• haggy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 538006
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
arthon_APE
News by Arthon Sittisarn
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/arthonprku
วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2558
Posted by haggy , ผู้อ่าน : 3773 , 09:50:50 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน คนคอหนัง , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ข้อเข่าเสื่อมเป็นแล้วไม่หายขาด

มาเริ่มดูแลสุขภาพเข่าตั้งแต่วันนี้ดีกว่า

 

ข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่โรคที่เป็นได้เฉพาะผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เป็นข้อเข่าเสื่อมเกิดจาก  อายุ  การเล่นกีฬา  ความอ้วน  อาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวัน  พันธุกรรมและโรคเมตาบอลิซึม  การได้รับบาดเจ็บของข้อ  และฮอร์โมน

 

นายแพทย์อุดม  ตันติพันธุ์พิพัฒน์  อาจารย์แพทย์และศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดข้อเข่า   ข้อสะโพกเทียม  ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทะภิกขุชลประทาน  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  เผยว่า   โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีความผิดปกติที่กระดูกอ่อนผิวข้อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ  โดยจะมีการทำลายของกระดูกอ่อนผิวข้อเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนผิวข้อทั้งทางด้านรูปร่างโครงสร้างทางด้านชีวเคมีและชีวพลศาสตร์  กระดูกอ่อนผิวข้อจะบางลงทำให้การทำงานของกระดูกอ่อนผิวข้อเสียไป  ซึ่งในปัจจุบันนี้โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดกับผู้สูงอายุมากขึ้น  รวมทั้งประชาชนในวัยอื่นๆ ด้วย  เนื่องจากปัจจัยหลายประการ อาทิ การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา  ล้มเข่ากระแทกส่งผลให้เอ็นไขว้หน้าบริเวณเข่าฉีกขาดและกระดูกอ่อนผิวข้อเข่าได้รับบาดเจ็บตามไปด้วย

นอกจากนั้นยังมีปัจจัยจากอายุ ซึ่งการเกิดข้อเข่าเสื่อมจะพบมากตามอายุที่เพิ่มขึ้น  โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นสาเหตุอันดับแรกของอาการปวดข้อในผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป  พบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง  3  เท่า  และคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป จะมีข้อเสื่อมมากกว่าร้อยละ 80 – 90%  ถ้าคำนวณอย่างคร่าวๆ ในประเทศไทยจะพบประมาณ 2 – 5% หรือเฉลี่ยราว 3.5% จากประชากรไทย 60 ล้านคน จะมีโอกาสเป็นโรคปวดข้อ 2.1 – 3 ล้านคน  รวมถึงปัจจัยที่มาจากภาวะอ้วนน้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักและแรงกดทับมากก็ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นข้อเข่าเสื่อมได้ด้วย

 

อาการข้อเสื่อมในระยะแรกจะพบว่าขณะเคลื่อนไหวจะเกิดเสียงดังภายในข้อเข่าขึ้น  ทำให้เกิดการเจ็บปวดเรียกว่า ข้อลั่น  ซึ่งทุกจังหวะของการก้าวเดินจะมีแรงกระทำต่อข้อเข่า มาก 3 – 4 เท่าของน้ำหนักเท่าตัว   เมื่อเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมขึ้นแล้วก็ย่อมมีอาการของโรคซึ่งจะสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรค ถ้าหากว่าอาการที่เกิดขึ้นน้อย ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแต่เนิ่นๆ ก็สามารถชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้ 

มีอาการอย่างไรจึงควรรีบมาพบแพทย์ ?  สำหรับอาการสำคัญที่จะนำผู้ป่วยมาพบแพทย์  คือ  อาการเริ่มต้นจะรู้สึกตึงบริเวณด้านหลังของข้อเข่า  หรือบริเวณน่อง  ต่อมาจะเริ่มมีอาการปวดบริเวณข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว  ขึ้นหรือลงบันไดได้ไม่เหมือนเดิม  การอักเสบทำให้ข้อเข่าบวม เนื่องจากมีการสร้างน้ำในเข่ามากกว่าปกติทำให้รู้สึกตึง  เมื่อแพทย์เจาะอาจพบน้ำในข้อเข่า  ผู้ป่วยอาจรู้สึกเคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม บางรายอาจไม่สามารถเหยียดขาได้สุด โดยอาจติดอยู่ในท่างอเข่า  และเมื่อมีอาการของโรคมากขึ้นจนข้อเข่าผิดรูป  ทำให้มีการทรุดตัวของกระดูกและข้อเข่าครึ่งด้านในหรือด้านนอก  จนทำให้เข่าโก่งงอ  ที่พบบ่อยคือขาจะโก่งออกด้านนอก  ทำให้ขาสั้นลง  เดินได้ลำบาก และบางครั้งมีอาการเข่าอ่อน หรือเข่าทรุด

 การป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อมให้เกิดช้าที่สุด คือ ลดน้ำหนักตัวในรายที่อ้วน โดยอย่ากินจุกจิก ลดอาหารไขมัน แป้ง และน้ำตาล  รับประทานผัก ผลไม้เพิ่มขึ้น  ดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหาร ประมาณ 1 - 2 แก้ว   ลดอาหารมื้อเย็น  งดขนมหวานและผลไม้ที่มีรสหวาน  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ปรับพฤติกรรมในการใช้ข้อเข่า เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ  นั่งขัดสมาธิ     นั่งพับเพียบ  หลีกเลี่ยงการใช้ข้อเข่ามากเกินไป เช่น การยืนนานๆ  การขึ้นลงบันได  การยกของหนัก  การเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก  ควรรับประทานแคลเซียมอย่างเพียงพอ

 

ขั้นตอนการวินิจฉัยโรค เริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยเน้นที่การตรวจข้อเข่า ซึ่งอาจพบลักษณะข้อบวม หรือขนาดข้อใหญ่และมีการงอของข้อเข่า  การถ่ายภาพรังสี จะพบว่าช่องว่างระหว่างกระดูกเข่าแคบลง ซึ่งหมายถึงกระดูกอ่อนมีการสึกหรอ หากสึกมากก็ไม่พบช่องว่างดังกล่าว  การเจาะเลือดเพื่อวินิจฉัยแยกโรคที่อาจจะเป็นสาเหตุของโรคปวดเข่าเรื้อรัง เช่น โรคเกาต์ หรือโรครูมาตอยด์  และในกรณีที่เข่าบวมแพทย์จะทำการเจาะตรวจน้ำเลี้ยงข้อเข่าด้วยกล้องจุลทรรศน์

 

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม  แบ่งเป็น  1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา  ทำโดยการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ญาติ และผู้ดูแล         ให้ผู้ป่วยลดน้ำหนัก  ทำกายภาพบำบัด  การออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อ  ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน  สวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม  ประคบร้อนช่วยลดอาการปวด  ฝังเข็ม   2. การรักษาโดยใช้ยา  ได้แก่  ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)  ยาชนิดทาภายนอก  ยาบำรุงผิวข้อ  ยาฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม  ยาฉีดไม่ใช่สเตียรอยด์ (มักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงและใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้ผล เนื่องจากมีอาการข้างเคียงมาก มีผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวจึงไม่นิยม)  3. การรักษาโดยการผ่าตัด อาทิ ผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องเพื่อล้างข้อ  ผ่าตัดด้วยวิธีเปลี่ยนแนวแกนขา  ผ่าตัดด้วยวิธีเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม

 

ข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่รักษาแล้วไม่หายขาด  โรคนี้บั่นทอนสุขภาพและจิตใจผู้สูงอายุอยู่ไม่น้อย  ในปี 2544 มีผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดจากโรคข้อเข่าเสื่อมทั่วประเทศ 2,000 ราย ขณะที่ปีนี้ประมาณการว่าอาจจะมีผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 รายรวมถึงมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 4,000 – 4,500 ราย ในปีถัดไป   ปัจจุบันมีศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผิวข้อเข่าเทียมโดยเฉพาะทำให้ผลการผ่าตัดดีขึ้นมาก  บวกกับการพัฒนาออกแบบผิวข้อเข่าเทียมได้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากขึ้นทำให้มีอายุการใช้งานได้นาน 15 - 20 ปี แต่การผ่าตัดข้อเข่าเทียมต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นการป้องกันข้อเข่าเสื่อมด้วยการดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนคอหนัง วันที่ : 02/04/2015 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

หมอก็เพิ่งให้ผมลดน้ำหนักเหมือนกัน เริ่มออกอาการจะนิด ๆ แล้ว ตอนนี้เลยหันกลับมาวิ่งเป็นประจำครับ
ขอบคุณที่นำเรื่องราวเพื่อสุขภาพมาลงให้อ่านกันครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่หมี วันที่ : 02/04/2015 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 Toitoi ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 02/04/2015 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

อ้วน นั่งพื้น นั่งนาน
(ที่ทำลายเข่ามากเป็นพิเศษ
คือ นั่งพับเพียบ)
ยืนนิ่งๆ นาน
ไม่ฟิต อายุมาก
เป็น ปัจจัยเสี่ยงเข่าเสื่อม ทั้งนั้นเลย
ขอบคุณ ครับ....

ความคิดเห็นที่ 3 Toitoi , เหล่าซือสุวรรณา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
haggy วันที่ : 02/04/2015 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arthonprku

หมอแนะนำให้ถีบจักรยาน หรือว่ายน้ำค่ะ เป็นการออกกำลังกายที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณเข่าได้ดี หรือบริหารเข่าง่ายๆ โดยการนั่งเก้าอี้ยกขาขึ้นมาเหยียดตรงแล้กระดกปลายเท้าขึ้นลงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 02/04/2015 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ผมเริ่มเสื่อมเพราะใช้มานานแล้ว และ ยังอ้วนอีก ลดไม่ได้เพราะอยากกินทุกอย่าง
ทำไหงดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ตาเรน วันที่ : 02/04/2015 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน