• อัปสรสวรรค์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 74
  • จำนวนผู้ชม : 73365
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
จดหมายวรรณกรรม
คณะผู้เขียนจดหมาย...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม 2552
Posted by อัปสรสวรรค์ , ผู้อ่าน : 837 , 15:10:36 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..

เจ้าของสายลมหนาว

this country for OLD MAN

(จดหมายวรรณกรรมฉบับที่ ๓)

..............

จากพิเชษศักดิ์   โพธิ์พยัคฆ์ ถึงคณะผู้เขียนจดหมาย


สบายดีครับ เพื่อนที่รัก
 
    วันนี้ผมตั้งใจว่า จะมั่วสุมกับงานเขียน เท่าที่สามารถทำได้ อย่างเหนื่อยล้า อืดอาด และรู้สึกว่าตัวเอง โง่งม ช่างไม่เหมือนกับตอนที่เราอ่านของคนอื่นเลย เมื่อเราอ่านของคนอื่น เรารู้สึกว่า ของแค่นี้ไม่น่าที่จะทำได้ยากเย็น แต่พอทำได้จริง แล้วกลับเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ
    ได้รับจดหมายจากเพื่อน “พื้นที่ที่ไม่มีใครอยู่” อดไม่ได้ ขอขอบใจ ด้วยการเขียนจดหมายตอบแทนสื่อสารกันบ้าง ผมจะพูดเรื่องอะไรดีล่ะ เรื่องงานเขียนและชีวิตของนักเขียนดีไหม ดีไม่ดีไม่รู้ล่ะ แต่การเขียนจดหมาย น่าจะเหมือนกับการพูดไปเรื่อย ๆ ต่อเรื่องที่คิดได้ เหมือนการนั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ต่อหน้าเหล้า ต่อหน้าน้ำชากาแฟ ต่อหน้ากองไฟ  ในร้านค็อฟฟี่ช็อฟแอร์เย็นฉ่ำ มีสาวสวยให้เรามอง สาวสวยที่มาพร้อมกับความสวย และอาจจะเคืองถ้าหากเราไม่มอง ชีวิตนักเขียนนั้นคืออะไร ตอบตามจริงก็ต้องบอกว่า “ผมไม่รู้” เพราะผมไม่ได้รู้สึกว่า ตัวเองเป็นนักเขียน ผมเป็นเพียง ‘คนนอก’  คนหนึ่ง ที่เดือนหนึ่ง ๆ นอกจากแมว ต้นไม้ สรรพสิ่งในสวนเล็ก ๆ และคนในครอบครัวแล้ว พูดกับคนอื่นนับคำได้ ซึ่งในอนาคตอาจจะนับเพิ่มจากเดือนเป็นปีก็ได้ แต่ความเศร้าได้พัดเลย ผ่านไปไกล ความเหงาก็มิอาจ แผ่พื้นที่ครอบคลุมไปบนผิวดวงใจผมได้ เพราะความเงียบเหงาของผม ได้หลอมละลาย เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว มีกลอนสามวรรคที่ไหลริน อยู่ในห้วงมโนสำนึกของผมเสม

.

...เหงาเสียจนความเหงา ก้าวเท้าผ่า

เจ็บเสียจนเกินพอ ต่อร้าวราน

ร้อนจนถ่านชื้นหนา ได้ราไฟ...

.

    ผมกับคนรู้จักบางคน ที่ได้พูดคุยกันว่า ทุกวันนี้ ผมเขียนหนังสือก็เปรียบเสมือนการเขียนเล่นคือเขียนเพื่อจะเขียน แล้วก็เดิน ไปส่งลงตู้ไปรษณีย์ เท่านั้นเอง แล้วก็ทำอยู่เช่นนี้ โดยไม่คาดหวังว่า มันจะได้รับการตีพิมพ์ เพราะเคยคาดหวังมาจนเคยชิน กับความว่างเปล่าเสียแล้ว มีท่อนหนึ่งในเพลงหนึ่งของคุณรังสรรค์ ราศีดิบ ที่ร้องว่า “ผิดหวังจนชินกับคำว่าไม่เป็นไร”  ไม่เป็นไรจริง ๆ  ชีวิตผมยังรื่นรมย์ กับการเฝ้าพินิจพิจารณาตัวเอง ดูหนัง ฟังเพลง เขียนหนังสือเสมอเหมือนอวัยวะชิ้นหนึ่งของตัวเอง แม้บางครั้งจะเต็มไปด้วยความงุนงง ไม่แน่ใจ ชีวิตนี้สั้นนัก และความสุขของมนุษย์นั้น ไม่แน่ว่ามันมีอยู่จริง เราประกอบการงาน เพื่อให้มันผ่านพ้นสำเร็จลง เพื่อจะทำชิ้นใหม่ขึ้นมาอีก ด้วยความเป็นกังวลและเหนื่อยหน่าย แต่ความสุขคือการได้ผ่อนคลายกับทุกสิ่ง ที่เริงระบำอยู่ตรงหน้า การมีชีวิตที่ดีที่สุด อาจคือการมีชีวิตอย่างธรรมดา พูดไปแล้วการเขียนหนังสือนั้นมีคนประสบความสำเร็จ มีคนประสบความล้มเหลว กล่าวเฉพาะในโลกวรรณกรรมของประเทศเรา ไม่นับรวมผมไปด้วยนะครับ บางทีผมว่าคำว่า ถ้าหากสินค้าดีจริง แล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ถูกมองเห็นนั้น อาจจะใช้ไม่ได้ ในประสบการณ์การอ่าน การเฝ้ามองโลกเพียงน้อยนิดของผม ผมพบว่ามีหนังสือหลายเล่มที่ไม่ ‘ดัง’ แต่สารพัดปรากฏการณ์ในโลกวรรณกรรม แห่งประเทศของเรานั้น ว่าไปแล้วก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายอันใดของผมนะครับ ความจริงหากพูดกันอย่างถึงที่สุดแล้ว วรรณกรรมเป็นเพียงการละเล่น ของมนุษย์บาปหนา จำพวกหนึ่งเท่านั้นเอง หากไม่นับรวมวรรณกรรม จำพวกคัมภีร์ ที่มุ่งเน้นให้มนุษย์เรา ยกระดับตัวเอง เข้าสู่ขั้นอริยะ กล่าวเฉพาะวรรณกรรม ที่เป็นเรื่องแต่ง ถึงห้วงอารมณ์ และเหตุการณ์ของมนุษย์นั้น ก็เป็นเพียงแต่เรื่องที่ว่ากันไป .. บางครั้งนั้น ท่านนักอ่านนักวิจารณ์ก็ตีความไปได้ฉลาดล้ำลึกมากกว่านักเขียนเสียอีก บ่อยครั้งที่ผมอ่านงานวิจารณ์หนัง เพลง หนังสือ แล้ว พานทำให้ผมคิดว่า หากได้ดู อ่าน ฟัง หนังสือ เพลง หนัง เรื่องที่ว่าแล้ว สติปัญญาต้องบรรลุประหนึ่งเทพนั้นทีเดียว แต่พอได้เสพชมเข้าแล้ว ก็พบว่า มันก็งั้น ๆ แหละ บางครั้งถึงกับกล่าวได้ว่า อ่านบทวิจารณ์ชิ้นนั้น จะก่อให้เกิดปัญญา มากกว่างานจริงเสียอีก แต่ผมก็เชื่อนะครับว่า วรรณกรรมนั้น มีความวิจิตรแตกต่างกันไป การเสพงานวรรณกรรมและศิลปะแขนงอื่นนั้น มันจะส่งผลถึง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของสังคมอย่างแน่นอน ถึงตรงนี้พอจะเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า ผู้ที่กีดกั้นการเกิดขึ้นของงานศิลปะ ด้วยมายาคติชนิดต่าง ๆ นั้น ย่อมเป็นผู้มีบาปอย่างแท้จริง การกีดกั้นนั้น ไม่ว่าจะเกิดจากรู้น้อยศึกษาน้อย เลือกที่รักมักที่ชัง อะไรก็แล้วแต่ สังคมและผู้มีอำนาจในสังคม (ในหลายระดับ และหลายแวดวง) นั้นสามารถปล้น ‘ความมั่งคั่ง’ ในชีวิตเราไปได้ก็จริง แต่เขาจะไม่สามารถปล้น‘ชีวิต’ ไปจากเราได้  เขาจะไม่สามารถปล้นความเป็น ‘มนุษย์ ’  ไปจากเราได้ ถ้าหากเราถึงพร้อมในการศึกษา และการขัดเกลาตน ในวัฒนธรรมสร้างภาพ และอาจเลยไปถึงการสร้างพวก เช่นทุกวันนี้  มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งครับ มีนิสิตระดับปริญญาโทผู้หนึ่งไปทำวิทยานิพนธ์เรื่องของคุณ แดนอรัญ แสงทอง และไปถามตำรวจ ถึงที่ตั้งบ้าน ของคุณแดนอรัญ แสงทอง ตำรวจท่านนั้นถามนิสิตกลับ ด้วยความฉงนสนเท่ห์ว่า
 
     “น้องจะไปหาแกจริง ๆ หรือ แกไม่ค่อยปกตินะ” ครับ ระดับคุณแดนอรัญ ซึ่งว่ากันตามรสนิยมของผมแล้ว ไม่รู้ว่าอีกสักกี่ปี ที่ประเทศของเรา จะมีนักเขียนระดับอย่างนี้อีก แม้แต่พวกเรา ที่เพียรเขียนอยู่นี้ก็เถอะ  ถ้าว่าโดยไม่โกหกตัวเอง และไม่ถือปรัชญา ที่ผมสงสัยเหลือเกินว่า ออกมาจากความจริงใจ หรือออกมาจากการพูด ๆ ไป ให้มันดูดีว่า

    “เขียนอะไร ก็เขียนไปเถอะ มันก็ดีเหมือนกันหมดแหละ คนนี้ไม่ชอบ อีกคนหนึ่งก็อาจจะชอบ” แล้วก็หัวเราะหึ ๆ แหะ ๆ  แล้วก็ยกแก้วกระดก จะมีการยกยอปอปั้นกันเองไปด้วยหรือเปล่านั้น ผมก็ไม่อาจรู้ได้ คือโดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ทุกสิ่งนั้นมีคุณค่าอย่างใดอย่างหนึ่งแฝงอยู่ แม้สิ่งนั้นจะดูด้อยค่าเพียงใดก็ตาม แต่เวลาเราพูดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือทุกสิ่งก็ตาม มันจะต้องมีมาตรวัดที่เป็นสากล ใช้วัดทุกสิ่งได้อย่างเท่าเทียมอยู่ ถ้าทุกคนเขียนอย่างไร ก็เท่าเทียมกันหมด ไม่มีคนเขียนดีเขียนด้อย คนนี้ไม่ชอบ อีกคนหนึ่ง ก็อาจจะชอบนี้ ผมก็ชอบนะครับ แนวคิดแบบนี้ (ถ้าหากออกมา จากความจริงใจถึงที่สุด ของคนพูด) นั้นก็แสดงว่า เราอย่าไปยกย่องใครให้มันมากมายเลยครับ ใครเขียนหนังสือ มันก็ดีหมดแหละ ไม่ว่า สุนทรภู่ , ดอสโตเยฟสกี้ , เฮสเส , เซรบันเตส , มนัส จรรยงค์ หรือจะบันลือโลกขนาดไหน ก็ไม่ได้เก่งไปกว่าเรา เพราะด้วยตรรกะที่ว่า ยกย่องกันไปเถอะ และข้อเขียนทุกอย่างนั้น คนนี้ไม่ชอบ คนอื่นอาจจะชอบ โดยตรรกะนี้ ถ้าว่ากันไปถึงที่สุดแล้ว บรรณาธิการก็ไม่ได้มีความหมายอะไร ในเชิงวัดคุณภาพของข้อเขียนหลากรูปแบบ ซึ่งบรรณาธิการที่ดี ในความเห็นของผมนั้น ต้องมีความสามารถ ที่จะมองเห็นเพชรในงานเขียนหลากประเภท ถ้าหากเปรียบหนังสือเป็นโลก โลกย่อมมีหลายสิ่ง ซึ่งถ้าหากเปรียบบรรณาธิการ เป็นผู้จัดสรรอาหารในมื้อหนึ่ง บรรณาธิการต้องมีลิ้นในการชิมอาหาร แต่ละประเภท ที่นักเขียนเป็นผู้ปรุงมา บรรณาธิการจะต้องมีศักยภาพ ทะลุทะลวงว่าในบรรดาแกงส้ม ที่ส่งเข้ามาประกวดประชันนั้น ถ้วยไหน หม้อไหน มีความอร่อยและคุณค่า เหมาะแก่การลิ้มชิมของผู้อ่าน และโดยความเชื่อส่วนตัวของผมที่เชื่อว่า ความเป็นสากลในจักรวาลนั้น เป็นสิ่งมีอยู่จริง ดังนั้น ถ้าหากเราผ่านการศึกษา และมีความจริงใจมากพอ งานเขียนที่ดี เป็นอย่างไรนั้น เราจะมีรสนิยม ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก กระทั่งถึงกับว่า ตรงกันเลยก็ได้ เว้นแต่ว่าเราคิดน้อย อ่านน้อย ศึกษาน้อย หนำซ้ำยังใจแคบอีกนั่นแหละ ความคิดความเห็นเรา จึงต่างกันราวฟ้ากับเหว


    คืนนี้ หากคลื่นลมแห่งเมรัย ไม่ชักนำไปทางไหนก่อน ผมคงได้มั่วสุม กับงานเขียนต่อ เท่าที่สติปัญญา พละกำลัง อนุญาตให้ทำได้ งานเขียนเรื่องที่ว่านี้ เกี่ยวกับการสรุปยุคสมัยมนุษย์ ผ่านสังคม ๆ หนึ่ง ความจริงเรื่องนี้ มันต่อยอดมาจากเรื่องสั้นเรื่องก่อนหน้าของผม ที่มีชื่อว่า “ประวัติย่อของโลก” ที่พยายามเล่าเรื่องราว ตั้งแต่โลกเริ่มอุบัติ จนถึงวันดับสลาย ผมเขียนเรื่องสั้นเรื่องนั้น แล้วยังไม่รู้สึกอิ่มกับประเด็น จึงนำมาเล่า ในท่วงทำนองใหม่ และเหตุการณ์ใหม่ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ จะออกมาเป็นเรื่องสั้น เรื่องสั้นขนาดยาว นิยายขนาดสั้น หรือนิยายขนาดยาว หรือถึงที่สุดแล้ว อาจกลายเป็นแค่เศษกระดาษ ที่ผมโยนลงถังขยะก็ได้ ถ้าหากว่าไม่พบความพึงพอใจใด ๆ ในมันเลย แต่ที่มัน ไม่น่าจะเป็นแน่ ๆ ก็คือเรื่องสั้นขนาดสั้น เพราะผ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของมันดำเนินมา ได้ห้าสิบหน้ากระดาษแล้ว แต่มันจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ถ้าหากเราเขียนงาน หลายสิบหน้า และเกลาไปเกลามา กลับพบว่า มันมีคุณค่า ที่น่าจะร่วมแลกเปลี่ยนกับโลก แค่หนึ่งหรือสองหน้ากระดาษ


    ขอให้คุณสบายดี ในฤดูฝนเช่นนี้ สรรพสิ่งในสวนเล็ก ๆ ของผมชุ่มฉ่ำ หากไม่มีใครเข้ามาเลย ผมก็หลงลืม คืน วัน อยู่ในนี้ กระทั่งอาจหลงยุคสมัย แห่งความเร่งร้อนหลงลืมไปว่า ตัวเองอยู่ในฤดูอันแสนเศร้าและอ่อนหวาน ในยุคสมัยแห่งมายาเช่นนี้ ผมหวังเพียงคุณยังยืน โดดเด่นโดยท้าทาย และไม่หลงอยู่ใน สายลมวิปริต สายใดทั้งสิ้น

.

.

จากเพื่อนของคุณ
พิเชษศักดิ์   โพธิ์พยัคฆ์
พยัคฆภูมิพิสัย มหาสารคาม
ตุลาคม ๒๕๕๑

.
.

ป.ล ขอบคุณข้อมูลดีๆจากคณะผู้เขียนจดหมายคะ

ป.ล 2.ติดตามอ่านได้ที่นี่หรือท่านใดสนใจอยากได้จดหมายวรรณกรรมก็ติดต่อหลังไมค์ หรือติดต่อคณะผู้เขียนจดหมายได้ นะคะ

ป.ล.3 ท่านใดสงสัยเกี่ยวกับจดหมายวรรณกรรม เชิญอ่านคำแถลงการณ์ได้ที่นี่ http://www.oknation.net/blog/aupsornsawan/2008/09/24/entry-




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พู่กัน วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue

ได้รับทุกฉบับครับ
ชื่นชมกับความตั้งใจของคณะฯ
จะรออ่านฉบับต่อไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงหา_สัตยนนท์ วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinitsatayanon
จุ๊ๆ ข้าพเจ้ากำลังร่ายบทกวี

ขอบใจมากครับอัปสรสวรรค์
รออีกไม่นานนะครับ
พี่สิงหาจะเขียนร่อนจดหมายมาทักทาย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
<<<ที่นี่มีจดหมายวรรณกรรม>>>(เล่ม ๖ อวลดอกไม้เลือดนก) 

สวัสดีจ้าพี่สิงหาฯ...
มหาสารคามหนาวบ่...
เมื่อไหร่หน้อ!!!..จะเขียนจดหมายมาร่วมแจมกับคณะผู้เขียนจดหมาย...

ยินดีเสมอนะคะ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
<<<ที่นี่มีจดหมายวรรณกรรม>>>(เล่ม ๖ อวลดอกไม้เลือดนก) 

จดหมายฉบับนี้ถึงจะยาวแต่ก็อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระ
ท่านที่อ่านตั้งแต่ต้นจนถึงบันทัดสุดท้ายจะรู้ว่าจะหมายฉบับนี้บ่ธรรมดาเลย

ด้วยความขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านงานของคณะผู้เขียนจดหมายมาโดยตลอด

คณะผู้เขียนจดหมายยินดีรับคำติชมจากทุกท่านด้วยความเต็มใจ...

อัปสรสวรรค์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงหา_สัตยนนท์ วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinitsatayanon
จุ๊ๆ ข้าพเจ้ากำลังร่ายบทกวี

ผมชอบคุณพิเชษศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์ ในฐานะกวี ปราชญ์ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง
การดื่มด่ำกับพิเชษศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์ แต่ละครั้งมันทำให้ผมได้ขบคิดอะไรต่อไปมากมา
ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ก่อนที่ร้านเหล้ามหาสารคาม และก่อนหน้านั้น ๓ วันที่บ้านศรีภรรยา และก่อนหน้านั้นเมื่อสามสี่เดือนก่อนที่ขอนแก่น
ผมจดจำถ้อยคำสาระจะมันสมองของเขาได้ดี
เขาสุภาพมากครับ
ด้วยความระลึกถึง
สิงหา สัตยนนท์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]