*/
  • Astro
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : id007bond@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 173541
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
Merapi Volcano , Indonesia

ภาพการระเบิดของภูเขาไฟ Merapi , Indonesia เมื่อวันที่ 1 -11-2010 ของท้องถิ่นครับ

View All
วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม 2553
Posted by Astro , ผู้อ่าน : 6850 , 08:59:48 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน มะอึก , Sea-Sand-n-Star และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

หลังจากทีเดินทางจากประเทศไทยมาประมาณ 5 ชั่วโมงเศษๆ
ในที่สุดผมก็ได้เห็นแสงแรกของประเทศญี่ปุ่น
เหนือเมฆที่ดำทะมึนอยู่ข้างล่าง
พลางคิดในใจว่า จะได้มาเล่นน้ำฝนที่ญี่ปุ่นรึเปล่ากันแน่
แต่ก็พลางคิดว่า ไหนๆ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการได้รับแสงแรกของวัน
จากจุดที่สูงสุด นั่นคือยอดภูเขาไฟฟูจิ
จะทำให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์โชติช่วงและโชคดีตลอดไป
ได้เห็นแวบๆแล้วก็คาดว่าการเดินทางในครั้งนี้
คงจะราบรื่นเป็นแน่แท้
เพราะจุดที่ผมรับแสงแรกสูงกว่ายอดภูเขาไฟฟูจิอีก...
  หวังว่าแสงนี้คงเป็นแสงแห่งความโชคดีที่จะนำมาสู่ทุกคนนะครับ
หลังจากได้ชมแสงนี้แล้ว
ก็ถึงเวลาของการดำดิ่งลงสู่เบื้องลึกของก้อนเมฆกันต่อไป
ในใจก็คิดเพียงว่า ตก ไม่ตก ตก ไม่ตก (หมายถึงฝนนะครับ)
  หลังจากมุดก้อนเมฆมาแล้ว
ภาพแรกทีผมได้เห็นในทางใต้ค่อนข้างไปทางสุดๆ ของญี่ปุ่น
ก่อนที่จะร่อนลงที่เกาะคิวชู สนามบินฟุคุโอกะ
ก็คือเกาะนี้ครับ จากหลักการเดา
คาดว่าน่าจะเป็นเกาะโอกินาว่า (Okinawa)
เกาะทางใต้ที่ทาง Kokoriko เกมส์กึ๋ย
บอกว่า เป็นเมืองที่สภาพอากาศเป็นแบบร้อนชื้น
คล้ายกับประเทศไทยมากๆ ครับ
  หลังจากที่เครื่องบินร่อนลงปุ๊บ
ก็จัดการเรื่องของสัมภาระต่างๆ ให้เรียบร้อย
และก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่แรกทันทีด้วยความคึกคัก
เพราะนี่คือครั้งแรกของการเดินทางมาสัมผัสที่ประเทศญีปุ่น
แม้ว่าจะหลับบ้างไม่หลับบ้างมาบนเครื่องบิน
แต่ความตื่นเต้นและคึกคัก มันมีแรงกระตุ้นมากกว่ากาเฟอีกอีก
หัวใจพองโต เลือดสูบฉีดเต็มที่...แต่ถนนมีแอบเปียกนิดหน่อย
  พอมาเหยีบบบนถนนปุ๋บ
ก็สุดอากาศเข้าเต็มปอดเลยครับ
รู้สึกว่าเย็นๆ ตามหลอดลมนิดหน่อย
แต่ยังไม่เห็นเป็นควัน พยายามพ่นหลายรอบแล้วครับ
สถาที่แรกที่เรามาเที่ยวกันคือที่นี่ครับ
รางรถไฟประเทศญี่ปุ่น
สัญลักษณ์นี้เดาได้ว่า ห้ามรถยนต์และรถเมล์ข้ามหากรถไฟมา
  หลังจากเดินนับไม้หมอนรางรถไฟมาสักพักหนึ่ง
เราก็มาถึง สถานีปลายทางที่ขอเรียกเองนะครับ
ตามชื่อของสถานที่ที่เราจะมาขอพรแห่งปัญญา ว่า
สถานีวัดดาไซฟุ(Dazaifu Shrine) ไม่รู้ว่ามาเช้าเกินไป
หรือว่า มันไม่มีคน หรือว่ารถไฟเพิ่งไปก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ
เพราะว่า ร้างมาก ไม่เห็นทีคนเลย ทั้งๆที่วัดออกจะดังมาก
พวก Alien (ต่างด้าว หรือต่างชาติก็ได้) มาเที่ยวกันเยอะมากเลย
 
 ท่ามกลางบรรยากาศที่ขะมุกขะมัว... ครึ้มๆ ทึมๆ
ในที่สุดเราก็ได้เห็นรถบัสผ่านไป จอดแถวหน้าสถานีรถไฟ
สงสัยว่าคงมาส่งคน ก็แอบเล็งๆ
อยู่ว่าจะได้เจอเด็กน้อยแบบญี่ปุ่นจริงๆ รึเปล่า
นี่เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของการเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
 
 พอชมบรรยากาศรอบๆ สถานีรถไฟแล้ว
ก็ถึงเวลาของการเข้าวัดเข้าวากันอย่างเป็นทางการครับ
ข้ามถนนเราต้องข้ามตรงทางม้าลาย
จะให้ชาวญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความมีระเบียบวินัยมาว่าเราไม่ได้
แต่พอมาดูตรงถนนที่จะข้าง
ไหงทางม้าลายมันเยอะแยะไปหมดเลยอะครับ
จะข้ามไปทางไหนดี สับสนวุ่นวายไปหมด
ไม่มีตัวอย่างให้ข้ามด้วยว่าเค้าข้ามกันไป
ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว ข้ามมันไปเลยดีกว่า
ไม่เอาและระเบียบวินัย
อีกอย่างอยากไปดูป้าร้านขายของก็อุตส่าห์ออกมาโค้งคำนับคน
ที่ผ่านไปผ่านมาหน้าร้านด้วย ก็เลยข้ามไปเลย
 
ข้ามไปตรงเกาะกลางก็ได้เห็นต้นไม่แปลกๆ มีแต่กิ่ง
ซึ่งได้รู้ในตอนหลังว่านี่คือ ต้นซากุระ
ต้นไมประจำชาติของญี่ปุ่น....!!!
ถึงกะร้องโอ้ววว...!!! ซากุระไม่มีดอก
อย่าว่าแต่ดอกเลยครับ ใบก็ไม่มี มีแต่ต้น
 
 ระหว่างทางเข้าศาลเจ้าดาไซฟุ(Dazaifu Shrine)
ก็แอบเห็นบ้านหลังหนึ่งเปิดประตูไว้
แน่นอนครับ เรามีมารยาท ก็ต้องเก็บภาพมาฝากกัน
เห็นเขาจัดสวนในบ้านแล้ว
ในฐานะของคนรักต้นไม้คนหนึ่งบอกได้อย่างเดียวครับว่า สุดยอด!!!
  ระหว่างทางยังมีร้านขนมให้เลือกซื้อมากมาย
แพคเกจนี่ต้องยกที่หนึ่งให้ญี่ปุ่นครับ
และตัวแพคเกจนี่เองผมว่า
เป็นตัวสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขนมของเค้าเลยทีเดียว
  อิราไชมาเซ่ ๆ ..kl;fjweojef ;elfklas ekjfpe
แปลได้ว่า น้องๆ มาซื้อโมจิร้านนี้มีชาเขียวร้อน
แถมฟรีด้วยเน้อ เอาป่าว
  คิตตี้ก็มี ลิขสิทธิ์ด้วย...
แน่นอนครับว่าราคาก็โหด ตามประสาของมีลิขสิทธิ์
(ที่ถูกต้อง...ต้องช่วยกันอุดหนุนของแท้นะครับ แต่ผมไม่ได้ซื้อ)
  มาถึงหน้าวัด... ศาลเจ้าดาไซฟุ(Dazaifu Shrine)
เค้าก็ได้จัดเตรียมแผนที่การเดินทางและการท่องเที่ยวให้เรียบร้อยครับ
แต่ผมอาศัยการคลำภาพและเดาเอาครับ
เพราะว่าอ่านไม่ออก ภาษาอังกฤษก็ไม่มี
  เมื่อป้ายไม่สามารถช่วยเราได้
เราก็ต้องอาศัยคนท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์
เอ็กซ์คะยูสสะมี พี่สาวครับ ผมจะไปไหว้เทพเจ้า
เพื่อขอพรเกี่ยวกับเรื่องสมองและปัญญาได้ที่ไหนครับ
โอไฮโย๊ะ (ohaiyo) น้องชาย พี่พูดไม่ได้
ถามเพื่อนพี่ดูดิ
แล้วพี่สาวทั้งสองก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว...ฟิ้วววววว
 
ระหว่างทางก่อนเข้าศาลเจ้า
จะมีวัวตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่
เห็นว่าที่เขากับจมูกวัวมีการลูบซะจนมันวาว
เข้าใจว่า วัวตัวนี้อาจจะเป็นเทพแห่งปัญญาก็ได้
ว่าแล้วก็ไปถูที่เขา กะ หน้าวัว
(แม้ว่าในใจลึกๆ อยากให้เห็นเป็นตัวเลข)
เพื่อให้มีปัญญาดีรึเปล่าไม่รู้ ชาวบ้านเค้าทำกัน เราก็ทำด้วย
 
หลังจากเดินทางผ่านท่านวัวไป
ก็ไปเจอสิงโตอีก คราวนี้ แน่นอนว่า
เอาไว้พิทักษ์รักษาประตู ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นตัวผู้
เพราะว่าเหยียบลูกโลกเอาไว้
(ความเชื่อเดียวกะจีน แต่ศิลปะมันต่างกัน)
แน่นอนว่าตามความเชื่อชองชาวจีน
จะเอาไว้ขับไล่เจ้าหนี้ และสิ่งชั่วร้าย
แต่ต้องตั้งเป็นคู่นะครับ
(เริ่มไกลจากญี่ปุ่นและ กลับมาญี่ปุ่นต่อดีกว่า)
  ว่าแล้วก็เร่งเดินทางไปให้ถึงศาลเจ้าก่อนดีกว่า
จะได้ขอพรแห่งปัญญาเป็นจริงเป็นจังสักที
บรรกาศทางเข้าเป็นไปด้วยความร่มรื่นและชุ่มฉ่ำ
จากสายฝนที่โปรยปรายมาเป็นระยะๆ
 
ในที่สุด เราก็เดินทางมาถึงต้วศาลเจ้า ดาไซฟุ (Dazaifu)
อย่างแท้จริง แน่นอนครับการขอพรแห่งปัญญาต้องมาที่นี่
มาดูข้อมูลที่ทีอยู่ในมือกันก่อนดีกว่านะครับ
ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenman-gu Shrine)
เป็นศาลเจ้าที่มีต้นบ๊วยดอกแดงและดอกขาว
มากกว่า 6,000 ต้นเลยทีเดียว
มักจะมีนักเรียนนักศึกษามาขอพร
ให้ประสบความสำเร็จในการเรียนและการสอบกัน
เป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี
(students seeking luck in their entrance
examinations mostly, all year round)
ประมาณนี้ครับ
 
 
นี่ครับดอกบ๊วยขาว
อาจจะถ่ายมาให้เห็นว่ารูปร่างเป็นไงนะครับ
แต่ความงามของการถ่ายภาพต้องค้นหากันอีกที
 
ก่อนถึงศาลเจ้า เรามักจะได้เจอกับศาลเจ้าที่รึเปล่าก็ไม่ทราบ
(ในภาษาอังกฤษ เรียก Spirit
หรืออาจจะว่าได้ว่าเป็นจิตวิญญาณของแต่ละอย่างก็ได้
ครับ เช่น จิตวิญญาณแห่งป่า จิตวิญญาณแห่งทะเล เป็นต้น
ซึ่งคนญี่ปุ่นเค้ามักจะเชื่อเรื่อง Spirit ของแต่ละอย่างกันมากครับ)
 
ก่อนเข้าไปโยนเหรียญห้าเยนเพื่อขอพร
ก็ต้องทำการล้างมือ และบ้วนปาก
เพื่อเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรก
ด้วยน้ำที่เย็นยะเยือกของอุณหภูมิที่ 8 องศาครับ...
มือชา ปากชา เลยทีเดียว
ก่อนที่จะเข้าไปที่ศาลเจ้า
และโชคดีมากเลยครับที่เห็นนักบวช กำลังทำพิธีอยู่พอดี
 
*****
ตอนนี้ขออธิบายเกี่ยวกับ เรื่องของเหรียญ 5 เยน
(เหรียญทองเหลือง มีรูตรงกลาง คล้ายๆ เหรียญสตางค์สมัยก่อน มีรูปรวงข้าวด้วยนะครับ)
คำว่า 5 เยน มาจาก โกะเอน
ซึ่งแปลตรงตัวว่า ห้าเยน(เอน)
ซึ่งไปพ้องกับคำว่า Go En เหมือนกัน
ซึ่งแปลว่า สายสัมพันธ์ที่นำเราให้มาเจอกับสิ่งดีๆในชีวิตครับ
จึงนิยมนำเหรียญห้าเยนมาเป็นของขวัญ เครื่องราง
และก็ขอพรต่อศาลเจ้า
เพื่อเป็นสายสัมพันธ์ในนำความปรารถนาของเราให้สำเร็จครับ
ง่ายๆ ก็คือ เป็นเหรียญที่ใช้หยอดโทรศัพท์ถึงเทพเจ้า
ได้นั่นเองครับ
*****
 
ข้างๆ ศาลเจ้ายังมีนี่เลยครับต้นบ๊วยที่กำลังออกดอกเลยทีเดียว
มาคราวนี้ ไม่ได้เห็นซากุระ
ก็ดูดอกบ๊วยไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกันนะครับ
 
ป็นช่อเลยทีเดียว...
 
อ้อมมาดูท่านนักบวช อีกมุมครับ
 
นี่ครับสำหรับการเดินทางมาที่นี่
ผมได้เจอกับคณะนักเรียนจากเกาหลีด้วย
ถามไปถามมาได้ความว่า
โรงเรียนพานั่งเรือข้ามมาจากเกาหลี
เพื่อมาทัศนศึกษาครับ
 
ถ่ายรูปไปถ่ายรูปมา รู้ตัวอีกที ก็โดนแก๊งนี้ล้อมรอบไปซะแล้ว
 
หาทางออกไม่ได้ ก็ถ่ายรูปเกาหลีมุงเลยก็ได้
 
มุงกันเยอะมากเลยทีเดียว กว่าจะฝ่าดงเกาหลีออกมาได้...
ไม่ง่ายเลยครับ
 
 
มาที่นี่ทั้งทีถ้าหากว่าไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู ก็เหมือนมาพลาดสิ่งสำคัญเลยทีเดียว
ภายใต้คอนเซฟ
เรียนรู้รูปแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นจากการรักษาประวัติศาสตร์เอเชีย
 (understanding the formation of Japanese culture from
an Asian historical perspective)
อลังการมากๆ น่าเสียดายครับที่ไม่สามารถถ่ายรูปด้านในได้
ก็เลยนำหลังคามาฝาก เทคโนโลยีด้านในล้ำสมัยมากๆ
ตั้งแต่การใช้แสงสี การลอดอุโมงบันไดเลื่อน
ตื่นตามตื่นใจสุดๆ ครับ
และที่สำคัญ สมบัติจากชาติไทยก็มีอยู่ที่นั่นครับ...
 
บรรยากาศด้านข้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู
(Kyushu National Museum)
อากาศหนาวๆ แบบนี้ น่านั่งทานชาเขียวร้อนๆ เป็นที่สุด
 
ก่อนจากลาจากศาลเจ้าดาไซฟุแห่งนี้ไป
ต้องขอนำบอนไซต้นบ๊วย
ที่กำลังออกดอกอย่างงดงามเลยมาฝากกันครับ
 
ระหว่างทางกลับก็ได้ซึมซับบรรยากาศดีๆ
ที่เห็นหมอกบนยอดเขา มันทำให้หัวใจเราพอโตอีกแล้ว
 
สวนกลางน้ำก็ไม่เคยเห็นที่ไหนจริงๆ ครับ
 
เห็นป้ายนี้แม้ว่าอ่านไม่ออกว่าอะไร
แต่มันก็ทำให้คิดถึงวัดอังโค๊ะคุจิ ของอิ๊กคิวซังในการ์ตูนทุกที
 
ก่อนกลับก็นี่เลยครับ โมจิอุ่นๆ หน้าวัด
อร่อยเป็นที่สุดสำหรับอุณหภูมิ 8องศา
 
ทำกันใหม่ๆ ห่อให้เห็นกันจะๆ ตอนนี้จบแค่นี้ก่อนนะครับ...
ค่อยมาต่อตอนต่อไปกับบรรยากาศยามกลางคืน กับ บรรยากาศแสงสีริมสายน้ำครับ....

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

ไปสายการบินอะไรคะ มีบินไปลง Fukuoka ด้วย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

เห็นม้าลายแล้วคิดได้
เออ ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างนี้จริงๆ เวลาไฟเขียว ก็ข้ามทางม้าลายกันนัวเนียไปหมด เพราะไฟเขียว 1 ครั้ง จะสามารถข้ามได้ทุกทิศทางเลยล่ะค่ะ ไม่เหมือนเมืองไทยที่ต้องข้ามทีละทอด
บอกให้รู้ว่า เค้าใส่ใจกับคนเดินเท้ามากกว่ารถยนต์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

ดอกซากุระ หรือดอกบ๊วย ก็สวยเหมื้อนกันเลย
ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ สวยทุก ๆ ภาพเชียว

โหวตแน่ ๆ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

ชอบแผนที่ไม้หน้าวัดจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พฤจิกา วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."


แวะมาเที่ยว และชมความงามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
bon09 วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

อยากเห็นโมจิชัดๆ จัง

คิดถึงเพลงเก่า แวะไปฟังฟรีได้ที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูอุ้ย วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lammai

สวัสดีค่ะ..คุณ Astro

..ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับภาพ..สวยค่ะ..


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ตื่น วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/know

ญี่ปุ่น.. ช่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว จิงจิง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน