*/
  • อริยทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aryatasna@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 185
  • จำนวนผู้ชม : 175083
  • จำนวนผู้โหวต : 43
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
แป๊ะเจี๊ยะ

การเริ่มต้นสอนที่เด็กและเยาวชน เป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่ทุกคนก็ต้องช่วยกันประคับประคอง สร้างแบบอย่างที่ถูกต้องด้วย เด็กจึงจะเติบโตเป็นพลเมืองที่ไม่โกงกินต่อไป..จากรุ่นสู่รุุ่น.. (Clip นี้ตัดต่อจากต้อ

View All
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2561
Posted by อริยทัศน์ , ผู้อ่าน : 617 , 09:07:16 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 

               ข่าว กองทุนสื่อให้งบ ๔๐๐ ล้านบาทแก่กระทรวงวัฒนธรรมเพื่อจัดทำสื่อเสริมสร้างความเป็นไทย เป็นข่าวที่น่าสนใจยิ่งท่ามกลางกระแสเห่อ "ออเจ้า" กับบุพเพสันนิวาส มีข่าวต่อเนื่องว่า วธ. จัดประชุมกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์ ละครและสื่อไปแล้วนัดหนึ่ง ได้ข้อคิดเห็นจากกลุ่มผู้สร้างนี้ไปไม่น้อย

               ข้อสรุปชัดเจนข้อหนึ่งจากนัดนี้คือ รัฐคิดทำนั้นดีมาก แต่อย่าคิดเพียงเห่อกระแส นักเขียนบท นักสร้างสรรค์หลายคนพูดตรงกันว่า สิงที่ได้อยากได้จากรัฐคือ ความรู้และความชำนาญการจริงๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เหล่านั้น เช่น เครื่องแต่งกาย ภาษา ประวัติศาสตร์ อาหารการกิน วิถีชีวิต เป็นต้น และอยากได้แหล่งค้นคว้าที่เก็บรวบรวมความรู้เหล่านี้ไว้ เมื่อจะหยิบใช้ก็ทำได้โดยง่ายและครบครัน เขายกตัวอย่างความสำเร็จชองเกาหลีว่าทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังในนามของงานวิจัย หาใช่การสนับสนุนทุนการสร้างไม่ เพราะสิ่งนั้นหาได้ แต่ความรู้และความชำนาญการนี้ เอกชนทำไม่ได้หรือทำได้ยากมาก พูดเป็นสำนวนราชการก็ต้อง่า องค์ความรู้นั้นหายากและที่ได้มักไม่แท้ ดร.เยอะ แต่รู้ไม่ลึกจริง

               ข้อสรุปนี้น่าสนใจนัก

               ข้อเขียนก่อนหน้านี้ที่ชื่นชม "บุพเพสันนิวาส" นั้นเอ่ยถึงตำนาน "แดจังกึม" ของเกาหลีไว้ตอนท้ายบทเล็กน้อย เรื่อง "แดจังกึม" (จังกึมผู้ยิงใหญ่ ผู้เขียน) นี้ กว่าจะมาเป็นละครชุดความยาว ๔-๕๐ ตอนนี้ ทีมสร้างเขาวิจัยบทประพันธ์มากมายของโลกตะวันออกว่า มีโครงสร้างเรื่องแบบใดจึงประทับใจ จึงทำให้คนพื้นบ้านสนุกและเชื่อตัวละคร วิจัยจากนิทานพื้นบ้าน ชาดกพื้นบ้าน งานแสดงพื้นบ้านหลายอย่าง จนได้ข้อสรุปว่า แก่นโครงเรื่อง (Classic Plot) แบบนี้แหละจะโดนใจ ตัวละครต้องมีแก่นบุคคลิกแบบนี้แหละ (Core Character) บทสนทนาแท้ๆ  (Folk Dialogue) ต่างๆ แบบนี้แหละ โดนใจ รวมถึงงานวิจัยเรื่องเสื้อผ้า วัฒนธรรมในวังและรวบถึงการจัดการความรู้สมัยโบราณของโจซอน ซึงของเขาสูญหายไปภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ และการพัฒนาประเทศตามแบบอเมริกัน

               ต้องยอมรับว่าเขาเน้น การค้นหาสาระแก่นแท้ (Core Data & Information) เป็นหลัก เพราะเขามั่นใจว่า เมื่อค้นหาตัวตน "เกาหลี" (Branding) พบ เอกชนจะนำไปขายต่อเอง ในฐานะทรัพย์สินของสาธารณะ (Public Resource) จะทำให้สาระแก่นแท้ ความเป็นเกาหลี ยืนหยัดอย่างมั่นคงในโลกการค้ายุคใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่า ถ้ายักษ์การค้าของโลก ตื่นจากมุ้งไม้ไผ่เมือไร เขาจะไม่มีที่ยืนในเวทีโลกเช่นอดีต ในโลกอุตสาหกรรมจริง เอกชนก็พัฒนาสินค้าและบริการของเขาออกมาอยู่เดิม เป็นนวัตกรรมที่สูงมาก เมื่อบวกกับภาพ "เกาหลี-ยอดเยี่ยม" "เกาหลี-มีราก" นวัตกรรมผลิตใหม่นี้ จึงกลายเป็นของมีรากเหง้า มีประวัติ มีที่มา ซึ่งเป็นหัวใจของ Brand ที่ฝรั่งสอนในโรงเรียน MBA นั้นเองซึ่งเขาทำได้ดี จนการสร้างความเชื่อถือ หรือโฆษณาชวนเชื่อประเทศของเขาสำเร็จผลมาก เรื่องพื้นบานที่มีรากเหง้าจากสื่อละคร ส่วนภาพลักษณ์สมัยใหม่ก็จากศิลปะและดนตรี

              เรื่องเหล่านี้ นักวิชาการกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัย และอีกหลายหน่วยงานบินไปดูงานกันมานานนับสิบปี แล้ว ดูกันเป็นร้อยๆ คณะ แต่จะได้อะไรติดมือกลับมาหรือไม่ จับสาระแก่นแท้ได้หรือไม่ และจะนำกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อประเทศชาติในตอนนี้ได้หรือไม่ อย่างไรนั้น ก็ต้องติดตามต่อไป...)

               ประเด็นของรัฐบาลเกาหลีกับ แดจังกึม (จึงกึมผู้ยิ่งใหญ่) เป็นก้าวแรกของการ "ขายตัวตน"  เกาหลี นั้นมาจากจากความรู้เรื่อง การอาหาร การแพทย์ ศิลปะการเขียน ร้อง รำ อ่านและการแสดง  พร้อมกับงานวิจันเครืองเคราที่ประกอบ เครื่องมือเครืองใช้ต่างๆ เหล่านั้น เขาค้นหาและฟื้นฟู จนมันกลายเป็นวัตถุดิบมากมายให้ นักสร้างสรรค์ นักเขียนบท เอามาเล่นกันอย่างสนุกมือ  เล่นถึงขนาด สร้างบท สร้างตัวละคร กระโดดย้อนยุค สลับไป สลับมาระหว่างกาลเวลยุคโจซอน กับยุคดิจิตอล โดยใช้เครืองมือเครื่องมือเป็นตัวกลาง เหมือนลืมโทรศัพท์จอภาพไว้ในอดีต หยิบมงกุฏ-เสื้อผ้ากลับมาในโลกปัจจุบัน ทำนองนี้ ซึงก็ไม่ต่างจากการะเกดย้อนยุคกลับมาสมัยพระนารายณ์

               ที่สำคัญและลึกกว่าเรื่องราวและเครื่องใช้ไม้สอย คือ "ความคิด" และ การแสดงออกของแต่ละคน  "(สมัยนี้คงเป็นการมีส่วนร่วม") จนกลายเป็น "จิตสำนึก" ของชนชาติเกาหลี  ทุกเรื่องมีความรู้ชัดเจน ตนเชื่อมโยงและจะสะท้อนความยึดมั่นในชนชั้น สะท้อนรากฐานความคิดและจิตสำนึกที่ทำให้เกิดปัญหา สาเหตุของความอ่อนแด หรือจุดที่สร้างความเข้มแข็ง  ที่ทำให้เป็นเกาหลี เขาบอกเป็นกลายๆ ว่านี่คือ "จิตสาธารณะ" "จิตสร้างชาติ" นี่คือ "หัวใจ" ของเกาหลี มันเป็นเช่นนี้เพราะมันมีที่มาและจะเป็นอย่างนี้ต่อไป แต่มันมีช่องว่างที่ทุกคนแสดงออกได้ภายในขอบเขตของตน ที่งดงามและส่วนคล้องกับส่วนรวม

               เกาหลีไม่ใข่จีน ไม่ใช่ญี่ปุ่น ไม่ใช่อเมริกัน อยู่แบบเกาหลี ภูมิใจแบบเกาหลี เพราะเกาหลีก็มี "วิญญาน" ศิวิไลซ์ของตนเอง เพราะมีรากเหง้าที่ยาวนาน มีทุกอย่างที่เรียกว่า "วัฒนธรรม" ความรู้และภูมิปัญญา และมีทุกอย่างที่เรียกว่า "การพัฒนา" วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

               ประเด็นนีแหละ ที่วิตกว่า ๔๐๐ ล้าน คงละลายแม่น้ำเป็นแน่ เขากำลังสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า "วํฒนธรรม" เกาหลี แต่เขากำลังสร้าง อารยธรรมเกาหลี เขาทำให้เรา "เชื่อ - ชอบ - ช่วย" วัฒนธรรม (ขอยืมหลักคิดกระบวนการสร้างเครือข่ายของคุณชนินาถ จาก กฟผ. นิดหนึ่ง)  เรามีวัฒนธรรมยาวนานกว่า ๗๐๐ ปี ที่ต่อเนื่อง  เรายังมีต้องสร้างอารยธรรมสยามหรอก เอาแค่ทำให้วัฒนธรรมของแต่ละช่วง ชัดเจน และน่าภาคภูมิใจก็พอแล้ว เข้าใจสุโขทัย เข้าใจพระแท่นดงรัง เข้าใจพิธีเผาเทียนเล่นไฟ เข้าใจปราสาทพนมรุ้ง เข้าใจความพ่ายแพ้เสียกรุงศรีทั้งสองครั้ง เข้าใจพระเภทราชา เข้าใจพระนารายณ์ เข้าใจพระพุทธเข้าหลวง เข้าใจย่าเหล เข้าใจเสือป่า เข้าใจดุสิตธานี 

               แนวคิดหลวงพิบูลสงครามก็สมัยหนึ่ง แนวคิดหลวงวิจิตรวาทการ ก็สมัยหนึ่ง แนวคิด กอ.รมน. ก็สมัยหนึ่ง แนวคิดมาร์แชล ก็สมัยหมึ่ง แนวคิดยูเสด-คอลัมโบก็สมัยหนึ่ง แนวคิดท่านศุภัรทดิศก็สมัยหนึ่ง เป็นต้น องค์ความรู้เพื่อให้เข้าใจนี่แหละคือสิ่งที่นักสร้างสรรค์ต้องการ เขาจะเอาไปพัฒนาต่อเอง

               ๔๐๐ ล้านจะไม่ละลายแม่น้ำ ถ้าทำถูกเรือง ถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน