*/
  • อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 294
  • จำนวนผู้ชม : 591689
  • จำนวนผู้โหวต : 128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 128 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2563
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 525 , 03:25:24 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระหว่างไปสำรวจที่โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย (ปากเกร็ด) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 ให้สัมภาษณ์ว่า “สต๊อกปัจจุบันที่มีอยู่นั้นประมาณ 200 ล้านชิ้น…สามารถสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ 4-5 เดือนถ้าไม่มีการผลิตเพิ่ม (จากปกติเดือนละ 30 ล้านชิ้น)” และโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 10 แห่งยังมีกำลังผลิตเพิ่มได้อีกจากเดือนละ 30 ชิ้นเป็น 40 ล้านชิ้น (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/864334?fbclid=IwAR1RaRQgRgtoKx-SXdCDhZ_bzNduNeHqs1IMrh8jpO1AWnF6kOyztaceJ1Q)

นี่ต้องกล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามกาลเทศะปกติ ณ ขณะนั้นที่ไม่มีเหตุผลหรือประโยชน์อันใดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องพูดโกหก

แต่จากวันนั้นต่อมาจนตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 63 กลับมีความขาดแคลนหน้ากากอนามัยเกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ

ถึงขนาดแพทย์ พยาบาลในโรงพยาบาลทั่วประเทศต่างเดือดร้อนอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ไม่ต้องพูดถึงประชาชนที่ต้องจ่ายแพงกันขนาดไหนกว่าจะได้มาแต่ละชิ้น 

แต่ก็ให้เผอิญมีการแฉหลักฐานผ่านสื่อโซเชียลของผู้ใช้นามว่า “แหม่มโพธิ์ดำ” เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 63


ว่ามีทีมงานของผู้ติดตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ (“มันคือแป้ง”) โพสต์ผ่านเพจของตัวเองว่า ตนมีหน้ากากอนามัยอยู่ในสต๊อก 200 ล้านชิ้น พร้อมส่งออก ขอให้ทักมา อย่าให้ต่ำกว่า 1 ล้านชิ้นในแต่ละล็อต

สังคมจึงเริ่มถึงบางอ้อว่ามันน่าจะมีการกักตุนหน้ากากอนามัยจริง แต่งงนิดๆว่าทำไมไปเกี่ยวกับกระทรวงเกษตรอย่างค่อนข้างแปลกๆ? แต่แล้วก็มีคำปฏิเสธจากรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯสวนมาว่า ตนไม่รู้เรื่องใดๆ แต่ยอมรับว่าผู้ติดตามของตนรู้จักกับเจ้าของโพสต์ ("บอย") ที่บอกว่ามีสต๊อกหน้ากากอนามัย 200 ชิ้น

ตามมาด้วยดราม่าทางฝั่งเชียร์รัฐบาลที่กลับขอให้กระชากหน้ากาก “แหม่มโพธิ์ดำ”

ส่วนชาวบ้านธรรมดาอย่างเราท่านก็อยากรู้ว่าใครเป็นตัวมารตัวร้ายที่หากินบนความเป็นความตายของคนทั้งประเทศอย่างสุดอำมหิตนั้น

ล่าสุดเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา มีอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแจ้งความดำเนินคดี “แหม่มโพธิ์ดำ” ! 

แต่กลับไม่พบว่านายกรัฐมนตรีประยุทธ์มีความเคลื่อนไหวในส่วนที่ควรได้สั่งให้ตรวจสอบว่าปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยเกี่ยวข้องกับมีทุจริต ในรัฐบาลตามที่มีการเปิดเผยหลักฐานหรือไม่ อย่างไร ท่านจึงไม่ได้ทำความจริงให้ปรากฏว่าจำนวนหน้ากากอนามัยสต๊อก 200 ล้านชิ้นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อ้างเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 กับในจำนวนเดียวกันที่ถูกพลเมืองดีเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ว่ากำลังจะถูกส่งออก เกี่ยวข้องกันในฐานะเป็นมูลเหตุที่ทำให้เกิดความขาดแคลนหน้ากากอนามัยในช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา หรือไม่?

เสียงวิจารณ์จึงยิ่งหนาหูทั่วแผ่นดิน ท่ามกลางปัญหามาตรการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาลที่เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน โลเล เช่น กรณีสถานที่กักตัว “ผีน้อย” หรือความขัดแย้งถึงขั้นฟ้องร้องกันระหว่างอธิบดีกรมการค้าภายในกับโฆษกกรมศุลกากร เมื่อพบว่ามีการส่งออก 330 ตันของสินค้าที่ยังคลุมเคลือว่ามีส่วนที่เป็นหน้ากากเท่าไร หรือยังมีการลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัยจริงตามหลักฐานที่ถูกเปิดเผยหลังรัฐบาลประกาศควบคุมสินค้าบางประเภทที่รวมทั้งหน้ากากอนามัยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 63 

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ได้ส่อให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาล

นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อต้นเดือนมกราคม 63   

จนกระทั่งวันที่ 13 มีนาคม 2563 มี “สารจากนายกรัฐมนตรีถึงสถานการณ์การระบาด COVID-19” ข้อใหญ่ใจความกลายเป็นการรำพันตำหนิประชาชนพร้อมขอร้องเชิงห้ามปรามให้ยุติกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น

ไม่มีสาระของความน่าจะเป็น เช่น การแสดงแนวทาง วิสัยทัศน์ หรือให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ารัฐบาลได้ปรับยุทธศาสตร์ ให้องคาพยพภาครัฐที่เกี่ยวข้องสามารถประสานหรือปฏิบัติการไปสู่เป้าหมายอย่างมีบูรณาการอย่างไรหากโรคร้ายยกระดับการระบาดไปไกลกว่านี้ใน 1 เดือน 3 เดือน หรือ 6 เดือนข้างหน้า

ความพยายามกลบเกลื่อนปัญหาด้วยลีลาผลักความผิดไปให้เป็นของประชาชนแบบเดิมๆของนายกรัฐมนตรีน่าจะใช้ไม่ได้ผลจากพฤติการณ์บริหารจัดการกับวิกฤตระดับโลกที่เหมือนคนเมา ไร้ประสิทธิภาพ ซ้ำซากของรัฐบาลที่เกินกว่าประชาชนจะรับได้ 

ในขณะที่ความอดทนของประชาชนก็มีขีดจำกัด เพราะเป็นคน และมีสมองที่จะคิดได้ว่าอะไรดี อะไรเลว


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน