• หมูสนาม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : attawut08@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 746
  • จำนวนผู้ชม : 1640473
  • ส่ง msg :
  • โหวต 260 คน
คนข้างสนาม
เล่าให้อ่าน วิพากษ์ วิจารณ์ เสนอแนะ ได้เรื่องบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง ตามสะดวก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08
วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน 2554
Posted by หมูสนาม , ผู้อ่าน : 2500 , 15:57:43 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในตอนที่แล้วผมเล่าเรื่องความสามารถในการผลิตข้าวของไทยที่ทำได้สูงถึงปีละ 35 ล้านตันข้าวเปลือก แปรรูปได้ประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร  แบ่งเป็นการบริโภคในประเทศครึ่งหนึ่ง  เหลือส่งออกไปขายต่างประเทศได้เป็นอันดับ 1 ของโลกประมาณปีละ 10 ล้านตัน คู่แข่งคนสำคัญในตลาดโลกของไทยคือเวียดนาม สองประเทศนี้มียอดขายข้าวในตลาดโลกรวมกันประมาณ  50 % ของยอดการค้าข้าวในโลก ที่มีอยู่รวมกันประมาณปีละ 32 ล้านตัน หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า สองประเทศรวมกันมียอดขายตั้ง 50% ของโลกทำไมกำหนดราคาขายข้าวเองไม่ได้

คำตอบง่ายๆครับ เหตุ ที่กำหนดราคาตามใจเราไม่ได้ เพราะทั้งสองประเทศนี้ผลิตข้าวได้มากเกินความต้องการบริโภคของตัวเอง ไม่รู้จะไปหาที่ที่ไหนเก็บ จึงต้องแข่งกันขายเพื่อระบายสต้อกในประเทศ ออกสู่ตลาดโลก เพื่อเตรียมตัวรอข้าวฤดูกาลใหม่ที่จะผลิตซ้ำออกมาในเวลาไม่เกิน 4 เดือน ข้างหน้า  ดังนั้นราคาข้าวสารในประเทศจึงถูกผูกติดกับราคาข้าวในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่ราคาตลาดโลกก็ไม่คงที่ครับ มีโอกาสผันผวน ขึ้นๆลงตลอดเวลา ถ้าปีไหนโลกมีข่าวน้ำท่วม ฝนแล้ง หรือมีแมลงศัตรูพืชรบกวน จนผลผลิตข้าวตกต่ำอย่างมีนัยยะสำคัญ ราคาข้าวในตลาดโลกก็จะปรับตัวสูงขึ้น แต่ถ้าปีไหนหนาวจัดหิมะลงหนัก แสดงว่าจะมีน้ำอุดมสมบูรณ์ในฤดูเพาะปลูก คาดว่าผลผลิตจะมาก ราคาก็มีแนวโน้มลดลง เป็นต้น ราคาข้าวในตลาดโลกจะผันแปรไปตามผลผลิตข้าวรวมของโลก ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดปกติ

กลับมาดูระบบการผลิตข้าวภายในประเทศไทยบ้าง

ระบบการผลิตข้าวออกสู่ตลาดโลกของไทยมีมีผู้เกี่ยวข้องหลักๆอยู่ 3 ส่วนครับ

1.    ชาวนา เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบคือข้าวเปลือก

2.    โรงสี เป็นผู้ใช้วัตถุดิบมาแปรสภาพ(จากข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร)

3.    ผู้ส่งออก เป็นผู้ระบายข้าวสารส่วนเกินที่เหลือจากการบริโภคภายในประเทศออกสู่ตลาดโลก

เริ่มต้นระบบการผลิตที่ชาวนา เมื่อชาวนาไทยผลิตข้าวออกมามากเกินความต้องการบริโภคภายในประเทศ จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินข่าวข้าวราคาตกต่ำ และมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงราคาทุกปี จนในที่สุดรัฐบาลก็คิดวิธีรับจำนำข้าวออกมา โดยใช้หลักคิดว่าจะชะลอให้ข้าวเปลือกให้ออกมาสู่ตลาดน้อยกว่าปกติ โดยรัฐบาลจะให้ชาวนาเก็บข้าวไว้ในฉางตัวเอง แล้วให้มาเอาเงินจากรัฐบาล(ผ่านธกส.)ไปใช้ก่อน โดยเอาข้าวเปลือกที่ฉางของตัวเองมาเป็นหลักประกันหนี้ไว้(จำนำ)  เมื่อราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นจนถึงระดับที่ชาวนาพอใจ ก็ให้มาไถ่ถอนการจำนำเอาข้าวแล้วค่อยเอาเงินมาคืนรัฐบาล ตอนแรกๆก็กำหนดราคาจำนำให้ต่ำกว่าราคาตลาดครับ แต่ก็มีปัญหาไม่มีฉางพอเก็บอีก ประกอบกับชาวนาผู้เก็บข้าวไว้ต้องรับความเสี่ยงจากความเสียหาย จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลหาฉางมาเก็บให้

รัฐบาลจึงต้องเปิดรับโรงสีให้เข้ามาร่วมโครงการจำนำข้าวเพื่อใช้โรงสีเป็นสถานที่เก็บข้าวเปลือก และทำหน้าที่อบลดความชื้น ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องให้เพิ่มราคาจำนำมีทุกปีครับ จนมาถึงสมัยรัฐบาลประชานิยมอย่างคุณทักษิณ ราคาจำนำก็วิ่งแซงราคาตลาด การจำนำเพื่อรอการไถ่ถอนก็กลายมาเป็นการขายขาดให้รัฐบาลในที่สุด เมื่อรัฐบาลเป็นเจ้าของสต้อกข้าวเปลือกทั้งหมด โดยรัฐบาลอาศัยพื้นที่โรงสีที่เข้าร่วมโครงการเป็นสถานที่เก็บสต้อกข้าวเปลือก และสุดท้ายก็ต้องจ้างโรงสีมาแปรรูปเป็นข้าวสารส่งมอบให้รัฐบาลอีกที

แปรรูปเป็นข้าวสารเสร็จก็มีปัญหาที่เก็บข้าวสารอีกครับ  จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน แรกๆก็เก็บไว้ในคลังของรัฐบาลที่รู้จักกันในชื่อองค์การคลังสินค้า (อคส.) เก็บไปเก็บมาสต้อกเต็ม รัฐบาลก็ต้องหาเอกชนผู้ให้เช่าคลังสินค้ามาร่วมโครงการอีก  เพื่อเป็นสถานที่เก็บข้าวสาร เก็บไว้เฉยๆไม่ขายออกไปก็ไม่ได้อีก เพราะอีก 4 เดือนข้างหน้าจะมีผลผลิตรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอีกรอบ คราวนี้ก็ต้องเป็นฝีมือ รมต.พาณิชย์ละครับ เราจะเห็นข่าวรมต.เดินทางไปขายข้าวให้ต่างประเทศ ที่ชอบคุยนักคุยหนาว่าเป็นการขายระหว่างรัฐต่อรัฐ (G_To_G ) นั่นแหละครับ  แต่ส่วนมากก็ขายไม่ค่อยได้ (มีแต่ราคาคุย) เพราะรัฐบาลไม่มีเครื่องมือหรือระบบการจัดการที่ดี ที่จะปรับปรุงคุณภาพข้าวเพื่อการส่งออกให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศ หรือมีวิธีการส่งมอบที่มีประสิทธิภาพส่งมอบให้ทันเวลา

สุดท้ายรัฐบาลก็หันกลับมาใช้วิธีเปิดให้ผู้ส่งออกเข้ามาประมูลสินค้าในคลังของรัฐบาลเอาไปส่งออกแทน

สังเกตเห็นไหมครับว่าทุกรอยต่อของระบบการผลิตข้าวจะมีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องเป็น Big  Brother อยู่เบื้องหลัง ด้วยเสมอ เริ่มตั้งแต่

1.    รัฐบาลกำหนดราคาจำข้าวแก่ชาวนา “สูงกว่าราคาตลาดปกติ”

2.    รัฐบาลจ้างโรงสี “ อบลดความชื้นและแปรสภาพเป็นข้าวสาร ”

3.    รัฐบาลเช่าคลังเอกชน “ เพื่อเก็บสต้อกข้าวสาร ”

4.    รัฐบาลเปิดคลังให้ผู้ส่งออก “ ประมูลเพื่อระบายสต้อกข้าวออกไปต่างประเทศ ”

Big Brother คนนี้ใช้เงินภาษีของเราอย่างเมามัน(แต่ไม่ได้เรื่อง)อย่างไร 

ตอนหน้าผมจะเล่าให้ฟังครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

เรื่องข้่าว..ทำคนรวยมามากเเล้วครับ...ดูอย่างสมัยหลายปีก่อนนั้นมีบริษัทค้าข้าวหน้าใหม่พวดพราดหยิบชิ้นปลามัน คว้าเเต่ล๊อตใหญ่ๆ ทำกำไรมหาศาล.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตอนหน้าชื่อตอนว่า "อวสานบิ๊กบราเธ่อร์" ป่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Ananda วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aplang

เหตุผลหลักในเรื่องรับจำนำข้าวนี้ เพื่อต้องการยกฐานะความเป็นอยู่ของชาวนาที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดีได้รับการสนับสนุนจากทุกคน แต่มีคนคัดค้านโดยเฉพาะนายทุนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกข้าว จึงทำการต่อต้านอย่างรุนแรง ที่เป็นเช่นนี้เพราะพวกเขาจะเสียประโยชน์จากการนี้เป็นจำนวนมาก คือส่งออกยากเพราะมีคู่แข่งที่มีราคาข้าวต่ำกว่า กำไรลดลง โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เพื่อคัดค้านอ้างรัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากจะเอามาจากไหน โรงสีจะได้ประโยชน์จากการรับจำนำ มีการทุจริตคอรัปชันจากพ่อค้าและนัการเมือง สารพัดเหตุผลที่จะอ้าง เพื่อไม่ให้โครงการนี้เกิดขึ้น
และวันนี้ได้ข่าวว่าสหรัฐอเมริกาคาดการว่าข้าวไทยจะส่งออกได้น้อยเพราะข้าวไทยแพงกว่าตลาด คนจะหันไปซื้อข้าวเวียตนาม ไทยจะเสียความเป็นผู้นำการส่งออกข้าวให้เวียตนาม
ประเทศสหรัฐแม้จะเป็นผู้ส่งออกข้าว แต่ก็เป็นผู้นำเข้าข้าวจากไทยด้วย เนื่องจากข้าวไทยมีคุณภาพสูง คนที่มีฐานะดีต้องการข้าวของไทย
แม้ในประเทศจีนที่ส่งข้าวออกยังซื้อข้าวหอมมะลิจากไทย คนจีนยังถือว่าข้าวหอมมะลิไทยเป็นยาโป็อย่างหนึ่งเหมือนลำใยของไทย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หมูสนาม วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08


ความคิดเห็นที่ 1
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

(บ้านอาก๋งของผมเคยมีฉางขนาดใหญ่รับฝากข้าวจากชาวนาครับ แต่ไม่มีโรงสี เคยเห็นคนงานแบกข้าวเปลือกในภาชนะชนิดหนึ่งขึ้นจากเรือ รับติ๋วแล้ววิ่งไปบนกระดานแผ่นเดียวไปเทใสในโกดังครับ ส่วนภาชนะที่ว่านั้น เรียกว่าอะไรผมก็จำชื่อไม่ได้ เข้าใจว่าคุณหมูสนาม น่าจะมีคำตอบให้นะครับ - ขอบคุณครับ)
ภาชนะใช้แบกข้าวเปลือกในสมัยก่อนเรียกว่า กระบุงปากบานครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
arattikron วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 08.55 น.

หวังผลตอบแทนทั้งหมดเลยครับ
ไม่มีการทำอะไรเพื่อประชาชน
แล้วจะเรียกว่าเป็น รัฐบาล ได้หรือ?

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 01.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

พวกที่รับช่วงจากรัฐบาลตามข้อ1-4น่าจะมีรายได้มากพอที่จะแบ่งกับคนที่คุมเรื่องข้าวได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hayyana วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ตามอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงวอ วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
LUCKYP วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

จะคอยตามอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Payont วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

จะคอยอ่านตอนต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนกลางทุ่ง วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/centralthaifarm

เห็นด้วยกับแนวคิด จริง ๆ ประกันรายได้เกษตรกร เงินถึงเกษตรกรโดยตรงมากกว่า แต่เขาหาเสียงไว้ซะแล้ว ก็ต้องทำไป แถมโอกาสแห่งผลประโยชน์มากมาย รอยู่กับคนที่คอยจ้องเก็บเกี่ยวตาเป็นมัน นี่คือเมืองไทย คนไทยที่เป็นห่วงก็ได้แต่มองดูและทำใจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เคียงดิน วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ไม่ว่าง แค่อยากมาส่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับข้าวที่มีประโยชน์มาก

ผมยังจำ "ฉางข้าว" ที่ชาวนาปลูกอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านได้ดีครับที่ประตูฉาง เขาไม่ใช้บานประตูปิด-เปิดเหมือนประตูบ้าน

แต่ใช้ไม้กระดานเป็นแผ่น ๆ เสียบทางขวางซ้อนกันทีละแผ่นตามปริมาณข้าวเปลือกที่มี

ฉางข้าวส่วนตัวของชาวนาจะยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ 80 เซ็นติเมตรหรือ 1 เมตร เผื่อไม่ให้น้ำท่วม

หากเดี๋ยวนี้ชาวนาในอยุธยาเก้บข้าวไว้ในฉางเหมือนสมัยก่อน ข้าวคงงอกอยู่ในฉางเป็นแม่นมั่น

(บ้านอาก๋งของผมเคยมีฉางขนาดใหญ่รับฝากข้าวจากชาวนาครับ แต่ไม่มีโรงสี เคยเห็นคนงานแบกข้าวเปลือกในภาชนะชนิดหนึ่งขึ้นจากเรือ รับติ๋วแล้ววิ่งไปบนกระดานแผ่นเดียวไปเทใสในโกดังครับ ส่วนภาชนะที่ว่านั้น เรียกว่าอะไรผมก็จำชื่อไม่ได้ เข้าใจว่าคุณหมูสนาม น่าจะมีคำตอบให้นะครับ - ขอบคุณครับ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ความรัก

ความรัก

View All
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]