ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รุ่น 1 สภาบันพระปกเกล้า
สร้างสรรค์สังคมแห่งมิตรภาพและภราดรภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/assistance
วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2552
Posted by ฝ่ายประชาสัมพันธ์ผู้ช่วยส.ส. , ผู้อ่าน : 44646 , 22:16:10 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

            รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ๔๘๐ คน และวุฒิสภา มีสมาชิกวุฒิสภา จำนวน ๑๕๐ คน สำหรับบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นประกอบด้วยบทบาทภายในสภา ซึ่งได้แก่ อำนาจในการตรากฎหมาย อำนาจในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และอำนาจในการให้ความเห็นชอบ เป็นต้น นอกจากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังต้องสร้างบทบาทภายนอกสภาผู้แทนราษฎรในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชน และในด้านเวทีต่างประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทสำคัญยิ่งในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศอีกด้วย

บทบาทภายในสภา

๑. อำนาจในการตรากฎหมาย

          ๑.๑ การตราพระราชบัญญัติ คือ กระบวนการหรือขั้นตอนในการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย

๑.๑.๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

ก. ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

·    คณะรัฐมนตรี

·   สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

·   ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น

ข. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อน จากนั้นจึงให้วุฒิสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง หากเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อความไม่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป แต่ถ้ามีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งนั้นเป็นอันตกไป ในกรณีที่วินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นั้นเป็นอันตกไป

๑.๑.๒ พระราชบัญญัติ

ก. ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ

·    คณะรัฐมนตรี

·    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คน โดยไม่ต้องให้พรรคการเมือง ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นสังกัดมีมติให้เสนอได้

·   ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดองค์กรและกฎหมายที่ประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการ

·    ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐คน

ข. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อน จากนั้นจึงให้วุฒิสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป

๑.๒ การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด พระราชกำหนดคือ กฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นให้ใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติโดยคำแนะนำของคณะรัฐมนตรีหลังจากใช้บังคับแล้วให้นำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติต่อไป

๑.๓ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

๑.๓.๑ ผู้มีสิทธิเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม

·    คณะรัฐมนตรี

·    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

·    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

·    ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

๑.๓.๒ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยพิจารณาเป็น ๓ วาระ คือ

วาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

วาระที่ ๒ ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา โดยให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เมื่อการพิจารณาวาระที่ ๒ เสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้๑๕ วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่ ๓ ต่อไป

วาระที่ ๓ ขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับต่อไป

๒. อำนาจในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน

๒.๑ การตั้งกระทู้ถาม

การตั้งกระทู้ถาม คือ คำถามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาตั้งถาม รัฐมนตรีในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ และนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเพื่อชี้แจงหรือตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจเข้าชี้แจงหรือตอบกระทู้ได้ ต้องแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาทราบก่อนหรือในวันประชุมสภาในเรื่องดังกล่าว

๒.๒ การเสนอญัตติ

ญัตติ คือ ข้อเสนอใด ๆ ที่มีความมุ่งหมายเพื่อให้สภาลงมติหรือวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร

๒.๒.๑ การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายก รัฐมนตรี

๒.๒.๒ การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็น รายบุคคล

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๖ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฏร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

๒.๒.๓ การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ในกรณีมีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ตาม ๒.๒.๑ หรือ ๒.๒.๒

กรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสังกัดพรรคที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีมีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเสนอตาม ๒.๒.๑ หรือ ๒.๒.๒ ได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้ เมื่อคณะรัฐมนตรีบริหารงานมาแล้วเกินกว่า ๒ ปี

๒.๒.๔ ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการ คือ บุคคลที่สภาแต่งตั้งขึ้นประกอบเป็นคณะกรรมาธิการ เพื่อให้พิจารณากฎหมาย หรือกระทำกิจการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาแล้วรายงานต่อสภา

สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญและมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อกระทำกิจการพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภา แล้วรายงานต่อสภา

๓. สิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ฯลฯ ออกจากตำแหน่งได้

๔. อำนาจในการควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่ รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภาแล้วแต่กรณี เพื่อส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

๕. อำนาจในการให้ความเห็นชอบ

         สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องดังต่อไปนี้ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้คือ

๑. การให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ

๒. การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

๓. การให้ความเห็นชอบในการปิดสมัยประชุมสามัญก่อนครบกำหนดเวลา ๑๒๐ วัน

๔. การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม

๕. การให้ความเห็นชอบในการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ

ฯลฯ

 

บทบาทภายนอกสภาผู้แทนราษฎร

        สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสร้างบทบาทในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชน วิธีการนั้นคือการพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนนี้มีนัยสำคัญ ๓ ประการคือ

         ๑. เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการเอาใจใส่ทุกข์สุขของประชาชน

๒. เป็นโอกาสที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้พบปะและรับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนเพื่อนำปัญหานั้นไปแก้ไขโดยเร็วที่สุด

๓. ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับข้อมูลโดยตรงจากประชาชน เพื่อใช้ควบคุมการทำงานของรัฐบาล และเพื่อเสนอแนะการตรากฎหมายต่างๆ ในรัฐสภาต่อไป

เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว วิธีดำเนินการต่อไป คือ

๑.  ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบต่อปัญหานั้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงปัญหาและให้ดำเนินการแก้ไข

๒.  พาราษฎรที่เดือดร้อนไปพบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา

๓.  ให้ความช่วยเหลือตามกำลังความสามารถและความพร้อมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเอง

๔.  รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และนำเรื่องดังกล่าวทำเป็นหนังสือเสนอต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหาต่อไป

๕.  นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา

 

บทบาทด้านต่างประเทศ

         เป็นบทบาทที่มีความสำคัญยิ่งในการเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดี ในระดับโลกและระดับภูมิภาค ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ เพื่อช่วยแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆของประชาคมโลกด้วยวิถีทางการทูตรัฐสภา ในด้านต่างๆ ได้แก่

            ๑. บทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสภานิติบัญญัติ ได้แก่

                   - การรับรองคณะทูตานุทูต สมาชิกรัฐสภา และบุคคลสำคัญชาวต่างประเทศ

- การจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทยกับสมาชิกรัฐสภาต่างประเทศ

- การแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนเพื่อเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์กับรัฐสภาของนานาประเทศ และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างประเทศของฝ่ายบริหาร

๒. บทบาทในการสร้างความสัมพันธ์พหุภาคีกับองค์กรรัฐสภาระหว่างประเทศ

รัฐสภาไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศหลายองค์กร เช่น

- สหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union: IPU) มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประชาชน ส่งเสริมให้มีการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดระหว่างสมาชิกแห่งรัฐสภา และมุ่งมั่นจะสร้างและพัฒนาสถาบันประชาธิปไตยให้มั่นคง

- สหภาพสมาชิกรัฐสภาและแปซิฟิก (Asia-Pacific Parliamentarians’Union: APPU) มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาไว้ซึ่งอิสรภาพและการปกครองระบอบประชาธิปไตย เสริมสร้างความเข้าใจอันดี และความสามัคคีระหว่างประเทศในเอเชียและแปซิฟิก ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิชาการ

- สมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN Inter- Parliamentary Assembly: AIPA) มีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐสภาของกลุ่มประเทศ อาเซียน

สมาชิกรัฐสภาเป็นสมาชิกหน่วยประจำชาติไทยโดยตำแหน่ง การดำเนินการในรูปแบบของหน่วยประจำชาติไทย ในแต่ละองค์กรดังกล่าวข้างต้น บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทย โดยมีประธานรัฐสภาเป็นประธาน และรองประธานรัฐสภาเป็นรองประธานหน่วยประจำชาติไทยโดยตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา เป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง

นอกจากนี้ยังมีกรรมการบริหารอื่นอีก ๑๔ คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสมาชิก รัฐสภาที่มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศอื่น โดยคำนึงถึงจำนวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทย มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

รัฐสภาไทยยังได้เป็นสมาชิกและเข้าร่วมในกิจกรรมขององค์การรัฐสภาระหว่างประเทศอีกหลายองค์กร เช่น

- องค์การสมาชิกรัฐสภาแห่งเอเชียว่าด้วยเรื่องประชากรและการพัฒนา (Asia Forum of Parliamentarian on Population and Development : AFPPD)

- องค์กรสมาชิกรัฐสภาฝ่ายแพทย์และสาธารณสุข (International Medical Parliamentarians Organization : IMPO)

- องค์กรการประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Parliamentary Forum: APPF)

๓. บทบาทในการสร้างความเป็นผู้นำและเกียรติภูมิให้แก่รัฐสภาและประเทศไทย

รัฐสภาไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระหว่างประเทศขององค์การระหว่างประเทศมาแล้วหลายองค์การ เช่น

๑) สหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union: IPU)

- การประชุมสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๔๕ ปี พ.ศ. ๒๔๙๙

- การประชุมสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๗๘ ปี พ.ศ. ๒๕๓๐

- การประชุมพิเศษของสหภาพรัฐสภา เรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๓๔

- การประชุมรัฐสภาเนื่องในโอกาสการประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้า และการพัฒนา ครั้งที่ ๑๐ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓

- การสัมมนารัฐสภาภูมิภาคของรัฐสภาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียแปซิฟิก ว่าด้วยการปฏิรูปด้านความมั่นคงในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ปี พ.ศ. ๒๕๔๙

          และนอกเหนือจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐสภาระดับโลกแล้ว สมาชิกรัฐสภาไทยยังได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ในสหภาพรัฐสภา อาทิเช่น กรรมการบริหารสหภาพรัฐสภา สมาชิกกิตติมศักดิ์ของสหภาพรัฐสภา กรรมการและคณะกรรมาธิการด้านต่างๆ เป็นต้น

๒) สหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Parliamentarians’

Union: APPU)

- การประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ ๓ และคณะมนตรี ครั้งที่ ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐

- การประชุมคณะมนตรี ครั้งที่ ๔ ปี พ.ศ. ๒๕๑๑

- การประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ ๑๐ และคณะมนตรี ครั้งที่ ๑๗ ปี พ.ศ. ๒๕๑๗

- การประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ ๒๙ และคณะมนตรี ครั้งที่ ๕๖ ปี พ.ศ. ๒๕๓๗

๓) สมัชชารัฐสภาอาเซียน(ASEAN Inter- Parliamentary Assembly: AIPA)

รัฐสภาไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาใหญ่มาแล้ว ๕ ครั้ง คือ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒, ๒๕๒๗, ๒๕๓๔, ๒๕๓๙ และ ๒๕๔๔ และจะเป็นเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๒

แหล่งที่มาของข้อมูล : สำนักวิชาการ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ระบาดวิทยาในมุมมองของนักประวัติศาสตร์

คุยแบบหลุดกรอบกับ ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ เผือกสม ม.วลัยลักษณ์

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]