• Gorbua
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chari_a@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 51847
  • ส่ง msg :
  • โหวต 97 คน
ตามล่าหาฝัน
ทุกคนมีความฝัน....บางทีก็ง่ายที่จะได้มา บางฝันก็ดูแสนไกลเกินจะเอื้อมถึง...แต่ไม่มีอะไรเกิน"ความพยายาม"...คอยหาและเปิดโอกาสให้ตัวเองเพื่อเข้าไปใกล้ฝันนั้นทีละเล็ก ทีละน้อย...ใส่"ความมุ่งมั่น" และ "อดทน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/anchor2
วันศุกร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2550
Posted by Gorbua , ผู้อ่าน : 1224 , 22:48:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนึ่งในปัจจัยหลักที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงการพัฒนาของประเทศหนึ่งๆ ก็คือ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ  เมื่ออดีตนายกฯ ได้เข้ามารับตำแหน่งในสมันนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจว่า จุดมุ่งหมายหลักของเขาคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เพื่อทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยสูงขึ้น   

วิธีที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้นั้น มีไม่กี่วิธีค่ะ ตามหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน ก็คือ Y = C+I+G+(X-M)  โดย C คือ การใช้จ่ายของผู้บริโภค / I คือการลงทุน / G คือการใช้จ่ายของรัฐบาล / X คือ การส่งออก และ M คือการนำเข้า  ซึ่งอดีตนายกฯ ได้วางแผนการทำงาน โดยได้กระตุ้นเศรษฐกิจหมดทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสินค้าส่งออกของไทยให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เพื่อจะได้แข่งขันกับประเทศอื่นในตลาดโลก  การอัดฉีดเงินงบประมาณแผ่นดิน เช่น กองทุนหมู่บ้าน / การจัดงบประมาณ อบจ. อบต. / 1 อำเภอ 1 ทุน / โครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นต้น  การส่งเสริมให้คนมาลงทุนมากขึ้น และการกระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากขึ้น  ซึ่ง 2 ประเด็นหลังนั้น ทำผ่าน "การปล่อยกู้" ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจลืมไป ก็คือ การเติบโตแบบนี้เป็นการเติบโตแบบยั่งยืนหรือไม่  คงจำบทเรียนฟองสบู่ที่แตกได้  ผลกระทบที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็เหมือนกัน  เมื่อครั้งที่มีการโปรโมทเงินกู้ยืมต่างๆ ไม่ว่ากองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา  โครงการเงินกู้ของ ธกส.  โครงการสินเชื่อบ้านของ ธอส.  การส่งเสริมผู้ผลิตรายย่อย พวก SME เป็นต้น  และถ้าสังเกต จะเห็นว่ามีโปรโมชั่นการสมัครบัตรเครดิตเต็มไปหมด  คนมีเงินเดือน 7,000-10,000 บาทก็สมัครได้แล้ว  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้คนไทยต่างก็หันมากู้ยืมเงินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองทั้งนั้น  และแน่นอน เศรษฐกิจไทยก็เติบโตมากขึ้นไปด้วย เพราะเงินคนกู้ยืมเงินจากธนาคารไป ก็นำไปใช้จ่าย  เงินก็หมุนเวียนเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเช่นเคย

สิ่งที่ได้มาง่ายๆ มักจะถูกลืม  เงินกู้ที่ได้มาง่ายๆ ทำให้เราใช้จ่ายอย่างลืมตัว  หนี้สินบุคคลจากบัตรเครดิตก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉลี่ย คนๆ หนึ่งมีบัตรเครดิตประมาณ 2-3 ใบ  ผลัดกันหมุนไปเรื่อยๆ  หนี้ก็พอกพูนขึ้นทุกวัน  ส่วนคนที่กู้ยืมเงินไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ธกส. หรือ SME บางทีกิจการที่กู้เงินไปทำก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก  ไม่มีเงินจ่ายคืน  แถมเงินกู้ต่างๆ ก็ได้มาง่ายๆ กู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ กู้เงินให้ลูกเรียนหนังสือที่ดีๆ  กู้บัตรเครดิต ทำให้หลายๆ คน มีเงินกู้มากกว่าความสามารถที่ตนเองจะจ่ายคืนได้

เห็นได้จากผลประกอบการของธนาคารเพื่อรัฐวิสาหกิจที่มี NPL กว่า 47% เลยทีเดียว  คนที่ไม่มีปัญญาจ่ายคือกองทุนเพื่อการศึกษาอีก  35% ของผู้กู้ทั้งหมดกว่า 2.5 ล้านคน  ไม่รู้ว่าที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะคนปล่อยกู้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอกู้ดีแล้ว แต่โครงการงินกู้ที่มีในระบบตอนนั้นมันเยอะและเย้ายวนจนทำให้มีหนี้สินมากมายที่ต้องรับผิดชอบจนทำไม่ไหว 

หรือจริงๆ มีการปล่อยกู้ที่ง่าย  ไม่รัดกุม ไม่เคร่งครัด  ขอให้ปล่อยกู้ไปได้ตามเป้าที่วางไว้ โดยไม่ตรวจสอบถึงโครงการที่ผู้ขอกู้มาขอกู้ว่าการดำเนินธุรกิจนี้รอดหรือไม่  หรือ คนที่มาขอกู้เพื่อเรียนต่อมีความสามารถในการจ่ายขนาดไหน  แถมเดี๋ยวนี้ มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นมากมายเหมือนดอกเห็ด แต่คุณภาพของนักศึกษาที่จบมานั้นไม่รู้ว่าเหมาะสมกับตลาดแรงงานหรือไม่  ทำให้ปัญหาของคนว่างงาน หรือทำงานต่ำกว่าวุฒิมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

การกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะนี้มีข้อดี คือ คุณภาพชีวิต (อย่างน้อยในระยะสั้น) ดีขึ้น มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ  คนก็มีคุณภาพมากขึ้น  แต่ ข้อเสียมันก็มีอย่างที่เห็นกันนี่ล่ะค่ะ หากรัฐบาลไม่มีการวางแผนงานเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีศักยภาพเพียงพอในการบริหารเงินและธุรกิจหรือกิจกรรมของตนเองให้ดี  มีความสามารถในการควบคุมการใช้จ่ายของตน  รู้จักการประมาณตน 

สิ่งเหล่านี้ คงต้องไม่ทำสุดโต่ง ด้านใดด้านหนึ่ง  "เดินทางสายกลาง" นี่ล่ะค่ะ ดีที่สุด  เงินกู้ไม่ใช่ไม่ดี  แต่อย่าให้มีมากจนเกินไป และในขณะเดียวกัน ต้องมีการส่งเสริมอย่างจริงจังที่จะยกระดับความรู้ของคนไทยให้มีขีดความสามารถมากขึ้น  สามารถพัฒนาธุรกิจเล็กๆ ของเขาให้อยู่รอดได้  เกษตรกรรู้ว่าจะนำเงินที่กู้ยืมมาใช้ประโยชน์กับผืนนาผืนไร่ของเขาให้มีมูลค่าเพิ่มได้  นักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมมามีตลาดแรงงานที่รองรับตามคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อจะมีเงินมาใช้คืนเงินกู้ที่ยืมมา  และที่สำคัญ "ความเป็นอยู่แบบพอเพียง"  ถึงแม้จะยากเพราะในยุคของโลกไร้พรมแดนที่มีสิ่งมายั่วยุตลอดเวลาก็ตาม  แต่ "อยู่อย่างประมาณตน" จะทำให้เรามีความสุขอย่างยั่งยืนที่แท้จริงค่ะ 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สมดุล วันที่ : 11/11/2009 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

เห็นด้วยครับ
วันนี้เราเร่งทำตัวเลขกันมากเกินไป
http://www.oknation.net/blog/dinhinzai/2007/06/08/entry-2

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
patijjachon วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ สำหรับคำว่า "ทางสายกลาง"
เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจที่คุณกล่าวถึง จนถึง การใช้ชีวิตประจำวัน ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 02.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand

แวะมาทักทายค่ะ

ดีใจจังที่ยังเขียนต่อเนื่อง

และเรื่องที่เขียนวันนี้ก็ดีจัง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kibagnkok วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

สิ้นเดือนทีไร ที่อิมพีเรียลเวิลสำโรง
เห็นคนรอคิวจ่ายบัตรอิออนยาวประมาณ 100 เมตร
เห็นแล้วก็เศร้า ไม่มีคนจนเลย มีแต่คนมีหนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รักน้องพิณ วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gio

แวะมาทักทายครับ



สุมหัวกันหน่อย
http://www.oknation.net/blog/gio/2007/07/06/entry-1

ทำไมผู้ชายถึงมีไข่?
http://www.oknation.net/blog/gio/2007/07/06/entry-2

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน