• DrJoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : drjoy2000@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 17476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 205 คน
American-America
บันทึกเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาในชนบท ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเริ่มต้นได้ยินคำว่า "อเมริกัน" และ "อเมริกา" ... เธอเติบโต และเติบใหญ่ โดยได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมากมาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/american-america
วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2552
Posted by DrJoy , ผู้อ่าน : 1175 , 04:27:06 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"สามีอเมริกัน" นั้น ได้ชื่อว่าเป็นสามีที่ดีที่สุดในโลก หากจะวิเคราะห์กันง่ายๆ ก็เพราะสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชายในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก ที่เชื่อกันมาแต่ครั้งโบราณว่าผู้ชายมักจะอยู่เหนือผู้หญิง และเป็นผู้นำครอบครัว แต่ที่สหรัฐอเมริกานั้น ไม่แปลกเลยที่จะพบว่า "คุณพ่อ" อยู่บ้านเลี้ยงลูก ในฐานะ "Mr. Mom" นอกจากนี้ คุณพ่ออเมริกันทั้งหลายก็ยังช่วยดูแลลูก ซักผ้า ทำอาหาร ล้างจาน ช็อปปิ้ง ทำความสะอาดบ้านและห้องน้ำ ตัดหญ้าในสนาม ฯลฯ หลายๆ อย่าง ที่ไม่เป็นที่นิยมในสังคมประเทศอื่นๆ
 
มีหลายครั้งที่ฉันและ "สามีอเมริกัน" ได้เชิญเพื่อนๆ มาทานอาหารที่บ้าน หลายๆ คนได้เห็น "สามีอเมริกัน" ของฉันช่วยในเรื่องของการจัดโต๊ะอาหาร เสริฟ และเก็บจานใส่ในเครื่องล้างจาน เพื่อนๆ คนไทยมักชมว่า "สามีอเมริกัน" ของฉันนั้นน่ารัก และฉันโชคดี
 
 ครั้งหนึ่ง ฉันและ "สามีอเมริกัน" ได้รับเชิญให้ไปทานอาหารมื้อค่ำที่บ้านสามีภรรยาคนไทยคู่หนึ่ง เรานั่งทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย และตอนหนึ่ง "สามีไทย" ก็ได้ยกถ้วยกาแฟขึ้นด้วยมือข้างขวา และใช้นิ้วชี้มือข้างซ้ายชี้ไปที่ถ้วยกาแฟของตนเอง โดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ และภรรยาไทยคนนั้นก็ได้วิ่งไปหยิบกาแฟมาเติมให้... "สามีอเมริกัน" ของฉันถึงกับงงงวย ถามว่ามีอะไรหรือ ภรรยาไทยได้ตอบว่า "สามีไทย" เพียงต้องการกาแฟเพิ่มเติมเท่านั้น และในระหว่างการรับประทานอาหาร "สามีไทย" ก็ได้ชี้นิ้วไปที่ถ้วยซุปของตนเอง และภรรยาไทยก็รับรู้ได้ในทันทีว่า "สามีไทย" นั้นต้องการซุปเพิ่ม
 
อย่างไรก็ดี ในโลกของความเป็นจริงนั้น มิได้หมายความว่า "สามีอเมริกัน" จะดีและวิเศษเลิศเลอเหนือไปกว่าสามีชาติอื่นๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สามีที่ดี" เพราะในชีวิตของฉัน เท่าที่ได้พบเห็นและสัมผัสกับเพื่อนหลายๆ คน ที่ได้แต่งงานมีคู่ และจากการตีพิมพ์งานวิจัยในนิตยสารที่มีชื่อฉบับหนึ่งของยุโรป ในปี ค.ศ. 1989 แม้ว่า "ภรรยาชาวญี่ปุ่น" จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ดีที่สุดในโลก "สามีชาวญี่ปุ่น" ก็เป็นสิ่งที่น่าหลีกเลี่ยงมากที่สุด
 
 เพราะฉันได้มีโอกาสไปอยู่ที่ประเทศเบลเยี่ยมเป็นเวลาสองปี ก็เลยได้พบและรู้จักกับ "สามีเบลเยี่ยม" หลายๆ คน และบังเอิญคนที่ฉันได้รู้จักนั้น ต่างก็เป็นคนมีอัธยาศัยดีพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจ (เพราะตอนนั้นยังเด็กอยู่) ก็คือว่า มี "สามีเบลเยี่ยม" คนหนึ่ง เขาหลงรักคนไทยไปหมด เริ่มตั้งแต่เขาได้มีเพื่อนหญิงคนไทย ที่เป็นอดีตนักเรียนไทยคนหนึ่งซึ่งแต่งงานและมีบุตรแล้ว พอเรียนจบเขาก็ได้ติดตามเธอไปที่เมืองไทย แต่ก็ต้องตกม้าตายตามระเบียบ เขาจึงได้พบรักกับผู้หญิงไทยอีกคนหนึ่ง คบหากันได้นานกว่าหนึ่งปี ก็ตกลงใจแต่งงานกัน โดยจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ถึงสามงาน ทั้งที่กรุงเทพ เชียงใหม่ (บ้านเจ้าสาว) และที่ประเทศเบลเยี่ยม ต่อมาเขาก็ได้ตกหลุมรักเพื่อนหญิงคนไทยของภรรยาเขา คนที่ "สามีเบลเยี่ยม" ชอบออกไปเดินเรือกลางทะเลคราวละหลายๆ เดือน ในที่สุดภรรยาของเขาก็จับได้ และภายหลังหย่าขาดจากกัน อดีต "สามีเบลเยี่ยม" คนนั้น ก็มาสารภาพกับฉันว่าได้มีใจให้ฉันมาตั้งนานแล้ว
 
ฉันเองจึงได้มาถึงบางอ้อที่ว่า "สามีเบลเยี่ยม" นั้น เป็นประเภทอ่อนไหวและโรแมนติกที่สุด สงสัยว่าจะเป็นเพราะบรรยากาศ ตลอดจนศิลปะวัฒนธรรมของที่นั่น เพราะฉันเองยังหลงรักประเทศเบลเยี่ยมเลย ด้วยความรู้สึกคล้ายกับว่าเป็นบ้านหลังที่สอง และฉันก็นึกไปถึง "สามีเบลเยี่ยม" อีกคน ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ผู้มาสารภาพรักกับฉัน โดยเขียนร้อยความเป็นโคลงกลอนที่ไพเราะเพราะพริ้งมาก ขนาดน้องๆ โรเมโอจูเลียตเลยทีเดียว ฉันเองต้องไปเปิดดิกชันนารีเพื่อค้นหาคำศัพท์ที่เขาใช้ เพราะว่าเป็นศัพท์ขั้นสูงมาก ซึ่งภาษาอังกฤษพื้นๆ อย่างฉันนั้นไม่เข้าใจ เขาบอกว่า "ความรักของผมที่มีต่อคุณนั้นมากมายยิ่งนัก ผมโหยหาคุณตลอดทุกลมหายใจเข้าออกของผม ผมอยากเร่งวันเวลาและวินาทีที่จะได้กลับมาพบกับคุณ เพื่อให้ผมสลวยสวยสีดำที่เป็นมันขวับของคุณ ช่วยซับน้ำตาแห่งความรักและความคิดถึงที่ผมมีให้คุณตลอดทุกลมหายใจเข้าออก" อ้อ.. ศาสตราจารย์ท่านนี้ ได้เขียนจดหมายถึงฉันขณะยังอยู่ที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ก่อนการเดินทางไปราชการที่ประเทศฟิลิปปินส์ พอเขากลับมาถึงเบลเยี่ยมและแวะมาหาฉันด้วยความตื่นเต้นก่อนเข้าบ้าน เพราะมั่นใจว่าฉันได้รับจดหมายรักฉบับนั้นแล้ว เขาได้โผเข้ามาหาฉัน ซึ่งฉันก็ได้ก้มตัวหลบและประสพผลสำเร็จ ภายหลังที่ฉันได้ปฏิเสธความรักของศาสตราจารย์ท่านนั้น เขาก็ได้ถามฉันทั้งน้ำตาว่า "เพียงเพราะผมยังไม่ได้หย่ากับภรรยาเก่าเท่านั้นหรือ ความรักที่บริสุทธิ์ของผมที่มีต่อคุณจึงมิอาจสมหวังได้ แม้ว่าความรักของผมที่มีต่อคุณนั้น จะเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และหาที่เปรียบมิได้"
 
 เมื่อมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ฉันมีเพื่อนคนไทยคนหนึ่งที่แต่งงานกับ "สามีญี่ปุ่น" เธอได้เล่าให้ฉันฟังว่า ใหม่ๆ เธอนั้นต้องตามไปเก็บกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วของสามี ตามบริเวณต่างๆ ทั่วอพาร์ทเมนต์ ขึ้นอยู่กับว่าสามีญี่ปุ่นของเธอจะนั่งอยู่ตรงไหน และก็ชอบที่จะสั่งน้ำมูกตรงนั้น หนักๆ เข้าเธอจึงเลิกตามไปเก็บ และปล่อยขยะเต็มบ้าน... วันหนึ่งเธอกับสามีญี่ปุ่นมาหาฉันที่บ้าน สามีเธอขอไม่เข้ามา เพราะกำลังทานแฮมเบอร์เกอร์อยู่ในรถ เธออยู่คุยกับฉันนานไปหน่อย ฉันจึงได้เตือนให้เธอออกไปเชิญให้สามีญี่ปุ่นเข้ามา เธอบอกว่าไม่เป็นไร ฉับพลันนั้น ฉันก็เห็นรถยนต์ของเธอขับขึ้นเนินไป ฉันได้บอกกับเธอว่า "สามีญี่ปุ่นของเธอขับรถออกไปแล้ว" เธอบอกว่า เป็นไปไม่ได้ พวกเราวิ่งออกไปดูกัน และก็พบว่าไม่มีรถของเธอจอดอยู่แล้ว ซึ่ง "สามีอเมริกัน" ของฉันจึงต้องขับรถออกไปส่งเธอที่บ้าน วันรุ่งขึ้น เธอได้บอกกับฉันว่า เธอต้องขอโทษ "สามีญี่ปุ่น" ของเธอ เพราะปล่อยให้เขารอนานไปหน่อย แต่ในความคิดของ "สามีอเมริกัน" ของฉันนั้น กลับมองว่า "สามีญี่ปุ่น" ต้องขอโทษพวกเรา เพราะทำให้พวกเราต้องลำบากขับรถไปส่ง
 
 ในสายตาของคนทั่วโลก รวมทั้งสาวๆ ชาวไทย นั้น อดไม่ได้ที่จะกรี๊ดในความรูปหล่อของหนุ่มอิตาเลียน แถมยังมีคำเปรียบเปรยและข่าวขานถึง "คาสโนวา" ว่าเป็นนักรักผู้ยิ่งใหญ่ชาวอิตาลี ฉันเองจึงถูกมองว่ามี "สามีอเมริกัน" รูปหล่อแบบหนุ่มอิตาเลียน ผู้มีชื่อและนามสกุลเป็นอิตาเลียน และมีเชื้อสายอิตาเลียนถึง 75 เปอร์เซนต์ และส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซนต์เป็นเชื้อสายอังกฤษ
 
เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งมี "สามีอิตาเลียน" เธอดีใจมากที่ทราบว่า "สามีอเมริกัน" ของฉันนั้นมีเชื้อสายอิตาเลียน เพราะเธอเชื่อว่า Italian is the best! เมื่อฉันได้มีโอกาสพบกับสามีของเธอ ฉันก็รู้ได้ในทันทีว่า หนุ่มใหญ่ "สามีอิตาเลียน" รูปหล่อของเธอผู้นั้นไม่ธรรมดา เขาเป็นสุภาพบุรุษที่สุด ชนิดที่ว่าขนาดเปิดประตูรถให้ฉันนั่ง หลังจากที่พ่อหนุ่ม "สามีอเมริกัน" ของฉันได้ขึ้นไปนั่งอยู่ในที่คนขับเรียบร้อยโรงเรียนจีนมาตั้งนานแล้ว หรือบางที ขาข้างหนึ่งของฉันยังอยู่นอกรถอยู่เลย "สามีอเมริกัน" ของฉันก็เริ่มออกรถแล้ว แต่ฉันก็ได้ปลอบพ่อคุณของฉันไปว่า เขานั้นยังจะต้องเรียนรู้โลกกว้างอีกมากมาย ที่นอกเหนือไปจากประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 และก่อนที่ฉันจะกล่าวในรายละเอียดของ "สามีอเมริกัน" ฉันจำต้องกล่าวถึง "สามีอังกฤษ" เนื่องจากมีคนไทยที่ฉันรู้จัก ทั้งพี่สาวของฉัน และเพื่อนคนหนึ่งของฉัน ซึ่งต่างก็แต่งงานกับคนอังกฤษ แต่ที่จริงแล้วทั้งสองคนก็มาจากประเทศสก็อตแลนด์นั่นเอง แต่มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษมานาน จึงเรียกได้ว่าเป็น "สามีอังกฤษ" แม้ว่าทั้งสอง "สามีอังกฤษ" ที่ฉันรู้จักนั้น จะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะสามีของพี่สาวฉันนั้นเป็นศาสตราจารย์ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เป็นคนที่รักภรรยามาก และเรียนภาษาไทยเพื่อพูดคุยกับพ่อแม่ของฉันโดยเฉพาะ ทั้งคู่อยู่กันคนละประเทศ แต่เดินทางมาพบกันปีละหลายๆ ครั้ง เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่การงาน...
 
ส่วนสามีของเพื่อนฉันนั้นเป็นคนที่มาเที่ยวเมืองไทย และได้พบกับเพื่อนฉันโดยบังเอิญที่สนามบินดอนเมือง เพราะว่ากามเทพไม่เข้าใครออกใคร เพื่อนฉันและเขาจึงได้แต่งงานกัน มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน โดยทั้งคู่อยู่แยกกันคนละประเทศ "สามีอังกฤษ" ของเพื่อนฉันคนนั้น เปลี่ยนงานมาแล้วหลายครั้งหลายครา และบางครั้งก็ไม่มีงานทำ ในที่สุดเพื่อนฉันจึงได้ลาออกจากราชการและพาลูกไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเข้าเรียนฟรี...
 
ในความเหมือนบนความแตกต่างของทั้งสอง "สามีอังกฤษ" ที่ฉันรู้จัก ก็คือการไม่ค่อยช่างจำนรรจา โลกของเขาทั้งสองค่อนข้างเป็นโลกส่วนตัว ไม่ต้องการพบปะสังสรรค์กับใครๆ ทั้งนั้น เขารู้สึกว่าไม่เป็นไร ที่สามีภรรยาต่างคนต่างอยู่กันคนละประเทศ ไม่เหมือนกับ "สามีอเมริกัน" ที่ไม่ยอมให้มีการแยกกันอยู่ เพราะสำหรับคนอเมริกันนั้น หากต้องแยกกันอยู่เขายอมที่จะเลิกกันเสียดีกว่า
 
 "สามีอเมริกัน" ที่ฉันได้พบเห็นที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีทั้งที่เป็นสุภาพบุรุษ และเรื่อยลงมาถึงระดับซาตาน ฉันเคยพูดถึง Ugly Americans มาแล้ว ในหลายๆ รูปแบบ ทั้งที่เป็นแม่ๆ (ซึ่งก็คือภรรยา)... เพื่อนบ้าน... และเจ้านาย... และรวมไปถึงวัฒนธรรมแบบอเมริกันที่ฉันได้เรียนรู้มาจากเพื่อนๆ อเมริกัน และในบรรดาผู้หญิงไทย (ที่ฉันได้พบเห็นและรู้จัก) ที่ได้แต่งงานกับ "สามีอเมริกัน" ที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ก็มีหลากหลาย และฉันเองก็สามารถที่จะเข้าใจและแยกแยะ ถึงความแตกต่างของแต่ละเชื้อชาติ เพราะประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีความหลากหลายของชนชาติและเผ่าพันธุ์มากมาย และความแตกต่างของแต่ละชนชาตินั่นเองที่เกิดเป็นความแตกต่างกันระหว่าง "สามีอเมริกัน" ในประเทศอเมริกาด้วยกัน
 
โดยส่วนตัวแล้ว ฉันเชื่อว่า "ยุคสมัย" มีบทบาทสำคัญต่อลักษณะของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด เพราะการเปลี่ยนแปลง หรือที่เรียกกันให้สวยหรูว่า "การพัฒนา" นั้น ย่อมเป็นไปตามยุคสมัย ชนชาติใดที่ยังค่อนข้างล้าหลังอยู่ ก็จะมีการปฏิบัติตนที่แตกต่างกันออกไป ส่วนชนชาติใดที่คิดว่าประเทศชาติของตนได้พัฒนาล้ำหน้าไปแล้ว ก็จะปฏิบัติตนในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ ก็ยังมีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนในชาติเป็นตัวกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลักษณะของผู้ชาย รวมทั้งผู้หญิงในชาติ  ฉันจึงอยากที่จะเริ่มต้นกล่าวถึง "สามีอเมริกัน" โดยแบ่งออกตามช่วงอายุของผู้ชาย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ ได้จากการสังเกตพฤติกรรมของบรรดาสามีของเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ที่ฉันได้พบเห็น และได้ยินได้ฟัง หรือมีการเล่าขานต่อๆ กันมา ฉันขอย้ำว่า “นี่เป็นเพียงสังเกตการณ์เท่านั้น”


To be continued.... 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
DrJoy วันที่ : 03/09/2009 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AmericanThaiDotNet

ขอบคุณค่ะพี่สุภาวัลย์ที่แวะเข้ามาทักทายและคอมเม้นท์เป็นคนแรก ความรู้สึกในแต่ละขณะ และการตัดสินใจในแต่ละครั้ง ของแต่ละคน ย่อมมีองค์ประกอบอื่นๆ มาเป็นตัวกำหนด

เห็นด้วยกับพี่สุภาวัลย์ค่ะ ความสุขของชีวิตที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่การได้ครองคู่ แต่ความเข้าใจในชีวิตของแต่ละคนต่างหาก ที่จะช่วยนำความสุขมาให้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 03/09/2009 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ค่านิยมของสังคม สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู ... บ่มเพาะบุคคลิกของคนแต่ละคน แต่ละชาติ

คนทุกเชื้อชาติ มีทั้งคนดี คนเลว คนสุภาพ คนไม่เอาไหน ... พอๆกัน

เคยอยู่ท่ามกลางคนหลายเชื้อชาติมายาวนาน ... สุดท้ายอยู่คนเดียว อาจจะดีกว่าทนอยู่อยู่กับคนที่เรารู้สึกไม่สบายที่จะอยู่ด้วย ไม่ว่าชาติไหน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]