• haggy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 538008
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
arthon_APE
News by Arthon Sittisarn
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/arthonprku
วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2558
Posted by haggy , ผู้อ่าน : 3748 , 14:59:43 น.  
หมวด : สัตว์เลี้ยง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน กำหนัน , ธรรมดาๆ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

รู้เพื่อช่วยชีวิต ... เมื่อหมาสู้กับงูเห่า

 

งูเห่าจัดเป็นงูพิษที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ปัญหาสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข ต่อสู้กับงูเห่า จนได้รับพิษและถึงแก่ความตายจึงเป็นปัญหาที่พบเสมอมา ดังนั้น หากผู้เลี้ยงทราบถึงข้อมูลต่างๆ และมีการจัดการกับสุนัขที่สงสัยว่าได้รับพิษที่ดีย่อมลดความรุนแรงจากการได้รับพิษและลดการสูญเสียลงได้

สัตวแพทย์หญิง ปัณฑิตา  สุขสมัย  โรงพยาบาลสัตว์มิตรสัมพันธ์  เผยว่า  งูเห่าเมื่อตกใจหรือต้องการขู่ศัตรู มักทำเสียงขู่ฟู่ๆ โดยพ่นลมออกจากทางรูจมูก และแผ่แผ่นหนังที่อยู่หลังบริเวณคอออกเป็นแผ่นด้านข้างเรียกว่า  "แม่เบี้ย"  หรือ  "พังพาน"  ซึ่งบริเวณแม่เบี้ยนี้จะมีลวดลายเป็นดอกดวงสีขาวหรือสีเหลืองนวลเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ  เช่น ที่พบบ่อยจะมีลายคล้ายดอกจัน หรืออาจพบลายคล้ายตัวอักษรวีหรืออักษรยูหรือวงกลม หรือไม่มีเลยก็ได้ งูเห่ามีสีหลากหลาย เช่น ดำ, น้ำตาล, เขียวอมเทา เหลืองหม่น รวมทั้งสีขาวปลอดทั้งตัว แต่ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสีดำหรือน้ำตาล

พิษของงูเห่าจัดเป็นพิษที่กระทบต่อระบบประสาท (neurotoxin) ซึ่งการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายทั้งหมดถูกควบคุมโดยระบบประสาท  ดังนั้นเราจึงพบอาการแสดงของสุนัขที่ได้รับพิษจากงูเห่าที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ตามปกติ ตัวสั่น ม่านตาขยาย หนังตาตก หายใจหอบและรุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจได้ในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากเกิดการอัมพาตของกระบังลม หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตในที่สุด อาการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษงูที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อพิษงูมีผลทำให้เกิดการหยุดหายใจ ตามปกติแล้วไม่ว่าคนหรือสัตว์เลี้ยงหยุดหายใจได้ไม่เกิน 2-5 นาทีก็ทำให้ถึงแก่ความตายได้ ดังนั้นสุนัขที่สงสัยว่าได้รับพิษจากงูเห่า จึงควรได้รับการรักษาที่ถูกวิธีโดยเร็วที่สุด

 

ขั้นตอนการรักษาเมื่อถึงมือสัตวแพทย์แล้ว จะมีการประเมินสัญญาณชีพต่างๆ เป็นระยะ มีการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้เซรุ่ม ประมาณการให้จะประเมินจากอาการมากน้อยขึ้นกับปริมาณพิษที่ได้รับ กรณีได้รับพิษไม่มากหรือแสดงอาการไม่รุนแรงอาจใช้เวลาในการรักษาไม่นาน พักฟื้นหลังอาการคงที่ไม่นาน ส่วนในตัวที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วย อาจมีการสอดท่อช่วยหายใจหรือมีการกระตุ้นการหายใจร่วมด้วยซึ่งกรณีบางตัวอาจต้องมีการช่วยหายใจนานหลายชั่วโมงก่อนฟื้นตัว

การรักษาอื่น ได้แก่ การให้ยาปฏิชีวนะคุมการติดเชื้อ ยาลดปวดลดอักเสบ และอาจมีการนัดตรวจบริเวณที่โดนกัดหรือให้เจ้าของสังเกตอาการเนื่องจากพิษจากงูเห่าอาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อและเนื้อตายตามมาได้ในสุนัขบางตัว บางตัวพบว่าพิษงูนอกจากจะทำให้บริเวณที่โดนพิษเป็นเนื้อตาย หากพิษงูเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ด้วย

โดยธรรมชาติ  สุนัขโดยสัญชาติญาณอาจมีพฤติกรรมซึ่งไปรบกวนงู และงูจะขู่สิ่งมีชีวิตที่เข้ามาใกล้มัน หรือรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เมื่อมีการต่อสู้กันสุนัขจะใช้วิธีการกัดสู้ โดยใช้ขาเหยียบและปากกัด ดังนั้นจุดที่มักโดนเขี้ยวพิษที่พบได้บ่อยคือ ปากและขา โดยไม่จำเป็นว่าปริมาณพิษจากงูตัวโตเต็มวัยที่จะเกิดอันตรายต่อสุนัขเท่านั้น ลูกงูตัวเล็กก็สามารถปล่อยพิษจนสุนัขถึงแก่ความตายได้ หลายครั้งเราสังเกตรอยเขี้ยวได้ยากอาจพบและรอยบวมหรือรอยเลือดซึมเพียงเล็กน้อย ประกอบกับสีเยื่อบุช่องปากสุนัขบางตัวมีสีคล้ำหรือออกดำ หรือหากโดนกัดบริเวณที่มีขนปกคลุมยิ่งทำให้สังเกตรอยเขี้ยวได้ยาก

หลายครั้งเจ้าของได้ประยุกต์วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามที่ได้เรียนรู้มาว่าคนถูกงูกัดให้ขันชะเนาะ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด การขันชะเนาะโดยการนำเชือกมารัดเหนือรอยกัดหรือระหว่างหัวใจ โดยคาดหวังว่าจะช่วยชะลอความเร็วในการที่พิษเคลื่อนเข้าสู่หัวใจ ในความเป็นจริง การขันชะเนาะอาจชะลอพิษได้จริงในช่วงที่มีการรัด แต่ผลที่ตามมาคือ อวัยวะส่วนปลายที่รัดไว้นั้นอาจมีภาวะขาดเลือด และเมื่อมีการคลายจุดที่รัดเลือดจะไหลกลับสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว พิษอาจยิ่งเคลื่อนเข้าสู่หัวใจเร็วยิ่งขึ้น

ดังนั้นการชะลอพิษที่เหมาะสม คือ  การใช้ผ้าแค่พันกระชับไม่ใช่การรัดจนเลือดไม่ไหลเวียน การพันกระชับเพื่อให้บริเวณที่ได้รับพิษมีการเคลื่อนไหวน้อย  ทำให้สุนัขสงบลดการกระตุ้นที่จะทำให้สุนัขตื่นเต้นอันจะทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดเร็ว จึงจะเป็นการชะลอการกระจายของพิษที่เหมาะสมกว่า แต่ด้วยตำแหน่งที่สุนัขมักโดนกัดคือ ที่ปาก อาจไม่สามารถพันกระชับในตำแหน่งที่โดนกัดหรือระหว่างจุดที่โดนกับหัวใจได้ ดังนั้นตามที่กล่าวมาแล้ว การเสียเวลาไปมากกับการหารอยเขี้ยวหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการพันกระชับบางกรณีอาจไม่ได้ช่วยชะลอการกระจายพิษ และอาจทำให้การรักษาเป็นไปได้ช้าและนำมาซึ่งความสูญเสียได้

ดังนั้น เมื่อสงสัยว่าสุนัขได้รับพิษงู เจ้าของสัตว์ควรรีบนำส่งสถานพยาบาลสัตว์ที่มีเซรุ่มแก้พิษงูโดยเร็ว  แม้สุนัขจะยังไม่แสดงอาการผิดปกติเนื่องจากหากเจ้าของรอจนมีอาการแล้วค่อยพาไปทำการตรวจรักษาอาจไม่ทันการ เพราะเมื่อได้รับพิษอาจแสดงอาการผิดปกติจนเข้าสู่ภาวะหายใจลำบากและหยุดหายใจอย่างรวดเร็ว ได้ตั้งแต่ 15 นาทีขึ้นไปจนถึง 8 ชั่วโมง หลายครั้ง แม้ว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความรู้ในเรื่องการดูแลหลังได้รับพิษว่าต้องรีบพามาในทันที แต่ด้วยระยะทางหรือปัจจัยอื่นๆ จึงยังพบบ่อยว่าสุนัขมักหายใจลำบากหรือหยุดหายใจระหว่างการเดินทาง

ส่วนในเรื่องการรักษา การได้รับเซรุ่มแก้พิษงูตั้งแต่สุนัขยังไม่แสดงอาการรุนแรงจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่าเมื่อสุนัขอาการเพียบหนักมาแล้ว คือ กรณีได้รับพิษปริมาณใกล้เคียงกัน หากพามาได้เร็ว สุนัขอาจแค่ให้น้ำเกลือผสมเซรุ่มใช้เวลาไม่นานอาการก็ดีขึ้น แต่หากพามาช้าจนถึงขั้นหยุดหายใจอาจต้องมีการกระตุ้นหายใจ สอดท่อช่วยหายใจ และใช้เวลาในการรักษาที่นานกว่า โอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่า

อีกปัจจัยซึ่งทำให้การรักษาไม่ประสบความสำเร็จคือ กรณีที่ไม่ทราบว่าสุนัขได้รับพิษหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะได้รับพิษ  ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจพาไปรักษา หรือไม่มั่นใจจนในที่สุดไม่ตัดสินใจให้สัตวแพทย์ให้เซรุ่มแก่สุนัข หรือเจ้าของเสียเวลาไปกับการหารอยเขี้ยวงู เพื่อประกอบการตัดสินใจพาสุนัขไปตรวจรักษาซึ่งอาจไม่ทันการ

หรือกรณีพบว่าโดนงูกัดไม่ทราบชนิดงูอาจถ่ายภาพหรือนำซากงูใส่ถุงพลาสติกไปให้สัตว์แพทย์ที่ทำการตัวรักษาดูด้วยก็ได้ ในกรณีไม่ได้รับพิษการได้รับเซรุ่มต้านพิษงูเข้าไปพบว่ามีอันตรายน้อยมาก  กรณีไม่ทราบชนิดงู สัตวแพทย์จะพิจารณาให้เซรุ่มในรูปแบบเซรุ่มงูรวม  ซึ่งพิษงูเห่าอยู่ในพิษงูรวมระบบประสาทด้วย ดังนั้นหากมีอาการแสดงของการได้รับพิษงูต่อระบบประสาทแล้วไม่สามารถยืนยันชนิดงูได้ อาจเลือกใช้ชนิดเซรุ่มรวมนี้ได้ 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
haggy from mobile วันที่ : 09/05/2015 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arthonprku

ขอบคุณค่ะ สำหรับคนใช้วิธีขันชะเนาะเบาๆได้ค่ะ อย่าแน่น และก็ขอให้หมาๆ ของทุกครอบครัวแข็งแรงปลอดภัยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กำหนัน วันที่ : 09/05/2015 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ ขอบคุณครับบ้านผมห่างจากรพ.สัตว์ 50 โลครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธรรมดาๆ วันที่ : 08/05/2015 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mt99

สุนัขที่บ้านผมกัดงูตายอยู่เรื่อย
ส่วนใหญ่เป็นงูตัวเล็กๆ น่ะครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องนี้นะครับ
(เผื่อเจ้าตูบที่บ้านจะเจอดีเข้าวันไหนก็ไม่รู้ 555)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 08/05/2015 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กรณีคน ใช้วิธีขันชะเนาะ ได้ใช่ไหมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน