• archanwell
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : archanwell@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-30
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 43570
  • ส่ง msg :
  • โหวต 24 คน
แสวงหาแนวคิดใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
หาพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนในแวดวงที่กว้างมากขึ้น โลกใบนี้กว้างใหญ่ ความคิดใหม่น่าจะมีให้แสวงอีกมากค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/archanwell
วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2550
Posted by archanwell , ผู้อ่าน : 1793 , 03:46:24 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          หลายวันมาแล้ว มิวซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่ไปทำงานกับครูแดง เตือนใจ ดีเทศน์ ที่เชียงราย  เขียนอีเมลล์ถึงอาจารย์แหววเพื่อหารือถึงกรณีปัญหาความไร้สัญชาติของคุณบัวไหล เมื่อได้อ่านเรื่องของบัวไหลแล้ว อาจารย์แหววก็เกิดความอยากที่จะเล่าเรื่องของคนไร้สัญชาติแห่งอำเภอเชียงของซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติกลุ่มโตมากกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย

          บัวไหลเป็นใครกัน ?

          เรื่องของบัวไหล เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อาจเป็น "กรณีตัวอย่าง" ของหลายๆ กรณีของชาวบ้านเชียงของ เนื่องจากรูปแบบของปัญหามีลักษณะไม่แตกต่างกันนัก แก้ไขปัญหาของบัวไหลได้ ก็ย่อมจะแก้ไขปัญหาของคนไร้สัญชาติแห่งเชียงของได้ จึงอยากให้มิวอดทนที่จะทำคดีนี้อย่างปราณีตที่สุด

           หากจะเข้าใจเรื่องของบัวไหล ก็จะต้องเข้าใจสภาพภูมิศาสตร์ว่า เชียงของนั้นเป็นอำเภอที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง และอีกฝากหนึ่งของแม่น้ำโขง ก็คือ ประเทศลาว

          มิวเล่าว่า “นางสาวบัวไหล ขัดปา เกิด พ.ศ. ๒๕๑๘ ณ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย”  จากนายคำจันทร์และนางตาล  ซึ่งบัวไหลก็ไม่มีหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลใดๆ เพราะว่า ไม่ได้เกิดในโรงพยาบาล  และไม่ได้รับการแจ้งการเกิดในทะเบียนราษฎรในทันทีที่เกิดในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลย ทั้งนี้ เพราะในขณะที่บัวไหลเกิด บิดามารดาก็ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยเช่นกัน ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ใน พ.ศ.๒๕๑๘ บุคคลทั้งสามจึงมีสถานะเป็น “คนไร้รัฐ” 

          แต่อย่างไรก็ตาม ต่อมา ในราว พ.ศ.๒๕๓๔ บัวไหลและครอบครัวก็ได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรในสถานะของ “คนอยู่ชั่วคราว” และมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๓) ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลไทยในยุคนั้นตระหนักว่า คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงนั้นตกเป็นคนไร้รัฐ และไม่อาจใช้สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานได้เลย รัฐบาลไทยในยุคนั้นจึงมีนโยบายให้สำรวจและจัดทำแบบพิมพ์ประวัติให้แก่บุคคลที่ประสบปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย  ซึ่งนโยบายดังกล่าวเรียกบัวไหลและบุคคลในสถานการณ์เดียวกันว่า “ลาวอพยพ”  

ทำไมจึงเรียกพวกเขาว่า “ลาวอพยพ” ?

คำตอบ ก็คือ รัฐบาลเข้าใจว่า บุคคลดังกล่าวเป็นคนที่ข้ามมาจากฝั่งลาว จึงน่าจะเป็นคนที่เกิดในประเทศลาว และควรจะมีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐลาว ขอให้ตระหนักว่า ในราว พ.ศ.๒๕๑๕ เป็นต้นมา จนถึง พ.ศ.๒๕๒๕ ประเทศลาวก็ยังมีการสู้รบระหว่างฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ดังนั้น การผลักดันให้บุคคลดังกล่าวกลับไปยังประเทศลาว จึงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ด้วยหลักมานุษยธรรม

          นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้รัฐบาลไทยยอมรับที่จะให้สิทธิอาศัยชั่วคราวแก่คนกลุ่มที่อพยพจากฝั่งลาวในช่วงเวลานั้นอาศัยอยู่ในประเทศไทย ก็เพราะ รัฐบาลไทยตระหนักว่า หลายคนในกลุ่มลาวอพยพนี้อาจจะเป็นคนจากฝั่งไทยที่ข้ามไปทำงานในประเทศลาวตั้งแต่ก่อนที่ประเทศไทยจะมีการจัดทำทะเบียนราษฎร กล่าวคือ ก่อน พ.ศ.๒๔๙๙ 

ดังนั้น เมื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เราจึงพบว่า คนที่บัตรประจำตัวลาวอพยพบางคนกลับมีข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่า เป็นคนสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย อาทิ กรณีนางสาวเดือน อุดมพันธ์ แต่ก็มีคนที่บัตรประจำตัวลาวอพยพอีกหลายคนที่มีข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่า ไม่มีสัญชาติไทย แต่อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ก็เห็นชอบให้คนกลุ่มหลังที่เกิดในประเทศไทยได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน  ในขณะที่คนที่เกิดนอกประเทศไทย ก็ให้ได้รับสถานะคนต่างด้าวที่มีสิทธิเข้าเมืองและอาศัยในประเทศไทยในลักษณะถาวร ซึ่งอาจนำไปสู่การแปลงสัญชาติเป็นไทยในวาระต่อไป

ย้อนไปพิจารณากรณีของบัวไหล จะเห็นว่า เรื่องราวของบัวไหลจึงพัวพันกับประเทศลาวอย่างมากมาย บัวไหลและครอบครัวมีจุดเกาะเกี่ยวกับทั้งประเทศไทยและประเทศลาว แต่ทำไมจึงไร้รัฐกันทั้งครอบครัว ?

เราต้องทราบว่า ในช่วงเวลาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๕ เป็นต้นมา ประเทศลาวมีสถานการณ์ความไม่สงบจนไม่อาจที่จะใส่ใจที่จะบันทึกชื่อของประชากรในทะเบียนราษฎรของตน ปัญหาการปฏิรูประบการเมืองการปกครองเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า  เมื่อรัฐลาวไม่ได้แสดงอำนาจอธิปไตยเหนือบิดาและมารดาของบัวไหล ก็เหลืออยู่แต่รัฐไทยเท่านั้นที่จะพิจารณาว่า จะยอมรับบุคคลในสถานการณ์ดังบัวไหลเป็นราษฎรของตนหรือไม่ ??

      แล้วบัวไหลมีข้อเท็จจริงว่า เป็นคนสัญชาติไทย หรือเป็นคนต่างด้าว ?

          บัวไหลจะมีสัญชาติไทย ก็ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) เกิดจากบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีสัญชาติไทย หรือ (๒) เกิดจากมารดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือ (๓) เกิดในประเทศไทยจากบิดาและมารดาที่เกิดในประเทศไทย หรือ (๔) เกิดในประเทศไทยจากบิดาและมารดาที่มีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทย

          แล้วบิดาของบัวไหลเป็นใครกัน ?

          มิวกล่าวในบันทึกว่า บิดาของบัวไหลมีชื่อว่า “คำจันทร์” ซึ่งเกิดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ และมารดามีชื่อว่า “นางตาล” ซึ่งเกิดในประเทศลาวเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐

เมื่อพิจารณาแบบพิมพ์ประวัติลาวอพยพ  ซึ่งกรมการปกครองจัดทำเพื่อนายคำจันทร์ ขัดปา เอกสารดังกล่าวระบุว่า นายคำจันทร์ เกิดในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔   จากนายปั่นและนางผง  ซึ่งโดย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งมีผลในขณะที่คำจันทร์เกิดว่า เพียงแค่เกิดในประเทศไทย ก็ทำให้มีสัญชาติไทย ดังนั้น เมื่อฟังว่า คำจันทร์เกิดในประเทศไทย คำจันทร์ย่อมได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิด แต่คำจันทร์ก็อาจเสียสัญชาติไทยในวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ โดยผลของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗   หากฟังได้ว่า บิดามารดาของนายคำจันทร์เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยในลักษณะไม่ถาวร ซึ่งตรงนี้ ต้องให้มิวไปสอบปากคำมาอีก เพราะ อาจารย์แหววไม่เห็นข้อเท็จจริงในประเด็นนี้  จึงฟันธงไม่ได้ว่า คำจันทร์เสียสัญชาติแล้วหรือยัง

          แล้วมารดาของบัวไหลเป็นใครกัน ?

       ปรากฏตามแบบพิมพ์ประวัติลาวอพยพว่า มารดาของบัวไหลชื่อ นางตาล เกิดในประเทศลาว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ จากนายแก้วและนางขัน ซึ่งนายแก้วเกิดที่ อำเภอเชียงของ ประเทศไทย ในขณะที่นางขันอพยพมาจากสิบสองปันนา เข้ามาที่บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

       แต่มิวให้ข้อเท็จจริงอีกว่า แต่นางตาลให้ปากคำว่า นางตาลและนายจ้อยเกิดที่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และต่อมา บิดาและมารดาได้พาบุตรทั้งสองไปอยู่ที่ประเทศลาว แต่ใน พ.ศ. ๒๕๐๙ ก็ได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ประเทศไทยอีกครั้ง

       จะเห็นว่า เกิดการขัดกันระหว่างเอกสารของทางราชการและข้อเท็จจริงตามปากคำของเจ้าของปัญหา  ซึ่งตรงนี้ ก็ต้องหาพยานบุคคลมาให้การยืนยันต่ออำเภอเชียงของเพื่อหักล้างพยานเอกสารให้ได้อย่างสมเหตุสมผล

       มิวคงต้องเริ่มต้นจากการแนะนำให้นางตาลเขียนคำร้องเพื่อขอแก้ไข “สถานที่เกิด” ของนางตาลในแบบพิมพ์ประวัติที่นางตาลถืออยู่ และเมื่อประสบผลสำเร็จในการแก้ไขแบบพิมพ์ประวัติแล้ว ก็อาจจะฟังได้เป็นยุติว่า นางตาลเกิดในประเทศไทย ซึ่งทำให้สรุปต่อไปได้ว่า นางตาล ขัดปา ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักดินแดน ตามมาตรา ๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ เพราะเกิดในประเทศไทย แต่หากไม่อาจหาพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือมาขอแก้แบบพิมพ์ประวัติได้แล้ว ก็จะต้องฟังเป็นยุติว่า นางตาลเกิดนอกประเทศไทย

       แต่แม้จะฟังได้ว่า นางตาลเกิดในไทย  นางตาลจะเสียสัญชาติไทยในวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ โดยผลของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เพราะ (๑) เกิดในประเทศไทย (๒) โดยไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และ (๓) มารดาเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่อย่างไรก็ตาม แม้นางตาลจะเสียสัญชาติไทยและตกเป็นคนต่างด้าวตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ จนถึงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕

       แต่นางตาลก็อาจจะกลับคืนสัญชาติไทยในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยผลของมาตรา ๑๑ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ทั้งนี้ หากฟังได้ว่า นายแก้วเป็นคนสัญชาติไทย ซึ่งตรงนี้ มิวยังให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบิดาของบัวไหลไม่ชัดนัก จึงต้องขอมิวไปสอบปากคำให้ชัดมากขึ้น

       หากมิวบรรลุที่จะพิสูจน์ได้ว่า นายแก้วมีสัญชาติไทย  เราก็อาจสรุป นางตาล  ก็มีสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักดินแดน กล่าวคือ ตังแต่เกิด และโดยผลอัตโนมัติของกฎหมาย ไม่จำต้องมีคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ได้สัญชาติไทย

          แล้วบัวไหลอาจได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดนหรือไม่  ?

          ถึงแม้ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า บัวไหลเป็นคนไทยโดยหลักสืบสายโลหิต แต่หากพิสูจน์ได้ว่า (๑) บิดาและมารดาของบัวไหลเกิดในประเทศไทย หรือ (๒) มีสิทธิอาศัยอย่างถาวรในประเทศไทย เราก็อาจสรุปได้เช่นกันว่า บัวไหลก็จะมีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิด โดยผลของมาตรา ๗ (๓) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ 

แต่หากบิดาและมารดาของบัวไหลเป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิอาศัยอย่างถาวรในประเทศไทย บัวไหลก็จะมีสัญชาติไทยได้ ก็ต่อเมื่อ (๑) ยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (๒) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ได้สัญชาติไทย และ (๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ได้สัญชาติไทย

ดูเหมือนมิวพบแล้วว่า (๑) บัวไหลเกิดในประเทศไทย และ (๒) คำจันทร์ผู้เป็นบิดา ก็เป็นคนต่างด้าวที่เกิดในไทย ขาดแต่นางตาลผู้เป็นมารดานะคะที่ยังไม่อาจฟันธงว่า นางตาลเกิดในประเทศไทยหรือประเทศลาวกันแน่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงส่วนนี้ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับโดยรัฐไทย  มิวคงจะต้องพานางตาลและพยานบุคคลที่นางตาลกล่าวอ้างไปพิสูจน์สถานที่เกิดต่ออำเภอนะคะ

แต่หากเราผลักดันให้นางตาลพิสูจน์สัญชาติไทยในทุกกรณีที่กล่าวมาไม่ได้ ก็ขอมิวอย่าลืมว่า บัวไหลอาจร้องขอสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนนะคะ จะต้องอธิบายให้บัวไหมฟังนะคะ การขจัดปัญหาความไร้สัญชาติของบัวไหลเป็นไปได้ค่ะ เพียงแต่จะใช้วิธีการแบบไหน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ห้วยน้ำอุ่น อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย : ห้องทดลองทางสังคม

เป็นวีดิโอที่เรียบเรียงจากภาพนิ่งที่ถ่ายในราววันที่ ๑๑ - ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ เราทดลองพิสูจน์สัญชาติไทยให้แก่ชาวเขาที่ห้วยน้ำอุ่น ถามมานะต้องตี๋หน่อยจอยบี ฯลฯ ว่า ยังจำได้ไหม ?

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ข้อใดสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตมนุษย์ ?
เงิน
3 คน
ชื่อเสียง
0 คน
ความรัก
12 คน
ความดี
17 คน
ความเชื่อ
5 คน
ความสนุกสนาน
0 คน
มิตรภาพ
6 คน
สติปัญญา
6 คน
ไม่ใช่สักข้อเดียว
3 คน
ทุกข้อล่ะ
22 คน

  โหวต 74 คน