ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รุ่น 1 สภาบันพระปกเกล้า
สร้างสรรค์สังคมแห่งมิตรภาพและภราดรภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/assistance
วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม 2552
Posted by ฝ่ายประชาสัมพันธ์ผู้ช่วยส.ส. , ผู้อ่าน : 6171 , 21:02:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541

1. ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (มาตรา 8)

1.1. มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด

1.2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ 

1.3. ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

                  (1) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ 

(2) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช 

(3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย 

(4) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

2. ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องจัดให้มีการประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองก่อนยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ดังนี้

2.1. ต้องมีผู้จัดตั้งพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 15 คน (มาตรา 8)

2.2. กิจกรรมที่ต้องดำเนินการในที่ประชุมอย่างน้อยต้องประกอบด้วย การกำหนดนโยบายพรรคการเมือง การกำหนดข้อบังคับ พรรคการเมือง และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง (มาตรา 9)

3. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง พร้อมเอกสารประกอบ ดังนี้ (มาตรา 13) 

3.1. นโยบายพรรคการเมือง 

3.2. ข้อบังคับพรรคการเมือง 

3.3. บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของพรรคการเมือง 

3.4. รายงานการประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง

4. เมื่อได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบ ในเรื่องดังต่อไปนี้

4.1. ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน โดยดำเนินการดังนี้

(1) มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองมีภูมิลำเนาอยู่ ตรวจสอบ ว่าได้มีการประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นไปตามที่แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือไม่ 

(2) ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองตรวจสอบความมีตัวตนของบุคคล ผู้จัดตั้งพรรคการเมือง ว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่ และมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ หรือไม่ 

(3) ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักงาน ตำรวจสันติบาล เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของคณะผู้จัดตั้งพรรคการเมือง ประวัติ และพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็นภัย ต่อความมั่นคง ของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือไม่

4.2. นโยบายและข้อบังคับพรรคการเมืองทีลักษณะไม่ขัดกับมาตรา 10 (กล่าวคือ ต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)

4.3. เอกสารการขอจัดตั้งพรรคการเมืองมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 11 และ มาตรา 13 (กล่าวคือ คำขอเป็นไปตาม แบบที่นายทะเบียนกำหนด และข้อบังคับพรรคมีรายการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด) 

4.4. คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีคุณสมบีติตามมาตรา 12 (กล่าวคือ อายุยี่สิบปีบริบูรณ์ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ) 

4.5. ชื่อพรรคการเมืองและภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง ไม่ซ้ำหรือพ้องหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับชื่อพรรคการเมือง หรือภาพ เครื่องหมายพรรคการเมือง ของผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น ที่ได้ยื่นคำขอไว้ตามมาตรา 13 หรือของพรรคการเมืองอื่น ที่นายทะเบียนได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองไว้ก่อนแล้ว

5. การสั่งการของนายทะเบียนพรรคการเมือง

5.1. ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง และครบถ้วนจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมือง ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง และประกาศการจัดตั้งพรรคการเมืองในราชกิจจานุเบกษา และให้พรรคการเมืองที่นายทะเบียนรับจดแจ้ง การจัดตั้งแล้วเป็นนิติบุคคล (มาตรา 14 วรรคสอง มาตรา 18 และมาตรา 19)

5.2. ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าคุณสมบัติหรือ จำนวนของผู้จัดตั้งพรรคการเมือง หรือนโยบายพรรค และข้อบังคับพรรค หรือคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด นายทะเบียน พรรคการเมืองจะสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้ง เหตุผลให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง (มาตรา 14 วรรคสาม)

5.3. ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า เอกสารการขอจัดตั้งพรรคการเมือง มีรายการไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความไม่ชัดเจน หรือบกพร่อง จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งทราบภายใน 7 วัน เพื่อดำเนินการแก้ไข หากผู้ขอจัดตั้ง พรรคการเมือง แก้ไขเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาก็จะรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง ถ้าผู้ขอจัดตั้ง พรรคการเมืองไม่ดำเนินการแก้ไขหรือแก้ไขแล้วแต่ยังไม่ถูกต้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน 7 วัน (มาตรา 15)

5.4. ในกรณีที่มีผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งมีชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง ซ้ำหรือพ้องหรือมีลักษณะ คล้ายคลึงกัน และยื่นคำขอ จัดตั้งพรรคการเมืองในวันเดียวกัน นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมือง ทำความตกลงกันว่าผู้ใด จะเป็นผู้มีสิทธิใช้ชื่อ พรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้น เมื่อได้ตกลงกันประการใดแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมือง จะรับจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมืองตามที่ได้ตกลงกัน (มาตรา 16 วรรคหนึ่ง) (1)

5.5. ในกรณีผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องยืนยันไม่ยอมตกลงกันหรือยังตกลงกันไม่ได้ นายทะเบียนพรรคการเมือง จะพิจารณา รับจดแจ้ง การจัดตั้งพรรคการเมือง จากผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่เห็นว่า มีสิทธิที่จะใช้ชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมาย พรรคการเมืองนั้นดีกว่า โดยพิจารณา ดังนี้ (มาตรา 16 วรรคหนึ่ง) (2)

6. การโต้แย้งคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง 

ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ไม่รับจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมืองของนายทะเบียนพรรคการเมือง มีสิทธิยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับ หนังสือแจ้งคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (มาตรา 17)



          http://www.oknation.net/blog/assistance




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ระบาดวิทยาในมุมมองของนักประวัติศาสตร์

คุยแบบหลุดกรอบกับ ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ เผือกสม ม.วลัยลักษณ์

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]