*/
  • อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 237
  • จำนวนผู้ชม : 526325
  • จำนวนผู้โหวต : 124
  • ส่ง msg :
  • โหวต 124 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 27 ธันวาคม 2561
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 623 , 12:47:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

ถ้าลุงตู่ไม่เบี่ยงเบนประเด็นไปที่แรงจูงใจของหม่อมอุ๋ย อดีตรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ไม่ต้องการให้ลุงตู่กลับมา แล้วนำทั้ง 8 ข้อมาพิเคราะห์ทบทวน น่าจะพบเมล็ดความจริงไม่น้อย

เช่น ประเด็น “วินัยทางการคลัง” ที่รัฐบาลลุงตู่มีการผูกพันงบประมาณในมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ยาวไปถึง 5 ปีโดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงคมนาคมและกลาโหม ในขณะที่การคลังวันนี้อยู่ในสภาวะขาดดุลต่อเนื่องมานับสิบปี ถือว่าอันตรายเสมือนเป็นการวางระเบิดเวลาลูกโตที่มีอนุภาพร้ายแรงทีเดียว

 

หรือความไม่โปร่งใสจากการกระทำแอบแฝงร่วมกับเพื่อนรุ่น 6-7 คนของลุงตู่ตั้ง “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ” โดยหม่อมอุ๋ยมองว่าทั้งน่าเกลียดและน่ากลัว เพราะหากสำเร็จจากการมี “insider” (ยุครัฐบาลเชาวลิตเคยส่งคนเข้าไปแทรกแซงแบงก์ชาติปีต้มยำกุ้งเพียงอาทิตย์เดียวจนทำให้ฉิบหายกันมาทีแล้ว) จะส่งผลให้วิสาหกิจและกิจการของบริษัทพลังงานต่างๆหลายแห่งถึงขั้นวิกฤตได้ เสถียรภาพการคลังจะถูกกระทบแรง

 

มาดูในส่วนของการต่างประเทศบ้าง เรื่องนี้เป็นการเมืองระหว่างประเทศที่ทหารควรเป็นฝ่ายตามดูมากกว่าเป็นผู้กำหนด หม่อมอุ๋ยมองว่ารัฐบาลลุงตู่ที่ผ่านมา 4 ปีขาดกลยุทธ์การถ่วงดุลอำนาจกับมหามิตรที่พอเหมาะพอดี (และอาจเกินพอเพียง) การเอาใจจีนจนเกินงามถึงขั้นมองข้ามสหรัฐอเมริกา EU และญี่ปุ่น อย่างที่ไทยไม่เคยเอียงถึงขนาดนี้มาก่อนไม่มีผลดี

 

ลุงตู่ต้องแยกแยะให้ขาดระหว่างอดีตของจีน(ยากจนเสื่อผืนหมอนใบ)ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร กับ จีนนักธุรกิจวันนี้ที่ต้องการขยายโอกาสครอบงำเศรษฐกิจการค้า (Trading)  ต่างกันมาก การรับมือแบบขาดยุทธศาสตร์เชิงรุกโดยสิ้นเชิงจะทำให้ลูกหลานไทยทั้งชาติลำบาก ควรศึกษาจีนกับประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกเอาเปรียบอย่างไม่มีทางเลือกอาจช่วยได้ เพราะไทยยังมีศักยภาพที่พอจะต่อรองกับจีนได้  

 

หรือแม้กระทั่งเรื่องที่จับต้องไม่ได้ (intangible) อย่างทัศนคติทางการเมืองของลุงตู่ก็เป็นจุดอ่อนที่หม่อมอุ๋ยพูดถึง นัยว่าถ้าให้รัฐบาลภายใต้ คสช. ปลูกฝังค่านิยมย้อนยุคว่า “ทหารคือฝ่ายปกครอง พลเรือนคือผู้ถูกปกครอง” อย่างนี้ต่อไป บ้านเมืองอาจถอยหลังกลับไปสู่ระบบอุปถัมภ์ที่มี "ระบบประกันสังคมยุคทาส"  ได้  

 

คิดแล้วก็น่าห่วงว่าทุกวันนี้คนไทยกว่าครึ่งอาจชื่นชอบยอมรับสภาพ เสมือนทาสที่ปฏิเสธการถูกปลดปล่อยจนถอนตัวไม่ขึ้นไปแล้วหรือเปล่า เพราะติดนิสัยไม่ขวนขวาย ยังไงก็มีกินในเรือนเบี้ย หลังจากลุงตู่พูดซ้ำซากเป็นแผ่นเสียงตกร่องตลอดสามปีแรกระหว่างสัญญาว่า "อีกไม่นาน" ว่า "อยากจะกลับไปอยู่กับพวกนักการเมืองที่มันทำให้บ้านเมืองวุนวายกันอีกหรือ?!"

 

ก็เพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ที่อาจสายไปแล้วสำหรับรัฐบาลวันนี้ แต่ในแง่ที่หาก คสช. คิดว่าจะได้กลับมาหลังเลือกตั้งก็ไม่สายที่จะเก็บไปแก้ไข มิใช่อะไรๆก็มองเป็นเรื่องส่วนตัวไปหมด จะฟังเฉพาะที่อยากฟัง หรือจากคนที่ต้องการจะฟัง

การเมืองไทยวันนี้เปลี่ยนโฉมจากครั้งที่ลุงตู่ใช้ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยึดอำนาจไปมากแล้ว ต่อให้วันนี้ลุงตู่ออกคำสั่งให้ตัวเองมี ม. 44 ต่ออีก 20 ปีก็ช่วยอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะในมิติของการรักษาความสงบเรียบร้อย  หรือในมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในบ้านเมือง เผลอๆจะทำให้เกิดปัญหาปากท้องจากการวางนโยบายที่ผิดพลาดเสียเอง

 

4 ปีที่ผ่านมาน่าจะบอกได้ว่าทำไมสไตล์ของ คสช. ที่อุตส่าห์เอาจุดบกพร่องของยุคสฤษดิ์ ถนอม สุจินดา สนธิ บุญฯ มาแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว จึงไม่เป็นอย่างที่ใจคิด ลุงตู่ถึงกับเคยปรารภแบบละเมอว่า "ยิ่งอยู่ยาวยิ่งมีปัญหาเพิ่ม"  ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะเห็นใจหรือพลอยกลุ้มใจไปด้วย


เห็นทีลุงตู่คงต้องกลับไปนอนคิดเพื่อปรับ "ลุ๊ค" ไม่ต้องไปสนว่าหม่อมอุ๋ยพูดอะไรก็ได้ ขอเพียงให้ใช้สัมมาทิฏฐิ

ปลีกวิเวกอยู่กับบ้านปิดประตูขังตัวเองสักวัน ทบทวนว่าที่ผ่านมา ทหารซึ่งปกติมีหน้าที่รักษาความมั่นคงภายนอกอย่างตนทำอะไรผิดพลาดในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไปบ้าง อย่าหลงย้ำคิดว่าบ้านเมืองขาดตัวเองไม่ได้เป็นอันขาด บางทีลุงตู่อาจฟลุ๊กมีดวงตาข้างใดข้างหนึ่งเห็นธรรม ได้แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญอักโขของคนไทยทั้งชาติแล้ว

แต่ถ้าตาสว่างเห็นธรรมทั้งสองข้าง เมืองไทยมีสิทธิเป็นมหาอำนาจในอาเซียนได้โดยไม่ต้องพึ่งยุทธศาสตร์ 20 ปี (ที่รังแต่จะทำให้สภาพัฒน์ฯหงุดหวิด เพราะสับสนกับการที่จะต้องปรับแผนพัฒนาทุก 5 ปี) อาเมน!



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อารยา วันที่ : 28/12/2018 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

มี 2 เหตุที่หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เขียนบทความต่อต้าน คสช. ฉลองคริสมาส

1. เพื่อลดความได้เปรียบผ่านการหาเสียงล่วงหน้าของฝ่ายพลเอก ประยุทธ์ ก่อนหน้าที่จะมีการปลดล็อกทางการเมืองหลายเดือน ถือเป็นการกระทำที่น่าละอาย ไม่เป็นธรรม

2. เพื่อแสดงเหตุผล 8 ประการว่าทำไมพลเอก ประยุทธ์ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

เหตุแรกสรุปได้ 4 ประการ
1.1 ระยะแรกใช้อำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ห้ามพรรคการเมืองอื่นหาเสียงกับประชาชน แต่ใช้การประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นที่แฝงตัวในการหาเสียงทั่วประเทศ
1.2 อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างคะแนนนิยมทุกท้องถิ่นที่คณะรัฐมนตรีออกไปประชุม ใช้งบประมาณแผ่นดินในการสร้างคะแนนนิยมให้แก่ตนเองและพรรคการเมืองฝ่ายตน
1.3 เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีในสังกัดที่เป็นผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่แฝงตัวในการหาเสียง
1.4 ปฏิเสธว่าเงินที่ใช้ไปในการหาเสียงผ่านโครงการประชานิยมต่างๆ ไม่ใช่เงินของประชาชน

เหตุที่สองเพราะที่ผ่านมารัฐบาลบกพร่องใน 8 เรื่อง (ดูรูปข้างล่าง) รายละเอียดมีมาก โปรดดู https://www.posttoday.com/politic/news/574858 สรุปสั้นที่สุดดังนี้
2.1 วินัยทางการคลัง
2.2 ความโปร่งใส
2.3 นโยบายต่างประเทศ
2.4 ทัศนคติทางการเมืองการปกครอง
2.5 ใช้ตัวแทนกลุ่มธุรกิจเข้าไปแทรกแซงองค์กรรัฐ
2.6 ภาวะผู้นำที่ขาดการตัดสินใจเพราะกลัวเสียคะแนแนนิยม
2.7 ภาพลักษณ์ผู้นำอาเซียนปี 2562
2.8 วุฒิภาวะทางอารมณ์

ถ้าพลเอกประยุทธ์ได้อ่าน "ปฏิญญา 8 ประการ" ของหม่อมอุ๋ยอย่างมีสมาธิก็จะสามารถชี้แจงได้ ข้อใดที่เห็นว่าเป็นการใส่ร้ายจะได้เคลียร์ให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการเข้าถึงข้อเท็จจริง แทนที่จะย้อนถามว่า “ต้องการอะไร?” และไม่ต้องให้โฆษกประจำสำนักนายกฯออกมาเจื้อยแจ้วพลความเดิมๆที่ขาดน้ำหนัก ไม่ตรงประเด็นหลักที่หม่อมอุ๋ยถามว่ามี “หิริ โอตัปปะ” หรือเปล่า?

พลเอกประวิตร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงก็คงยังไม่ได้อ่านบทความนี้อย่างละเอียดเช่นกัน จึงถือวิสาสะตัดบทว่า “ไปถามตัวมันดูสิ"!

อนิจจา ประเทศไทย!
(https://www.facebook.com/thiravetp/posts/2904301232976525)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน