• archanwell
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : archanwell@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-30
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 43465
  • ส่ง msg :
  • โหวต 24 คน
แสวงหาแนวคิดใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
หาพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนในแวดวงที่กว้างมากขึ้น โลกใบนี้กว้างใหญ่ ความคิดใหม่น่าจะมีให้แสวงอีกมากค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/archanwell
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม 2550
Posted by archanwell , ผู้อ่าน : 4655 , 01:36:30 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เชื่อไหมคะว่า มีคนที่อ้างว่า ไร้รัฐหรือไร้สัญชาติมาร้องทุกข์ที่ห้องทำงานเฉลี่ยอาทิตย์ละ ๑ คนได้ล่ะมัง ตอนนี้ กำลังให้ อ.รุ่งรัตน์ เลขานุการส่วนตัวของอาจารย์แหววเก็บข้อมูลอยู่ แทบไม่น่าเชื่อว่า งานวิจัยที่เราเริ่มต้นทำใน พ.ศ.๒๕๓๕ ส่งผลต่อเราทั้งชีวิต ไม่บ่นแล้วล่ะ อยากเล่าถึงคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติอีกกลุ่มหนึ่ง

ใน ๓ บันทึกก่อน อาจารย์แหววได้กล่าวถึงประสบการณ์ไร้รัฐไร้สัญชาติของคนสัญชาติไทย ๓ คน กล่าวคือ  (๑) คุณจอบิแห่งอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิดที่ตกเป็นคนไร้รัฐเพราะตกหล่นจากทะเบียนราษฎร และ (๒) คุณเชี้ยวยีจึง แห่งอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยที่ตกเป็นคนไร้รัฐตั้งแต่เกิด เพราะเกิดก่อนระบบทะเบียนราษฎร และยังเสียสัญชาติไทยจนทำให้ตกเป็นคนไร้สัญชาติ และ (๓) คุณบัวไหล แห่งอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเกิดในประเทศไทย แต่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรจนถึงราวปี พ.ศ.๒๕๓๔ จึงได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย

กลุ่มที่ ๔ ที่อยากเล่าให้สังคมไทยได้รับทราบ ก็คือ เรื่องราวของคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติแห่งอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งโดยชาติพันธุ์ พวกเขาเป็นคนเชื้อสายไทย แต่พวกเขาก็ตกเป็นคนไร้รัฐบ้าง ก็ตกเป็นคนไร้สัญชาติบ้าง

ทำไมจึงเกิดปัญหาเช่นนี้กับพวกเขา ????

คำตอบก็คือ บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นคนเชื้อสายไทย ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา และจังหวัดดังกล่าวนี้เดิม ก็คือ จังหวัดประจัญคีรีเขตซึ่งเป็นดินแดนของประเทศไทย จนถึงในสมัยรัชการที่ ๕ ดินแดนส่วนนี้ได้ตกเป็นของฝรั่งเศส และ คนไทยที่อยู่ในดินแดนนี้ไม่ยอมกลับมาอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากความเสียดายทรัพย์สินบ้านเรือนที่เคยอยู่อาศัย การยังคงอาศัยในดินแดนที่เสียไปของพวกเขา จึงทำให้พวกเขาเสียสัญชาติไทย และตกเป็นคนสัญชาติฝรั่งเศส

ต่อมา เมื่อฝรั่งเศสให้เอกราชแก่กัมพูชา  คนเชื้อสายไทยในเกาะกงย่อมต้องยอมรับสัญชาติกัมพูชา และยังคงอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ กัมพูชาเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีการปราบปรามประชาชนในประเทศ คนไทยที่อาศัยอยู่ที่เกาะกงจึงอพยพหนีภัยความตายเข้ามาอยู่ที่จังหวัดตราด

จะเห็นว่า เมื่อเกิดการสิ้นชาติในประเทศกัมพูชา ประเทศดังกล่าวจึงไม่อาจแสดงอำนาจอธิปไตยเหนือประชากรในดินแดนของตน ซึ่งรวมถึงคนเชื้อสายไทยในเกาะกง จึงฟังว่า ในระหว่างที่ยังมีความไม่สงบในประเทศกัมพูชา คนเชื้อสายไทยจากเกาะกงก็ไม่ปรากฏว่า ได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรของรัฐกัมพูชา  ในช่วงที่เกิดความไม่สงบในประเทศกัมพูชานี้เองที่คนเชื้อสายไทยกลุ่มนี้เดินทางกลับมาในประเทศไทย

แล้วรัฐไทยยอมรับคนเชื้อสายไทยจากเกาะกงหรือไม่ ???

คำตอบก็คือ รัฐไทยยอมรับอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากคนกลุ่มดังกล่าวเกิดในประเทศกัมพูชาจากบิดามารดาที่เกิดในประเทศกัมพูชา แม้จะมีเชื้อสายไทย ก็ไม่ทำให้มีสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ  พวกเขาเป็นคนต่างด้าวที่มีเชื้อชาติไทย พวกเขาตกเป็นคนไร้รัฐที่มีเชื้อสายไทย

แล้วรัฐไทยทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาความไร้รัฐของพวกเขาเหล่านี้ ???

โดยหลักกฎหมายว่าด้วยสถานะบุคคล  จึงต้องเริ่มต้นโดยการยอมรับให้สถานะคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวเสียก่อน แล้วจึงพัฒนาสถานะเป็นคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยถาวรและอาจแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ในที่สุด

การยอมรับให้สถานะคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวแก่คนเชื้อสายไทยจากเกาะกงที่เข้ามาก่อนวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ นำไปสู่การได้รับการสำรวจในแบบพิมพ์ประวัติและได้รับบัตรประจำตัวที่มีชื่อว่า “ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง กัมพูชา” 

ในขณะที่การยอมรับให้สถานะคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวแก่คนเชื้อสายไทยจากเกาะกงที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ นำไปสู่การได้รับการสำรวจในแบบพิมพ์ประวัติและได้รับบัตรประจำตัวที่มีชื่อว่า “ผู้หลบหนี้เข้าเมืองจากกัมพูชา”  เรามักเรียกคนกลุ่มแรกว่า “คนถือบัตรสีเขียว” ทั้งนี้ เพราะบัตรประจำตัวที่กรมการปกครองออกให้แก่ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง กัมพูชามีสีเขียว และเรามักเรียกคนกลุ่มที่สองว่า “คนถือบัตรขาวขอบแดง” ทั้งนี้ เพราะบัตรประจำตัวที่กรมการปกครองออกให้แก่ของผู้หลบหนี้เข้าเมืองจากกัมพูชามีสีขาวขอบแดง

ขอให้สังเกตว่า การยอมรับให้สิทธิอาศัยชั่วคราวนี้ ก็หมายความว่า รัฐไทยยอมรับเป็น “รัฐเจ้าของตัวบุคคล” ของคนเชื้อสายไทยเหล่านี้แล้ว ก็หมายความว่า พวกเขามีสิทธิที่จะร้องขอมีชื่อในทะเบียนราษฎรตามกฎหมายไทย ก็หมายความว่า พวกเขาไม่ไร้รัฐอีกแล้ว แต่ยังไร้สัญชาติจนกว่าจะได้มีการอนุญาตให้พวกเขามีสัญชาติไทย หรือมีสัญชาติของรัฐอื่นใด

แล้วทำไมวันนี้ พวกเขายังไร้สัญชาติ ?

แม้จะมีนโยบายในรูปของมติคณะรัฐมนตรีจำนวนมากเพื่อยอมรับให้สถานะคนสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติแก่คนทั้งสองกลุ่มในที่สุด แต่การดำเนินการก็ไม่ค่อยคืบหน้าตามสมควร  เมื่อกระบวนการพัฒนาสถานะไม่คืบหน้า แม้จะมีสิทธิที่จะได้สัญชาติแล้ว  แต่เมื่อกระบวนการให้สิทธิยังไม่แล้วเสร็จ  บุคคลดังกล่าวก็จะยังถูกถือเป็น “คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย”

แม้ในวันนี้...๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐  เราจึงพบว่า บุตรของคนเชื้อสายไทยจากเกาะกงที่เกิดในประเทศไทยก็ยังตกเป็นคนไร้สัญชาติ และประสบปัญหาเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างมากมาย

อย่างน้อย ๓ กรณีที่กำลังทุกข์ร้อนเป็นอย่างยิ่งตอนนี้ กล่าวคือ (๑) กรณีของคุณมงคล (๒) กรณีของคุณสาวิตรี และ (๓) กรณีของคุณสุนันทา

ขอให้ติดตามอ่านนะคะว่า คนไร้สัญชาติเชื้อสายไทยทั้ง ๓ ท่านนี้เดือดเนื้อร้อนใจอย่างไรกัน ? เรามีโอกาสช่วยพวกเขาได้ไหม ? อย่างไรกัน ?





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นิสิตสุรา วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/liverpudlian
ประชาธิปไตยแบบไทยแท้ หมายถึง การปกครองรูปแบบหนึ่ง ที่เลื่อนไหลไปมา ตามคำนิยามของกลุ่มบุคคลที่มีส่วนร่วมทางการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ

น่าสงสารครับ ที่มาติดปัญหาเรื่อง ความล้าช้าในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่รู้จะทำอย่างไรดี?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

แวะมาสวัสดีวันแม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
resstory วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 02.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/resstory
The Nonsensical


เคยสงสัยเมื่อตอนเด็กว่าทำไมภาพใครจึงมีแสงรัศมีรอบศรีษะ
โตขึ้นมาก็มีแต่เรียนหนังสือหลังจากทำงานมาสักระยะได้มีโอกาสศึกษา
ธรรมะก็เริ่มสงสัยอีก เราจึงมาคิดดูไม่ทราบว่าจะใช่ไหม ตามหลักสัจธรรม
ธรรมชาติของจิตเมื่อสำเร็จกิจเป็นพระอรหันต์หรือมีจิตที่มีแต่ความรักเหมือน
พระเจ้า จิตย่อมสะอาด ใส สว่างบริสุทธิ์เหมือนกันโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
ว่าจะเป็นการนับถือศาสนาใดก็ตาม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ห้วยน้ำอุ่น อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย : ห้องทดลองทางสังคม

เป็นวีดิโอที่เรียบเรียงจากภาพนิ่งที่ถ่ายในราววันที่ ๑๑ - ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ เราทดลองพิสูจน์สัญชาติไทยให้แก่ชาวเขาที่ห้วยน้ำอุ่น ถามมานะต้องตี๋หน่อยจอยบี ฯลฯ ว่า ยังจำได้ไหม ?

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ข้อใดสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตมนุษย์ ?
เงิน
3 คน
ชื่อเสียง
0 คน
ความรัก
12 คน
ความดี
17 คน
ความเชื่อ
5 คน
ความสนุกสนาน
0 คน
มิตรภาพ
6 คน
สติปัญญา
6 คน
ไม่ใช่สักข้อเดียว
3 คน
ทุกข้อล่ะ
22 คน

  โหวต 74 คน