*/
  • Anonym
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 346
  • จำนวนผู้ชม : 3148962
  • จำนวนผู้โหวต : 1453
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1453 คน
ธุดงค์!! ธรรมกาย!! ในเมือง คุณคิดว่าเหมาะสมหรือไม่
เหมาะสม ได้บุญ ถูกตามหลักศาสนา
6 คน
ไม่เหมาะสม ได้บาป คนเดือดร้อน อวดอุตริ
383 คน

  โหวต 389 คน
วันพุธ ที่ 18 มกราคม 2560
Posted by Anonym , ผู้อ่าน : 1270 , 15:06:06 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน พันธุ์สังหยด , Torko และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

แพะ หรือ แกะ เดิมพันนี้ ใหญ่หลวงนัก

   สำหรับ มหากาพย์สะเทือนโซเชียล ขณะนี้นะครับ กรณี ครูแพะ! ที่เรียกกัน ขอเกริ่นนำสักนิดว่า ผมจะนำข้อมูลสำคัญๆมา เท่านั้นเพราะคิดว่าเรื่องนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ รับรู้ข้อมูลไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว เรามาวิเคราะห์ใน ตัวแปรที่สำคัญๆกันครับ ขอเริ่มจาก

เนื้อเรื่อง

  ครูจอมทรัพย์ ถูกตัดสินจำคุกในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต  ถูกตัดสินจำคุก 3ปี 2เดือน โดยถูกจำคุกในปี 2556 แต่ถูกอภัยโทษ ออกจากคุกมาเมื่อปี 2558 ติดคุกมาแล้วเป็นเวลา 1ปี 6เดือน ในภายหลังจากที่ครูออกจากคุก มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาโดย ศูนย์ช่วยเหลือกระทรวงยุติธรรมและ DSI และมีการนำหลักฐานพยานใหม่ ที่สำคัญคือ นาย สับ วาปี ซึ่งเพื่อนๆครูอ้างว่า ไปตามตัวจนเจอว่าเป็นคนขับรถชน ตัวจริง และเจ้าตัวรับสารภาพ จึงมีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ และเป็นข่าวครึกโครมใน โซเชียลขณะนี้ มีการโจมตีกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะ กระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ว่าทำไมถึงจับแพะ ทำให้ครูติดคุกทั้งๆที่ บริสุทธิ์

  โดยครูถูกตัดสิน จากกรณีที่ขับรถชนผู้อื่นเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2548 ที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยครูเป็นคนสกลนคร ขับรถสีน้ำตาลบรอนซ์ ทะเบียน บค56 สกลนคร ในวันเกิดเหตุได้ขายรถไปให้ชายผู้หนึ่ง แต่ไม่มีรถใช้จึงขอยืมรถใช้ก่อนเพื่อไปดูรถใหม่ที่ ศูนย์ และอ้างว่าทำธุระเสร็จก็ขับรถกลับบ้านที่ สกลนคร เวลาประมาณ 19.00น. ซึ่งไม่ตรงกับเวลาเกิดเหตุที่ 20.30น. ซึ่งสถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ นครพนม และอ้างว่าเวลาเกิดเหตุอยู่ที่บ้าน กับสามีและลูกที่ สกลนคร

  ตำรวจที่ดูแลคดี ก็ลงไปสืบสวนจาก ปากพยานคนหนึ่งคือ นางทัศนีย์ บอกว่า ตอนที่ชน นางทัศนีย์ขับมอเตอร์ไซค์ อยู่ข้างหลังและเห็นเหตุการณ์ ทั้งยังเห็นด้วยว่าทะเบียนรถที่ชนคือ บค 56 สกลนคร ทำให้ตำรวจสืบจากหลักฐานไปพบว่า เจ้าของคือ นายประพัฒน์ แต่นายประพัฒน์บอกว่า วันเกิดเหตุ ครูจอมทรัพย์ได้ยืมรถไปใช้ ตำรวจจึงเรียกครูมาสอบสวน ครูยอมรับว่ายืมรถไปจริง

   และจากการสอบสวน หลักฐาน พยาน ที่ตำรวจใช้ หลักๆคือ

1. พยานนางทัศนีย์ที่ตำรวจอ้างว่า นางทัศนีย์ เห็นทะเบียนรถชัดเจน คือ บค 56 สกลนคร เขียนไปในสำนวน

2. เจอรอยครูดใหม่ที่ไม่ใช่รอยเก่าที่ด้านซ้ายของรถที่ครูขับ

3. สีที่ติดบนรถจักรยาน ซึ่งเป็นสีเขียว แต่รถของครูจอมทรัพย์ ไม่ใช่สีเขียวมีที่เดียวคือ สีของเลขทะเบียนรถที่เป็นสีเขียว ตำรวจส่งพิสูจน์หลักฐาน ได้ผลว่า ตรงกันกับที่เจอบนจักรยานผู้ตาย

4. จากหลักฐานข้างต้น ตำรวจสรุปสำนวนส่งอัยการเชื่อได้ว่า ครูจอมทรัพย์เป็นผู้ต้องหาตัวจริง โดยครูไม่ได้ต่อสู้ในชั้นสอบสวน โดยจะไปให้การในชั้นศาล จึงสรุปส่งสำนวนอัยการตามนี้

  อัยการส่งฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินว่าผิด ตัดสินจำคุก จากนั้นครูไปจ้างทนาย วันชัย ให้ช่วยว่าความยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าครูไม่ผิด ยกฟ้อง อัยการยื่นฎีกาต่อ ศาลฎีกาตัดสินว่าผิดตามศาาลชั้นต้นเป็นอันจบสิ้นกระบวนการ ทำให้ครูติดคุก ในปี 2556

   อ่านคำพิพากษา คลิกที่นี่!!

มหากาพย์ เดิมพันอันใหญ่หลวง

   แต่สิ่งที่ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็น มหากาพย์ ที่ครึกโครมสะท้าน โซเชียลขณะนี้ เนื่องจาก หลังจากที่ครูถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก กลุ่มเพื่อนๆของครูและครอบครัวญาติมิตร ที่ไม่เชื่อว่าครุทำผิด ได้ช่วยกันหาหลักฐานทุกทาง โดยอ้างว่าหาจนไปพบ ผุ้กระทำผิดตัวจริง คือ นาย สับ วาปี ที่วันเกิดเหตุขับรถกระบะสีเขียว ทะเบียน บค56 มุกดาหาร และนายสับ วาปี ยอมรับว่าเป็นคนชนจริง และอยากช่วยครูจอมทรัพย์ เพราะไม่รู้เลยว่าต้องมีคนมาติดคุกเพราะตัวเอง พอรับรู้จึงต้องการช่วยให้เกิดความเป็นธรรม

   เมื่อหาหลักฐานใหม่ได้พร้อม ก็ยื่นรื้อฟื้นคดี กับ DSI และศูนย์ช่วยเหลือกระทรวงยุติธรรม ได้รับเรื่องและตามหาหลักฐาน จนแน่ใจว่า ครูเป็นแพะ จนถึงวันก่อนที่จะขึ้นศาลรื้อคดีใหม่ มีข่าวออกมาครึกโครมทำให้ กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะต้นทาง อย่างตำรวจ โดน สังคมกระหน่ำโจมตีเละ จนต้องออกมาแถลงโดยบอกว่า ทางตำรวจก็มีหลักฐานอีกด้านที่สำคัญ ที่จะบอกได้ว่า ครูไม่ใช่แพะ และตำรวจทำหน้าที่ถูกต้องตามกระบวนการแล้ว เพราะมีกระบวนการรับจ้างติดคุก ไปเกี่ยวข้องกับคดีของครู จากนั้น ก็แก้ตัวให้ตำรวจที่ทำสำนวนของครู โดยใช้เหตุผลอีกด้านหนึ่ง และบอกให้รอจะมีการเปิดเผยหลักฐานในเร็วๆนี้

   ซึ่ง1ใน กระบอกเสียงของตำรวจ ครั้งนี้ ดันเป็นคนที่เคยต่อสู้กับตำรวจมาหลายๆครั้ง อย่างเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดย ประธานชมรมคือ นาย อัจฉริยะ ที่ออกมาสวนกระแสสังคม และออกตัวแรงยิ่งกว่า ม้าลำพอง ว่าครูจอมทรัพย์ เป็น "แกะ" ไม่ใช่ "แพะ" และคอยขยายเสียงแทนตำรวจผ่านสื่อทีวีและโซเชียลตลอด โดยหลักฐานที่ใช้ก็เป็นหลักฐานเดียวกับที่ตำรวจมาแถลงต่อสื่อ และก็เป็นหลักฐานที่ฟังได้ น่าเชื่อถือ ทำให้กระแสเริ่มตีกลับบ้าง ประชาชนยิ่งสนใจ และสงสัยว่า นี่มันเรื่องจริงหรือนิยาย ข้างไหนพูดจริงกันแน่

   และยิ่งทำให้ข่าวนี้เป็นที่สนใจและพูดถึง แทบจะทุกสื่อลงมาทำข่าว และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความขัดแย้ง การเลือกข้าง มีการเดิมพัน ผ่านทางเพจต่างๆ มีการท้าทาย เดิมพันทั้งตัวเงินและตำแหน่ง

   แต่เดิมพันที่ใหญ่หลวงที่สุด เพราะต่างฝ่ายก็มีตัวละครใหญ่ๆทั้งนั้น เช่นระดับ ผบ.ตร. รองผบ.ตร. ออกมาพูด ระดับองค์กรอย่าง DSI กระทรวงยุติธรรม รองปลัด องค์กรครู นั่นคือ ศักดิ์ศรี ของ องค์กรต่างๆเหล่านี้ ที่ทำให้เดิมพันครั้งนี้ ต่างฝ่ายต่างต้องทุ่มมาทั้งหน้าตัก เพราะออกตัวกันแรงมาก ฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำแน่นอนว่า โดนประชาชนถล่มเละแน่

ตัวละครที่สำคัญ

   1. ครูจอมทรัพย์ ครูแพะที่เรียกกัน คือจำเลยในคดีที่ถูกตัดสินจำคุก และรับโทษจนออกมาจากคุกแล้ว

   2. พยานปากสำคัญ นาง ทัศนีย์ ที่เป็นหลักฐานสำคัญให้ตำรวจ อัยการ ศาล ตัดสิน เพราะมาจากสำนวนที่ว่า เห็นทะเบียน บค 56 จังหวัดสกลนคร

   3. กลุ่มเพื่อนครูที่ช่วยเหลือหาหลักฐานใหม่มารื้อฟื้นคดี รวมถึง DSI ศูนย์ช่วยเหลือกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ ที่ช่วยเหลือในการรื้อคดี และกุมหลักฐานเด็ด ที่รอเปิดเผย ในวันที่ 8-11 กพ นี้ ที่ศาลเลื่อนนัดพยาน

   4. ทนายปรเมศ และ ทนายวันชัย ผู้ว่าความให้ ครูจอมทรัพย์ โดย ทนาย วันชัยที่มีชื่อเสียง มั่นใจมากว่า ครู เป็นแพะ แน่นอน ลองไปฟัง ที่ ทนาย วันชัย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ครับ

 

5. องค์กรตำรวจ ที่ถูกสังคมโจมตีว่า ทำสำนวนผิดพลาดทำให้ ครูติดคุกโดยที่ไม่ได้ทำ โดยตำรวจบอกมีหลักฐานเด็ด ที่บอกว่ามีขบวนการจัดจ้างคนมาติดคุกแทน เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และให้รอดูหลักฐาน ว่าตำรวจทำคดีได้ถูกต้องแล้ว ซึ่งจากการที่ ระดับ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ออกมาพูด นั่นยิ่งทำให้การเดิมพันครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก

  ลองฟัง คลิปช่วงหลัง ที่ตำรวจได้กล่าวไว้ครับ

6. ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งจากที่เคยติดตามเพจนี้ทางเฟสบุคมาก่อน มีการช่วยเหลือ ประชาชนไว้หลายคดีจริงๆ และหลายๆคดีก็ต้องต่อสู้กับตำรวจ แต่คราวนี้ กลับมาเป็นกระบอกเสียงให้ตำรวจ โดยออกตัวแรงมาก เหมือนมั่นใจในหลักฐานของตัวเองมากว่า ครู เป็น "แกะ" ไม่ใช่ "แพะ"

  ซึ่งเอาตรงๆ ผมก็ไม่ทราบว่า นาย อัจฉริยะ เกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้ และมีความจำเป็นอะไรที่ต้องออกตัวแรงขนาดนี้ ถึงขั้นท้าเค้าไปทั่ว ท้าวางเดิมพันทั้งเงินและตำแหน่ง รวมถึงการฟ้องร้องยินยอมติดคุกเลย ทำให้กระแสเริ่มตีกลับบ้าง เพราะมีคนติดตามชมรมนี้อยู่ไม่น้อย

   แม้นายอัจฉริยะ จะเคยช่วยเหลือประชาชนไว้หลายคดี แต่ครั้งนี้ ผมมองว่า ไม่เหมาะสมที่จะต้องออกตัวแรงและท้าเดิมพันกับ คนเห็นต่างหรือกระทั่งครู ว่าถ้าผมผิดให้ครูฟ้องร้องได้เลย ซึ่งมันไม่จำเป็น และไม่เหมาะสม เพราะถ้าครูผิด ครูต้องคิดคุกอีกแน่ๆอยู่แล้ว แทนที่จะเอาหลักฐานข้อเท็จจริงมาก็พอ รวมถึงกระทั่งท้าเดิมพันตำแหน่งกับหลายๆคน รวมทั้ง อ.วันชัยด้วย ดังคลิปด้านล่าง ซึ่งผมมองว่า มันเป็นการพาลมากกว่าจะช่วยกันหาข้อเท็จจริง

 

 

 

   ลองฟังคลิปนี้ จะเห็นเลยครับ ไม่รู้ทำเพื่ออะไร

 

7. นาย สับ วาปี ที่เป็นพยานปากสำคัญที่สุด พยานใหม่ที่ ฝั่งครูเอามาใช้รื้อฟื้นคดี โดยอ้างว่าเป็นผู้ขับรถชนตัวจริง ที่ยอมรับสารภาพเพราะ เห็นใจครูที่ต้องมาติดคุกแทนตน และก็เป็นผู้ชายรูปร่างใหญ่ เหมือนที่ พยานปากเอกเห็น รวมถึงขับรถกระบะ ทะเบียนเหมือนกับครูเป๊ะ คือ บค56 แต่จังหวัด มุกดาหาร ทั้งรถกระบะก็ สีเขียว คล้ายกับสีที่ติดบนจักรยาน

   แต่ก็ทำให้กองเชียร์และฝั่งครูเสียวไปตามๆกัน เมื่อ นาย สับ วาปี ไม่มาตามศาลนัดสืบพยานนัดแรก ในวันที่ 17 มค.60 จนศาลต้องมีการเลื่อนออกไป เป็น 8-11 กพ 60

  ลองฟังที่ นาย สับ วาปี ยืนยันดังคลิปด้านล่าง

 

 ข้อสงสัยที่สำคัญของแต่ละฝ่าย (สีแดงคือที่ผมคิดว่าสำคัญ)

1 ข้อสงสัยว่าครูผิด

1.1 ทำไมครู ถึงไม่สู้ตั้งแต่ กระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ทำไมไม่หาหลักฐานแย้งไปเลยว่า อยู่บ้านกะลูกและสามีตอนเกิดเหตุ ทำไมถึงปล่อยให้ตำรวจ เขียนสำนวนไปแบบนั้น ทั้งๆที่ไม่ตรงกับความจริงของฝั่งครู

1.2 เปลวสีเงิน ได้ตั้งข้อสงสัยไว้ดังลิงค์นี้ คลิกอ่านลิงก์

1.3 นาย ปรเมศวร์ รองอธิบดีสำนักงานคดีชี้ขาดอัยการสูงสุด ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในรายการถามตรงๆ ดังคลิปด้านล่างนี้

 

1.4 ทำไม พยานเห็นว่า เป็นทะเบียน สกลนคร ทั้งๆที่ สถานที่ชน อยู่นครพนม ซึ่งไม่ได้อยู่จังหวัดเดียวกับ สกลนคร และ พยานไม่ได้มีส่วนได้เสียกับ จำเลย รวมทั้ง นายสับที่ออกมาอ้างว่าเป็นคนขับชนตัวจริง ก็ทะเบียน มุกดาหาร ซึ่ง ต่างกับทะเบียน สกลนคร เยอะมาก คนละตัวอักษรเลย ถ้านาย สับ ขับรถ มุกดาหารชนจริง ทำไม พยานเห็น สกลนคร

1.5 ทำไมจะต้องเกิดเหตุวันเดียวกับที่ครุขายรถพอดี แล้วแปลกที่ ดันไปยืมรถที่ขายไปแล้ว ทั้งๆที่ขายไปแล้ว แต่คนขายก็ยังให้ยืม และช่วงเวลาที่ ครูยืมรถและขับกลับบ้าน ก็คาบเกี่ยวกับช่วงเกิดเหตุได้พอดี

1.6 เจ้าของรถที่ซื้อรถจากครู บอกว่าพอครูเอารถมาคืน พอล้างรถเห็นรอยเฉี่ยว เป็นรอยใหม่ ซึ่งถ้าเจ้าของรถพูดจริง ก็น่าสงสัยว่ามีการขับไปชนอะไรจริง เพราะเจ้าของรถ คงไม่โกหก ไม่มีความจำเป็นต้องโกหก

1.7 ครูบอกเลิกกับสามี สามีไปมีเมียใหม่ แต่ ประธานชมรม บอก จากการลงพื้นที่หาข้อมูล ยังอยู่กะสามีและลูก อ้าว

1.8 ครูบอก ไม่มีเงิน จน ขายที่ขายอะไร แต่สามีเป็นถึง ผอ. รพ. แห่งหนึ่ง ประธานชมรมกล่าว

1.9 นายสับ เคยติดคุกคดีไม้เถื่อน และขายรถไปแล้ว แต่ทำไมฝั่งครูถึงบอกว่า ไปหาเจอซากรถ

1.10 ล่าสุด อัจฉิระยะ บอกมีหลักฐานว่า นายสับขายรถให้คนอื่นตั้งแต่ ปี47 แต่รถชนปี48 ดังนั้น นาย สับ วาปี จะเป็นผู้ขับได้อย่างไร

1.11 มันมีคนแบบ นาย สับ ในโลกด้วยเหรอทั้งๆที่ครูก็ติดคุกแทนไปแล้ว ยังกล้าออกมารับสารภาพผิด เพื่อตัวเองจะติดคุกอีก และทั้งๆที่ตัวเองหนีตอนแรก แต่ตอนนี้กลับอยากเป็นคนดี มาช่วยครู แปลกไหม

2. ข้อสงสัยว่าครูถูก

2.1 ถ้าครูจะจ้างคนมาเป็นแพะแทน ทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก ยอมให้ตัวเองติดคุกทำไม แล้วพอติดคุกเสร็จแล้ว แทนที่จะจบๆไป ยังกล้าเอาตัวมาเสี่ยงติดคุกอีกรอบ ซึ่งเป็นข้อหาที่หนักกว่าเดิมด้วย เพราะนี่เป็นขบวนการเลย ครูจะทำไปเพื่ออะไร

2.2 ฝั่งประธานชมรม บอกว่าที่ครูยอมติดคุก และออกมาแฉ มารื้อฟื้นคดี เพราะต้องการช่วยเหลือคนๆหนึ่ง ซึ่งเป็นคนทำผิดตัวจริง ผมมองยังไง ฟังยังไง ผมยังคิดไม่ออกว่า การที่ติดคุกแทนก็คือช่วยไปแล้ว ยังจะต้องมาจ้างคนมาสารภาพ เพื่ออะไร จะช่วยคนๆนั้นได้ยังไง ถ้าจ้างคนอื่นมาสารภาพ ยังไม่เข้าใจตรงนี้ มีแต่จะทำให้เรื่องยุ่งและน่าสงสัยไปอีก และเสี่ยงให้คนที่เราช่วยไปแล้ว ติดคุกยิ่งขึ้นไปอีก

2.3 พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น หลายๆท่านคงจำได้ว่าเคยดูแลคดีเกาะเต่า เข้ามาดูแลคดีนี้ และบอกว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงกับกลุ่มรับจ้างติดคุก

2.4 พยาน นาง ทัศนีย์ บอกว่าคนขับเดินลงมา เป็นผู้ชายตัวใหญ่ แต่ดันไม่ได้บอกตำรวจในชั้นสอบสวน มาบอกในชั้นศาล 6เดือนผ่านไป แต่ล่าสุดเนชั่นไปสัมภาษณ์ นางทัศนี้ย์ บอกว่า บอกตำรวจตั้งแต่ชั้นสอบสวนแล้วว่า คนขับเป็นผู้ชาย เชื่อใครดีล่ะครับ

2.5 ล่าสุดเนชันสัมภาษณ์ นางทัศนีย์ บอกว่า เห็นทะเบียนชัดแค่เลข 56 แต่ไม่มั่นใจจังหวัดว่าจังหวัดอะไร อ้าวว

2.6 กลุ่มเพื่อนครู มีการประกาศทางเฟสบุค ให้รางวัลคนหารถ บค56 มุกดาหารเจอ เพื่อตามหารถที่ก่อเหตุ ข้อนี้จะเป็นข้อที่สำคัญมาก จะสรุปให้ต่อไป

  โดย นายอัจฉริยะ เป็นคนบอกเองในรายการ ดังคลิปด้านล่างนี้ ดูนาทีที่ 18.50 เป็นต้นไป ถ้ามีเวลาก็ฟังให้หมดเลยครับ

2.7 รถของ นาย สับ วาปี ถูกระงับการใช้รถ ในปี 2552 เพราะไม่จ่ายภาษีมา 3ปี ถ้านับ3ปี ก็จะไปตรงกับปี 49 ซึ่งถ้ารถของนาย สับ วาปี ไปชนจริง การที่นาย สับ วาปี ไม่ไปจ่ายภาษีต่อรถยนต์ ก็สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุตั้งแต่ปี 48 พอชนเลยไม่ไปต่อภาษี

2.8 ล่าสุด อัจฉริยะ มาบอกว่า นายสับขายรถให้คนอื่นตั้งแต่ ปี47 แต่รถชนปี48 แสดงว่า นาย สับ ไม่ได้เป็นคนขับชน แต่ถ้ารถไม่มีการชน ทำไม เจ้าของใหม่ไม่ต่อภาษี และทำไมไม่มีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ เพราะจากหลักฐาน ตามลิงค์นี้ คลิกอ่านลิงก์


จากหลักฐาน กลับปรากฎว่า ไม่มีการจ่ายภาษีจนรถถูกระงับ ไปตั้งแต่ปี 2552 ทำไมเจ้าของใหม่ไม่จ่ายภาษี แล้วทำไมมีการซื้อขายรถ ปี 47 แต่ชื่อเจ้าของรถ ยังเป็น นาย สับ วาปี อยู่ มันย้อนแย้งกันหรือไม่ ลองฟังคลิปนี้ช่วง นาทีที่ 7.00

 

  ถ้าฟังจากที่ขนส่ง มุกดาหารบอก รถถูกระงับปี 2552 ซึ่ง ขาดการต่อภาษีมา3ปี แสดงว่า นายสับขาดการต่อภาษีปี 48-49 แล้วนายสับจะขายรถไป ปี 47 ได้อย่างไร ย้อนแย้งไหมครับ

 

2.9 มันจะฟลุค เรื่องบังเอิญมากขนาดที่ว่า ไปหาคนที่ป้ายทะเบียน บค56 จังหวัดติดๆกันกับครู เพื่อมาจ้างเป็นแพะได้ก็ตลกดี โดยที่ตาคนๆนั้น ต้องบ้ายินยอมเล่นเป็นแพะกับครูด้วยนะ แถมต้องเป็นผู้ชายตัวใหญ่พอดีนะ แถมสีรถยังเป็นสีเขียว ที่ติดกับจักรยานอีกมันยิ่งน่าตลก ว่าครูเก่งและฟลุคขนาดนั้น นี่มันเรื่องบังเอิญระดับจักรวาล เพราะเลขทะเบียนนี้มีจังหวัดละคัน ไปสืบมาแล้วมีทั้งหมดแค่16คันด้วย ดันไปหาคนจ้างมาเป็นแพะที่มีทะเบียนนั้นได้เป๊ะๆ อืมม

2.10 กระทรวงยุติธรรม + DSI มีน้ำหนัก มากกว่า ตำรวจ ให้รอดูหลักฐาน ในวันสืบพยาน 8-11 กพ. นี้

2.11 การชน ตำรวจบอกเองว่าผู้ตาย มีการแตกหักของกระดูกฝั่งซ้ายร่างกายหลายส่วน และพยานเห็นผู้ตาย ลอยกระเด็นขึ้น และจากสภาพจักรยาน ย่อมเห็นได้ว่ามีการชนแรงมาก แต่สภาพของป้ายทะเบียนที่สีไปติดจักรยาน กลับไม่มีร่อยรอยการชนและบุบเลย

2.12 ท่าน ปัญญา มาเม่น บอกว่ามีขบวนการรับจ้างติดคุกมาเกี่ยว แต่ดันไม่ฟันธงว่า ครูจอมทรัพย์เกี่ยวข้อง รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ที่ครูจะไม่รู้เห็นเป็นใจถ้ามีการจัดจ้างจริง ยกเว้นว่าครูบริสุทธิ์ มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่ ขบวนการที่ว่าอาจมีอยู่จริง และอาจมีการเสนอให้ครูหรือเพื่อนของครูหรือไม่ อันนี้ต้องรอหลักฐานฝั่งตำรวจ

บทสรุปของแต่ละฝั่ง

1. กรณีครูเป็นแพะ คือครูเป็นผู้บริสุทธิ์มีการจับผิดคน

  ครูไม่ได้ขับรถ บค56 สกลนคร ชน แต่คนที่ขับชนตัวจริงคือ นายสับ วาปี ซึ่งขับรถ บค56 มุกดาหาร ซึ่งพยานเห็นป้ายทะเบียน บค56 แต่ระบุจังหวัดผิดเป็น สกลนคร ทำให้ตำรวจตามตัวผิด จึงไปจับครู ครูไม่ให้การชั้นสอบสวน ให้การชั้นศาล ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก อุทธรณ์ชนะยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินจำคุกตามศาลชั้นต้น พอถูกตัดสินจำคุก กลุ่มเพื่อนครูจึงหาหลักฐาน ยี่่น DSI ศูนย์ช่วยเหลือกระทรวงยุติธรรม จนสามารถรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ แต่ครูก็ต้องติดคุกจน ถูกอภัยโทษออกมาแล้ว และกำลังจะขึ้นศาลรอบใหม่เพื่อรื้อฟื้นคดี

2. กรณีอีกฝั่ง ครูเป็นผู้กระทำผิดหรือรู้เห็นกับผู้กระทำผิด และรถที่ขับชนคือรถของครู บค56 สกลนครจริง

  จากที่ฟังข้อมูลของฝั่งตำรวจและ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม นายอัจฉริยะ พอสรุปได้ว่า

  รถคันที่ชนคนตายคือ บค56 สกลนคร แต่ครูไม่ใช่คนขับรถ บค56 สกลนคร ชนผู้ตายในวันเกิดเหตุ แต่ครูยอมติดคุกแทนคนขับตัวจริง ที่เป็นผู้ชาย และที่มีกระบวนการติดคุกแทนเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เพราะช่วยเหลือผู้ชายคนนี้และมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

วิเคราะห์สรุปจากหลักฐานสำคัญ

   จากหลักฐานพยานทั้งหมด ผมเชื่อได้เลยว่า มหากาพย์เรื่องนี้ คนสงสัยแน่ และหลายๆคนไม่มัั่นใจว่า ฝั่งไหนถูกกันแน่ เพราะแต่ละฝ่ายก็มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เราลองมาวิเคราะห์กันครับ

   จากหลักฐานทั้งหมด ผมเชื่อว่า ครูเป็น "แพะ" ครับ ครูไม่ได้ขับรถชนวันเกิดเหตุ และทีรถที่ชน ก็ไม่ใช่รถทะเบียน บค56 สกลนคร ของครูด้วย ผมเชื่อแบบนั้นเพราะ หลักฐานสำคัญดังนี้ครับ

1. จากข้อ 2.9 เรามาขยายความกัน

    มันจะฟลุค เรื่องบังเอิญมากขนาดที่ว่า ไปหาคนที่ป้ายทะเบียน บค56 จังหวัดติดๆกันกับครู เพื่อมาจ้างเป็นแพะได้ก็ตลกดี โดยที่ตาคนๆนั้น ต้องบ้ายินยอมเล่นเป็นแพะกับครูด้วยนะ แถมต้องเป็นผู้ชายตัวใหญ่พอดีนะ แถมสีรถยังเป็นสีเขียว ที่ติดกับจักรยานอีกมันยิ่งน่าตลก ว่าครูเก่งและฟลุคขนาดนั้น นี่มันเรื่องบังเอิญระดับจักรวาล เพราะเลขทะเบียนนี้มีจังหวัดละคัน ไปสืบมาแล้วมีทั้งหมดแค่16คันด้วย ดันไปหาคนจ้างมาเป็นแพะที่มีทะเบียนนั้นได้เป๊ะๆ อืมม

    พอดีผมเรียนเลขมาบ้าง จะคำนวณคร่าวๆตามความน่าจะเป็นดังนี้

  เอาตามสเปกตรัมนะครับ โทนสีมี ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง อะผมให้มีสีแค่นี้ทั้งๆที่ความจริงสีรถ มีเยอะกว่านี้มาก ความเป็นไปได้ที่ สีรถจะเป็นสีเขียวคือ 1/7

  ความเป็นไปได้ที่ คนขับจะเป็นชาย คือ 1/2 เพราะคนมีเพศ ชาย หญิง

  ความเป็นไปได้ที่คนขับทะเบียนนี้ต้องอยู่จังหวัด ติดกับ จังหวัด นครพนมที่เกิดเหตุ คือ 3/76 เพราะ นครพนม ติดกับ มุกดาหารและ สกลนคร ผมไม่นับ บึงกาฬ เพราะปี 48 ยังไม่มี บึงกาฬ คือมี3จังหวัดที่เป็นได้คือ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร

  ความเป็นไปได้ที่ รถทะเบียน บค56 คันนั้นต้องเป็นรถที่ใช้อยู่จริง รถทะเบียนหนึ่งมีจังหวัดละคัน แต่การตรวจสอบจริง พบทะเบียนนี้ใช้งานจริงอยู่ 16คัน ก็คือ โอกาส 16/76

   ดังนั้นความเป็นไปได้ที่ครูจะสามารถหา คนขับรถทะเบียน บค56 สีเขียว ที่รถใช้งานอยู่จริง อยู่จังหวัดติดกับนครพนม และเป็นผู้ชาย จะอยู่ประมาณที่

1/7 x 1/2 x 3/76 x 16/76 = 0.0006 % โอกาสน้อยกว่าถูกหวยเยอะครับ ประมาณ 1 ใน 160000

   นี่คือการคำนวณ คร่าวๆ ไม่นับตัวแปรอย่างอืนอีกมาก เช่น พอหาได้ คนๆนั้นต้องยอมเป็นแพะให้ครูด้วยนะ มันมีความบังเอิญแบบนี้ในโลกเหรอครับ

2. จากข้อ 2.7 ถ้านายสับเป็นคนขับรถชนจริง ปี48 รถของนายสับถูกระงับเพราะขาดการจ่ายภาษี3ปี ซึ่งถูกระงับปี52 นั่นแสดงว่า นายสับไม่ได้จ่ายภาษีตั้งแต่ ปี48-49 ซึ่งก็เป็นไปในแนวทางว่า ถ้านายสับขับรถชนคนตาย ก็แน่นอนว่าจะไม่เอารถไปต่อทะเบียนคือไม่จ่ายภาษี ตั้งแต่นั้น ก็จะลงตัวสอดคล้องกับหลักฐานพอดี

   และถ้าเอาโอกาส ข้อ2 ไปคิดในข้อ1 ว่ารถทะเบียนนีิ้จะต้อง ขาดการต่อภาษีช่วง ปี 48-49 พอดี นี่โอกาสยิ่งกว่าค้นพบ 7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกครับ

3. จากข้อสงสัย 2.6 ย้อนขึ้นไปดูนะครับ นาย อัจฉริยะ พูดเองในรายการว่า ยังมีการประกาศโฆษณา ปี57 ในเฟสบุค เพื่อหา รถ บค56 มุกดาหารของนาย สับ นั่นแสดงว่าเป็นหลักฐานที่ดีมากๆว่า เพื่อนครู dsi, ศูนย์กระทรวงยุติธรรม ได้ทำงานจริงๆจังๆ เพื่อจะหารถ ถ้าเค้าเป็นกระบวนการ จ้างคนมาติดคุก จะหารถไปทำไมครับ เสียเงินโฆษณาหารถมาเพื่ออะไร ไปหารถ ซื้อรถมาจัดฉากดีกว่าไหม ลองคิดตามผมนะ ถ้าสมมติ ครูเป็นคนขับจริง ชับรถชนคนจริง แน่นอนครูต้องรู้ว่า รถของครูคือคันที่ชนจะไปประกาศหารถ ของนายสับ ที่ไม่ได้ชน มาเพื่อให้ตำรวจตรวจสีรถ แล้วเอามาแหกหน้าครูเองเหรอว่า สีรถนายสับ ไม่ตรงกับสีที่จักรยาน ที่ครูประกาศหาทางเฟสบุค ให้เงินคนหาเจอด้วย เพราะครูมั่นใจไง ว่ารถของนายสับ เป็นคันที่ชนจริงๆ นี่คือเหตุผล ที่ผมเชื่อแบบนั้นครับ

4.  สำคัญ มากล่าสุด เนชั่น สัมภาษณ์ พยานปากเอก ตัวละครสำคัญที่ทำให้ครูติดคุก เพราะให้การในชั้นตำรวจว่า เห็นทะเบียน บค56 สกลนคร แต่มาวันนี้ สัมภาษณ์ล่าสุด บอกว่ารถอยู่ไกลกัน มั่นใจว่า เห็นเลข 56 แต่ไม่แน่ใจว่า จังหวัดอะไร ยิ่งตอกย้ำหลายๆอย่างมากขึ้นไปอีกครับ รวมทั้ง บอกด้วยว่า บอกตำรวจตั้งแต่ชั้นสอบสวนแล้วว่า คนขับเป็นผู้ชายไม่ได้เพิ่งมาบอกในชั้นศาล

  ลองฟังคลิปกันครับ

5. ถ้าอยากรู้ว่า ทำไม คุณอัจฉริยะ มั่นใจว่า ครูติดคุกเพื่อช่วยเหลือใคร ลองฟังคลิปด้านบนนาทีที่ 17.00 เป็นต้นไปที่ พยานปากเอก บอกว่าครูจอมทรัพย์มาหาที่บ้าน แล้วบอกว่าครูถูกตัดสินติดคุก นางทัศนีย์พยานปากเอกยัง คิดเลยว่า ทำไมครูโดนจำคุก ทั้งๆที่เป็นผู้ชายขับ เลยคิดว่า ครูติดคุกแทนสามี นี่รึเปล่าที่ทำให้ คุณอัจฉริยะ มั่นใจ เพราะอาจเคยสัมภาษณ์ นางทัศนีย์ได้ความแบบนี้เช่นกัน
  นั่นคือนางทัศนีย์ไม่รู้ว่ารถคันไหนชน เลยคิดไปว่า รถครู และครูยอมติดคุกแทนสามี

6. จากข้อ 2.11 ถ้ามีการชนจนกระทั่ง ผู้ตายกระดูกฝั่งซ้ายหักแตก จักรยานพังขนาดนั้น ถ้าจุดชนคือ ป้ายทะเบียน อย่างไรก็ต้องมีรอยชน รอยบุบที่ป้ายอย่างแน่นอน และจากปากพยาก บอกว่ามีการลากครูดไปด้วย ย่อมต้องมีรอยที่รถมากมายเช่นกัน แต่ในหลักฐานกลับไม่มีรอยที่ว่า บนรถของครู

  จากหลักฐานสำคัญ 6ข้อนี้ ทำให้ผมเอนเอียงไปทางครู และเชื่อว่า ครูไม่ใช่ผู้กระทำผิดครับ แล้วท่่านล่ะ คิดอย่างไร

   ปล. ถ้าสรุปแล้ว ครู เป็น "แพะ" จริง ผมไม่อยากให้ตำหนิ ตำรวจ ฝ่ายเดียว เพราะมันมีหลายกระบวนการ ดูจากสำนวนตำรวจก็ไม่ได้ต้องการปรักปรำผุ้กระทำผิด เพียงแต่หลักฐานมันพอชี้ไปทางนั้นได้ และผมคิดเหมือน ทนาย วันชัย ว่าการสอบสวนมันเป็นอะไรที่ routine  ดูจากสำนวน ไม่ได้แย่ครับ เพียงแต่ทางครู ก็พลาดตรงที่ไม่ได้สู้ตั้งแต่ชั้นสอบสวน และมันมีหลักฐานที่ไม่ตรงกัน ที่พยาน ทัศนีย์บอกว่า บอกตำรวจว่าคนขับเป็นผู้ชาย แต่ตำรวจบอกว่า นาง ทัศนีย์ไม่ได้พูด

   และจากท่าน ปัญญา มาเม่น ที่ออกมาบอกว่ามีหลักฐานกระบวนการรับจ้างติดคุก ผมก็เชื่อว่าอาจมีจริง แต่ผมไม่คิดว่า ครูมีส่วนรู้เห็นด้วย กระบวนการพวกนี้อาจมาเสนอครู หรือ เพื่อนครูรึเปล่า แต่โดยความบริสุทธิ์ที่ครูมั่นใจตัวเอง ทำให้ DSI และ กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือ

   ปล.2 ผมชอบที่ ทนายปรเมศ ทนายของครู พูดไว้ได้ดีมากในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า การทำหน้าที่ชั้นสอบสวน ไม่ใช่เพียงว่า ตำรวจจะหาหลักฐานเพื่อส่งฟ้อง หรือมายืนยันว่าผู้ต้องหาเป็นคนผิดอย่างเดียว ตำรวจที่ดีจะต้องทำหน้าที่หาหลักฐานด้วยว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ทำความผิด คือหาหลักฐานทั้ง2ด้าน แต่ผมเชื่อว่า ตำรวจบางคน เป็นแบบที่ ทนายวันชัยกล่าว คือ routine ทำให้เสร็จเพื่อปิด job ส่งไม้ต่อให้คนอื่นต่อไป เพราะส่วนหนึ่งก็เข้าใจว่า งานเยอะ และทำช้าก็โดนด่าทั้งเจ้านายและประชาชน ดังนั้นมันก็มีพวกรีบทำให้มันเสร็จไป เพื่อปิดงาน ดังนั้น หลายๆคนถึงบอกว่าควรปฎิรูป ตำรวจ และ1ในหัวข้อคือ แยกงานสอบสวนออกมาจากตำรวจ ให้เป็นหน้าที่อีก องค์กรเลยที่ไม่มีส่วนได้เสียและผลประโยชน์

  ล.3 ขอบคุณภาพและคลิปต่างๆจากสำนักข่าว และ อินเตอร์เนต

ไม่ว่าสุดท้าย ผลจะออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายทุกองค์กร จะต้องนำความผิดพลาดจากเหตุการณ์นี้ ไปปรับปรุงเปลียนแปลง แก้ไข ไม่ให้เหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นอีก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 01/03/2017 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

การโกหก ต้องแลกด้วยการโกหกที่ใหญ่ขึ้น ปกปิดความจริงมากขึ้น
ความผิดพลาดที่ไม่ยอมรับ ย่อมนำไปสู่ความผิดพลาดที่ใหญ่ขึ้น
ตำรวจก็มีศักดิ์ศรี ที่ต้องรักษา จับจาดี ๆ กว่าคดีจะสิ้นสุด อาจมีการตายเกิดขึ้น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Torko from mobile วันที่ : 05/02/2017 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Climate

หากครูจอมทรัพย์มีเวลาควรอ่านเรื่องนี้ เพื่อเป็นกำลังใจน้ะค้ะ
มีหลายมุมมองเชียว ที่ชวนคิด

ความคิดเห็นที่ 4 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anonym วันที่ : 18/01/2017 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anonym

sorkanchana ขอบคุณครับ จริงๆครับ ขั้นตอนสอบสวนมันไม่ง่ายเลยครับ ถ้าคดีเล็กๆหลายๆคนก็ยอมไป แต่คดีใหญ่โทษแรงนี่น่ากลัว บางคนถูกแนะให้รับสารภาพไปเดวก็ รอลงอาญา สรุปเข้าคุกก็มีหลายคนครับ ของแบบนี้เล่นๆไม่ได้เลย

อดุลย์ ใช่ครับ แต่ผมเชื่อว่า ครูเป็นฝ่ายถูกครับ

สุรพงศ์ ครับต่างฝ่ายต่างมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ความคิดเห็นที่ 3 Anonym ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรพงศ์ วันที่ : 18/01/2017 เวลา : 17.35 น.
http://blog.hoffman.co.th/

ตอนนี้สับสนไปหมดแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 2 Anonym , sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อดุลย์ วันที่ : 18/01/2017 เวลา : 16.36 น.

อ่านดูแล้ว
ต่างก็มีประเด็นที่น่าเคลือบแคลงอยู่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ในฐานะกรรมการชาติเป็นกลาง
รอชมด้วยใจระทึกครับ
ว่าจะแพะหรือแกะกันแน่ ?
อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 1 Anonym , อดุลย์ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
sorkanchana วันที่ : 18/01/2017 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

สุดยอดครับคุณ Anonym
ผมเคยขับรถจอดนิ่งสนิทกลางถนนและยกสัญญาณเลี้ยวขวา รอให้รถสวนมาว่างถึงจะเลี้ยว ก็มีรถที่วิ่งทางเดียวกับผมเบรคลั่นถนนหักหลบไปทางซ้ายแต่ไม่พ้น ชนรถผมนิดหนึ่ง แต่ตำรวจไปเชื่อว่าผมขับรถแซงปาดหน้าเขานิดหนึ่งเขาหยุดไม่ทันจึงโดนชน ผมต้องเรียกน้องทนายมาช่วยเจรจา สรุปแล้วว่าผมไม่มีพยานรู้เห็นว่ารถจอดแท้ๆ หาว่าแซงแล้วปาดหน้าเลยโดนชน สรุปแล้วตำรวจทำแบบโลกสวยให้ต่างคนต่างซ่อม น้องทนายกระซิบว่าน่ารำคาญพี่ยอมๆไปเถอะ แหมจบไม่ดีเลย ไม่รู้ว่าเรื่องครูจอมทรัพย์จะจบอย่างไร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน