*/
  • อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 309
  • จำนวนผู้ชม : 601038
  • จำนวนผู้โหวต : 128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 128 คน
<< พฤศจิกายน 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2563
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 463 , 13:04:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

หลังจบปริญญาตรีสาขาปรัชญา ประวัติศาสตร์ และวรรณคดี (U of Wales) และเนติบัณฑิตอังกฤษ (The Middle Temple Bar Law Association) ส. ศิวรักษ์ กลับเมืองไทยในกลางทศวรรษ 2500-2509
 
การเป็นนักคิดคนสำคัญของ ส. ศิวรักษ์ มาพร้อมกับกำเนิดของ “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” ที่ในอีกทศวรรษต่อมาคือส่วนหนึ่งของผลึกความคิดคนหนุ่มสาวที่นำไปสู่เหตุการณ์ "14 ตุลา 16"
 
ในช่วงปีแรกๆ ส. ศิวรักษ์ เผลอไปจับหม่อมคึกฤทธิ์และนายปรีดีมาเป็นเป้าการวิจารณ์
ปรากฏว่าคุณคึกฤทธิ์ตอบกลับนิ่มๆว่า ไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไร
มองว่าเป็นอารมณ์ของเด็กที่พอไม่ชอบตุ๊กตาตัวโปรด
ก็โยนทิ้ง แบบว่าเกลียดเป็นพักๆรักเป็นเทอมๆ
แล้วคนถูกรักถูกชังไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย จะต้องไปเดือดร้อนทำไม!
 
ส. ศิวรักษ์ เลิกวอแวด้วยนับแต่นั้นมา
 
ในกรณีแขวะนายปรีดี ส. ศิวรักษ์ ภายหลังสารภาพว่าเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงบางอย่าง จึงขอโทษ
 
หลังจากเลิกแข่งบุญวาสนากับใคร ส. ศิวรักษ์ มีพัฒนาการทั้งไอและอีคิว
ไฝ่รู้ในปรัชญา “Neo-traditionalism” มากขึ้น
 
จนได้เป็น “ปัญญาชนสยาม” ไม่ทราบใครตั้งให้ น่ารักดี

 ส. ศิวรักษ์ หน้า SCB เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2563
 
จะว่าไปแล้ว ในส่วนที่วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ส. ศิวรักษ์ เขย่าสังคมไทยให้เต้นในวงแคบๆ
ก่อน "ทนายอานนท์" พูดที่หน้าแมคโดนัลบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อ 3 ส.ค. 63 เกือบ 60 ปี
 
เมื่อ ส. ศิวรักษ์ มาพูดในที่ชุมนุมของ “ม๊อบคณะราษฎร” ถึง "สถาบัน" ที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) รัชโยธิน ในคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 แม้เพียงไม่กี่นาที
ก็เข้าใจได้ว่ามีเจตนาสนับสนุนปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่พยายามมาทั้งชีวิตของบุรุษนักคิดผู้นี้ เพื่อต้องการเห็น...
 
1. “องค์พระมหากษัตริย์” ที่เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนในเชิงรูปธรรม เป็นสัญลักษณ์ของ “ราชบัลลังก์" หรือ "สถาบัน” ที่เป็นคนละส่วน
 
2. ความสมดุลระหว่างอุดมคติ “The king can do no wrong.” กับ สถานะภายใต้รัฐธรรมนูญขององค์พระมหากษัตริย์ที่ต้องมีรัฐบาลรับสนองพระบรมราชโองการในทุกเรื่อง
 
3. รัฐบาลที่นอกจากต้องพิทักษ์ ปกป้อง เทอดทูน “สถาบัน” อย่างเคร่งครัด ไม่นำ "สถาบัน" เป็นเครื่องมือในทางการเมือง ยังต้องไม่มีพฤติการณ์โหน ดีแต่พูด (lip service) รวมทั้งต้องเป็น "หน้าเสื่อ" ให้สาธารณชนในระบอบประชาธิปไตยได้วิพากษ์ วิจารณ์ หรือเสนอแนะรัฐบาล (มิใช่วิจารณ์องค์พระมหากษัตริย์โดยตรง) ว่ามีอะไรที่รัฐบาลยังบกพร่องในภารกิจนี้ เพื่อจะได้พิจารณาให้สัมพันธภาพ "ราชประชาสมาสัย" ได้ปรับตัวไปกับโลกาภิวัตน์
 
ไม่แปลกนักที่ ส. ศิวรักษ์ โดนกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลายหน
เพียงเพราะผู้มีอำนาจทุกยุคทุกสมัยไม่ต้องการฟังทุกเรื่องที่เป็นความเห็นเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
เนื่องจากเป็น "ข้อห้าม" (Taboo) ในสังคมไทยมาแต่โบราณกาล
 
อย่างไรก็ตาม คืนนั้นที่หน้า SCB ส. ศิวรักษ์ พยายามชี้ว่า พลเอกประยุทธ์ 5 ปีแรกไม่มีความเข้าใจอย่างมีนัยสำคัญในทุกประเด็น และส่งผลกระทบต่อพระเกียรติยศของราชบัลลังก์ เมื่อมีการใช้อำนาจกำจัดผู้ที่มีความเห็นเรื่อง “สถาบัน” ต่างไปจากตนบ่อยครั้ง
 
ถึงขั้นที่พระมหากษัตริย์เมื่อ 2 ปีก่อน ทรงมีพระราชหัตเลขาถึงอัยการสูงสุดและประธานศาลฎีกาให้งดใช้กฎหมายอาญามาตรา 112
 
แต่เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 พลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีกลับออกแถลงการณ์ ให้นำกฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา ซึ่งแน่นอนว่ารวมทั้งอาญามาตรา 112 มาใช้บังคับ
 

 
 แถลงการณ์ของพลเอกประยุทธ์เพื่อใช้บังคับมาตรา 112 ตอบโต้ "ม็อบคณะราษฎร 2563" 
 
ส. ศิวรักษ์มองว่า แถลงการณ์ดังกล่าว ทำให้องค์พระมหากษัตริย์อาจถูกประชาชนเข้าใจไม่ถูกต้อง เป็นความผิดพลาดที่ทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรม ถึงขั้นหากประยุทธ์อยู่นานก็เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสถาบัน
 
โดยหวังว่า การพูดไม่กี่นาทีของตนในคืนนั้นจะทำให้ “royalists” ที่ไม่ถึงกับปิดหูปิดตา พอเข้าใจได้ชัดเจนในอุดมการณ์ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่ามีเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับภาวะวิสัยของสังคมไทยอย่างไร
และน่าจะทำให้คนที่รักประยุทธ์แยกแยะได้ว่าคนที่ปฏิเสธประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็นกบฎ หรือคิดล้มเจ้า! 

 

ฉบับไตรมาศที่ 4 ธันวาคม 2516

 

13 ตุลาคม 2516 ก่อนถึงวันมหาวิปโยค "14 ตุลา"


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน