*/
  • aumboon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-12
  • จำนวนเรื่อง : 252
  • จำนวนผู้ชม : 934291
  • จำนวนผู้โหวต : 239
  • ส่ง msg :
  • โหวต 239 คน
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม 2554
Posted by aumboon , ผู้อ่าน : 15846 , 14:06:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ก่อพงษ์ , ครูไทยใจเกินร้อย โหวตเรื่องนี้

ชีวิตของชาวนาไทย

ใครจะรู้บ้างไหมหนอว่าข้าวที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้
กว่าจะได้ข้าวมาสักเม็ดมันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน

เริ่มตั้งแต่ฤดูการทำนา
ก็ต้องรอให้ฟ้าฝนตกลงเสียก่อน จึงจะเริ่มหว่านกล้า
ต้นกล้าก็คือเอาข้าวเปลือกที่คัดเลือกไว้เป็นพันธ์ ใส่กระสอบไปแช่น้ำประมาณ 2-3 วัน
ให้มันเริ่มมีรากงอกสีขาว ๆ จึงเอาไปหว่านในแปลงที่เตรียมไว้แล้ว


จากนั้นจึงเริ่มเตรียมผืนนาเพื่อปลูกข้าว
เริ่มตั้งแต่การไถนา ไถแปร ช่วงนี้ท้องทุ่งนาจะเต็มไปด้วยน้ำ
เมื่อก่อนก็ใช้วัวควายในการไถนา กว่าจะไถนาได้สักแปลงก็ใช้เวลาโขอยู่

สมัยนี้ก็ใช้เครื่องจักรเข้ามาแทน
เขาเรียกว่าควายเหล็ก แต่ก็กินน้ำมันน่าดู ทำให้ต้นทุนของชาวนาสูงขึ้น

ช่วงระยะเวลาการทำนานี้จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
จึงจะทำนาเสร็จ
จากนั้นก็ต้องรอให้ต้นข้าวเจริญเติบโต บ้างก็ใส่ปุ๋ย ฉีดยาฆ่าแมลง
คอยดูน้ำในนาอย่าให้แห้ง ถ้าน้ำในนาแห้งมีหวังต้นข้าวตายแน่ ๆ

คอยกำจัดวัชพืช
การทำนาของชาวนาไทยส่วนมากต้องอาศัยธรรมชาติ
บางปีฝนไม่ตกก็ทำให้ต้นข้าวตายไปบางส่วน ต้นข้าวไม่สมบูรณ์
ทำให้ได้ผลผลิตน้อย ราคาข้าวก็ถูกมาก
ขณะที่ต้นทุนการทำนาสูงขึ้นเรื่อย ๆ

แล้วชาวนาจะอยู่ได้อย่างไร
ก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน ทำให้เกษตรกรไทยมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก

กลับมาที่บ้านของคุณพ่อคุณแม่ของผมเองครับ
ก็อยู่กับน้อง ๆ และหลาน ๆ
เหมือนชาวชนบททั่วไปของไทย

บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 3 บ้านสันบุญเรือง ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ใครผ่านไปแม่สาย ก็แวะเข้าไปทักทายพูดคุยกันได้น๊ะครับ

อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สายประมาณ 12 กม.
หมู่บ้านนี้มีประมาณ 70-80 หลังคาเรือน
ถนนในหมู่บ้านครับ ถ่ายจากหน้าบ้านมองไปทางทิศเหนือ

หันไปมองทางทิศใต้บ้าง (เยื้องไปทางตะวันออก)

จากภาพขอบ้านด้านบน ที่เห็นหลังคามุงสังกะสีด้านซ้ายมือ
คือโรงสีข้าวครับ เป็นโรงสีเล็ก ๆ ไว้สำหรับสีข้าวภายในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง

เปิดประตูต้อนรับ อิอิ ....

อย่างที่บอกไว้น๊ะครับ การทำนาจะใช้เวลาประเวลาประมาณ 4-5 เดือน
จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

เข้าไปภายในโรงสีกันดีกว่าครับ
วันนี้มีคนนำข้าวมาสีหลายกระสอบเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้พ่อเคยปรึกษาว่าอยากได้โรงสีข้าวสักโรงไว้คอยสีข้าว
พ่อบอกว่าถ้าเปรียบเทียบกับการซื้อรถสองแถวไว้รับจ้าง
ค่าใช้จ่ายมันจะสูง เพราะว่ารถมันเคลื่อนที่ตลอด อย่างน้อยล้อของมันก็ต้องเปลี่ยนต้องซ่อม

หน้าตาโรงสีของพ่อครับ

จากนั้นพ่อก็ไปกู้เงิน ธกส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)
ไปซื้อโรงสีตามความใฝ่ฝันของพ่อ
ถ้าใช้เครื่องยนต์แบบโรงสีรุ่นเก่าราคาจะแพงและค่าใช้จ่ายจะสูง
โรงสีรุ่นใหม่ใช้มอเตอร์ในการหมุน ใช้พลังงานจากไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้พ่อเคยสีข้าวกับพี่ของพ่อ เป็นโรงสีของคุณปู่
โรงสีรุ่นเก่าใช้เครื่องยนต์ ตอนนี้พังไปเรียบร้อยแล้ว

พ่อติดใจก็เลยซื้อโรงสีมาสีเองที่บ้าน


ตอนเช้า ๆ ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน ชาวบ้านเขาก็จะเอาข้าวมาทิ้งไว้ที่โรงสี
พ่อจะดูว่าวันนี้มีข้าวมาสีเยอะหรือเปล่า ถ้ามีเยอะก็จะเริ่มสีแต่เช้า
ถ้าไม่เยอะก็จะสีตอนบ่าย
ตกเย็นหลังจากกลับจากทำงาน ชาวบ้านก็จะมารับข้าวที่สีแล้วกลับไป

พ่อคิดราคาค่าสีข้าวถูกมาก ๆ เรียกว่าแทบไม่มีกำไร
บอกพ่อว่าทำไมไม่ขึ้นราคาค่าสีข้าวบ้าง พ่อบอกว่ากลัวคนไม่มาสีข้าว
กลัวเขาไปสีที่อื่น

เทข้าวเปลือกลงอ่าง
จากนั้นจะมีสายพานลำเลียงไปที่ตระแกรง
เพื่อร่อนเศษไม้ ใบไม้ต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อโรงสี

ค่าสีข้าวสองกระสอบปุ๋ย ราคา 20.-บาท
ถ้าไม่เอารำ (เอาไปทำอาหารสัตว์ เลี้ยงหมู ฯลฯ)
ก็สีให้ฟรี ๆ เลยครับ เพราะว่าราคารำจะแพงกว่าค่าสีข้าว
(ถ้าราคารำถูกก็จึงจะเก็บค่าสี)

ข้าวที่ผ่านตระแกรงร่อนเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไปแล้ว
ก็จะไหลผ่านตรงนี้เพื่อขึ้นไปยังโม่เพื่อกระเทาะเปลือกออกเป็นเม็ดข้าวสาร

ข้าวที่ผ่านโม่ก็จะผ่านกรรมวิธีการแยกเม็ดข้าวสารมาทางนี้
ส่วนรำก็จะถูกแยกไปอีกท่อหนึ่ง และเปลือกข้าว (แกลบ) ที่มีขนาดใหญ่ก็จะถูกแยกไปอีกท่อหนึ่ง
กรรมวิธีทั้งหมดนี้โดยใช้ลมเป็นตัวแยก

เราก็จะได้ข้าวสารที่สีแล้วไหลลงมาที่ถังรองรับ

ข้าวที่สีแล้วกำลังไหลลงที่รองรับ

เมล็ดข้าวที่สีได้ก็จะเป็นสีขาวสะอาดตา

สีข้าวไปได้สักพัก....
สายพานหลุด.... ทำให้สีข้าวต่อไปไม่ได้

เจ้าของโรงสีก็ต้องซ่อมสายพาน
เตรียมเครื่องมือช่าง ....
มีค้อน ไขควง และที่ตอกเจาะสายพาน ตุ๊ดตู่ (คล้ายที่เจาะรูเข็มขัด)

ก่อนอื่นก็ต้องใช้ประแจถอดน๊อตที่ยึดสายพานติดกันออกก่อน

จากนั้นก็ใช้ตุ๊ดตู่เจาะสายพาน เจาะรูให้เลื่อนเข้ามาอีกนิด
เพื่อให้กระชับขึ้น จะได้ไม่หลุดอีก

เสร็จแล้วก็ประกอบให้เหมือนเดิม

ขันน๊อตให้แน่น

จากนั้นก็นำไปประกอบใส่ที่โรงสี

เออ .... ผมยังสงสัยว่าพ่อจะใส่สายพานคนเดียวได้อย่างไร
โดยไม่มีผู้ช่วย



พ่อเอาสายพานคล้องไว้ด้านบนแล้ว
ส่วนด้านล่างก็เอาสายพานพาดไว้แบบเอียง ๆ โดยใช้เชือกมัดไว้ให้แน่น

จากนั้นพ่อก็จะใช้ไม้งัด (วงกลมสีแดง) ให้พูลเล่ย์ (เรียกถูกหรือเปล่า)หมุน
ต้องออกแรงพอสมควร เพราะว่าต้องหมุนทั้งโรงสีเลยครับ
ฟันเฟืองมันต่อเนื่องถึงกันหมด
เสียงของพ่อออกแรง ดัง อึ๊บ ๆ ๆ ๆ

(ไม่ได้ช่วยพ่อเลย ได้แต่ยืนถ่ายรูป) แต่พ่อก็ไม่ยอมบอกให้ช่วยเลย

ในที่สุดก็สำเร็จครับ

เยี่ยมมากครับคุณพ่อ ....

(ถ้าเป็นผมไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า คงต้องเรียกคนมาช่วย 2 - 3 คน)

จากนั้นก็เริ่มสีข้าวกันต่อไป ....

อย่างที่บอกไว้ครับว่ารำก็จะถูกแยกออกมาทางด้านนี้ครับ

จากนั้นก็คอยตรวจสอบในส่วนต่าง ๆ
ส่วนที่ต้องเอาข้าวเปลือกเทลงในอ่าง
ต้องคอยปล่อยข้าวเปลือกให้ลงไปพอดี ถ้ามากไปก็จะล้น
ส่วนตระแกรงที่กรองสิ่งสกปรกที่อาจเป็นอันตรายต่อโรงสี
ปิ๊บที่รองรับข้าวสารว่าเต็มหรือยัง

ส่วนมากผู้ที่มาใช้บริการจะนำข้าวเปลือกใส่กระสอบมา 2 กระสอบ
โดยบรรทุกมากับมอเตอร์ไซด์ หรือไม่ก็รถเข็น

ถ้าสีข้าว เจ้านี้เสร็จแล้ว ก็ต้องเว้นช่วงไว้นิดหนึ่ง
แล้วจึงนำเจ้าใหม่มาสีต่อไป ไม่เช่นนั้นข้าวจะปนกันไปหมด
ไม่รู้ว่าเจ้าไหนเป็นเจ้าไหน

เมื่อได้ข้าวสารมาแล้วก็นำมาใส่กระสอบเดิมที่ได้สีข้าวไปแล้ว
และอีกกระสอบก็นำไปใส่รำ

วันนี้คุณแม่ก็มาช่วยคุณพ่อสีข้าวด้วย
ยกไม่ไหว ก็ใช้ลากกระสอบเอา

สีข้าวเสร็จไปอีกหนึ่งเจ้า

ส่วนแกลบก็จะถูกแยกออกไปทางด้านหลัง
ก็ยังมีเศษข้าวเล็ก ๆ ลอดออกไปบ้าง ก็กลายเป็นอาหารของ เป็ด ไก่

ขอจบด้วยข้าวสารที่สีได้ในวันนี้ครับ

ติดตามกันได้อีก Entry หนึ่งครับ

http://www.oknation.net/blog/aumboon/2009/06/12/entry-1

.......

บุญอุ้ม หงษ์คำ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 04/05/2011 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

ขอขอบพระคุณชาวนาไทยทุกท่านที่ทำให้คนไทยและคนทั่วโลกมีข้าวอร่อยทา่นเพื่อเพิ่มพลังชีวิตในการดำเนินชีวิตที่ดีงามตราบที่ยังมีลมหายใจครับ
(แม่สายไม่ได้ไปเยือนหลายปีแล้วครับ คงเจริญมากมายนะครับ เพิ่งกลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณcม่ที่อ.พานมาครับ)
ขอขอบพระคุณยิ่งครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน