*/
  • อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 294
  • จำนวนผู้ชม : 591702
  • จำนวนผู้โหวต : 128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 128 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2563
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 406 , 13:07:14 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อวาน (10 มี.ค. 63) “ธรรมนัส” รมช. เกษตร ปลด  พิตตินันท์ รักเอียด ออกจากตำแหน่ง “ผู้ติดตามรัฐมนตรี”   หลังแหม่มแฉว่ามีคนในรัฐบาลถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย  แต่ในขณะเดียวกันมีสัญญาณผ่าน “สิระ” จากในพรรคพลังประชารัฐที่ขอให้ “ธรรมนัส” ลาออกจาก ครม.   

ส่วน “บอย” ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ทีมงานของพิตตินันท์กำลังถูกตรวจสอบจากตำรวจว่าจะตั้งข้อหาอะไรดี ระหว่าง นำข้อมูลเป็นเท็จว่าตน มีหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น กักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อส่งออก 
 
แต่ “บอย” ยังไงก็ไปไม่รอดเนื่องจากทาง “อาลีบาบากรุ๊ป ประเทศไทย” จะดำเนินการทางกฏหมายที่ไปอ้างว่าเขาเป็นตัวแทนของจีนที่จะรับซื้อโดยที่ไม่เป็นความจริง  

ในภาพรวม น่าห่วงว่านอกจากเศรษฐกิจที่บัดนี้เงยหัวไม่ขึ้นแล้ว วิกฤต โควิด-19 ที่กำลังถูกซ้ำเติมจากขบวนการหากินบนความเป็นความตายของประชาชนอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปและกฏหมายบ้านเมือง

ในขณะที่รัฐบาลเองก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายจนทำเรื่องง่ายเป็นยากไปเสียหมด เช่น ถ้าใช้บริการไปรษณีย์ส่งหน้ากากอนามัยถึงทุกคนในทุกบ้านทั่วไทย  หลังจากทราบข่าวจากอู่ฮั่นว่ามีคนเสียชีวิตรายแรกเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 ป่านนี้ก็น่าจะเรียบร้อยไปตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ไม่ต้องมะงุมมะงาหรากับปัญหามาจนถึงวันนี้ ขนาดหมอ พยาบาลในโรงพยาบาลยังบ่นกันพึมว่ามีหน้ากากอนามัยไม่พอใช้

และมีแนวโน้มว่าจะมีราคาแพงจากการกักตุน

ที่เห็นนายกฯมีบทบาทอย่างเป็นชิ้นเป็นอันคือการออกไปเยี่ยมสถาบันบำราศนราดูร 2 ครั้ง

ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมกราคม 63 ทันทีที่ตกใจว่าญี่ปุ่น สหรัฐ เกาหลี ประเทศไม้เบื่อไม้เมาทางการเมืองกับจีนแท้ๆยังไม่มีปัญหาขนคนของเขากลับประเทศ 

พลเอกประยุทธ์ไปสถาบันบำราศนราดูรครั้งที่สองเมื่อวาน (10/03/2563) หลัง "แหม่มโพดำ" ออกมาเปิดโปงกรณีมีการกักตุนหน้ากากอนามัยที่การพาดพิงถึงคนในรัฐบาลว่ามีเอี่ยวเพียงวันเดียว 

การไปเยี่ยมศูนย์การบำบัดโควิด-19 ของผู้นำไทยทั้งสองครั้งจึงไม่มีความหมายมากไปกว่าสร้างภาพ หลังมีเหตุที่รัฐบาลตกเป็นจำเลยการควบคุมวิกฤตโควิด-19 ทั้ง 2 ครั้ง

เมื่อเทียบกับภาวะผู้นำของนายสีจิ้นผิงในสถานการณ์เดียวกัน ข้อสังเกตข้างบนไม่เกินความจริง เพราะเมื่อนายสีไปเยี่ยมสถานพยาบาลที่เมืองอู่ฮั่น(เมื่อวานเช่นกัน)อย่างไม่มีการแจ้งล่วงหน้านั้น เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พบการเชื้อ “coronavirus” ของคนไข้ที่เมืองนี้รายแรกเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 (เสียชีวิตใน 2 วันถัดมา)

และเป็นครั้งแรกด้วยที่นายสีแน่ใจว่า “เอาอยู่” กับโควิด-19 หลังจากแน่ใจว่า อัตราผู้ติดเชื้อทั้งประเทศต่อวันลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

นายสีจึงมาเมืองอู่ฮั่นเพื่อส่งสัญญาณให้คนจีนทั่วประเทศทราบว่ารัฐบาลขอบคุณทุกคนที่ช่วยรัฐบาล และประชาชนก็คงดีใจและขอบคุณรัฐบาลเช่นกันที่กรุณาทุ่มเทสรรพกำลังและทรัพยากรเพื่อเอาชนะการระบาดของโรคร้าย

และโลกก็คงยินด้วยที่เห็นว่า แม้จีนจะเป็นต้นตอของโรคระบาดร้ายแรง แต่จีนก็พยายามแสดงความรับผิดชอบด้วยการปราบหายนะนี้ลงได้สำเร็จเป็นประเทศแรกอย่างน่าชมเชย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน