยกันนะ.... นอกจากนี้ เราก็ได้ไปดูหนังเรื่อง Ghost อันเลื่องชื่อ ซึ่งมีตอนหนึ่งที่เจ้าผีสามีเข้ามาในร่างทรงของ วูปี้ โกลด์เบอร์ก (Woopi Goldburg) และทักภรรยาของเขาว่า "นี่เธอเพิ่งไปทำสีผมรับฤดูใบไม้ร่วงมาสินะ" ซึ่งทำให้เพื่อนสาวอเมริกันของฉันคนนั้นหัวเราะออกมาเสียงดังที่สุดเท่าที่ฉันจะเคยได้ยินเสียงคนหัวเราะมาในชีวิต ในขณะที่คนในโรงภาพยนตร์ทุกคนต่างเงียบกริบ พอหนังจบแล้วเธอได้บอกกับฉันว่า "พวกคนไทยนี่นะ ช่างไม่รู้จัก Joke ของอเมริกันเสียเลย และก็เลยไม่รู้จักขำกันในตอนที่น่าขำ" ฉันกับเพื่อนชายอเมริกันต่างมองหน้ากันแล้วทำตาปริบๆ และฉันเองก็นึกไปถึงคำสั่งสอน (อย่างย้ำแล้วย้ำอีก) ของพ่อฉันที่ว่า "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล"
 
แม้แต่เจ้าชายสุดที่รักของฉันซึ่งเป็นอเมริกันชน ในบางครั้งก็ย่อมหนีไม่พ้นนิยามของคำว่า "Ugly American" โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่เราสองคนไปฮันนีมูนที่ประเทศไทย และก็เป็นครั้งแรกของเขาที่ได้ไปเมืองไทยเช่นกัน ภูเก็ตนั้นเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทุกคน และพ่อเจ้าประคุณของฉันก็หลงรักภูเก็ตและท้องทะเลอันดามัน แต่ในระหว่างที่เราสองคนกำลังก้าวเดินไปท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ พ่อคุณของฉันก็จำนรรจากับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษว่า "หยุดก่อน มีคำเตือนว่าคุณไม่ควรกินน้ำแข็งที่ประเทศไทยนะ เพราะว่าไม่สะอาดและอนามัยมากพอ" ชาวอังกฤษคนนั้นหันมามองสบตาฉัน จะด้วยความสมเพชหรือสงสาร ฉันก็ไม่อาจทราบได้ ฉันรู้เพียงว่า ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องสั่งสอน พ่อ "Ugly American" คนดีที่สุดหล่อของฉัน นอกจากนี้ พอกลับมาอเมริกาเจ้าชายของฉันก็ได้เล่าบรรยายรูปแบบของสุขาที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่งให้ครอบครัวฟัง ฉันได้สังเกตเห็นสีหน้าของเหล่าบรรดา "Ugly Americans" และก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ฉันจึงได้โอกาสสั่งสอนพ่อเจ้าประคุณของฉันอีกครั้งหนึ่งว่า พวกอเมริกันชนนั้นชอบคิดว่าตัวเองดีกว่าชาติอื่นใดในโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเองนั้นเปรียบเสมือนกบที่อยู่ในกะลาครอบ ควรต้องออกไปสู่โลกกว้างบ้าง เพื่อที่สติปัญญาจะได้แหลมคมมากขึ้น.... นี่เพราะรักหรอกนะ จึงสอนแบบเมตตา
 
 
วันหนึ่ง ฉันได้ไปทานอาหารกลางวันกับคุณพ่อสามี เนื่องในวันเกิดของฉัน และหนึ่งในหัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นเรื่องการเลี้ยงดูลูกสาวของฉัน หรือหลานสาวของคุณปู่ ลองมาฟังบทสนทนาระหว่างฉันกับคุณพ่อสามี หรือคุณปู่ของลูกสาวของฉัน ดีกว่า
 

คุณพ่อสามี

"เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ขอให้เลี้ยงดูลูกแบบอเมริกัน เพราะว่าประเทศอเมริกานั้น เป็นประเทศที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังเลือกที่จะมาอยู่ที่อเมริกาใช่ไหม"

