• wannasiri
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jubjibw@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 68696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 70 คน
Chihuahau
life is a travel bag...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/anchor18
วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน 2556
Posted by wannasiri , ผู้อ่าน : 4174 , 17:32:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

ผู้หญิงหน้าจ. เนชั่นสุดสัปดาห์ วางแผงศุกร์ 31 พ.ค. 2556

วรรณศิริ ศิริวรรณ @wannasiri_

Like &Life กับชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

 

จริงหรือที่ทุก 7 ปี มักจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ …?

 

ส่วนตัวเราไม่ค่อยเชื่อในทฤษฎีนี้ซักเท่าไหร่  แม้จะถูกเชื้อเชิญให้เชื่อจากหนังไทยบางเรื่องที่หยิบประเด็นนี้มาเล่นผ่านภาพยนตร์จนโด่งดังเปรี้ยงปร้าง โกยไปหลายล้าน เมื่อปีก่อนก็ตาม  แถมเพื่อนสาวบางคนยังแอบชักจูงให้เชื่อ หล่อนฟูมฟายยกใหญ่ โยงเอาเรื่องความรัก  ความเจ็บปวด และหมอดูมาเอี่ยว

 

“ฉันว่าแล้วอาถรรพณ์ 7 ปีในชีวิตคู่ จริงอย่างหมอดูทักเลยเธอ จำได้มั้ย ที่ฉันบอกว่าหมอดูในทีวีเค้าฟันธงว่าราศีฉันจะอกหักเพราะอาถรรพณ์เลข 7  ดูสิคบกันอยู่ดีๆ ครบรอบปีที่ 7 มาบอกฉันว่า เข้ากันไม่ได้ ที่ไหนได้ มันแอบนอกใจฉันไปคบคนอื่น แถมหล่อด้วย(อธิบายความได้ว่า แฟนหนุ่มของเจ้าหล่อน นอกใจไปหาชายอื่น…อย่างงี้ไม่ใช่อาถรรพณ์แล้วมั้ง)

 

เอาเข้าจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องความรัก เรื่องการงาน ทุกก้าวย่างของชีวิต คงไม่ต้องรอให้ถึง 7 ปีจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงหรอก  ถ้าสังเกตจริงๆ  มันก็มักจะมีความเปลี่ยนแปลงอยู่แทบจะทุกวินาทีอยู่แล้ว ลองคิดดู ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี เราต่างมีประสบการณ์จากการเติบโตของชีวิต  จากการมองเห็น  การได้ยิน การสัมผัส การรู้สึก ได้เรียนรู้ ทดลอง  ความเปลี่ยนแปลงมันจะติดสอยห้อยตามประสบการณ์ที่เดินทางไปพร้อมกับเราแบบไล่ก็ไม่ยอมไปเท่าที่ค้นพบกับตัวเอง ตามธรรมชาติเรามักจะมีความสุขกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ  หากนั่นเป็นสิ่งที่เราเลือกและตัดสินใจเอง  ในทางกลับกัน เรามักจะทุกข์อย่างแสนสาหัส หากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากไฟล์บังคับ โดยที่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจแม้แต่น้อย

 

 เชื่อมั้ย? เมื่อคนเรามีความสุขสุดๆ ในช่วงเริ่มต้น เรามักจะคิดว่า นี่แหละคือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต เรามีความสุขกับความเปลี่ยนแปลงในด้านบวกจนไม่อยากให้มันเลือนหายไปไหน  จนเราเองเลือกที่จะเมินหน้าหนีหรือแสร้งทำมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น ทุกวันๆ  ในโลกนี้ ทุกลมหายใจเข้าออก เราหันหน้าหนีความเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ ไม่มีอะไรเหมือนเดิม มีแต่เปลี่ยนแปลงมากหรือน้อย ดีขึ้นหรือแย่ลง ถ้าแย่ลงเราก็มักจะเลือกประคับประคอง (แบก)ทุกอย่างให้ผ่านพ้นต่อไปได้ จนกระทั่งเมื่อความทุกข์มาถึงขั้นที่ว่าเราแสร้งทำไม่รู้ไม่เห็นมันไม่ได้อีกต่อไป เราจึงจะยอมรับว่า ชีวิตฉันกำลังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง (หลังจากพึ่งพาหมอดูให้ฟันธงมาแปดตลบ)

 

เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า”เคมีรักระหว่างเรา” พูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงในมุมของความรักความสัมพันธ์ได้แบบน่าทึ่ง ด้วยความที่เราไม่ได้เป็นเด็กสายวิทย์ เรื่องวิทยาศาสตร์ที่อ้างอิงเหตุผลและการพิสูจน์ดูจะห่างไกลจากเรามากทีเดียว เลข 7 กับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิตอาจจะอ้างอิงได้กับช่วงวัย  เรียนประถมศึกษา 6 ปี พอเข้าปีที่ 7 ก็กลายเป็นเด็กมัธยม เรียนมัธยมอีก 6 ปี ก็กลายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เรียนปริญญาตรี 4 ปี บวกปริญญาโทอีก 2 ปี เข้าปีที่ 7 ก็เริ่มทำงาน  ผ่านช่วงเวลาทำงานไปอีก 6 ปี เริ่มเก็บเงินได้ก็เริ่มอยากจะลั่นระฆังวิวาห์ ผ่านไปพอเข้าปีที่ 7 เตียงหัก! แต่ในทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เชื่อเช่นนั้น  จุดหักเหในชีวิตคู่จะอยู่หรือไปอยู่ในปีที่ 3 เพราะเป็นช่วงที่ “เคมีรัก” จืดจาง

ในช่วงรักแรกพบ ชีวิตที่โรแมนติกสุดๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลายตัว ทั้ง  PEA ที่ทำเราอารมณ์ดีขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล โดปามีน ที่ทำให้เราเสพติดคนรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น การลดลงของฮอร์โมนเพศชายในผู้ชาย การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเพศชายในผู้หญิง ทำให้ช่องว่างที่ต่างกันระหว่างเพศนั้นแคบลง   แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระดับฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายจะกลับสู่ภาวะปกติ ช่องว่างระหว่างเพศจะกลับมาขยายกว้างอีกครั้ง เมื่อความรักช่วงโรแมนติกจบลงที่ 12 24 เดือน ชีวิตคู่เริ่มมีปากเสียงกันมากขึ้น  สอดคล้องกับที่นักจิตวิทยาที่ศึกษาด้านเคมีรักอย่างลึกซึ้ง บอกเอาไว้ว่า การตกหลุมรัก  ไม่ใช่ Love หรือ "ความรัก"  แต่มันคือ Limerence  อันเป็นความรู้สึกย้ำคิดย้ำทำ ปรวนแปร  ซึ่งประสบการณ์ที่ว่านี้มีอายุเฉลี่ยเพียง 2 ปีเท่านั้น นั่นหมายความว่าหากคู่ใดผ่านพ้นช่วง  Limerence  ไปได้  เมื่อเคมีในร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ในปีที่สามยังอยู่ด้วยกันทุกวัน  เจอหน้ากันทุกวัน ดูแลกันทุกวันแบบเดิมๆในช่วงสองปีแรกได้อยู่ ก็แสดงว่าผ่านจุดเปราะบางไปได้ และจะเข้าสู่ช่วงของความรัก (Love) ที่แท้จริง

 

นึกถึงคำพูดของพี่เกี๊ยง นันทขว้าง สิรสุนทร ครั้งหนึ่งผู้ชายคนนี้เคยบอกเราว่า ในบรรดาคำภาษาอังกฤษบางคนอาจจะชอบคำว่า Love บางคนชอบคำว่า Memory แต่สำหรับเขาแล้ว เขาชอบคำว่า “Life” มากที่สุด นอกจากความหมายมันจะหมายถึงชีวิตแล้ว สังเกตให้ดีว่าตัวอักษร 2 ตัวที่อยู่ระหว่างคำคือ “if“ (ถ้า) ยังคอยเตือนสติเราได้เสมอว่า ในชีวิตคนเรานั้นมันไม่มีอะไรแน่นอน ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ถ้า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 04/06/2013 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สำหรับนิยามความหมายของคำข้างต้น
ล้วนแล้วแต่เป็นคำที่มีสีสันมากที่สุด และแปรเปลี่ยนลึกล้ำที่สุด
ทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคน
ในทางตรงข้าม ชีวิตคนก็สามารถเปลี่ยนสิ่งนั้น
เป็นคำที่เปี่้ยมด้วยเนื้อหาของความหมาย และไม่ยึดติดกับรูปแบบ

Forrest Gump กล่าวคำพูดกินใจไว้ประโยคหนึ่ง
I'm not a smart man but I know what love is

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เกาะติดรัฐธรรมนูญ : มองสื่อไทยในรัฐธรรมนูญ 50

มองสื่อไทยในรัฐธรรมนูญ 50 : มล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล on air 18 - 4 - 50

View All