• หมูสนาม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : attawut08@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 746
  • จำนวนผู้ชม : 1638206
  • ส่ง msg :
  • โหวต 260 คน
คนข้างสนาม
เล่าให้อ่าน วิพากษ์ วิจารณ์ เสนอแนะ ได้เรื่องบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง ตามสะดวก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มิถุนายน 2554
Posted by หมูสนาม , ผู้อ่าน : 3593 , 18:50:03 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน พันธุ์สังหยด , hayyana และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

อ่านงานเขียนของดร.โสภณ  พรโชคชัยในมติชนออนไลน์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1308022303&grpid=&catid=02&subcatid=0200

เรื่องเรื่องเสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง  ท่านเริ่มต้นว่า

“ในระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง คือเสียงสวรรค์

แต่พวกเผด็จการทรราชพยายามบิดเบือนสัจธรรมข้อนี้อยู่เสมอ 

เรามายืนยันความถูกต้องกันเถิด”               

“เสียงส่วนใหญ่คือสัจธรรม หรือสัจธรรมยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่

การตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ย่อมไม่ผิดพลาด ย่อมถูกต้องเสมอ”

ตามความเข้าใจของผมที่ท่านเชื่ออย่างนั้น เพราะอาชีพของท่านเป็นผู้ประเมินค่า

ทรัพย์สิน

และท่านพบว่าคนส่วนใหญ่(หมายถึงจำนวนมากๆ)เป็นผู้ร่วมกันกำหนดราคา

คนส่วนใหญ่ซื้อบ้านในราคาตลาด (Market Prices)

ราคานั้นก็จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง (Market Value)

ดร.พรชัยใช้คำว่า เมื่อมีตลาด ก็จะมีราคา 

เพราะตลาดเป็นแหล่งสังเคราะห์อุปสงค์และอุปทานให้ออกมาเป็นราคาตลาด

ถ้าเราไม่ฟังเสียงตลาดหรือคนส่วนใหญ่ เราก็จะไม่สามารถทราบราคาที่แท้จริงได้ 

ถ้าใครพอจะมีความรู้เศรษฐศาสตร์พื้นฐานมาบ้าง ก็จะเข้าใจเรื่องที่ ดร.โสภณ

ได้ไม่ยากเพราะกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม เกิดมาจาก

ความต้องการซื้อ กับความต้องการขายมาตกลงกันตามกฎ Demand Supply 

ธรรมดาๆความเห็นของคนส่วนใหญ่กำหนดราคาตลาด และราคานี้คือมูลค่าที่แท้

จริงของสินค้าตรรกะนี้ แบบนี้ทำให้ดร.โสภณหลงเชื่อว่า

ความเห็นของคนส่วนใหญ่บอกมูลค่าที่แท้จริงหรือความถูกต้องได้

ผมคิดว่าดร.โสภณ  พรโชคชัย กำลังสับสนและเข้าใจผิดว่า

เสียงส่วนใหญ่ที่บอกความต้องการกับความถูกต้องเป็นเรื่องเดียวกัน

กลไกราคาเป็นเรื่องความต้องการ และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เมื่อเหตุปัจจัยของความต้องการเปลี่ยนไป  ราคาก็เปลี่ยน

ยกตัวอย่างเช่น ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

สะท้องความต้องการซื้อ และความต้องการขายของคนส่วนมากที่อยู่ในตลาด

เกิดเป็นราคาตลาด แต่สังเกตไหมว่าราคาตลาดหรือที่ดร.โสภณเรียกว่าราคาที่

แท้จริง เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงทางขึ้นก็ได้ ทางลงก็ได้

ทั้งๆที่สะท้อนมาจากความเห็นหรือความต้องการของคนส่วนใหญ่

หรือจะเรียกว่าเสียงส่วนใหญ่ก็ได้

ราคาหรือมูลค่าที่แท้จริงหรือความถูกต้องตามความเห็นของดร.โสภณ

จึงเป็นจริงตามความต้องเห็นของคนส่วนใหญ่ในขณะใดขณะหนึ่งเท่านั้น

คำพูดที่ว่าเสียงส่วนใหญ่คือสัจธรรม หรือสัจธรรมยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่

การตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ย่อมไม่ผิดพลาด ย่อมถูกต้องเสมอ

สัจธรรมยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่  จึงถูกบ้างผิดบ้าง

ถ้ายังตามไม่ทัน ผมยกให้อีกตัวอย่างก็ได้

ยังจำเหตุการณ์จตุคามรามเทพเร็วๆนี้ได้ไหม

คนส่วนใหญ่เห็นว่าราคาจะขึ้นเหมือนๆกัน ราคาองค์จตุคามเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นเป็น

แสนผลทำให้คนส่วนใหญ่ร่ำรวยกันทุกคน

ต่อมาไม่นานคนส่วนใหญ่เห็นตรงกันอีกว่า ราคาจตุคามน่าจะแพงเกินไปแล้ว

ทำให้คนส่วนใหญ่มีจตุคามราคาแพงกว่าราคาตลาด(มูลค่าที่แท้จริง)กันทุกคน

เหมือนกันเรียกให้เก๋อีกอย่างได้ว่า

 “ เจ๊งตามคนส่วนใหญ่ ฮา...............”

เสียงส่วนใหญ่และความต้องการ กับความถูกต้องจึงเป็นคนละเรื่องกัน

ถ้าถามว่า แล้วเสียงส่วนใหญ่สามรถบอกความถูกต้องได้ไหม ?

ผมตอบแบบฟันธงได้เลยว่ามีโอกาสบอกความถูกต้องได้แน่นอน

ถ้าเราเชื่อในสติปัญญาของคนส่วนใหญ่ แต่จำเป็นต้องมีเงื่อนไข

ผมเห็น ดร.โสภณ พรโชคชัยยกเรื่องธรรมะของพระพุทธเจ้ามาอ้าง

แสดงว่าท่านมีความเข้าใจคำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี

มีธรรมะบทหนึ่งเรียกว่าเกณฑ์การตัดสินใจ ภาษาพระท่านเรียกว่าอธิปไตย 3

ท่านสอนว่าเกณฑ์การตัดสินใจแบ่งออกเป็น 3 อย่าง

1.    ตัดสินใจโดยยึดผลประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่ ท่านเรียกว่า อัตตาธิปไตย

2.    ตัดสินใจไปตามกระแส ส่วนใหญ่ว่าอย่างไรว่าตามกัน ท่านเรียกว่า

โลกาธิปไตย

3.    ตัดสินใจไปตามเหตุตามผลยึดความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลักท่านเรียก

ว่า ธรรมาธิปไตย

ผมมีคำถามสั้นๆอยากจะถามดร.โสภณ และผู้อ่านร่วมกันสักหนึ่งคำถาม

ระหว่างผู้นำเผด็จการที่ตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตัวเองคนเดียวบนฐานของผล

ประโยชน์ส่วนรวมของชาติ

กับนักการเมืองที่เข้าสู่อำนาจด้วยเสียงประชาชนแต่ใช้เกณฑ์การตัดสินใจบนผล

ประโยชน์ของตัวเอง

ท่านจะเลือกใคร .................. ตอบยากใช่ไหมครับ

เราจะเชื่อมั่นในสติปัญญาของผู้นำแบบเผด็จการได้อย่างไร

ถ้าปล่อยให้ตัดสินใจคนเดียว เกิดไปตัดสินใจโง่ๆบนความปรารถนาดีต่อชาติขึ้น

มาจะทำอย่างไร

ผลประโยชน์ของชาติย่อมเสียหาย

ขณะที่ผู้นำมาจากเสียงประชาชนก็มุ่งหน้ากอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง

และพวกพ้อง

โดยอ้างความถูกต้องชอบธรรมของการใช้อำนาจ จากเสียงของประชาชน

ประชาชนก็เสียประโยชน์ ประเทศชาติก็เสียหายหนักเข้าไปอีก

แล้วเราจะหาผู้นำที่เข้าสู่อำนาจด้วยเสียงประชาชน ที่เป็นผู้มีสติปัญญา

และตัดสินใจให้ประเทศชาติ แทนประชาชน บนฐานของผลประโยชน์ส่วนรวม

ของชาติได้อย่างไร

ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้เลือก ยังเลือกผู้นำบนผลประโยชน์ส่วนตัวของตัว

เองเป็นหลัก

ส่วนบทกวีที่ว่า

 “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า                   ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ

ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน                      ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
               

เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่                          ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่

เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ                   ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

ปีนี้ผมไปเมืองจีนหลายครั้ง 

พบว่าคนจีนจะค้าขาย จะผลิตอะไรทำไปได้เลย รัฐบาลไม่ห้าม

แต่ถ้าคิดจะยุ่ง  หรือสงสัยเรื่องอำนาจทางการเมืองของตนเองขึ้นมาเมื่อไร

รัฐบาลจีนจะหาที่อยู่ใหม่  ที่สงบๆให้อยู่ครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 10/10/2018 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

การเลือกตั้งไม่ผิด เสียงส่วนใหญ่ก็ไม่ผิด แต่ที่น่ากลัว เสียงไม่ส่วนใหญ่ ที่ปลอมเสียงส่วนใหญ่เพื่อผลประโยชน์ตน คนไม่ได้กลัวประชาธิปไตย ที่ผ่านมาเรา กลัวการเลือกตั้งไม่โปร่งใส แล้วได้นักการเมืองเห็นแก่ตัวมาบริหารประเทศ....(ซึ่งส่วนใหญ่ก็ออกแนวนั้น) ส่วนระบบคนเดียวตัดสินใจทุกอย่างนั้น เชื่อเถอะ ไม่ดีหรอก ไม่งั้นเขาจะมีสุภาษิตได้ไงว่า มีหลายหัวดีกว่าหัวเดียว จุดจบของระบบสาธารณะรัฐทั้งหมด มาจากแผนการคนคนเดียว สร้างถานการณ์หวังรวบอำนาจไว้ในตน แล้วไม่คืนกลับให้ประชาชนอีกเลย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
sopon วันที่ : 01/02/2012 เวลา : 04.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira

ท่านผู้มีใจเป็นธรรมลองอ่านดูข้อเขียนผม แล้วมาอ่านคำวิจารณ์ของคุณ "หมูสนาม" ดูนะครับ ว่าคุณ "หมูสนาม" ได้เข้าใจผิดอะไรบ้าง การวิจารณ์ควรว่าเป็นประเด็น ๆ ที่ผมเสนอ ไม่ใช่ตีขลุมอย่างนี้ครับผม

=============

เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง

ดร.โสภณ พรโชคชัย http://www.facebook.com/dr.sopon

ในระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง คือเสียงสวรรค์ แต่พวกเผด็จการทรราชพยายามบิดเบือนสัจธรรมข้อนี้อยู่เสมอ

เรามายืนยันความถูกต้องกันเถิด เสียงส่วนใหญ่คือสัจธรรม หรือสัจธรรมยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่ การตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ย่อมไม่ผิดพลาด ย่อมถูกต้องเสมอ ในกรณีของผู้เขียนซึ่งประกอบอาชีพเป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินนั้น วิธีการประเมินค่าทรัพย์สินสำคัญวิธีหนึ่งก็คือ การเปรียบเทียบตลาด (Market Comparison Approach) ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินต้องหาข้อมูลให้เพียงพอ ซึ่งเมื่อหาพบแล้ว เราก็จะทราบได้ว่าในตลาดมีระดับราคาที่เรียกว่า “ช่วงชั้นราคาตลาด” (Zone of Market Prices) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “หั่งเส็ง” หรือ “หั่งเช้ง” ที่คนส่วนใหญ่ซื้อบ้านในราคาตลาด (Market Prices) ราคานั้นก็จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง (Market Value) ของทรัพย์สินที่เราประเมินซึ่งอาจแตกต่างไปบ้างตามลักษณะเฉพาะของทรัพย์สิน

พฤติกรรมตลาด (Market Behavior หรือ Market Practices) ในท้องตลาด เป็นผู้กำหนดราคาตลาด ซึ่งสะท้อนจากความเป็นไปได้ทั้งทางกายภาพ ตลาด การเงิน และกฎหมาย เช่น ในท้องถิ่นหนึ่ง ๆ ที่ดินที่เป็นที่นากับที่ดินที่เป็นสวนยางพารา หรือที่ดินที่มีระบบชลประทานกับที่ดินที่ไม่มี หรือที่ดินที่ถือครองเป็นโฉนดกับที่เป็น สปก.4-01 ย่อมมีราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามพฤติกรรมตลาด อย่างไรก็ตามในตลาดที่ไม่สมบูรณ์ (Imperfect Market) กลไกตลาดอาจถูกบิดเบือนไปได้ในบางขณะสั้น ๆ แต่ไมใช่ตลอดไป

อาจกล่าวได้ว่าเมื่อมีตลาด ก็จะมีราคา เพราะตลาดเป็นแหล่งสังเคราะห์อุปสงค์และอุปทานให้ออกมาเป็นราคาตลาด ถ้าเราไม่ฟังเสียงตลาดหรือคนส่วนใหญ่ เราก็จะไม่สามารถทราบราคาที่แท้จริงได้ มีตัวอย่างว่า ครั้งหนึ่งก้อนหินจากดวงจันทร์ถูกขโมยหายไปจากองค์การนาซา ปรากฏว่าหินก้อนนี้มีราคา 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มีราคาเช่นนี้ก็เพราะมีพฤติกรรมตลาดที่แน่ชัดที่ผ่านการซื้อขายมาหลายต่อหลายครั้งในตลาด จนสามารถทราบได้นั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ประเทศอื่นคงไม่สามารถไปดวงจันทร์ได้โดยง่าย แต่ก็อยากได้หินมาทดลองทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงมีระบบตลาดของหินดวงจันทร์เกิดขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมตลาดเป็นตัวกำหนดมูลค่าทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงอาจมีข้อมูลที่สูงหรือต่ำผิดปกติ (Outliers) อยู่บ้าง ซึ่งย่อมเป็นความผิดพลาด (Errors) ที่อธิบายได้หรือยังอธิบายไม่ได้อันเป็นผลมาจากการจดบันทึกหรือเก็บข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน มีตัวแปรพิเศษ หรือกลุ่มตัวอย่างแตกต่างไปจากกลุ่มส่วนใหญ่จริง เช่น จากการเก็บข้อมูลในจำนวนที่เพียงพอพบว่า ปกติบ้านแบบเดียวกันในย่านนี้ มีราคา 1 ล้านบาท บวก/ลบ 10% แต่มีบางคนซื้อเพียง 5 แสนบาท เพราะเป็นบ้านเก่าที่ทรุดโทรม หรือมีคนฆ่าตัวตายในบ้าน คนเลยกลัว ในทางตรงกันข้าม บางคนก็อาจซื้อในราคา 2 ล้านบาท เพราะจำเป็นต้องซื้อหรือเพราะความไม่รู้ เป็นต้น เราจึงต้องร่อนเอาข้อมูล Outliers เหล่านี้ออกก่อนการวิเคราะห์และประมวลผล ไม่เช่นนั้นก็จะถือเป็นข้อมูลขยะ ถ้าเราเอาขยะเข้ามาวิเคราะห์ เราก็จะได้ขยะออกมา (Garbage In, Garbage Out).

ในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าไม่ให้สาวกยึดมั่นในพระพุทธองค์แต่ให้ยึดมั่นในพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนหลังพระองค์ปรินิพพาน ในสมัยพุทธกาลและหลังจากนั้นมาอีกนับร้อย ๆ ปี ก็ไม่มีการสร้างพระพุทธรูป แม้แต่พระวินัยบางข้อ ถ้าที่ประชุมสงฆ์เห็นควรละเว้นแก้ไข พระองค์ก็อนุญาตให้ทำได้ นี่แสดงว่าพระพุทธองค์ยอมรับปัญญา และความเป็นอิสระของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังปฏิเสธการแบ่งชั้นวรรณะ เห็นคนเท่าเทียมกัน ทรงบวชจัณฑาลเป็นพระสงฆ์ จึงนับว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งประชาธิปไตย และจึงถูกทำลายหรือไม่ก็ถูกควบคุมให้อยู่ใต้อาณัติของวรรณะพราหมณ์และวรรณะกษัตริย์เรื่อยมา

บางคนอ้างผิด ๆ ว่าเสียงส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้ เช่น กรณีการเถลิงอำนาจของนาซี เยอรมนี โดยอ้างว่าฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริงก็คือ การเลือกตั้งในปี 2476 ดังกล่าว นาซีไม่ได้ชนะด้วยเสียงส่วนใหญ่ นาซีได้คะแนนเสียงเพียง 44% เท่านั้น ทั้งนี้ยังเป็นการเลือกตั้งสกปรก รวมทั้งการทำลายคู่แข่งของฮิตเลอร์ และแม้นาซีจะชนะการเลือกตั้งใน 33 จาก 35 เขตเลือกตั้ง ก็เป็นการชนะด้วยเสียงที่ได้มากที่สุดแต่ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่อยู่ดี โดยสรุปแล้วในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นเรื่องของปุถุชน ทุกคนรู้เท่าทันกัน เสียงส่วนใหญ่ย่อมถูกต้องเสมอ ไม่มีใครโง่กว่าใคร เราจึงเชื่อมั่นในเสียงส่วนใหญ่ได้

อย่างไรก็ตาม “กฎทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น” เช่น เสียงส่วนใหญ่ของโจรย่อมใช้ไม่ได้ เพราะในความเป็นจริง โจรก็ยังเป็นคนส่วนน้อยในสังคม ในเชิงเทคนิควิทยาการ เช่น การสร้างจรวดไปดวงจันทร์ เราจะถือเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ เราต้องถามผู้รู้ หรือเรื่องความเชื่อแต่เดิมว่าโลกแบน ถ้าให้ประชาชนผู้ไม่รู้วิทยาการออกเสียงในสมัยโบราณว่าโลกกลมหรือแบน ส่วนใหญ่ก็ต้องออกเสียงว่าโลกแบน เป็นต้น

ด้วยข้อยกเว้นเหล่านี้ พวกเผด็จการทรราชจึงนำมาบิดเบือน สร้างความสับสนด้วยการอุปโลกน์ตนเป็นผู้นำ เป็นผู้รู้ เป็นอภิชนเหนือคนอื่น และข่มว่ามหาชนเป็นคนโง่ ถูก “ฟาดหัวด้วยเงิน” ได้โดยง่าย ไร้สามารถ ขาดศักยภาพในการตัดสินใจ จำเป็นต้องมีผู้ยิ่งใหญ่ที่สวรรค์ส่งมาเพื่อนำทางให้อยู่เสมอ ๆ การบิดเบือนเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อให้ท้ายพวกเผด็จการทรราชมาทำการรัฐประหาร แล้วมาควบคุมประชาชน แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ก็มาโกงกิน ดังเช่นที่เห็นตั้งแต่สมัยสฤษดิ์ สามทรราช รสช. หรืออาจรวม คมช. ด้วยก็ได้ มีใครเชื่อบ้างว่ารัฐบาลสุรยุทธ์และรัฐมนตรีเหล่านั้นใสสะอาดกว่ายุคอื่น ในยุคเผด็จการทรราชมักมีการโกงกินมากกว่าพวกนักการเมืองพลเรือนเพราะขาดการตรวจสอบและเพราะมักอ้างตนมีคุณธรรมเหนือผู้อื่น

เผด็จการทรราชยังใช้อำนาจเขียนประวัติศาสตร์บิดเบือนต่าง ๆ นานา เช่น เมื่อจะโค่นล้มรัฐบาล ป. พิบูลสงคราม ก็กล่าวหาว่ารัฐบาลดังกล่าวโกงเลือกตั้ง ทั้งที่การโกงกันเพียงบางส่วนจากทั้งสองฝ่าย และอาจเป็นการสร้างสถานการณ์การโกงเพื่อก่อรัฐประหาร ในสมัย 6 ตุลาคม ก็หาว่านักศึกษาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเพื่อตอกย้ำความชอบธรรมของคณะรัฐประหาร ก็จัดแสดงนิทรรศการอาวุธในธรรมศาสตร์ที่สนามไชย ซึ่งผู้เขียนในฐานะนักศึกษาผู้ร่วมชุมนุมคนหนึ่งเชื่อว่าไม่เคยมีอาวุธสงครามเช่นนั้น หาไม่ตำรวจ ทหารและกลุ่มฝ่ายขวาที่บุกเข้าไปคงต้องเสียชีวิตกันมากมายไปแล้ว

ประชาชนมักถูกมองว่าเป็นแค่ “ฝุ่นเมือง” หรือ “ปุถุชน” (บุคคลผู้มีกิเลสหนา) แต่ในความเป็นจริง ปุถุชนหรือสามัญชนนี่แหละคือเจ้าของประเทศตัวจริง ไม่ว่าชนชั้นปกครองจากชาติใด ราชวงศ์ใด หรือลัทธิใดมาครอบครอง สามัญชนก็ยังอยู่สร้างชาติ รักษาความเป็นชาติ เช่นที่เห็นได้ในประวัติศาสตร์จีน เกาหลี หรือล่าสุดในสมัยสงครามเวียดนามที่มีเพียงประชาชนระดับบนที่มีฐานะและโอกาสที่ดีกว่าที่หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อความอยู่รอดส่วนตัว ดังนั้นเราจึงต้องตระหนักถึงคุณค่าของมวลมหาประชาชน ดังบทกวีที่ว่า

“ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

หมายเหตุ:
ผู้เขียน เขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อแสดงคารวะถึงเกียรติศักดิ์ของสามัญชนที่มักถูกมองข้าม หยามหมิ่น ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะให้บทความนี้เป็นผลบวกหรือลบต่อการเมืองฝ่ายใด และที่ผ่านมาและจากนี้ไป ผู้เขียนก็ไม่ได้คิดไปรับใช้การเมืองฝ่ายใด

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
month วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/small

ช่ายเสียงข้างมากไปทางไม่ถูก ก็แย่เหมือนกันเนอะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้าเสียงส่วนใหญ่ คือความถูกต้อง โดยไม่สนใจเสียงข้างน้อย

อาจเข้าข่ายกฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย !!!

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hayyana วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ดร.โสภณ พรโชคชัย มีบทความอารมณ์ประมาณนี้เยอะครับ
อ่านบทความเต็ม จะมียกศาสนา ยกฮิตเลอร์
ซึ่งอันนี้ผมว่าแล้วแต่มอง จะมองเป็นขาวหรือเป็นดำก็ได้
มนุษย์ถนัดอยู่แล้วเรื่องหาเหตุผลมาให้ตัวเอง

สุดท้ายผมว่า คห.๒ ครับ ตรงสุด

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

อ่านข้อเขียนของใคร แล้วเห็นว่าไม่น่าจะใช่ ก็เอาวางไว้ก่อนครับ แล้วส่วนใหญ่เราก็จะไม่กลับมาอ่านอีก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงวอ วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

โจร ๕ พระ ๔

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

เห็นด้วย กับ คห.2 ค่ะ

ดร. อะไรนี่ สงสัยเรียนมากเกินไป มึน-มั่วไปหมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รวมใจเป็นหนึ่ง วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 19.20 น.

รวมพลัง 10 เทคะแนน แสดงจุดยืน ต้องเอาคืน เลือกตรงข้าม พรรคแดงเผาไทย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
NiiiiZ วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NiiiiZ

“ประชาธิปไตย ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นใหญ่นั้นมันไม่แน่ ประชาชนบ้าบอก็ได้ประชาชนเห็นแก่ตัว โดยประชาชน ของประชาชน เพื่อประชาชน ถ้าประชาชนเห็นแก่ตัวแล้วฉิบหายหมด”

ท่านพุทธทาส

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
piggylin วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piggylin


ตัวอันตรายมาแล้ว ปล่อยลำแสง VOTE NOooooooooooooo
.
.
.
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ความรัก

ความรัก

View All
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]