ฉัน

"ฉันมาอยู่ที่นี่ มิใช่เพื่อตัวของฉันเอง แต่เพราะลูกชายของคุณและลูกสาวของเราต่างหาก ฉันเองต้องการผสมผสานสิ่งที่ดีๆ ของวัฒนธรรมอเมริกัน และวัฒนธรรมไทย ตลอดจนสิ่งดีๆ ที่ฉันได้เรียนรู้จากการที่ฉันได้ไปใช้ชีวิตและสัมผัสกับวัฒนธรรมที่ดีของชนชาติอื่นๆ ในโลก ฉันเชื่อว่าการได้เลือกผสมผสานในส่วนดีๆ เข้าด้วยกันนั้น น่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด และอีกอย่างหนึ่งก็ไม่มีวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งที่สมบูรณ์แบบ"

คุณพ่อสามี

"แม่ฉัน ตอนที่มาอยู่อเมริกาใหม่ๆ ก็พูดเหมือนเธอ บ่นคิดถึงแต่อิตาลี พอฉันอาสาซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับไป แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยกลับ เธอล่ะเอาไหม ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอบินกลับไปอยู่ประเทศของเธอ"

ฉัน

"เก็บเงินของคุณไว้เถิด หากฉันจะกลับ ฉันซื้อตั๋วเองได้"

คุณพ่อสามี

"เธอเอง มันก็แค่ก้อนอุจจาระก้อนหนึ่ง"

ฉัน

"หุบปากเถอะค่ะ คุณมันก็แค่อุจจาระก้อนหนึ่งเช่นกัน"

ซึ่งในขณะนั้น ได้มีพนักงานเสริฟเดินเข้ามาส่งเครื่องดื่มพอดี พนักงานหนุ่มคนนั้นจึงได้ยินบทสนทนาของเราทุกถ้อยคำ เจ้าหนุ่มนั้นมีสีหน้ากระอักกระอ่วนไม่มีคำบรรยาย จากนั้นฉันจึงได้กล่าวขอบคุณคุณพ่อสามีและจากมา และทันทีที่ฉันอยู่ในรถ ฉันได้โทรศัพท์ถึงเจ้าชายของฉัน และน้ำตาก็พลันร่วงพรู ฉันร่ำไห้ว่า "ฉันเกลียดคุณพ่อของคุณที่สุด และฉันจะไม่ยอมไปทานข้าวสองต่อสองกับคุณพ่อของคุณอีก" เจ้าชายของฉันได้ปลอบฉันว่า พ่อของเขาชอบปากเสียอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ดื่มเข้าไปหลายแก้ว ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่า ความหยิ่งยะโสและการคิดว่าตนเองนั้นดีกว่าและสูงกว่าชนชาติอื่นๆ ของเหล่า "Ugly Americans" นั้น จะมากมายเพียงนี้
 
อย่างไรก็ตาม ในวันรุ่งขึ้น คุณพ่อสามีก็ได้โทรศัพท์มาหาฉันแต่เช้า และขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันวาน... อีกแล้ว ประเภทปากหวานก้นเปรี้ยว แล้วฉันจะเชื่อใจคน "อเมริกัน" ได้ไหมนี่
 

To be continued...
 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปูนาเจตนาดี วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puna

เออ อ่านแล้วนึกภาพออก
แต่เวลาเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เอเชียมาแรงแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

จริงๆแล้ว..คนที่ไหนก็เข้าใจยากนะครับ
ยิ่งนักการเมือง ยิ่งเข้าใจยาก เพราะไม่รู้จะทำเพื่อตัวเองหรือคนอื่น..
บางคนยอมกระทั่งทิ้งลูกเมีย เพื่ออไนจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
DrJoy วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AmericanThaiDotNet

คนอเมริกัน (ตามวัฒนธรรมอเมริกัน) นั้น มีทั้งน่ารัก และน่าชังค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการเป็นชาติมหาอำนาจ แล้วได้ทำให้ชนชาติอเมริกันเปลี่ยนไปในทางที่น่าเกลียดมากขึ้น เช่นเดียวกันกับนักการเมืองไทยทั่วๆ ไป ที่เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็จะเปลี่ยนไป กลายเป็นการกระทำในสิ่งที่ผิดและชั่วเสียมากกว่า เขาว่ากันว่า เงินทองและอำนาจ นั้น ไม่เข้าใครออกใคร

เอ... ทำไปทำมาก็วกกลับเข้าเรื่องการเมืองประเทศไทยจนได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อเมริกัน....อ่านแล้วเข้าใจยากนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]