• arinth
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : two2ninetwo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-15
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 28621
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
arinth
22333TU70Art-deutsch-
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/arinth
วันศุกร์ ที่ 18 มกราคม 2551
Posted by arinth , ผู้อ่าน : 2822 , 14:27:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


คราเคน อสูรกายใต้ทะเลลึก

 

ถ้าจะให้นึกถึงสัตว์เร้นลับที่เป็นศัตรูกับมนุษย์มาช้านาน ก็ต้องนึกถึงคราเคนป็นตัวแรกเลยครับ

                คราเคน เจ้าสัตว์เร้นลับที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ตัวนี้มีขนาดมหึมา มีหนวดใหญ่ยุ่บยั่บ มันชอบโจมตีเรือเดินสมุทรอย่างกระทันหันเพื่อหาอาหารแปลกๆ (คงเบื่ออาหารทะเล) มันจะโผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวก็สูงกว่าเสากระโดงเรือ มันจะโอบหนวดของมันรัดลำเรือเอาไว้ หนวดที่เหลือมันจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลว บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากอันน่ากลัวของมัน และจมเรือในที่สุด....

               

เรื่องของ คราเคนนั้นมันมานานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่บันทึกที่เป็นหลักฐานครั้งแรก มาจากนอร์เวย์ครับเป็นเรื่องราวที่อ้างถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเท่าเกาะ ในหนังสือชื่อThe Natural History of Norway ที่เขียนโดยบิชอปแห่งเบอร์เก้น Erik Ludvigsen Pontoppidan ท่านได้บรรยาย เกี่ยวกับ คราเคน เอาไว้ว่า มันเปรียบเสมือนเกาะลอยน้ำ ขนาดย่อม ขนาดความยาวลำตัวยาวถึงครึ่งไมล์ อะไรมัน จะขนาดน้าน จริงไหมครับ?

แต่เรื่องราวในช่วงถัดมาเกี่ยว กับคราเคนก็ค่อยๆลดขนาดของมันลงเรื่อยๆ ไม่มหึมา โอฬาริกอย่างในอดีต ถึงกระนั้นก็ยังจัดเป็นสัตว์ไซส์ยักษ์อยู่ดีครับ คราเคน ในตำนานของทะเลเหนือ ในสายตาของนักชีววิทยาแล้ว มันคงเป็นสัตว์ประเภทปลาหมึกยักษ์เสีย มากกว่าครับ

ลักษณะของปลาหมึกชนิดนี้มักจะก้าวร้าวรุกราน และขึ้นมาหาเหยื่อเหนือผิวน้ำเมื่อแลเห็นมนุษย์ ขนาดของมันไม่ถึงกับยาวกว่าครึ่งไมล์ตามบันทึกของท่านบิชอปหรอกนะครับ ถึงกระนั้นขนาดของมันก็สูสีกับสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก คือปลาวาฬเสปิร์มอยู่ดี

วันที่ 2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 ชาวประมงสามคนพบคราเคนใน Timble Tickle ขณะนั้นพวกเขาหาปลาอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก หนึ่งในนั้นสังเกตว่ามีซากอะไรบางอย่างกระจุยกระจายอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆพวกเขาก็พบกับรูปร่างที่แท้จริงของเจ้าซากนั้น ปลาหมึกยักษ์นั่นเอง... พวกเขาใช้สมอเรือต่างเชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งสามลากมันขึ้นไปบนบกและปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว

ในปี 1930 มีรายงานการโจมตีเรือของเจ้าปลาหมึกชนิดดังกล่าว นักชีววิทยาและผู้ชำนาญการคาดว่า เจ้าคราเคน(หรืออาจจะเป็นปลาหมึกยักษ์ Giant Squid) นี้โจมตีเข้า เพราะเรือของมนุษย์เราดันไปมีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ อาหารหลักของเจ้าปลาหมึกนี่เอง


                จากรายงานของผู้ประสบเหตุ ปลาหมึกดังกล่าวมีขนาดมหึมากันเหลือเกินครับ โดยเฉลี่ยมันจะยาวประมาณ
100 ฟุต น้ำหนักประมาณ 2-3 ตัน ยังกะก็อตซิลล่าทะเลแน่ะ นึกภาพออกไหมครับว่า ถ้าเรือเดินสมุทรโดนสัตว์ยักษ์ทรงพลังขนาดนี้เข้าโจมตีแล้วอะไรมันจะไปเหลือ และบริเวณที่เกิดเหตุส่วนมากจะเกิดกับเรือเดินทะเลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกครับ

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือปลาวาฬเสปิร์ม เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1966 พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์มหนุ่ม การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า "เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต" เจ้าหน้าที่หนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์

คราวนี้เรามาดูสาเหตุที่น่าจะเป็นตำนานของเจ้าอสูรกายใต้ทะเลลึกกันดีกว่านะครับ

 "ปลาหมึกยักษ์" หรือ "อาร์ชิทิวทิส" นับเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ลึกลับ เพราะไม่มีใครเคยพบหมึกยักษ์ในทะเลลึกตามธรรมชาติ มันอยู่ในตระกูล Architeuthis ซึ่งพบเห็นได้น้อยครั้งมากๆ

ลักษณะเฉพาะที่ดูประหลาดเป็นอย่างยิ่งของปลาหมึกยักษ์นั่นก็คือ หนวดคู่ที่มีความยาวอย่างมาก แยกออกมาจากแขนสั้นๆ อีก 8 แขน ซึ่งเจ้าหนวดแสนแข็งแรงคู่นั้นมีความยาวมากกว่า 2 ใน 3 เท่า และมีนิสัยเป็นนักล่าสูงกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ  โดยจะใช้หนวด และแขนทั้งหมดเข้าไปพันเหยื่อ ก่อนที่จะใช้หนวดอันแข็งแรงทั้ง 2 จัดการกับเหยื่อ และกิน

                
               ส่วนการเคลื่อนไหวของปลาหมึกยักษ์ทุกชนิดคือ จะพ่นน้ำออกมาเหมือนกับเครื่องบินเจ็ตที่เราเห็นกันอยู่โดยปลาหมึกยักษ์จะใช้น้ำแทนเชื้อเพลิง และจะเคลื่อนไหวออกหากินเรื่อยๆ อาหารของพวกมันก็คือ ปลา ปลาหมึก และอาหารจานโปรดของมันคือ ปลาวาฬสเปิร์ม เช่นเดียวกับของคราเคน

ส่วนถิ่นที่อยู่ เจ้าปลาหมึกยักษ์มันชอบที่จะอาศัยอยู่ตามน้ำลึกและบริเวณน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ จากงานวิจัยของ Dr. Ole Brix แห่งมหาวิทยาลัย Bergen ได้รับผลจากการวัดเลือดของปลาหมึกยักษ์ว่า เลือดของมันฟอกออกซิเจนได้ไม่ดีในที่ๆอุณหภูมิสูงปลาหมึกยักษ์มักจะหายใจไม่ออกและขาดอากาศหายใจเอาได้ง่ายๆ หากต้องอยู่ในบริเวณที่ความกดต่ำและอุณหภูมิสูงนานๆ

อุณหภูมิยังมีผลกระทบเกี่ยวกับการลอยตัวของปลาหมึกยักษ์ในน้ำด้วยนะครับ น้ำอุ่นๆมักจะทำให้สัตว์มหึมาเหล่านี้ลอยตัวขึ้นมาสู่เบื้องบนและหมดปัญญาที่จะดำกลับลงไปยังจุดปลอดภัย ได้ตามเดิม ยิ่งร้อนเท่าไหร่ โอกาสที่ปลาหมึกยักษ์จะขาดออกซิเจนและตายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่ ในบริเวณที่พยานได้พบเห็นปลาหมึกยักษ์กัน มักจะเป็นบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นกับกระแสน้ำเย็นมาตัดกัน ซึ่งจุดนั้นจะเป็นจุดที่ปลาหมึกยักษ์ปรับตัวไม่ทัน และเผอิญโผล่ขึ้นมา ให้ประชาชนยลโฉมกันด้วยความพรั่นพรึงเล่นบ่อยๆด้วย


                
.G. Starkey หนึ่งในลูกเรือเดินสมุทรที่บังเอิญพบเห็นปลาหมึกยักษ์ขณะโดยสารเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย เขาเล่าว่า...

"มันลอยเทียบขนานมากับลำเรือ" เขากล่าว "ผมไม่แน่ในทีแรกว่า สิ่งผมเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่ มันเรืองแสงได้ครับคล้ายๆกับสัตว์ประเภทปลาหมึก ตอนนั้นผมตกใจและนึกถึงคำเล่าขานของชาวเรือขึ้นมา ผมลองเดินจากอีกด้านของดาดฟ้าเรือ ไปจนกระทั่งถึงปลายสุดอีกข้างของร่างที่เรืองแสงได้นั้น มันแทบจะสุดลำเรือเลยทีเดียว... ขอบคุณพระเจ้า ที่มันไม่นึกสนุกอยากจะปล้ำกับเรือโดยสารของเราขึ้นมา" A. G. Starkey กล่าวทิ้งท้ายไว้ในที่สุด


               วันที่
  2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 มีการบันทึกถึงปลาหมึกยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดครั้งแรก ซึ่งถูกพบโดยบังเอิญจากชาวประมงสามคนที่เห็นซากมันลอยอยู่กลางทะเล

พวกเขาจัดการลากปลาหมึกโดยใช้สมอเรือต่างเชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งสามลากมันขึ้นไปบนบกและปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว

จากการสำรวจซากของพวกมันก็พบว่า กล้ามเนื้อบางส่วนของเจ้าปลาหมึกยักษ์ยังคงเต้นอยู่ ฉะนั้น พวกเขาจึงปล่อยให้มันตายแล้วจึงจัดการวัดขนาด ซึ่งมีขนาดยาวถึง 20 ฟุต มีเขี้ยวถึง 4 เขี้ยว


                ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือปลาวาฬเสปิร์ม เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.
1966 พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์มหนุ่ม การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า "เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต" เจ้าหน้าที่หนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์

ปัจจุบันนี้เรามีข้อมูลอยู่เพียงน้อยนิดเกี่ยวกับหมึกยักษ์ เพราะสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกระดูกสันหลังใหญ่ที่สุดในโลกชนิดนี้ อาศัยอยู่ในแห่งหนใดยาก ที่จะระบุแน่ชัดและยังยากที่จะหาตัวเป็นๆ มาศึกษาได้ อีกทั้งการออกเรือใหญ่พร้อมทั้งอุปกรณ์เฉพาะทาง ในการค้นหานั้นก็ดูเหมือนจะลงทุนมหาศาลและไม่คุ้มกับผลที่ได้มา เพราะอาจคว้าน้ำเหลวเอาได้ง่ายๆ

 

สำหรับผมเหรอ ตอนนี้ชักอยากกินปลาหมึกย่างซะแล้วสิ ขอตัวไปกินก่อนนะครับ

 

(ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๘)+ +  
http://www.mythland.org/html/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=58





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
paparazzigirl วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ITpaparazzigirl

ถ้าไปเจอก็คงไม่กล้ากินเพราะมันต้องกินเราก่อนแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
paparazzigirl วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ITpaparazzigirl

มีจริงด้วยอะ มีจริงๆๆด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน