*/
  • อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 269
  • จำนวนผู้ชม : 574865
  • จำนวนผู้โหวต : 126
  • ส่ง msg :
  • โหวต 126 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม 2562
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 514 , 10:42:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

พรรคการเมืองที่จะไม่ได้อานิสงส์หลังยุบพรรคไทยรักชาติ (ทษช.) คือ พลังประชารัฐ กับ “ประชาธิปัตย์” โดยมี "อนาคตใหม่" กับ เพื่อไทย” ที่จะแบ่งๆกันไป  สถานการณ์เช่นนี้จะพัฒนาไปสู่การเกิด “สามก๊ก” ในโค้งสุดท้าย ย้ำในโค้งสุดท้ายหรือไม่ช้าไปกว่าวันที่ 18 มี.ค. 2562

เริ่มจากก๊กแรก  "ประชาธิปัตย์" ที่กำลังยืนระยะห่างออกมาจาก พปชร. ที่หากลุงตู่ไม่เปลี่ยนใจกลับมาหาเสียงย่อมจะ "ขาลง" ในขณะที่มีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากเมื่อสามวันก่อน อภิสิทธิ์ลั่นว่าไม่เอาด้วยกับพรรคที่เคย “บกพร่องโดยสุจริต” ตรงนี้ได้มากกว่าเสีย 

ทำให้มีคะแนนตีตื้นขึ้น

 

ก๊กที่สองคือ "เพื่อไทย" ยังคงรักษายุทธศาสตร์แตกแบ๊งพันอย่างไม่เสียรูปขบวน แม้จะเสีย ทษช. ไปเมื่อสองวันก่อน (7 มี.ค. 62) ก็ไม่กระทบมาก ยังมีเวลาเย่อส่วนแบ่งนี้กับ "อนาคตใหม่" ไปจนถึงวันเลือกตั้ง

ก๊กที่สาม ต้องบอมรับว่าประชากร 7-8 ล้านที่อยู่ในกลุ่มอายุ 18-25 เป็น "ส้มหล่น" ที่เป็นต้นทุนในเชิงปริมาณพอที่จะทำให้พรรคอนาคตใหม่กลายเป็นพรรคแนวหน้ามาตั้งแต่สิ้นปีที่สามารถได้ยอดสมาชิกห่างจากพรรค พปชร. ถึง 10 เท่า (4 หมื่น vs 4 พัน) แม้ว่าจดทะเบียนพร้อมกันเมื่อมีนาคม 2561 (กว่า 2 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ตัดสินใจเลือกของสองพรรคนี้น่าจะยิ่งทิ้งห่างจนมิอาจประมาณได้)

เชื่อว่าคะแนนเสียงเลือกตั้งของพรรคทั้ง 3 ก๊กนี้จะไล่เรียงตามกันมา แต่จะเป็นสามก๊กที่ยินดีมาอยู่คนละฝั่งกับพรรคนอมินีของ คสช. และพร้อมจะต่อต้าน "ปาฏิหาริย์" เมื่อสภาเปิดในปลายเดือนพฤษภาคม 62 นั่นคืออาจมีการใช้กรรมการชี้เป็นชี้ตายให้บางพรรคได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยมองข้ามพรรคที่มีจำนวน ส.ส. มากเป็นที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 เพื่อจะได้ล่อให้พรรคตัวแปรจำนวนหนึ่งทั้งนอกและในขั้วของแต่ละก๊กเข้าไปร่วมจนเข้าเกณฑ์ 126 ส.ส. + 250 ส.ว. หรือ 376 ส.ส. ล้วนๆ และทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้ทันที (มีเวลาให้ล๊อบบี้เหลือเฟือตั้งแต่คืนวันที่ 24 มีนาคมที่พอจะรู้ผลคะแนนเสียงว่าพรรคใดได้ ส.ส. กี่ที่นั่ง ยาวไปถึงวันเปิดสภาที่กฎหมายเขียนเปิดทางไว้เป็นเดือน)

ถ้า"ปาฏิหาริย์" มีจริง (เพลงโปรดของลุงตู่) มิใช่เพียงรัฐบาลที่เกิดขึ้นที่จะอยู่ไม่เป็นสุข บ้านเมืองจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

แต่หากไม่มีปาฏิหาริย์ ทั้งสามก๊กที่แม้จะมีความแตกต่างกันในหลายส่วน ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องทะเลาะกันในสภากันจนสะเด็ดน้ำ  จนกว่าจะยอมกันได้ว่าจะเอาใครนั่งหัวโต๊ะของฝ่ายบริหาร

 

ตัวแปรที่จะทำให้ตกลงกันได้ อยู่ที่พรรคเล็กพรรคน้อยข้างบนนี้ ก๊กใดเอาอยู่ก็ได้เป็นแกนนำรัฐบาลไป ไม่ว่ากัน

อย่างไรก็ตาม แม้คนรักลุงตู่ส่วนหนึ่งมีใจให้เกิดปาฏิหาริย์ เพราะดูเหมือน "ความสงบ" ยังพอขายได้ แต่ในความเป็นจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การขึ้นสู่อำนาจครั้งใหม่ของลุงตู่จะต้องเปลี่ยน "ลุ๊ค" มโหฬาร ทั้งในความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง ไม่ทิ้งปัญหาไว้ใต้พรมจนเน่าเหมือนในอดีตที่กำลังจะผ่านไป และที่สำคัญคือความมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้

สองมิตินี้ (ภาวะผู้นำ กับ ธรรมาภิบาล) ถ้าลุงตู่ทำได้ก็จะมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปตลอด 4 ปีได้ นั่นพอเพียงทีเดียวที่จะสยบเหล่าทายาทอสูรในกำกับของตัวพ่อตัวแม่ที่โพ้นทะเลได้ หาไม่แล้ว รัฐบาลที่มาจากปาฏิหาริย์ก็จะจากไปอย่างผิดธรรมชาติ คือมาทางไหนก็ไปทางนั้น

อย่าลืมว่าหลังเลือกตั้งแล้ว ลุงตู่หมดสิทธิ์ติดอาวุธที่มากับธรรมนูญปกครองชั่วคราว เพราะมีรัฐธรรมนูญถาวรแล้ว

จากนี้ไป รัฐบาลที่เข้ามาตามตรอก ย่อมพอใจกับการเดินออกตรงประตู เมื่อต้องออกตามเงื่อนไขและกลไกของระบบรัฐสภา เช่น ยุบสภาเมื่อเห็นว่าทั้งพรคและพวกในสภาไม่ไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไป พูดง่ายๆคือรู้แพ้รู้ชนะ และเชื่อมั่นในการตัดสินของประชาชน เอาระบบเป็นตัวตั้งมากกว่ายึดตัวบุคคล แต่ไม่ใช่ต้องไปเพราะกลไกนอกระบบ เช่นเอา "ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี" ที่ สนช. ตีตราให้เป็นกฎหมายปี 2559 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดัน โดยอ้างคาถาเดิมๆว่ามีนโยบายที่กระทบต่อความมั่นคง สงบสุข บลา บลา บลา 

เพราะจริงๆแล้ว วันนี้ประเทศไทยเดินทางมาไกลแล้ว ประชาชนไม่ได้เป็นอุปสรรคของการพัฒนาชาติในระบอบประชาธิปไตย ปัญหามาจากอำนาจขาดธรรมภิบาลที่มาจากนักการเมืองในระบบเก่า  


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน