• anegsangsoog
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anegsangsoog2@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 1110514
  • ส่ง msg :
  • โหวต 65 คน
การร่างหนังสือ
เพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทานเกี่ยวกับ การร่างหนังสือ (การเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ) กับแบบฝึกหัดด้วยตนเอง เพื่อเผยแพร่บทความ การบรรยายและงานนำเสนออื่น ๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/anegsangsoog
วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2551
Posted by anegsangsoog , ผู้อ่าน : 6561 , 19:21:12 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอกสารประกอบการบรรยายฉบับย่อ

เรื่อง   การเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ

โดย  พลตรี เอนก  แสงสุก

ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชการกองทัพไทย

๑.   ความหมายของคำ

      ผู้บังคับบัญชา  :  ผู้ตกลงใจ  ผู้ตัดสินใจ

      ฝ่ายอำนวยการ  :  ผู้ให้ข้อมูล  ผู้เสนอแนะ

๒. ประเภทของฝ่ายอำนวยการ  :  ฝอ.ประจำตัว  ฝ่ายกิจการพิเศษ  ฝอ.ประสานงาน

๓.  ใครคือ  ผบ.  และ  ฝอ.  ใน  บก.ทท.  และ  นขต.บก.ทท.

      บก.ทท.  :  ผบ.ทหารสูงสุด  เป็น  ผบ.               จก.สธร.บก.ทท.  เป็น  ฝอ.

                                                                       หน.นขต.บก.ทท.  อื่น ๆ ไม่ใช่ ฝอ.

      นขต.บก.ทท.  :  เจ้ากรม  เป็น  ผบ.                  ผอ.สำนัก  เป็น  ฝอ.

      สำนัก  :  ผอ.สำนัก  เป็น  ผบ.                         ผอ.กอง  เป็น  ฝอ.

      กอง  :  ผอ.กอง  เป็น  ผบ.                            หัวหน้าแผนก  และกำลังพลทุกคน  เป็น  ฝอ.

๔. หน้าที่ของฝ่ายอำนวยการ  :  คิด  เขียน  พูด  /  อ่าน  ฟัง  สรุป 

     จะคิด  เขียน  พูด  ให้ได้ดี  ต้องหมั่นฝึกฝนการ  อ่าน - สรุป  และ  ฟัง - สรุป

๕.  ความหมายของข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ  :  ข้อมูล  ข้อเท็จจริง  ข้อคิดเห็น  ข้อเสนอแนะ  ของ  ฝอ.

๖.  รูปแบบข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ

      ๖.๑      แบบ  ๖ หัวข้อ :  ๑. ปัญหา  ๒. สมมุติฐาน  ๓. ข้อเท็จจริง  ๔. ข้อพิจารณา  ๕. ข้อสรุป  ๖. ข้อเสนอ

      ๖.๒     แบบ ๔ หัวข้อ :  ๑. ปัญหา  ๒. ข้อเท็จจริง  ๔. ข้อพิจารณา  ๕. ข้อเสนอ

      ๖.๓     แบบ ๓ หัวข้อ :  ๑............... ๒................ ๓. ข้อเสนอ

      ๖.๔     แบบ ๒ หัวข้อ :  ๑.............. ๒. ข้อเสนอ

๗.  ความหมายของคำ

      ๗.๑     ปัญหา :  เรื่องที่จะขออนุมัติ  (ใคร  อะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  อย่างไร)

      ๗.๒    ข้อเท็จจริง :  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ  ข้อบังคับ  ระเบียบ  คำสั่ง  นโยบาย  การดำเนินการที่ผ่านมา

      ๗.๓    ข้อพิจารณา :  ความคิดเห็นของผู้ลงนามต่อเรื่องนี้ 

      ๗.๔    ข้อเสนอ :  เสนอแนะต่อ ผบ. ว่า  ควรอนุมัติให้  ใคร  ทำอะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  อย่างไร

๘.  สิ่งที่ต้องยึดถือในการร่างหนังสือ

      ๘.๑     หลักการ  :  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี  ระเบียบ  กห.  ระเบียบ/ข้อกำหนดของหน่วยเหนือ

      ๘.๒    แบบธรรมเนียมการปฏิบัติของหน่วย

      ๘.๓    นโยบายของผู้บังคับบัญชา

๙.     เทคนิควิธีในการร่างหนังสือ 

 

 

         ๙.๑         จะร่างหนังสือให้ใครลงนาม  ต้องสวมวิญญาณเป็นท่านผู้นั้น  พยายามคิดอย่างท่านผู้นั้น  พยายามเขียนอย่างท่านผู้นั้น  การรู้นิสัยใจคอของผู้บังคับบัญชาที่จะลงนาม  และรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ลงนามกับผู้รับหนังสือ  จะทำให้การนึกคิดเพื่อร่างหนังสือมีความละเอียดลออ  และตรงใจผู้ลงนามมากขึ้น

         ๙.๒        คิดข้อเสนอก่อน

         ๙.๓        ฉบับของ  ผอ.กอง  จะเสนอ  เจ้ากรม  ว่าอย่างไร

         ๙.๔        ฉบับของ  เจ้ากรม  จะเสนอ  ผบ.ทหารสูงสุด  ว่าอย่างไร

         ๙.๕        สวมวิญญาณเป็นผู้ลงนาม  คิดแบบผู้ลงนาม

         ๙.๖         แยกให้ออกว่า  อะไรเป็นข้อเท็จจริง  อะไรเป็นข้อพิจารณา 

         ๙.๗        อาจใช้กระดาษโน้ตเขียนเป็นขีดนำไว้ก่อน  แล้วจับกลุ่มภายหลังว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริง  อะไรเป็นข้อพิจารณา

         ๙.๘        คิดข้อ ๑  (ปัญหา)  ในใจ  ว่าจะเขียนอย่างไร

         ๙.๙         ให้ความสำคัญต่อฉบับของ  เจ้ากรม  เรียน  ผบ.ทหารสูงสุด  มากกว่า  เพราะเป็นฉบับหลัก

         ๙.๑๐       ฉบับของ  ผอ.กอง  เรียน  เจ้ากรม  กับฉบับของ  เจ้ากรม  เรียน  ผบ.ทหารสูงสุด  เนื้อหาไม่ควรเหมือนกันทั้งหมด  (ยกเว้นเอกสารตามแบบที่กำหนด)

         ๙.๑๑       พิมพ์ครั้งที่ ๑  ในกระดาษเสียก่อน

         ๙.๑๒     อ่านร่างที่เป็นตัวพิมพ์  แล้วปรับแก้สำนวน  ถ้อยคำ  ข้อความ  ให้สมบูรณ์  ถูกต้อง  ยิ่งขึ้น

         ๙.๑๓      พิมพ์ครั้งที่ ๒  พิมพ์จริง  แล้วนำเรียน  ผอ.กอง  พิจารณาลงนาม  (ผอ.กอง  อาจกำหนดให้เสนอร่างที่เป็นตัวพิมพ์ในกระดาษเสีย  เพื่อให้ตรวจก่อนพิมพ์จริงก็ได้)

๑๐.   ขั้นตอนการร่างหนังสือของผู้บรรยาย

         ๑๐.๑       ขั้นตอนที่ ๑  การอ่านและสรุป  การคิดโครงร่างในใจ  และการวางแผนการเขียน

         ๑๐.๒      ขั้นตอนที่ ๒  การศึกษาหลักฐานเอกสาร  และการประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง

         ๑๐.๓      ขั้นตอนที่ ๓  การลงมือร่างหนังสือ  และหนังสือประกอบ

๑๑.   ถกแถลง  แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 

๑๒.  สรุป  สิ่งที่ควรระลึกถึงในการร่างหนังสือ  คือ  หลักการ  แบบธรรมเนียมของหน่วย  และนโยบายของผู้บังคับบัญชา

สรุปเทคนิคการร่างหนังสือ

·     พยายามคิด  เขียน  ให้เป็นสำนวนของ  ผบ.หน่วย  ถึง  ผบ.หน่วย  เช่น  สำนวนของ  ผอ.กอง  ถึง  เจ้ากรม  หรือสำนวนของ  เจ้ากรม  ถึง  ผบ.ทหารสูงสุด  หรือสำนวนของ  ผบ.ทหารสูงสุด  ถึง  รมว.กห.

·     เรื่องที่มีรายละเอียดทางเทคนิค  หรือรายละเอียดการปฏิบัติระดับเจ้าหน้าที่  ซึ่ง  เจ้ากรม  หรือ
ผบ.ทหารสูงสุด  ไม่จำเป็นต้องทราบ  ควรย่อหรือสรุปสั้น ๆ

·     ก่อนเริ่มลงมือเขียน  ควรอ่านต้นเรื่องอย่างน้อย    เที่ยว  แล้วสรุปถามตัวเองว่า  ใคร  ต้องการอะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  อย่างไร  เพื่ออะไร

·     แล้วคิดข้อเสนอในใจก่อนว่า  เรื่องนี้ถ้าเราเป็น  ผอ.กอง  จะเสนอ  เจ้ากรม  ว่าอย่างไร  ถ้าเราเป็น  เจ้ากรม  จะเสนอ  ผบ.ทหารสูงสุด  ว่าอย่างไร

·     แล้วค่อยคิดว่าจะเขียน  ข้อ ๑, ๒, ๓  ว่าอย่างไร  จะใช้รูปแบบการเขียนแบบใด  เช่น
ข้อ ๑, ๒, ๓, ๔. ข้อเสนอ    หรือ  ข้อ ๑, ๒. ข้อเท็จจริง , ๓. ข้อพิจารณา , ๔. ข้อเสนอ

·     เขียนข้อ ๑  โดยการสรุปจากต้นเรื่องว่า  ใคร  ต้องการอะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  อย่างไร  เพื่ออะไร

·     เขียนข้อ ๒. ข้อเท็จจริง  โดยการรวบรวมความเป็นจริงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น  เช่น  ระเบียบ  คำสั่ง อนุมัติหลักการ  อนุมัติงบประมาณ  ฯลฯ

·     กรณีที่ไม่ต้องการใช้  ๒. ข้อเท็จจริง  อาจใช้  ๒. เรื่องตามข้อ ๑  สรุปได้ดังนี้   หรือ 
๒. กอง ฯ ขอเรียนดังนี้ 
  หรือ  ๒. เรื่องเดิม    หรือ  ๒. ความเป็นมา   หรือ  ๒. กองฯ  พิจารณาและดำเนินการดังนี้

·     เขียนข้อ ๓. ข้อพิจารณา  ให้เป็นความคิดเห็นของ  ผอ.กอง  หรือ  เจ้ากรม  จริง ๆ  ไม่ใช่ความคิดเห็นของหัวหน้าแผนก  ประเด็นการพิจารณาทั่ว ๆ ไป  ได้แก่  ประโยชน์  ข้อดี  ผลดี  ผลเสีย  งบประมาณ

·     ไม่ควรใช้คำว่า  เห็นควร  ในข้อที่เป็น  ความเห็น  หรือ  ข้อพิจารณา  เพราะคำว่า  เห็นควร  เป็นลักษณะของ  การเสนอแนะ  ควรเขียนไว้ใน  ข้อเสนอ  หากจะเขียนไว้ในข้อที่เป็น  ความเห็น  หรือ  ข้อพิจารณา  ควรใช้คำว่า  สมควร

·     การเขียนข้อเสนอ  ควรระบุให้สมบูรณ์ว่า  ใคร  อะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  อย่างไร  หรือ  อนุมัติ
งบประมาณจำนวนเท่าใด  ให้หน่วยใด  ไปทำอะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  (เมื่อไร  กับ  ที่ไหน  อาจใช้
ตามข้อ ๑  แทนก็ได้)
  เช่น  ๔.๑ อนุมัติให้  ศรภ.  นำนายทหารนักเรียนหลักสูตรข่าวกรองทางยุทธศาสตร์  รุ่นที่  ๔๒  พร้อมข้าราชการ  ศรภ.  รวม  ๔๐  คน  เดินทางไปศึกษาภูมิประเทศและดูกิจการ    ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  ตามข้อ ๑  เป็นต้น

·     ไม่ควรเขียนข้อเสนอว่า  ๔. ข้อเสนอ  เห็นควรดำเนินการตามข้อ  ๓.๓  (ซึ่งเป็นข้อความที่อยู่ในข้อที่เป็นข้อพิจารณา)  ควรใช้อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

๑.    เปลี่ยนข้อ  ๓.๓  ให้เป็น  ๔. ข้อเสนอ  แล้วใช้ข้อความตามเดิม

๒.    เขียนข้อความในข้อ  ๓.๓  ให้เป็นลักษณะของความคิดเห็นแบบกว้าง ๆ  แล้วนำมาเขียนรายละเอียดที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในข้อ  ๔. ข้อเสนอ

·     เรื่องที่รายงานเพื่อทราบ  แต่มีการขออนุมัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเนื่องกันด้วย  ไม่ควรใช้  คำลงท้ายว่า จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบและอนุมัติในข้อ ๓   ควรใช้  จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา  หากเห็นสมควรกรุณาอนุมัติในข้อ ๓  (หรือตามแบบธรรมเนียมของ กรม, บก.ทท.)

·     ข้อควรระวัง

                      ๑.      ต้องใช้หัวข้อหรือรูปแบบที่กำหนดเสมอ  ที่ควรระวัง  คือ  ถ้ามีข้อ  ๒. ข้อเท็จจริง  ต้องมี    ๓. ข้อพิจารณา   เสมอ  หากมีข้อใดข้อหนึ่งเพียงข้อเดียว  แล้วไม่มีอีกข้อหนึ่ง  ถือว่า  ผิดรูปแบบ

                      ๒.     ทุกเรื่องที่เป็นเรื่อง  ขออนุมัติ  ไม่ใช่เรื่องเพื่อทราบ  ต้องมี  ข้อเสนอ  เป็นข้อสุดท้ายเสมอ

                      ๓.     ไม่ควรเขียนข้อความที่เป็นลักษณะ  การเสนอแนะ  ไว้ในข้อเดียวกับ  ข้อพิจารณา  หรือข้อที่เป็นความคิดเห็น  ควรตัดตอนมาเขียนใหม่ใน  ข้อเสนอ  หรือถ้าต้องการกล่าวถึงเพื่อให้สอดคล้องกัน  ควรกล่าวแต่เพียงกว้าง ๆ  โดยใช้คำว่า  สมควร 

·     ข้อคิดบางประการ  (หากต้องการทำงานอย่างมีความสุข)

                      ๑.      ไม่ควรยึดติดกับรูปแบบหนังสือที่ผู้บังคับบัญชาลงนามให้แล้วในฉบับก่อน ๆ  แล้วนำมา อ้างว่า  “เรื่องที่แล้วนายยังเซ็นเลย”  ควรยึดถือ  หลักการ  เพราะนายอาจเซ็นให้เพราะเห็นว่าพอปล่อยไปได้  หรือเพราะไม่อยากให้เรื่องช้า  หรือเพราะเบื่อที่จะพูดแล้ว  ก็ได้  (อย่าดื้ออย่ารั้น)

                      ๒.     สามารถควรอ้าง หลักการ กับหน้าห้องผู้บังคับบัญชาเท่านั้นว่า  เหตุใดจึงร่างแบบนั้น  แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้ลงนามสั่งให้แก้ไขแล้ว  ไม่ควรดื้อดึงขอเข้าพบเพื่ออ้าง  หลักการ  กับท่าน  (ชนะแล้วได้อะไร  มิตรหรือศัตรู)

                      ๓.     ควรยึดถือ  นโยบาย  ของผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้ลงนาม  หรือ  แบบธรรมเนียมของหน่วย  เป็นหลัก  เพราะเราไม่ได้เป็นผู้ลงนามเอง  ฉะนั้น  ถ้าหน้าห้องผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับบัญชาจะเอาแบบไหน  เมื่อเราชี้แจงเหตุผลแล้ว  ท่านยืนยันให้แก้ไข  ก็ควรทำใจยอมรับและแก้ไขตามนั้นโดยไม่หงุดหงิด  (รู้จักปล่อยวางซะบ้าง)

Bookmark and Share




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


มีอารมณ์ขันเสมอ

เราชอบนายที่อารมณ์ดี ตลก ลูกน้องของเรา ก็ชอบเหมือนกัน ฉะนั้น ถ้าเราทำตัวให้มีอารมณ์ขันไว้บ้าง ลูกน้องก็จะสบายใจที่ได้ทำงานกับเรา

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านได้รับประโยชน์จากเนื้อหาแค่ไหน
ได้ประโยชน์มาก สามารถนำไปใช้กับหน่วยงานและงานที่ทำอยู่ได้
296 คน
ได้ประโยชน์บ้าง ถึงแม้เป็นการร่างหนังสือราชการทหาร แต่ก็สามารถนำวิธีคิดและเทคนิคไปใช้ได้
25 คน
ได้ประโยชน์น้อย เพราะเป็นการร่างหนังสือราชการทหาร นำไปใช้กับหน่วยงานและงานที่ทำอยู่ได้ไม่มากนัก
3 คน
ได้ประโยชน์น้อยมาก เพราะค่อนข้างยาก อ่านไม่ค่อยเข้าใจ
2 คน

  โหวต 326 คน