• Sukanynon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aui_moonoy@hotmal.com
  • วันที่สร้าง : 2015-01-06
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 46866
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
moonoy
สวัสดีค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/auimoonoy
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558
Posted by Sukanynon , ผู้อ่าน : 1781 , 20:11:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Kannika22 , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
ทางเข้าโครงการ
       แม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นเส้นเลือดเส้นใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าสายน้ำที่คงอยู่มาเป็นเวลานานจะต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย ซึ่งบางอย่างก็ถูกบันทึกไว้ บางอย่างอาจจะสูญสลายไปตามกาลเวลา หรือบางแห่งอาจจะมีซากหรือร่องรอยอะไรบางอย่างที่เหลือทิ้งไว้ให้หวนนึกถึงอดีตได้
       
       เหมือนกับแหล่งชอปปิ้งที่ฉันจะไปเดินเล่นในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเย็นนี้ ที่นอกเหนือจากเป็นแหล่งที่ให้ความบันเทิงเริงใจกับขาชอป มีบรรยากาศที่งดงามริมแม่น้ำ และยังมีเรื่องเล่าขานถึงความสำคัญในอดีตของพื้นที่แห่งนี้อีกด้วย

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
ย่านเจริญกรุงมีทั้งร้านค้า โรงละคร และร้านอาหาร
       บอกเลยก็แล้วกันว่าสถานที่แห่งนี้ก็คือ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” (Asiatique The Riverfront) ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งชอปปิ้งและแฮงเอาต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ก็เนื่องจากเป็นแหล่งรวบรวมร้านค้ามากมาย มีทั้งของใช้ ของฝาก เสื้อผ้า และอื่นๆ อีกมากมาย แถมยังมีร้านอาหารทั้งเล็กและใหญ่ให้เลือกชิมแบบนานาชาติ ที่สำคัญก็คือ บริเวณที่ตั้งนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บรรยากาศการเดินเล่นเป็นแบบสบายๆ ได้ชมทิวทัศน์งามๆ ของแม่น้ำ นั่งเล่นรับลมเย็นๆ แบบเพลินๆ
       
       อย่างที่ฉันบอกไว้ว่าพื้นที่แถบนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน ซึ่งก็เริ่มตั้งแต่การเป็นที่ตั้งของ “วัดพระยาไกร” ที่ถูกยกฐานะขึ้นเป็นวัดหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่ต่อมากลายเป็นวัดร้างไป จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “ถนนเจริญกรุง” และยังมีการเปิดบริการรถรางไฟฟ้าบนถนนเจริญกรุงอีกด้วย

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
ย่านกลางเมือง
       ภายหลังจากมีสนธิสัญญาเบาว์ริง ทำให้สยามเกิดการค้าเสรี และมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนมากมาย โดยบริษัท อีสต์เอเชียติก (เดิมชื่อ บริษัท แอนเดอร์เซ่น แอนด์ โค) เข้ามาสร้างท่าเรือและโรงเลื่อย ณ บริเวณวัดพระยาไกรที่กลายเป็นวัดร้างไปแล้ว โดยระหว่างก่อสร้างนั้นก็ต้องขนย้ายพระพุทธรูปที่เหลืออยู่ในวัดไปยังวัดสามจีน ระหว่างขนย้ายพระพุทธรูปองค์ใหญ่เกิดอุบัติเหตุลวดสลิงขาด องค์พระตกกระแทกพื้นอย่างแรง ปูนที่หล่อทับอยู่ด้านนอกกะเทาะออก เผยให้เห็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งต่อมาขนานนามกันว่า “หลวงพ่อทองวัดไตรมิตร”
       
       ท่าเรือของบริษัท อีสต์เอเชียติก เป็นท่าเรือที่สำคัญและทันสมัยที่สุดในเวลานั้น มีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้ามาในสยามเป็นจำนวนมาก มีปั้นจั่นรางเลื่อนพลังงานไฟฟ้า และตัวโกดังเก็บสินค้ายังเป็นโครงสร้างเหล็ก แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของท่าเรือในสมัยนั้น จนในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดท่าเรือและคลังสินค้าของบริษัท อีสต์เอเชียติก เพื่อใช้เป็นฐานกำลังและคลังแสง ซึ่งในปัจจุบันยังคงได้เห็นรางรถขนแร่ และหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลก

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
คล้องกุญแจคู่รัก
       จากความหลังครั้งวันวาน มาจนถึงเมื่อปี 2555 มีการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่โรงเลื่อย โกดัง และท่าเรือของบริษัท อีสต์เอเชียติก ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยยังอนุรักษ์ร่องรอยต่างๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พร้อมสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ที่ผสมผสานกันจนเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และกลายมาเป็น เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ในทุกวันนี้
       
       แหม.. ยืนอ่านประวัติเขาเสียนาน ฉันว่ามันถึงเวลาที่เราต้องออกเดินกันแล้ว แต่ถ้าใครกลัวจะหลง เพราะพื้นที่เขากว้างขวาง ก็เดินมาสำรวจแผนที่บริเวณทางเข้ากันก่อนก็ได้ ที่นี่ เขาจะแบ่งพื้นที่เป็นย่านต่างๆ โดยจำลองความรุ่งโรจน์ของธุรกิจบนถนนเจริญกรุงในยุครัชกาลที่ 5 มาให้ชม

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
นั่งดื่มกินที่ย่านกลางเมือง
       เริ่มจากบริเวณทางเข้าโครงการ (จากฝั่งถนนเจริญกรุง) ตรงนี้เขาเรียกกันว่า “ย่านเจริญกรุง” ซึ่งด้านหน้าสุดจะเห็น “หลุมหลบภัย” ซึ่งเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยสงครามโลก หากเดินเข้ามาจะเห็นร้านอาหารต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ของตกแต่งบ้าน มีโรงภาพยนตร์ 4 มิติ โรงภาพยนตร์ โรงละคร และโชว์สวยๆ จากคาลิปโซ คาบาเรต์
       
       เดินตรงเข้าไปด้านในเรื่อยๆ จะมาถึง “ย่านกลางเมือง” ที่รวบรวมอาหารอร่อยจากนานาชาติ ให้นั่งดื่มกันในบรรยากาศสบายๆ และเป็นกันเอง และยังมีพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง ที่จะหมุนเวียนกันจัดกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆ อย่างวันที่ฉันไปนี้ก็เริ่มเข้าสู่บรรยากาศของเดือนแห่งความรักแล้ว ก็เลยมีการจัดกิจกรรมจำลองสวนแห่งความรักของจูเลียต มาไว้ให้เข้าไปชม ไปถ่ายรูป มีของที่ระลึกขาย และที่สำคัญยังมีกุญแจคู่รักให้เข้าไปคล้องไว้กับรั้วรอบๆ สวน ให้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเสียจริงๆ

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
ย่านโรงงานกับหลังคาโครงเหล็กของโกดังเก่า
       เลี้ยวมาซ้ายมืออีกนิด ก็จะเป็น “ย่านโรงงาน” บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงาน เนื่องจากได้รวบรวมร้านอาหาร ผับ และร้านขายสินค้าแฟชั่น ของประดับตกแต่งไว้มากมาย ยิ่งในช่วงพลบค่ำแล้วก็ยิ่งน่ามาเดินหรือนั่งเล่นแถบนี้มาก เพราะแต่ละร้านจะประดับประดาไฟสีสันสวยงาม เปิดเพลงจังหวะต่างๆ เคล้าคลอไปด้วย

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
ประติมากรรมชาวท่าเรือ
       ย่านสุดท้ายของที่นี่ก็คือ “ย่านริมน้ำ” เป็นจุดที่ฉันชอบที่สุด เพราะได้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา มานั่งดูสีสันของท้องฟ้าที่แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามแสงตะวัน และเมื่อพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นสีสันของแสงไฟ ทั้งจากในโครงการ และจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สะท้อนแสงลงบนน้ำดูระยิบระยับ

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
ปั้นจั่นเก่าแก่
       แต่นอกจากจะมาชมบรรยากาศสวยๆ ในย่านริมน้ำนี้แล้ว ยังมีประติมากรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนงานท่าเรือ มีปั้นจั่นรางเลื่อนตัวเก่า ที่ยังติดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ทำให้ได้ย้อนไปถึงเมื่อวันที่ท่าเรือแห่งนี้ยังคงมีความสำคัญอยู่ และยังปรากฏอาคารสถาปัตยกรรมโบราณที่ในอดีตเคยเป็นอาคารของบริษัท อีสต์เอเชียติก แต่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการปรับปรุงให้มีสภาพดีขึ้น

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
อาคารโบราณที่กำลังปรับปรุง
       อีกจุดหนึ่งที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเอเชียทีค ก็คือ “เอเชียทีค สกาย” ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดดึงดูดสายตาของทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางมาทางรถ (ถนนเจริญกรุง) หรือทางเรือ (แม่น้ำเจ้าพระยา) ก็สามารถมองเห็นชิงช้าขนาดยักษ์เด่นเป็นสง่า ซึ่งถ้าได้ขึ้นไปด้านบนก็จะสามารถชมทิวทัศน์กรุงเทพฯ ในมุมสูงได้แบบรอบตัว

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
เอเชียทีค สกาย
       เดินวนในเอเชียทีคอยู่ 3 รอบเต็มๆ แวะชิมของอร่อยจากหลายๆ ร้านจนอิ่มแน่นกระเพาะ แถมสองไม้สองมือยังเต็มไปด้วยถุงชอปปิ้งที่มีทั้งของกิน ของใช้ และของฝาก ฉันก็เริ่มเหนื่อยเต็มที ขาก็ล้า เริ่มจะก้าวไม่ออกแล้ว คืนนี้ก็เลยขอไปตบท้ายด้วยการขึ้นชิงช้าสวรรค์ “เอเชียทีค สกาย” นั่งพักผ่อนชมกรุงเทพฯ ที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟ ก่อนจะกลับบ้านนอนด้วยความสุขใจ

กิน เที่ยว ชอป จนอิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ “เอเชียทีค”
สีสันแสงไฟในยามค่ำคืน

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” (Asiatique The Riverfront) ตั้งอยู่ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.
       
       สำหรับการเดินทางมายังเอเชียทีคสามารถมาได้หลายเส้นทาง โดยเส้นทางที่สะดวกที่สุดคือ นั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าเรือสาทร หรือใช้บริการ BTS ลงที่สถานีตากสิน จากนั้นจะมีเรือของเอเชียทีคให้บริการรับ-ส่งฟรี ระหว่างท่าสาทร-เอเชียทีค ระหว่างเวลา 16.00-23.30 น.

ที่มา:http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000006022





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 Sukanynon ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 19/02/2015 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ยามค่ำคืนเอเชียทีคสวยงามมาก
ตรงอาคารโบราณนั่นน่ะ ตอนเดินเข้าไปใกล้ๆมันหลอนๆเสียวสันหลังยังไงไม่รู้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน