• arakwarit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : arakwarit@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 118
  • จำนวนผู้ชม : 301689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
อารักษ์ วาริช
คนเราอยู่ในโลกที่ พูดสิ่งที่อยากพูดไม่ได้ http://www.facebook.com/waritchaphum
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/arakwarit
วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม 2553
Posted by arakwarit , ผู้อ่าน : 30641 , 19:01:38 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู , มะจีกู และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมือง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิเคราะห์ท่าทีและมุมมองของคนไทยโดยเฉพาะ'สื่อไทย' ต่อประเทศเพื่อนบ้าน ไขปริศนา
ว่าทำไมใครๆ ถึงไม่ค่อยรักประเทศไทยสักเท่าไหร่

"คนทั่วไปอาจทั้งชื่นชอบกับสินค้าไทย วิถีชีวิต วัฒนธรรมไทย ในเวลาเดียวกันก็ชิงชัง
หมั่นไส้ โดยเฉพาะทัวริสต์ไทย ที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ประจำกาย กรี๊ดกร๊าดส่งเสียงดัง
เจี๊ยวจ๊าว เดิน 'เว่อ' ดื่มด่ำชื่นชมหลวงพระบาง หรือนครวัดนครธม"

ความพอเหมาะพอดีระหว่าง 'เสรีภาพ' กับ 'ความรับผิดชอบ' ยังเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความขัด
แย้งได้เสมอๆ โดยเฉพาะในกรณีของสื่อบันเทิง

'หมากเตะ...โลกตะลึง' เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองในปีนี้ที่ถูกทักท้วงเรื่องความเหมาะ
สมจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้ 'โกสต์ เกมส์' หรือ 'ล่า ท้า ผี' ถูกประท้วงจากทาง
การกัมพูชาว่า มีการพาดพิงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โศกนาฏกรรม ในเหตุการณ์ฆ่า
ล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชาในสมัยที่เขมรแดงเรืองอำนาจ


แต่ถึงแม้ 'โลก' จะไม่มีโอกาสได้ตะลึงกับภาพยนตร์ฝีมือคนไทยเรื่องนี้ แต่มีคนอีกไม่น้อย
ที่รู้สึก 'อึ้ง' กับท่าทีของไทยต่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนอกจากกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายของ
การเสียดสีแล้ว ยังมีนักวิชาการอีกจำนวนหนึ่งที่เห็นว่านี่เป็น 'ตลกร้าย' ที่ไม่ควรปล่อยให้
ผ่านไปเฉยๆ

อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ คือหนึ่งในนั้น อาจารย์มีผลงานศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์การเมือง
ไทยและประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก และในฐานะนักวิชาการที่ให้ความสำคัญกับความ
รู้เกี่ยวกับอุษาคเนย์ ท่านได้สรุปถึงกรณีที่เกิดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

"ไม่เหมาะสมและไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัญหาที่จะบานปลายไปเป็น 'ปัญหาระหว่าง
ประเทศ' อย่างเช่น กรณีเผาสถานทูตไทยที่กรุงพนมเปญได้"

-บางคนบอกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ดูถูกคนลาว แต่เป็นความพยายามทำให้เรื่องราวสนุก
สนาน ซึ่งในตอนท้ายทีมฟุตบอลลาวก็ชนะ ...คนลาวน่าจะภูมิใจ ?

คงเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองแต่ฝ่ายเดียว หรือไม่ก็เป็น 'ความเขลาโดยสุจริต' มีใครที่ไหน
รวมทั้งคนไทยเอง ที่จะสนุกสนานกับการที่ตนถูกดูถูก

ทำให้ต่ำต้อย ทำให้ดูโง่เขลาเบาปัญญา ทำให้กลายเป็นเครื่องบันเทิง

คนไทยชั้นกลางในกรุงเทพฯ คุ้นเคยกับการทำให้คนอีสาน คนกลุ่มน้อย ชาวเขา เป็นตัว
ตลก เป็นคนต่ำต้อยมานานแสนนานแล้ว (อย่างรูปแบบของตลกคาเฟ่ หรือ 'ชู้รักเรือล่ม' ทั้ง
หลาย รวมทั้งรายการทีวีที่ไม่ประเทืองปัญญาทุกค่ำคืน)

-ตั้งแต่อดีตความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับคนลาวมีลักษณะเป็นอย่างไรคะ

เป็นความสัมพันธ์ที่มีลักษณะทั้งรักทั้งชัง ละเอียดอ่อน เปราะบาง ไม่เท่าเทียมกัน มีบาด
แผลทางประวัติศาสตร์มากมาย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ระมัดระวัง จะเกิดปัญหาระหว่างประเทศ
ได้ง่ายๆ

-อ.คิดอย่างไรต่อคำพูดที่ว่าไทย-ลาวเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ซึ่งคนไทยมักเปรียบตัวเองเป็นพี่
ส่วนคนลาวเป็นน้อง

ผมคิดว่าเราควรจะเลิกใช้คำว่า "บ้านพี่เมืองน้อง" ได้แล้ว เพราะยากที่จะตัดสินว่าใครเป็นพี่
ใครเป็นน้อง คงไม่มีใครอยากเป็น "รอง" ให้เขกกบาลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นี่ไม่
ใช่เรื่องในครอบครัว หรือสังคมแคบๆ ควรใช้คำว่าประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศข้างเคียงดี
กว่า

-สื่อมีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการสร้างภาพลักษณ์ของคนลาวในสายตาของคนไทย

สื่อมีบทบาทอย่างมากในสังคมปัจจุบัน เพราะทำให้รับรู้ในวงกว้าง ในเวลาอันรวดเร็ว โดย
เฉพาะวิทยุและทีวี บุกเข้าถึงบ้าน ถึงห้องนอน ทำให้เผาสถานทูตก็ยังได้ อย่างในกรณีสถาน
ทูตไทยในกรุงพนมเปญ หรือจะทำให้รักและเข้าใจกันก็ยังได้ ถ้าหากจะทำ ดังนั้นสื่อมวล
ชน อาจเป็นมากกว่า 'นักการทูต' ด้วยซ้ำไป

-จากประสบการณ์ของอาจารย์ โดยทั่วไปคนลาวคิดอย่างไรกับคนไทยคะ

ก็แล้วแต่ว่าเราจะหมายถึงคนลาวระดับไหน ระดับสูง ผู้ปกครอง ผู้มีการศึกษา จะหวาด
ระแวงและไม่ค่อยไว้วางใจ 'ไทย' นัก ในแง่นักชาตินิยมลาว มองไทยไม่ดี โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งไทยในอดีต เพราะมีประวัติศาสตร์บาดแผล บางแผลพอสะกิดนิดเดียว ก็พุพองทันที แต่
ในแง่ของผู้คนทั่วไป อาจไม่คิดมาก อาจทั้งชื่นชอบ กับสินค้าไทย วิถีชีวิต วัฒนธรรมไทย
หรือเงินค่าจ้างที่จะได้จากเมืองไทย ในเวลาเดียวกันก็อาจทั้งชิงชัง หมั่นไส้ โดยเฉพาะทัว
ริสต์ไทย ที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ประจำกาย กรี๊ดกร๊าดส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว เดิน 'เว่อ' ดื่ม
ด่ำชื่นชมหลวงพระบาง หรือนครวัดนครธม เป็นเรื่องของ love and hate relationship
มากๆ เลย

-อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดกรณีความไม่พอใจสื่อไทยที่นำเสนอเรื่องราวของประเทศ
เพื่อนบ้านในลักษณะดูถูกดูแคลนหลายครั้งซึ่งมีทั้งข่าวลือ และข่าวจริง อาจารย์คิดว่าสาเหตุ
สำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร

ปัญหาเกิดจากทัศนคติของชนชั้นกลางไทย คนเหล่านี้ภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนและ
ของชาติไทยมากเกินพอ และโดยที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เกิด 'ปมเขื่อง' กลายเป็นสร้างสมและ
พัฒนาอคติของตน โดยเฉพาะกับลาวและเขมร สร้างความรู้สึกว่าสองชนชาตินั้นเป็น 'ลูก
ไล่' (ในประวัติศาสตร์) แต่จะไม่มี ไม่เหมือน และไม่กล้าทำกับพม่า หรือมาเลเซีย หรือ
สิงคโปร์

-อยากให้อาจารย์ช่วยวิเคราะห์ภาพลักษณ์ของเพื่อนบ้านอุษาคเนย์ในสายตาของสื่อไทย

สื่อไทย ก็คงเหมือนกับชนชั้นกลางไทยทั่วๆ ไป คือ มีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับอุษาคเนย์ ทั้ง
นี้ระบบของการศึกษาไทยทั้งในและนอกห้องเรียน ไม่ส่งเสริมให้คนไทยรู้จักเพื่อนบ้าน
เท่าไรนัก แถมในวัฒนธรรมของชนชั้นกลางไทย ไม่นิยมอ่านหนังสืออยู่แล้ว ก็ยิ่งมีความไม่
รู้เขา ไม่รู้เรา เป็นทวีคูณ

-ระยะหลังมีการกระทบกระทั่งกันในระดับประเทศบ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากการนำเสนอ
เนื้อหาของสื่อประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลี ลาวกับไทย เขมรกับไทย
หรือแม้กระทั่งกรณี ภาพยนตร์ ดาวินชี โค้ด ที่ถูกประท้วงจากชาวคริสต์ อาจารย์มอง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร

ปัญหาระหว่างชาติแบบนี้ เป็นปัญหาใหญ่มากๆ ละเอียดอ่อนมาก ว่าไปแล้วน่าจะต้อง
เป็น 'วาระแห่งชาติ' (หรือขององค์การอาเซียนด้วยซ้ำไป) ต้องมีมาตรการในการแก้ไขทั้ง
ระยะสั้นและระยะยาว

ในระยะสั้น อาจต้องมีคู่มือประเภท "ควรทำหรือไม่ควรทำอะไร ต่อลาวและเขมร" คล้ายๆ
เป็น "Do and Dont for Thai vis-a-vis Laos and Cambodia" แบบเดียวกับที่ ททท. ทำให้
ฝรั่งหรือญี่ปุ่น อย่างไงอย่างงั้นเลย อาจจะต้องจัดสัมมนา อบรม หรือ workshop หรือการให้
ความรู้แบบสั้นๆ และเร่งด่วนสำหรับสื่อ และผู้ประกอบการด้านสื่อทั้งหลาย

ในระยะยาว เป็นหน้าที่ของภาครัฐ อย่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวง
การท่องเที่ยว รวมทั้งสภาวิจัย สกว. สื่อของรัฐ รวมทั้งของภาคเอกชน (นสพ. วิทยุ
โทรทัศน์) บริษัทผลิตสื่อ สมาคมมิตรภาพ ฯลฯ สถาบันการศึกษาทุกระดับ (โรงเรียน
มหาวิทยาลัย ครูอาจารย์) ตลอดไปจนถึงแบบเรียน ตำราเรียน การเรียนการสอน ที่จะต้อง
ทำให้คนไทยทั่วไปทั้งในและนอกห้องเรียน เข้าใจถึงปัญหานี้ว่าละเอียดอ่อนแค่ไหน อย่าง
ไร เปราะบางอย่างยิ่ง ต้อง "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" เพียงใด

รวมความแล้วเป็นเรื่องใหญ่ เร่งด่วน และยากเย็นยิ่ง เผลอๆ ต้องลุกขึ้นมาเขียนประวัติ
ศาสตร์กันใหม่ ในทำนองเป็น 'ประวัติศาสตร์ร่วม' หรือ shared history ซึ่งทั้งจีน ญี่ปุ่น
เกาหลี กำลังพยายามร่วมกันทำ หรืออย่างทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งก็ยังไม่ประสบความ
สำเร็จนัก ต่างคนต่างก็เขียนว่า 'รัฐชาติ' ของตนดี เลิศ ประเสริฐจนเกินเลย มีแต่ชาติอื่นที่
เลว และรุกรานเราอยู่ร่ำไป

-สุดท้ายอาจารย์มีข้อเสนอแนะอย่างไรในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านใน
อุษาคเนย์นี้คะ

มีเรื่องที่น่าจะขำขันแต่เจ็บปวดและหัวเราะไม่ออก เล่าให้ฟังคือ ในการจัดสอบตรงเข้าโครง
การอุษาคเนย์ Seas ของศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงตรงกับ
การเมืองไทยอันร้อนแรงเกี่ยวกับ 'คนหน้าเหลี่ยม' ช่วงของการขายหุ้นของชินคอร์ปให้กับ
เทมาเส็กนั้น มีข้อสอบอยู่ข้อหนึ่งให้เติมคำในช่องว่างว่า "สิงคโปร์ นั้นเป็นชื่อของประเทศที่
แผลงมาจากคำว่า 'สิงหะปุระ' และก็ยังมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า อะไร ? ขอให้เติมคำในช่อง
ว่าง .......?"

อีกข้อหนึ่งว่า "เพลงดวงจำปา" นั้น หมายถึงดอกไม้อะไร ......? "เป็นดอกไม้ประจำชาติ
ใด ......?"

ขอให้ทายว่า ในจำนวนนักเรียนที่มาสอบเข้า 1,400 คน รับเข้า 90 คนนั้น มีคนตอบถูกกี่คน
คำตอบที่ไม่น่าเชื่อ คือ 'ศูนย์คน' ครับ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "เราคนไทยต้องเรียนรู้เรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน ต้องทำความเข้า
ใจเพื่อนบ้านให้มากกว่านี้" นี่เป็นงานเข็นครกขึ้นภูเขา ครับ
-----------------------------------------


นักวิชาการอีกท่านหนึ่ง อดิศร เสนแย้ม จากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ซึ่งทำวิจัย
เรื่อง 'ความสัมพันธ์ไทย-ลาว ในสายตาของคนลาว' โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุน
สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ก็เกาะติดประเด็นนี้เช่นกัน

"ในงานวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนใหญ่เรามักดูในด้านของเราเอง แต่ที่ผม
ทำเราดูในด้านของเพอร์สเปคทีฟ ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะจากการศึกษา เราพบว่า คนลาว
คิดว่าคนไทยดูถูกเขามากที่สุด โดยเปรียบเทียบกับหลายชาติที่เรายกมาเป็นตัวอย่างให้เขา
พิจารณา ได้แก่ อเมริกา จีน เวียดนาม ญี่ปุ่ม กัมพูชา และไทย คิดเป็นร้อยละ 56 ส่วน
อันดับสองคือ อเมริกา ร้อยละ 31 นอกนั้นจะไม่มากเท่าไหร่

เมื่อถามว่าคนไทยกลุ่มไหนที่เขารู้สึกว่าชอบดูถูกคนลาวมากที่สุด ร้อยละ 40 ตอบว่า
ศิลปิน นักร้อง ดาราโทรทัศน์ รองลงมาคือ สื่อมวลชนไทย ร้อยละ 27 ซึ่งผมเคยตั้งคำถาม
ว่าทำไมคนลาวถึงคิดว่าคนไทยดูถูกมากที่สุด เพราะเรามีความคล้ายคลึงกันด้านวัฒนธรรม
ภาษาหรือเปล่า มีคนให้คำตอบผมได้น่าสนใจ เป็นผู้หญิงแก่ๆ คนหนึ่ง บอกว่า เป็นเพราะคน
ลาวเข้าใจภาษาไทยมากที่สุด ถ้าคนเวียดนามด่า ก็อาจไม่เข้าใจ คือมันมีความเข้าใจในเรื่อง
ภาษามากที่สุด แล้วเรื่องของสื่อก็มีส่วน สื่อในบ้านเรามีลักษณะที่เรียกว่า Ethnic Slur ไม่
เฉพาะแต่เรื่องของคนลาว สื่อบ้านเราชอบเอาเรื่องบางอย่าง เช่น ชาติพันธุ์ อาจทำโดยความ
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น โฆษณาที่ให้ชาวเขาร้องเพลงชาติ แต่ร้องเพลงลอยกระทง การพูดไม่
ชัด หรือคนใช้เป็นคนลาว พูดภาษาอีสาน เป็นการนำเอาเรื่องราวตรงนี้มาใช้เพื่อความขบขัน
บางทีก็ปรากฏในสื่อ ภาพยนตร์ต่างๆ คือการเอาเรื่องที่เป็นปมของคนอื่นมาสื่อเป็นเรื่องขบ
ขัน และทำกันจนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา

อีกอย่างคนผลิตสื่อของบ้านเราอาจจะไม่ได้มองว่า สื่อมันสามารถข้ามเขตข้ามพรมแดนได้
โดยเฉพาะกับประเทศที่มีชายแดนติดกันเขาก็ได้ดูได้บริโภคด้วย ซึ่งวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต
อาจตั้งใจไว้ชมกันในประเทศ แต่พอมันข้ามไปมันกระทบความรู้สึกกับคนที่เขาถูกเสียดสี
ถากถาง

อย่างในกรณีของประเทศลาว ซึ่งมีการกระทบกระทั่งกันหลายครั้ง GMM มีปัญหาตั้งแต่ตอน
ทำหนังเรื่อง 15 ค่ำเดือน 11 มีคำถามจากทางลาวว่าทำไม พระลาวต้องเป็นคนจุดบั้งไฟ
กรณีไอทีวีก็เหมือนกัน บั้งไฟพญานาค ทำไมตัวร้ายจะต้องเป็นคนลาว หรือก่อนหน้านี้ก็มี
ปัญหา เช่น กรณีหนังสือ SPICY ที่บอกว่า ผู้หญิงสวย ภาษาลาวบอกว่า 'สวยตายห่า' ถ่าย
รูป บอกว่า 'แหกตาสามัคคี' ซูเปอร์แมน เป็น 'บักอึดถลาลม' หรือไททานิก เรียกว่า 'ชู้รัก
เรือล่ม' ซึ่งไม่เป็นความจริง ไม่เคยมีคำแบบนี้ในลาว ตรงนี้เป็นกรณีต่างๆ ที่ทำให้คนลาวรู้สึก
ไม่พอใจ

ภาพยนตร์เรื่องหมากเตะ ซึ่งเริ่มมีการตัดเป็นโฆษณามาฉายในโรงภาพยนตร์ คนก็
รู้สึกไม่พอใจ เรียกร้องไปยังสื่อมวลชน ไปยังหน่วยราชการ ให้ถอดหนังโฆษณา มีปฏิกิริยา
ค่อนข้างมากในเวียงจันทน์ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีการแสดงออกทางเวบไซต์อะไร
ต่างๆ ซึ่งผมสังเกตว่าระยะหลัง มีกลุ่มที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คือ กลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาว ซึ่งเขา
บริโภคสื่อไทย และใช้อินเทอร์เนตค่อนข้างเยอะ ทำให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้มาก ปรากฏว่า
ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็น กรณี แซม เท่ห์ นิโคล คนเชื่อเกิน
ร้อยละ 51 ว่า นิโคลพูดจาดูถูกผู้หญิงลาว แต่ถ้าถามว่าเคยเห็นหรือได้ยินหรือไม่ อาจจะไม่
เคยเห็น แต่ก็มีปฏิกิริยาถึงขั้นเอาโปสเตอร์ เอาเทปมาทำลาย

ผมเคยมองว่าปรากฏการณ์แบบนี้จะเบาบางลง แต่พอเกิดกรณีของหมากเตะ เป็นเรื่องที่ไม่
ใช่แบบนั้น เป็นอะไรบางอย่างที่เขารู้สึกว่าเขาถูกดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งผมคิดว่ามันมีปมอยู่
ส่วนหนึ่งในเรื่องของประวัติศาสตร์ มองในเรื่องของประวัติศาสตร์ได้ แล้วก็เรื่องความแตก
ต่างของขนาดทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับลาว เช่น ตัวเลขจีดีพี เราสูงกว่าลาว 80 กว่าเท่า
รายได้ต่อหัวต่อคน เรามากกว่าลาว 8 เท่า ถ้าดูตรงนี้ความแตกต่างตรงนี้ทำให้เกิดความไม่
ไว้วางใจ ความหวาดระแวงว่าจะถูกดูถูก ถูกเอาเปรียบ ซึ่งโดยเปรียบเทียบกับประเทศที่อยู่
รอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว เขมร ยกเว้นมาเลเซีย ก็จะมีลักษณะอย่างนี้

แล้วในส่วนของไทยเราเอง ก็จะมีลักษณะอยู่สองประการ คือ หนึ่ง จิตใต้สำนึก เรามีความ
รู้สึกค่อนข้างที่จะดูหมิ่นดูแคลนเพื่อนบ้าน อันนี้ต้องยอมรับ สอง มีลักษณะที่เรียกว่า ลัทธิ
ไทยเป็นใหญ่ Thai hegemonism ปรากฏการณ์ตรงนี้มันมีลักษณะที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรา
เหนือกว่าเพื่อนบ้าน มีเรื่องของการเสียดสี ถากถางคนชาติอื่น เห็นเป็นเรื่องขบขัน เรียกว่า
Ethnic Slur อย่างเรียกคนที่ดูไม่ทันสมัยว่า ลาว เรียกคนขี้เหนียวว่า ยิว หรืออย่างที่คน
อเมริกันเรียกคนผิวดำว่า นิโกร ไทยเราก็มีลักษณะนี้อยู่ในจิตสำนึก ยกเว้นกับมาเลเซีย อาจ
เป็นเพราะในเรื่องเศรษฐกิจเขาดูดีกว่าไทย เพราะฉะนั้นจะไม่ค่อยมีปัญหาตรงนี้อยู่

กรณีเรื่องหมากเตะ ผมคิดว่าโชคดีที่มันยุติได้ เป็นโอกาสที่ทำให้สื่อมวลชนได้ตระหนักว่า
ตรงนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ ถ้าไม่มีเคส ไม่มีตัวอย่างให้ต้องตระหนักก็อาจจะไม่รอบคอบ
เท่าที่ดูจากภาพยนตร์ มีหลายเรื่องที่ไม่ได้มีการศึกษา เก็บข้อมูลอย่างถูกต้อง เช่น ลาวไม่
ได้เรียก 'หมากเตะ' เขาเรียก 'หมากบาน' บานมาจากภาษาฝรั่งเศส แล้วเรื่องฝึกนักฟุตบอล
ให้เคยชินกับอุณหภูมิหนาวเย็นโดยการไปแช่ในห้องเย็น ที่จริงลาวอากาศเย็นกว่าบ้านเรา
บางพื้นที่อุณหภูมิติดลบด้วยซ้ำ บางเรื่องผมคิดว่าเป็น 'ตลกร้าย' เพื่อนบ้านก็คงไม่แฮป
เอาเพื่อนบ้านมาเป็นอะไรที่ตลก ซึ่งเราไม่ได้ทำกับลาวอย่างเดียว กับกลุ่มชาติพันธุ์ก็เหมือน
กัน เพียงแต่ไม่มีใครทักท้วง แต่นี่เป็นเรื่องของชาติ มีการเอาธงชาติ เพลงชาติมาอยู่ใน
เรื่อง ถ้าท่านทูตเขาปล่อยให้มันผ่านไปได้ เขาก็ไม่รู้จะอยู่ได้อย่างไร

ผมว่าเราต้องให้การเรียนรู้คนในสังคม คำพูดบางคำพูด ซึ่งเคยเป็นประเด็นอย่างบ้านพี่เมือง
น้อง ไม่ได้หมายความว่า ใครใหญ่กว่า เล็กกว่า แต่แปลว่าเป็นเครือญาติกัน เพราะฉะนั้นเรา
ควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ภายใต้สถานะที่เท่าเทียมกัน

--------------
credit : Subhatra Bhumiprabhas
สุภัตรา ภูมิประภาส The Nation




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 10/11/2010 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

แม่นแล้วขะรับ ผมนี่ จปล. ก็เคยดูแคลนญาติทางแม่ เพื่อนเขมรก็เขม่นๆ กันอยู่ตอนเด็กๆ แต่กับเจ๊กทางพ่อนี่ ก็เคืองๆ อยู่ โตมาพอคิดอ่านได้ ก็เขกกระโหลกตัวเองได้ ขะรับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
arakwarit วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arakwarit

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะครับ

1.เรื่องดูถูก ฝรั่งก็ดูถูกไทยเหมือนกันว่ายิ้มง่าย คือ ยิ้มแบบไร้สาระ อยู่ดีๆก็ยิ้ม
แต่เรากลับภูมิใจว่าเราเป็นเมืองไทย เมืองยิ้ม ผมเข้าใจว่า หากไทยดูถูกลาว
ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งก็ดูถูกเราเหมือนกัน(ได้ดูจากรายการเจาะใจ ตอน ดร.วรภัทร)

2.ผมเคยไปเที่ยวเมืองลาวไปทำบุญที่วัดแถวๆชนบท และได้พูดคุยกับคนลาว
เขาบอกว่าลาวเขานิยมไทย ฟังเพลงไทย ดูละครไทย ดูทีวีไทย หากได้ใช้สินค้าไทย
แล้วเขาบอกว่าเป็นของดี ดีกว่าของจีน เวียดนาม สาวลาวชอบหนุ่มไทย

ผมถามเขาว่าเป็นคนลาวไม่เกลียดคนไทยเหรอ ที่ไทยมันชอบดูถูกลาว
เขาบอกว่าไม่ใช่หรอกคนลาวไม่ได้คิดอย่างนั้น ก่อนกลับผมและคนลาวก็ได้
ผูกเสี่ยวเป็นเพื่อนกัน ความรู้สึกที่ผมเป็นคนไทยไปอยู่ที่ลาว มันทำให้ผมไม่ชอบ
นิสัยของคนไทยเอาเสียเลย ที่ส่วนหนึ่งเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่มีน้ำใจ ไม่อยากให้ใครเด่นเกินตน

สิ่งหนึ่งที่ผมทึ่งเอามากๆเลย คือ การมาวัด ที่ไม่มีใครใส่กางเกงขาสั้นเข้าวัด
และแต่งกาย น่าจะเป็นชุดประจำชาติ มีผ้าพาดบ่า เขาทำกันทุกคน ส่วนคนไทยห้าสีเรนเจอร์

กลับมาที่เวียงจันทน์ สิ่งที่ผมไม่ชอบลาวเลยก็คือ ราคาสินค้าที่แพงเป็นเท่าตัว

3.ส่วนหนังเรื่องหมากเตะ ผมมองว่า เอาไปเอามา เขาทำมาดูถูกคนไทยด้วยกันเองซะด้วยซ้ำ
เพียงแต่คนที่น่าสมน้ำหน้ามากที่สุดก็คือ คนทำที่ไปเอาชื่อประเทศลาวมาใช้โดยคิดว่าเขาจะ
ตลกด้วย และเกือบจะทำให้หนังที่ลงทุนไป 60 ล้านบาท เกือบไม่ได้เข้าฉาย หากไม่ได้แก้
เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นรัฐอาวีเสียก่อน

ผมดูแล้ว เกิดคำถามว่าไทยจะไปบอลโลกทำไม ถ้าไปแพ้เขาซะเละ และยิงไม่ได้เลย

4.นอกจากไทยจะถูกคนลาวแล้ว ยังดูถูกไทยกันเอง อย่างคำง่ายๆ เช่น คนไทยว่าคนอีสาน
ที่ไม่หล่อว่าอ้ายลาว ทำอะไรเสร่อก็หาว่าลาว ทั้งๆที่ลาวไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย
หรือ ด่าชาติอื่นว่า อ้ายเขมร...แกว เจ้ก แขก ยุ่น ทุกวันนี้ใครคิดไม่ตรงกันก็จะ
หาเรื่องกันอีกด้วยหาว่าไม่รักชาติอย่างนั้นอย่างนี้

ชาติไหนก็คนเหมือนกัน อย่าทำร้ายน้ำใจกันด้วยคำพูดเลย
ชาติอื่นยังรักไม่ได้ดีเลย แล้วชาติตนเองจะรักได้ดีได้อย่างไร

....

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พฤจิกา วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนดึกใน วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubma

ดีครับ... แต่ก่อนมีการคิดว่า ชาติที่มีทางออกทะเลก็รับเอาอารยธรรมตะวันตก(ว่าเจริญ)ได้มาก่อน.. แต่มันก็ทำให้ตกเป็นเมืองขึ้นเขาก่อนได้เหมือนกัน ไม่เป็นเมืองขึ้นทางการปกครอง ก็สูญเสียเอกลักษณ์ของตน กลายเป็นเมืองขึ้น/ทาสเขาทางวัฒนธรรมก็เห็นถมไป ด้านจิตสำนึกความเป็นชาติพันธ์วรรณาตนก็แทบไม่เหลือแล้ว..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Kibangkok วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

ทำไมระบบราชการ ถึงเรียกพี่น้องเพื่อนบ้านของไทยว่า ต่างด้าว
แรงงานจากเพื่อนบ้าน เรียก แรงงานต่างด้าว ทั้งๆๆที่เค้าก็คือคนลาวคนเขมร แต่เรียกญี่ปุ่นและฝรั่งว่า ชาวต่างชาติ

คนไทยชอบดูถูกเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่รู้ตัวเองหรอกว่า ชาวต่างขาติ โดยเฉพาะฝรั่งดูถูกไทยขนาดไหน

อยากให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีคิดและนิยาม เรื่อง การเรียกขานเพื่อนบ้านว่าต่างด้าวกันด้วยครับ โดยเฉพาะ กรมแรงงาน ควรพิจรณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มะจีกู วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/majeeku
เปลี่ยนความคิด   ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยน

โหวตให้ครับ
ดูทีวีลาวทุกคืนครับโดย
เฉพาะช่วงละครน้ำเน่า
ในทีวีไทย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Thaihippy วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

ขอบคุณ บทความเรื่องราวที่ดี ๆ นี้..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

โหวตดีกว่าค่ะ

อยากให้คนไทยรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง
คนไทยในสายตาคนลาวนั้น
เป็นค่อยดีจริง ๆ นั่นแหล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชัชวาลย์ วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watercolorclub

คนไทยปัญญาเบาเท่านั้นแหละครับที่ไม่รู้อะไรควรไม่ควร
และมันก็ทำให้คนส่วนใหญ่ติดลบไปด้วย
ขอโหวตให้เรื่องนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เยี่ยมครับ ผมเคยอยู่ลาวมาก่อน ทำให้รู้สึกหมั่นใส้คนไทยเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธนาคารออมจุ๊บ วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PunchBerry

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลย เรื่องนี้ เห็นด้วยนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน