• อรินดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : arinda2561@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2018-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 8413
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์และความทรงจำ
วันเสาร์ ที่ 2 มิถุนายน 2561
Posted by อรินดา , ผู้อ่าน : 3380 , 19:46:21 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน february26 , นายยั้งคิด และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


วันหยุดที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเยือนฮ่องกง-มาเก๊าอีกครั้ง

ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของการมาเยือนมาเก๊า ครั้งแรกมากับทัวร์ แล้วเห็นว่าเที่ยวเองได้ไม่ยาก ครั้งที่ 2 จึงพาพ่อแม่มา และ สองอาวุโสท่านนั้นดูจะชื่นชอบคาสิโนเป็นพิเศษ ครั้งนี้จึงเป็นทริปกับเพื่อนสนิทกันบ้าง

ที่มาหลายครั้งไม่ใช่ติดใจอะไรพิเศษขนาดที่ต้องมาบ่อยขนาดนั้น หรือนิยมคาสิโน ก็เปล่าเลยนะคะ

ด้วยเหตุผลง่ายๆ ค่ะ มาเก๊าเดินทางมาสะดวก บินตรงจากกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ได้เลย ใช้เวลาบินราวชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว (ทั้งฮ่องกงและมาเก๊าเวลาจะเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)

เมืองมาเก๊ามีเสน่ห์มากกว่าคาสิโนอย่างที่เขาว่ากันนะคะ อากาศก็คล้ายบ้านเรา แต่มาช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เข้าฤดูมรสุมแล้วค่ะ (ปลายเดือนพฤษภาคม) โชคดีจริงๆ ที่ไม่เจอฝนเลย แต่ก็แดดร้อนแรงเอาเรื่องทีเดียว

เนื่องจากมาเก๊าเคยเป็นอาณานิคมโปรตุเกสมาก่อน เรายังพบตึกเก่าและโบราณสถานที่คงกลิ่นอายอารยธรรมจีนผสมยุโรปได้ทั่วไปในตัวเมือง และด้วยเหตุนี้องค์การยูเนสโกจึงได้รับรองให้ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของมาเก๊าเป็นมรดกโลกในที่สุด

อีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียวเมื่อมาเยือนมาเก๊า คือเรื่องอาหารการกิน มีอาหารและขนมอร่อยๆ ให้เลือกกินมากมาย เมนูเด็ดๆ ก็คงไม่พ้นการผสมผสานระหว่างจีนกับโปรตุเกสนั่นเอง

โรงแรมที่พักก็มีให้เลือกมากมาย เมื่อเทียบราคาแล้วบางแห่งถูกกว่าฮ่องกง ห้องพักก็กว้างขวางกว่ามากเลยนะคะ ถ้าโชคดีเจอช่วงโปรโมชั่นโรงแรมห้า-หกดาวอาจลดราคา 50% เลยนะคะ ตอนที่เคยพาพ่อกับแม่มาเที่ยวนั้นเราได้โปรโรงแรม Galaxy จากราคาหมื่นกว่าบาทเหลือประมาณ 4,000 บาท อย่างคุ้มเลยค่ะ เพราะมีทุกอย่างในโรงแรมแล้วทั้งคาสิโน ร้านแบรนด์เนม ร้านอาหาร และทะเลเทียมสวยอลังการมาก

เรื่องภาษาการสื่อสารไม่ต้องกังวล เพราะคนท้องถิ่นแทบจะไม่ใช้ภาษาอังกฤษกันเลย ที่นี่สื่อสารกันด้วยภาษาจีนกวางตุ้ง ถ้าใครพูดได้ก็สบายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ถึงแม้จะสื่อสารกับเราไม่ค่อยรู้เรื่องแต่จะเห็นว่าชาวบ้านกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่นะคะผิดกับคนจีนฝั่งฮ่องกงที่พูดอังกฤษได้คล่องปรื๋อแต่ไม่ค่อยมีเวลาจะหยุดคุยกับเราทุกอย่างเร่งรีบไปหมด เอาเป็นว่าใช้มือถือให้เป็นประโยชน์เสิร์ชหาสถานที่หรือข้อมูลที่เราอยากทราบที่มีภาษาจีนด้วย แล้วเอาให้เค้าดูจะช่วยให้ง่ายขึ้นค่ะ

ขอเกริ่นพอสังเขปนะคะ เพราะรีวิวทริปมาเก๊าค่อนข้างมีอยู่เยอะแล้ว มาตามทริปฉบับลุยๆ ชิวๆ ของเรากับเพื่อนบ้างค่ะ เผื่อใครมีวันหยุดลาพักผ่อนอยากไปเที่ยวใกล้ๆ ขอแนะนำมาเก๊าเลย แล้วคุณอาจมีทริปตามมาเป็นครั้งที่ 2 และ 3 เหมือนเราก็ได้นะคะ

เป็นทริปที่เราเดินทางเข้ามาเก๊าทางเรือจากฮ่องกงนะคะ

เนื่องจากเที่ยวฮ่องกงเพลิดเพลินมากรวมเวลาหลงทางอีก ก็ปาเข้าไปเกือบทุ่มนึงแล้ว ก็คงเหลือ Ferry ของ Turbojet เจ้าเดียวแหละค่ะ ที่มีบริการตลอด 24 ช.ม. เราขึ้นจากท่าเรือ Kowloon ตั๋วชั้นประหยัดราคาคนละ 211$ (ราคาเดือน พ.ค.2561) ใช้เวลาเดินทางจากฮ่องกงถึ่งฝั่งมาเก๊าประมาณ 45 นาทีค่ะ ใน ferry มีบริการ wifi ให้ฟรีด้วย สัญญาณโอเคเลยค่ะ อ้อ แล้วถ้ามีกระเป๋าเดินทางให้เอาไปเรียงไว้ที่เก็บกระเป๋าทางด้านหลังที่นั่งด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้นำกระเป๋ามาวางใกล้ที่นั่งเพราะขวางทางเดินค่ะ

มาถึงท่าเรือก็ต้องผ่านด่าน ต.ม.ก่อนเดินทางเข้าเมืองค่ะ พอดีเรามาถึงก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ที่สำคัญทุกคนเพลียและง่วงนอนมากแล้ว

เราจองที่พักตามรีวิวไว้ที่ Ole London Hotel แต่แท็กซี่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักให้บอกว่าไปโรงแรม Sun Sun (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Best western) เพราะอยู่ติดๆ กันเลย

จากท่าเรือมาถึงโรงแรม มิเตอร์ขึ้น 65 $ แต่แท็กซี่เรียกเก็บ 85 $ มาทราบทีหลังว่าเป็นการชาร์ตค่ากระเป๋าเดินทาง ซึ่งเขาคงพูดแล้ว แต่เราไม่เข้าใจภาษานั่นแหละค่ะ กระเป๋าก็ช่วยๆ ยกแบกกันเองนะคะ แท็กซี่ที่นี่จะไม่บริการยกให้เรา

Ole London Hotel รีวิวแนะนำกันมา ก็ขอแนะนำต่อแล้วกันนะคะ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนไทยชอบมาพักที่นี่ เพราะค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัว กรุ๊ปทัวร์ไม่ค่อยมี เป็นตึกแถวเล็กๆ แต่ตกแต่งได้น่ารักดี ห้องพักห้องน้ำสะอาด มีพื้นที่ใช้สอยพอสมควร อาหารเช้าสะดวกสบายอิ่มอร่อยแต่เปิดสายหน่อยนะคะ (8.30-11.00 น.) เจ้าของก็น่ารักเป็นกันเองบริการดีมากๆ  มีเซเว่นอยู่ไม่ไกลที่พักมากค่ะ

ดึกมากแล้ว พวกเราอาบน้ำเสร็จก็พากันเข้านอน อย่าว่านอนเลยเรียกว่าสลบแล้วกัน เพราะเดินเที่ยวฮ่องกงตั้งแต่เช้ายันค่ำมาแล้ว พรุ่งนี้ค่อยลุยมาเก๊ากันค่ะ

อรุณสวัสดิ์มาเก๊า หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เราตั้งใจไปวัดอาม่ากันค่ะ วัดนี้อยู่ห่างจากที่พักประมาณ 1 ก.ม.จริงๆ สามารถเดินไปได้ แต่พวกเราตั้งใจนั่งรถเมล์ไปกัน ออกจากหน้าโรงแรมเดินข้ามสวนสาธารณะไปทางขวา ไปขึ้นรถเมล์สาย 10A ป้ายรถอยู่หน้าเซเว่นพอดีเลยค่ะ รอรถได้สัก 10 นาทีก็มา ค่ารถเมล์ปรับอากาศตอนนี้ราคา 6$ ตลอดสาย (เดือนพฤษภาคม 2561) ลองตรวจสอบราคาอีกครั้งนะคะ ที่ป้ายรถก็จะมีแจ้งราคาค่ะ เพราะดูข้อมูลเก่าที่รีวิว ยังอยู่ที่สามดอลกว่าๆ อยู่เลยนะคะ และไม่ลืมที่จะเตรียมเงินให้พอดีค่ารถนะคะ เพราะรถเมล์ที่นี่จะไม่มีการทอนเงิน สามารถจ่ายรวมกันหลายคน และจ่ายเป็นเงินดอลฮ่องกงได้เลยค่ะ ถ้านั่งสายนี้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะลงสุดสายที่วัดอาม่าพอดี ประมาณ 3 ป้ายค่ะ หรือสังเกตเห็นตู้ไปรษณีย์สีแดงอยู่ลานหน้าวัด ก็ให้ลงรถตรงนั้นเลยค่ะ

วัดอาม่า เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของมาเก๊า และเป็นที่มาของชื่อเมืองมาเก๊า ตามประวัติเขาว่ากันเช่นนั้นค่ะ วัดมีเวลาเปิดปิดด้วยนะคะ เปิดแต่เช้าตรู่ 7 โมงเช้าเลย แนะนำมาช่วงเช้า เพราะจะได้ไม่ร้อนมาก และคนก็ไม่แน่นด้วย คนส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อจะมาขอพร กับศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่กวนอิม บูชาด้วยธูปขดขนาดใหญ่ ก้อนหินขนาดใหญ่สลักรูปเรือสำเภาโบราณ ก็มีความเชื่อว่าให้นำธนบัตรที่พกมาลูบตั้งแต่ท้ายเรือไปหัวเรือ แล้วพับธนบัตรใส่กระเป๋าทันที แล้วตบกระเป๋าพร้อมกับพูดว่า เฮงๆๆ (3 ครั้ง) จะทำให้มีโชคลาภเงินทองไหลมาเทมาค่ะ จริงหรือไม่ก็ไม่ทราบนะคะ อันไหนว่าดี ก็ลองทำตามๆ กันค่ะ เอาเป็นว่าถ้างวดนี้ถูกหวยรวยโชคจะรีบมาแจ้งอีกทีนะคะ

บริเวณวัดไม่กว้างมากค่ะ เดินเที่ยวชมกันพอสมควรแล้ว เราก็เดินทางต่อไป Venetian ค่ะ ทีแรกกะจะลองอาหารแมคกานีส ที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้น แต่เพิ่ง 11 โมง ยังไม่ค่อยหิวกัน เลยตัดสินใจไปหาทานข้างหน้าดีกว่าค่ะ ถ้าใครแวะมาวัดอาม่าก็แวะชิมเผื่อด้วยนะคะ ทราบว่าราคาไม่แพงอาหารอร่อยด้วยค่ะ

เราข้ามถนนจากวัดอาม่าไปถนนฝั่งตรงกันข้าม เพื่อไปขึ้นรถเมล์สาย 21A รถสายนี้รอนานพอสมควร ที่บ่นเพราะอากาศกำลังร้อนระอุเลยค่ะ คิดถึงแอร์เย็นฉ่ำบนรถไว้ก่อนนะคะ อดทนค่ะอดทน เราขึ้นจากต้นสายจึงโชคดีได้ที่นั่งยาว สายนี้ถือว่าคนแน่นพอสมควร ป้ายที่เราจะลงคือป้ายที่ 13 หน้าโรงแรม City of Dreams เป็นคาสิโนอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจุดมุ่งหมายของเราคือ Venetian ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันค่ะ นั่งรถไปใช้เวลาประมาณ 40 นาทีค่ะ

เมื่อลงป้ายหน้า City of Dreams ให้ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามได้เลยค่ะ การข้ามถนนที่มาเก๊าไม่น่ากังวลอะไร เพราะมีสัญญาณไฟคนเดินอยู่ทั่วเมืองเลยนะคะ ข้ามมาถึง Venetian แล้ว เข้าไปชมความอลังการกันค่ะ

The Venetian เป็นคาสิโนคอมเพล็กที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในมาเก๊า ประกอบไปด้วยโซนคาสิโน ที่พักรีสอร์ท หอประชุม ห้างสไตล์เวนิส ที่อยู่ติดกับคาสิโน โซนห้างของ Venetian ใหญ่กว้างขวางมาก เรียกว่า Grand Canal Shoppes บริเวณนี้ทำท้องฟ้าจำลอง และมีคลองแบบเวนิส ที่มีคนคอยพายเรือกอนโดล่าพาวนไปรอบๆ พร้อมทั้งร้องเพลงขับกล่อม ร้าน Lord Stow Bakery ทาร์ตไข่ชื่อดังก็มีสาขาอยู่ที่นี่

เดินได้สักพัก รู้สึกหิว เราจึงต้องพึ่งพาอาหาร Food Court ของที่นี่ อาหารมีหลากหลายนานาชาติให้เลือกสรร จ่ายเป็นเงินสดที่เคาน์เตอร์ของแต่ละร้านได้เลยค่ะ จ่ายเงินก่อนแล้วจะได้เบอร์คิวมา ให้นั่งรอสักพักแล้วกลับมาเอาก็ได้ เพราะคนค่อนข้างแน่นตลอดค่ะ อาหารราคาค่อนข้างแพง แต่ชามใหญ่มากๆ ลองสั่งมาสักเมนูดูก่อน ชามนึงอาจทานสองคนไม่หมดนะคะ

ทานข้าวเสร็จ ลองเสี่ยงโชคกันในคาสิโนบ้างดีกว่า เล่นสล็อตกันค่ะ เราต้องเอาพลาสปอร์ตไปแลกการ์ดเพื่อมาเสียบตู้ก่อนนะคะ แล้วเติมเงินสดกับเครื่องได้เลย เล่นกันนานสองนานไม่ได้ไม่เสีย พอดีกว่า ไปเดินช็อปกันอีกเล็กน้อย เดินเพลินจนเย็นเลย กลับกันดีกว่า ทีแรกกะว่าถ้ามีเวลาจะเดินไปเที่ยวหมู่บ้านไทปา ซึ่งอยู่ด้านหลัง Venetian นี่เอง  แต่ก่อนกลับที่พักเราเปลี่ยนแผนไปเดินที่ Senado Square แทนค่ะ

เราเดินข้ามถนนมาฝั่ง City of Dream ลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง เพื่อขึ้น Shuttle bus ฟรี มาลงหน้าโรงแรม Grand Emperor แล้วเดินต่อไป Senado Square ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีค่ะ

หรืออีกทางหนึ่งขึ้น Shuttle bus ฟรีที่ Venetian เพื่อไปที่ท่าเรือมาเก๊า และจากท่าเรือมาเก๊าขึ้น Shuttle bus ไปลงที่โรงแรม Lisboa ซึ่งสามารถเดินไป Senado Square ได้เหมือนกัน การนั่ง Shuttle bus ฟรี นี่คือความสนุกของการเดินทางในมาเก๊า เพราะคาสิโนคอมเพล็กซ์แต่ละแห่งจะมีบริการ Shuttle bus ฟรี ถ้าศึกษาเส้นทางดีๆ ท่านอาจไม่ต้องเสียค่ารถโดยสารในมาเก๊าเลยนะคะ แต่คงต้องมีเวลามากๆ หน่อยเท่านั้นค่ะ เพราะสถานที่บางแห่งต้องนั่งสองต่อค่ะ

มาถึง Senado Square ก็เกือบสามทุ่มแล้ว นึกถึงเรื่องกินก่อนดีกว่า กลัวร้านขนมปิดค่ะ ร้านส่วนใหญ่จะปิดเวลาสามทุ่ม เข้าไปหน้าลานน้ำพุ แวะร้านขนมด้านซ้ายมือเลยค่ะ Koi Kei Bakery ของกินที่นิยมซื้อฝากกัน ได้แก่ หมูแผ่น  ทาร์ตไข่ ทองม้วนไข่ และคุ้กกี้อัลมอนด์  ขนมราคาโอเคค่ะ แต่หมูแผ่นแอบแพงหน่อยนะคะ ราคาทาร์ตไข่ตกชิ้นละ 10 $ ค่ะ

ได้ของฝากแล้ว แวะกินบะหมี่ไข่แสนอร่อยกันต่อ ที่ร้าน Wong Chi Kei เดินถัดจากร้านขนมมาอีกคูหาค่ะ อยู่ฝั่งเดียวกัน หาไม่ยากค่ะ ร้านปิดตอนสี่ทุ่มนะคะ ทำเวลาหน่อยละกัน เรามาดึกแล้ว คิวเลยไม่มี ปกติคิวหน้าร้านจะยาวมากค่ะ เมนูเด็ดแนะนำ เกี๊ยวกุ้ง บะหมี่เกี๊ยว เกี๊ยวทอด และลูกชิ้นปลาทอด รสชาติอาจจืดชืดไปสำหรับคนไทยที่นิยมอาหารรสจัด แต่มีเครื่องปรุงซีอิ้วขาว พริกเผา จิ๊กโฉ่ พอจะช่วยพยุงรสชาติเพิ่มขึ้นอีกนิดค่ะ

อิ่มท้องแล้ว เดินย่อยอาหารกันค่ะ บริเวณ Senado Square มีสถาปัตยกรรมแนวๆ ยุโรปและจุดสำคัญ ได้แก่ สำนักแห่งความเมตตา (Holy House of Mercy), ตรอกคู่รัก (Travessa da Paixao), ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruin of St.Paul’s), วัดนาจา (Na Tcha Temple), โบสถ์เซนต์ดอมินิก (Macau St.Dominic’s Church) และ พิพิธภัณฑ์มาเก๊า (Macau Museum)

เมื่ออิ่มบรรยากาศ พร้อมกับกับความอ่อนล้า เราก็เดินละเลียดชมเมืองเดินกลับที่พัก อาบน้ำเสร็จ ก็เป็นอันสลบหนักกว่าเมื่อวานสองเท่า เพราะวันนี้เดินเยอะกว่าเมื่อวานค่ะ

จบละค่ะทริปแนะนำ สำหรับหนึ่งวันในมาเก๊า ที่จริงมีอีกหลายแห่งที่อยากไปแต่ยังไม่ได้ไป เนื่องจากเวลาเรามีจำกัด ก็เอาพอสังเขปประมาณนี้นะคะ มาเก๊าเที่ยวสบายๆ มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อค่ะ ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้มาหน้าหนาวจะเดินสบายและอากาศดีกว่านี้ค่ะ (ประมาณเดือนพฤศจิกายน- มีนาคม)

ข้อแนะนำ

1. ถ้าท่องเที่ยวฮ่องกงและมาเก๊า แนะนำให้แลกเงินเฉพาะดอลล่าร์ฮ่องกงก็พอค่ะ เพราะใช้ได้ทั้งฮ่องกงและมาเก๊าเลย ค่าเงินของฮ่องกงจะแพงกว่านิดหน่อยค่ะ

2. อย่าลืมเอาปลั๊ก universal มาด้วย ถึงแม้โรงแรมบางแห่งสายไฟบ้านเราเสียบใช้ได้ แต่บางแห่งก็ยังไม่มีให้บริการค่ะ

3. แนะนำใส่รองเท้าที่เดินสบายนะคะ เพราะบางแห่งต้องเดินเท้าค่ะ ถึงจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศบ้านเมืองของเขา ถ้าเป็นหุ้มส้นก็จะดีค่ะ เผื่อเดินแวะเข้าคาสิโน เพราะต้องแต่งกายสุภาพค่ะ

4. อินเตอร์เน็ตสำคัญมาก wifi ฟรี ส่วนใหญ่จะมีบริการเฉพาะโรงแรมที่เราพักนะคะ ดังนั้น เตรียมซื้อซิม Go inter จากบ้านเราไปเลยค่ะ มีหลายค่ายให้เลือกสรร ราคาประมาณ 399 บาท (เดือนพฤษภาคม 2561) เพราะเปิดใช้ต่างประเทศยาวแบบไม่จำกัด ใช้ได้ประมาณ 7 วัน คุ้มมากๆ ค่ะ เพื่อนเราไม่ได้ซื้อมาต้องมาเสียค่าซิมทั้งสองเมืองเลยเพราะใช้ร่วมกันไม่ได้ คิดแล้วแพงกว่าหลายตังค์ค่ะ

5. แนะนำโหลดแอฟ Macau Bus Guide & Offline Map สำหรับดูรายละเอียดรถเมลล์แต่ละสาย และสามารถเปิด GPS tracking ขณะขึ้นรถได้เลย จะได้ทราบระยะทางและจุดหมายของเรา ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

6. การฝากกระเป๋าเดินทางที่ Venetian เดี๋ยวนี้จะเสียค่าฝากกระเป๋า 10 $ นะคะ แล้วแถวคนจะยาวมาก แนะนำให้ฝากไว้ที่ City of Dreams ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่เสียค่าฝาก คนไม่เยอะ ไม่พิธีรีตรองมาก แล้วค่อยไปเดินเล่นช็อปปิ้ง Venetian หรือรอขึ้น Shuttle bus ฟรี ไปสนามบินได้เลยค่ะ สะดวกมากๆ ค่ะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 อรินดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 10/06/2018 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ชอบการรักษาน้ำให้สะอาดไม่มีมลพิษของเขาจังเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน