*/
  • อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 303
  • จำนวนผู้ชม : 596463
  • จำนวนผู้โหวต : 128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 128 คน
<< ตุลาคม 2020 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2563
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 158 , 04:24:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทั้งนายกฯอานันท์ และนายกฯประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 2 ครั้ง

การเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลครั้งแรกของนายกฯอานันท์มาจากการได้เทียบเชิญจากคณะ รสช. ที่ทำการยึดอำนาจเสร็จเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 แล้วสัญญาว่าเสร็จแล้วเสร็จเลย ไม่ยุ่งกับอำนาจบริหาร สุดท้ายผิดสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2535 อ้างขอ "เสียสัตย์เพื่อชาติ" ซึ่งประชาชนไม่ยินยอม

ส่วนนายกฯประยุทธ์หลังยึดอำนาจได้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก็สถาปนาตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วสัญญาว่า "ขอเวลาอีกไม่นาน" เพื่อปฏิรูปประเทศ แต่สุดท้ายก็ยื้อไปได้เรื่อยๆด้วยกโลบายนานารวมทั้งการเลือกตั้งปี 2562 ที่ใช้ฟอกตัว กลายเป็นวิบากรรมนำพา "ม๊อบเด็กคณะราษฎร" มาเขย่าเก้าอี้ให้พ้นไปจากผู้นำรัฐบาลนัลแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา  

วาระที่สองของนายกฯอานันท์ (10 มิถุนายน 2535-23 กันยายน 2535) เกิดขึ้นหลังพรรคนอมินี ("สามัคคีธรรม") ของ รสช. ชนะการเลือกตั้ง (23 มีนาคม 2535) ก่อนนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ (17-20 พ.ค. 35) คสช. ก็มีพรรคนอมินี ("พลังประชารัฐ") เช่นกัน หลัง (ไม่)ชนะการเลือกตั้ง (24 มีนาคม 2562) ได้สร้าง ปัญหาความชอบธรรมเหมือนกัน และต้องพบกับการชุมนุมประท้วงต่อต้านที่ถือว่ารุนแรงพอกัน

ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลอานันท์/2 นายกฯอานันท์มีภารกิจแก้วิกฤตของชาติภายในเวลาที่ต้องใช้เวลาสั้นมาก คือ 1. ประกาศยุบสภาทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมาด้วยการกำหนดวาระลาออกของตัวเองว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกันยายน 2535 2. เตรียมการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2534 ที่ “ไม่ห้าม”คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีเป็น “ห้าม” (เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2517) 3. กำหนดแนวทางร่าง “รัฐธรรมนูญของประชาชน” อันเป็นแนวคิดตั้ง สสร. 100% (ก่อนสำเร็จเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในปี 2540)

ส่วนนายกฯประยุทธ์มีแผนผูกขาดอำนาจตั้งแต่ตั้งแต่ยึดอำนาจได้ในปี 2557 การไม่พยายามสนองตอบสัญญาปฏิรูปประเทศตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงภาวะ "ขาลง" ที่ประชาชนเสื่อมศรัทธาอย่าง "ต่อเนื่อง และทรุดหนักหลังมีรัฐบาลประยุทธ์/2 ในปี 2562

ต่อให้ไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 สังคมไทยทั้งระบบมีความเครียดที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำทั้งในมิติการเมืองและเศรษฐกิจที่สะสมและซ่อนอยู่รอวันระเบิดมานานมาก โควิดจึงเป็นเพียงปัจจัยเร่งให้มวลชนออกมาหาทาง "ปลกแอก" ซึ่งประกอบด้วยคนใน GENs ต่อไปนี้

1. GEN Y ปีนี้ 2563 อายุ 25-38 เคยฝังใจกับเหตุการณ์ยึดอำนาจครั้งที่น่าสะพึงกลัวที่สุดตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และคนวัยนี้กำลัง “ตกงาน” ในสัดส่วนที่สูงกว่าคนวัยทำงานในเจนอื่น ผลกระทบนี้รุนแรงกว่าวิกฤตปี 2540

2. GEN Z ปีนี้ 2563 อายุ 11-24 แม้ไม่มีใครในเจนนี้เกิดทันเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ (2535) ส่วนใหญ่ก็ไม่ปลอดจากการรับรู้ถึงเหตุการณ์ “ยึดอำนาจ” ในปี 2549 แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับคนเจนนี้มีพ่อแม่ (GEN X ปีนี้อายุ 39-55) ที่ถ่ายทอดประสบการณ์คนเคยรวยในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง และต้องดิ้นรนกว่าวันนี้จะเป็นคนเคยจน

เด็ก GEN Z ไม่น้อยในระดับมัธยมที่ต้องขออนุญาตพ่อแม่มาร่วมชุมนุม และที่อนุญาตเพราะเห็นว่าการกดดันรัฐบาลประยุทธ์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติทางการเมืองที่ส่งผลถึงมิติเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นนอนาคตซึ่งลูกๆจะได้อานิสงส์เมื่อเรียนจบอล้วจะได้มีงานมีการทำ  

สรุป ในขณะที่การกลับมาของนายกฯในรัฐบาลอานันท์/2 เป็นภารกิจ "กู้ชาติ" บนกองปรักหักพังมีความจำเป็นต้องใช้ทั้งสมองและหัวใจในการวางยุทธศาสตร์นำบ้านเมืองกลับสู่สันติสุขอย่างประณีต ลึกซึ้ง กล้าหาญ เด็ดขาด ทำเรื่องยากให้ง่าย ไม่บังคับใช้กฏหมายพิเศษอะไรทั้งสิ้น รับผิดชอบโดยไม่ตั้งคณะกรรมการปรองดองอะไรขึ้นมาศึกษาให้เสียเวลาและป่วยการเปล่า 

นายกฯประยุทธ์วันนี้ออกอาการยื้อด้วยการดำริตั้งคณะกรรมการปรองดองที่ไม่มีอะไรใหม่ไปจากอดีตที่เคยมี "รายงานปรองดอง/สมานฉันท์" มาหลายฉบับ อาทิ ฉบับชัย ชิดชอบ ฉบับดิเรก ถึงฝั่ง ฯลฯ 

ล่าสุดคณะกรรมการปรองดองฯที่มี ดร. คณิต ณ นคร เป็นประธานตั้งขึ้น ในรัฐบาลอภิสิทธิ์หลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 จากนั้นได้ส่งรายงานการศึกษาให้รัฐบาลต่อมาพิจารณา (อภิสิทธิ์วางมือโดยประกาศยุบสภาในเดือนพฤษภาคมปี 2554) แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ นายกฯคนต่อมาก็หาได้นำพาไม่     

ซึ่งคงไม่แปลก หากประยุทธ์จะไม่ใช่ข้อยกเว้น

(ล่าสุดปลายกรกฎาคม 2563 สั่ง "วิชา มหาคุณ" เป็นประธานคณะกรรมการพิเคราะห์ความไม่ปกติกรณีสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา" ที่ฉาวไปทั่วโลกเพื่อใช้เป็นต้นแบบปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำระหว่างตำรวจกับอัยการ สุดท้ายเหลว เมื่อรายงานผลการศึกษาวิจัยสมบูรณ์ส่งถึงมือประยุทธ์เมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2563 อ้างว่าจะกระทบกระเทือนองค์กรที่เกี่ยวข้อง!)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน