• อัปสรสวรรค์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 74
  • จำนวนผู้ชม : 73361
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
จดหมายวรรณกรรม
คณะผู้เขียนจดหมาย...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2552
Posted by อัปสรสวรรค์ , ผู้อ่าน : 721 , 11:55:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข้าวจมนาปลาจมน้ำ-รน  บารนีเอย

กะลกกะรนกับสายฟ้าสายฝนที่ยังวางตัวเขื่องขวงสายลมหนาว อีกละลาบละล้วงและถ่อยอย่างจงใจ-ข่มเหงเต็งทับรวงข้าวสุกที่เต็มเม็ดเรียงรายจนจมนา อาจเป็นเรื่องที่น่าเคลือบแคลงสงสัยมากขึ้นอีกก็เมื่อถูกถั่งเทและซ้ำซัดเข้าด้วยการระบายน้ำออกจากเขื่อน มวลน้ำที่กักเก็บในชามอ่างยักษ์เอ่อท้นจนเกินรับได้ไหวแล้ว จึงต้องได้รับการปล่อยระบายทิ้ง ไม่ปรากฏว่าเป็นคำพูดของใครหรือผู้ใดอย่างแน่ชัด เหมือนว่ามันกึกก้องและอวลอายแทรกซอนอยู่ในอณูอากาศเช่นนี้มาตราบนานเท่านานแล้ว และยังไม่สามารถล่วงรู้ได้อีกว่าจะคงอยู่ดำเนินไปอีกนานตราบนานสักเท่าไร? (เขื่อน- - หน้าแล้ง ดินแห้งไหง่ผง กักเก็บน้ำไว้ รักษาเขื่อน, เขื่อน- - หน้าฝน น้ำล้นหลากไหล ระบายน้ำทิ้ง รักษาเขื่อน)

เกี่ยวข้าวจมนาหาปลาจมน้ำคงอีกหลายสิบวันหละครับกว่าจะแล้วเสร็จ กระนั้นกว่าจะเอาขึ้นเล้าได้ก็คงต้องตากอีกหลายวัน ภาวนาสาธุยกมือท่วมหัวว่าให้สายลมหนาวได้เดินทางมาถึงพร้อมกับแสงขี้ตระเว็นอันเจิดจรัสกล้าแจ่มพอจะขับไล่ความชื้นให้ออกไปจนพอหมาดเม็ดสะเด็ดน้ำ พอเก็บตุนได้ ภาวนาปูผ้ากราบงามๆกับสายฟ้าสายฝนให้เลิกแล้ว หรือพักผ่อนเสียทีเถอะ ครั้งหน้าคราวถัดไปฮอดเดือนฮอดปีใหม่ฟ้าใหม่ค่อยหวนคืนมาก็ยังไหว หรือหากอดรนทนกลั้นบ่ไหวก็รอให้พ้นผ่านไปสักเดือนสองเดือนนับจากนี้สาก่อนเถอะ ถึงยามนั้นให้จับกลุ่มรวมตัวกันมาถล่มถลุงให้สาแก่ใจเลยก็เอาเถอะ

ผมอยากจะชวนรนฯไปช่วยเกี่ยวข้าวจมนาหาปลาจมน้ำด้วยกัน พอจะว่างเว้นหรือกระสันเสี้ยนบรรยากาศนอกเหนือจากมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯบ้างไหมครับ? ถ้า- - ก็ขอเชิญได้เลยนะครับ

(ไม่อันใดกะอันหนึ่งที่สลับเปลี่ยนเวียนหมุนกันมาแสดงกล้ามดากจนลางครั้งลางทีที่อุกอั่งเอ้าอยู่ในหมกอยู่ในใจได้พลุ่งออกมาว่าแท้จริงแล้วเจ้าของสายฟ้าสายฝนกับเจ้าของสายลมหนาวต่างก็รู้เห็นเป็นใจ ละเลงเล่นเข้ากันปานแซกโซโฟนกับระนาดเอกเลยทีเดียว ก็มันชวนให้คิดเยี่ยงนี้แหละครับหากเมื่อได้ชะเง้อชะแง้ออกจากการหมกมุ่นอยู่กับอวัยวะเพศของตัวเองบ้าง หากเมื่อได้กวดสายตามองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและดำเนินไปอยู่อย่างถึงเลือดถึงเนื้อบ้าง ได้ละวางความจริงแท้(ความจริงหมดจด)จากหน้าจอทีวี. คลื่นวิทยุเอเอ็ม-เอ็ฟเอ็ม หน้ากระดาษหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบ้าง หรือไม่ก็ได้เหยียบย่างให้พ้นธรณีประตูห้องหับอันอับคาวไปตามหมู่บ้าน ท้องไร่ท้องนาป่าสวน ชายฝั่งสะพานปลา เมืองท่าทางทะเล หรือตามเขตชุกหัวนอนแออัด ตามโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมฯ ไปขลุกอยู่ดูซิว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างที่อยู่นอกเหนือจากห้วงฝันหวานจินตนาการหลงเล่น เอาสักห้าสักสิบปีเป็นอย่างน้อยโดยปล่อยตัวปล่อยใจให้มันเป็นไปตามปกติของแวดล้อมนั้นๆ แล้วรนฯพอจะรู้จักกับเจ้าของสายฟ้าสายฝนและสายลมหนาวนั่นบ้างไหมครับ?)

เลอะเลยอะละอาลายไปเรื่อยเปื่อยอีกตามเคยหละครับ แต่ผมก็ยังไม่ลืมหลงดอกเดอกับคำถามที่ว่ารนฯสบายดีใช่ไหม? แนวมักแนวชอบอ่านเขียนเรียนรู้ดำเนินไปถึงไหนบ้างแล้ว? และเรื่องหนังสือหนังหาที่ชักชวนผมไปด้วยกันนั้น คงต้องขออภัยในคราวนี้ก่อน มันก็อย่างที่ผมบอกผมเล่ามาก่อนหน้านี้นั่นแหละ มันยังคายากอยู่หลายครับ แต่สำหรับหนังสือเล่ม ‘Quotationอย่างไรถึงจะเนียน’ นั้นผมจะให้รนฯยืมไปอ่านก่อนก็ได้ พอดีว่าผมท่องจนจำได้หลายบทและพอจะอ้างเอาตัวรอดได้บ้างแล้วในบางจังหวะ แม้ว่าบางครั้งอาจจะอ้างซ้ำๆซากๆแต่ควมเก่าคำเดิมก็ตาม แต่ผมก็ปลอบปลุกตัวเองเสมอแหละว่า: เอาเหอะน่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว-ราวๆซงๆนี้แหละครับ และอีกประการหนึ่งที่ผมคงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมากนักกับหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นกะคายากอยู่กับข้าวจมนาปลาจมน้ำนั่นแหละครับ ให้รนฯไปอ่านไปอ้างคงจะมีประโยชน์มากกว่า เดี๋ยวผมจะจัดส่งมาให้พร้อมกับจดหมายฉบับนี้เลยในทันที รอรับได้เลยนะครับ

นอกจากผมจะส่งจดหมายและหนังสือ‘Quotationอย่างไรถึงจะเนียน’มาพร้อมกันนี้แล้ว ผมยังได้ส่งเรื่องเล่าพอกะเทินมาให้อ่านพอเพลินจิตเพลินใจบ้าง(มาดหวังจำโบก) นึกนิ่งระหว่างเกี่ยวข้าวครับเรื่องนี้ งมๆซาวๆไปตามพื้นตามเพแหละครับ ลองอ่านดูก็แล้วกัน

......
ปม


เมื่อเขา; ผู้เป็นชายพิการตาบอดทั้งสองข้าง ใบหน้าสี่เหลี่ยม กรามนูนใหญ่ ดังแหมบ ปากแป มือเบื้องขวาถือไม้เท้าเคาะคลำทางดังก๊อกๆ ส่วนท่อนแขนเบื้องซ้ายนั้นถูกประคองโดยหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ เขาสวมชุดซาฟารีสีกรมท่าทรงเดียวกับที่พวกผู้ใหญ่บ้าน หรือพวกอบต. หรือพวกข้าราชการอื่นๆชอบสวมใส่ในยามที่มีงานพบปะกันในอำเภอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ-ห้องส้วมบริการสารธารณะที่คิดอัตราค่าบริการต่อครั้งแค่สามบาทสำหรับการนั่งขี้ปลดทุกข์หนัก หรือเยี่ยวปลดทุกข์เบา หรือว่าอาบน้ำอาบท่าชำระร่างกายให้สะอาดหมดจดและคลายเหนียวหนืดตามเนื้อตัว หรือว่าทำอย่างอื่นๆอีกที่พึงจะทำได้ และค่ากระดาษชำระอีกห้าบาทหากว่าต้องการใช้ มีคนใช้บริการอยู่ก่อนแล้วไม่มากนัก เพราะยังเป็นเวลาย่ำเช้าราวตีห้ากว่าเกือบหกโมงเช้าโดยประมาณ และทั้งผู้คนภายนอกอาคารผู้โดยสารตามม้านั่งเองก็ดูเบาบางหรอมแหรม ไม่เบียดเสียดเหมือนช่วงเวลาใกล้มืดค่ำจนถึงดึกสามถึงสี่ทุ่ม ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นผู้คนจะพลุกพล่านขวักไขว่แทบเข้าตา เบียดเสียดกันแน่นราวต้นหญ้าวัชพืชที่ขึ้นแข่งกับต้นข้าวที่เป็นนาหว่านเมื่อคราวปะกับฝนฟ้าทิ้งช่วง (แถนท่านคาแต่เมาของเซ่นของไหว้อยู่ก็เลยละเลยหน้าที่ไปบ้าง) เสียงเครื่องยนต์ที่ดังอยู่ตามชานชาลาแผดในระดับเดซิเบลที่ระบบการได้ยินของเขาพอรับได้ ฟังอย่างไม่เอาใจใส่อะไรมากมายก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ 


 หญิงสาววัยประมาณสามสิบต้นๆ ตัดผมสั้นเห็นติ่งหูแบบเดียวกับทรงเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นในโรงเรียนขยายโอกาสตามท้องถิ่นห่างไกลสายตาของหลวงของรัฐ (แต่ไม่เคยละเลยข้อห้ามข้อบังคับแม้สักนิดเดียว?) ที่ช่วยประคองอยู่ท่อนแขนเบื้องซ้ายของเขานั้น หล่อนกับเขาไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันเป็นส่วนตัว ที่หล่อนช่วยประคองเขามาเข้าห้องน้ำห้องส้วมนั้นก็เพราะว่าได้รับคำขอร้องจากเขา หลังจากหล่อนเฝ้าสังเกตอากัปกิริยาของเขานับตั้งแต่หย่อนก้นลงนั่งบนม้านั่งที่อยู่แถวด้านหลังของแถวม้านั่งที่เขานั่งอยู่ก่อนแล้ว เขานั่งแหงนหน้าขึ้นมองเพดานสูดลมหายใจลึกๆหนักๆสืดแล้วสืดเล่า ทั้งบิดตัวซ้ายขวาไปมาเหมือนกับว่ากำลังรวบรวมพละกำลังต่อต้านอะไรบางอย่างที่กำลังคุกคามเขาอยู่ และหล่อนก็ได้ล่วงรู้ถึงความอัดอั้นตันใจเมื่อเขาบิดตัว หันหลังมาทำจมูกฟุดฟิด-ฟุดฟิด ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆและพูดกับหล่อนว่า “ขอโทษครับ คุณช่วยพาผมไปห้องส้วมหน่อยได้ไหมครับ?”


 หล่อนกับเขา หรือเขากับหล่อนไม่ได้เป็นอะไรกัน เพียงแต่เขาขอร้อง หล่อนช่วยเหลือเท่านั้นเอง ส่วนคนที่เขาผูกพัน รู้จักมักคุ้นและมีความลึกซึ้งเป็นอย่างดีอย่างน้องชายของเขานั้นไม่ได้อยู่ใกล้ๆแถวนี้แล้ว มันเปิดริบหายจ้อยไปตั้งแต่พาเขามาส่งไว้ ณ สถานีขนส่งแห่งนี้เรียบร้อย และพูดสั่งเสียทำความเข้าใจอยู่สองสามความแล้ว มันกำชับบอกเขาว่า “พี่คอยฟังพวกแอ๊ดรถประกาศเรียกคนขึ้นรถให้ดีนะ นั่งรออยู่ตรงนี้แหละอย่าลุกไปไหนเป็นอันขาด ผมต้องไปทำงานแล้ว ฝากบอกอีแม่ด้วยว่าเดือนสี่เดือนห้าพร้อมเงินค่าเป็ดน้อยนู้นหละผมจะกลับไปยามบ้าน”

  และกว่าที่น้องชายจะมาส่งเขานั้นเขาต้องคุกเข่าอ้อนวอนมันอยู่นานครัน แม้ว่ามันจะไล่เขากลับบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันก็ไม่อยากจะมาส่งเขาขึ้นรถที่สถานีขนส่ง หรือแม้แต่จะโทรศัพท์เรียกรถตู้คันที่เขาโดยสารขามาจากบ้านนอกให้มารับ

 “มาเองได้ ก็กลับเองได้” คือคำตอบจากน้องชาย
 กลิ่นตัวของเขาที่ติดแนบแน่นอยู่กับกลิ่นตัวของมัน
 เงินสงเคราะห์หมื่นกว่าบาทที่เขายื่นให้มันในตอนมาถึงเมืองกรุงแรกๆ
 หรือว่าอย่างน้อยความพิกลพิการอันน่าสงสารก็น่าจะทำให้มันคิดห่วงใยอะไรบ้าง-เชื่อมโยงถึงความใกล้ชิดผูกพันกันได้บ้าง แต่เปล่าเลย

เมื่อทั้งเขาและหล่อนมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ-ห้องส้วมบริการสารธารณะ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมอยู่เจือจางในน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ก็กล่าวทักทายด้วยการพากันกรูเข้ามาเต็มสองรูจมูกเส้นรอบวงขนาดเท่าหัวแม่มือ เขาต้องผลักไสกลิ่นนั้นออกมาดังฟุดฟิดและคึดๆกรืด-- กลิ่นละมุนละไมแต่ฉุนๆนั้นทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความสะอาดสะอ้านของห้องน้ำที่อยู่เบื้องหน้าได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะไม่สามารถมองเห็นได้ก็ตาม และแน่นอนว่าผู้รับผิดชอบคงเหนื่อยหนักไม่เบาเลยทีเดียวสำหรับการดูแลเอาใจใส่ อาจจะสายตัวแทบขาดนั่นเลยเทียว เพราะแต่ละวันคนเข้า-ออกนั้นย่อมมากโขเอาการและแต่ละคนก็ต่างถิ่นต่างที่ต่างมา ทั้งเหยียบย่ำอะไรต่อมิอะไรมามากมายเกินแยกแยะแน่ชัด และแน่นอนที่สุดของที่สุดอีกก็คือความโสโครกนั้นย่อมติดมากับทุกผู้ทุกนามอยู่แล้


 หล่อนปล่อยมือจากท่อนแขนของเขาเมื่อเขาพยายามล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางกางควานหาเงินเหรียญสำหรับค่าบริการ หยิบได้เหรียญหนึ่งเหรียญออกมาแล้วยื่นให้กับหล่อน มันเป็นเหรียญสิบบาทเก่าคร่ำ หล่อนส่งต่อให้หญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการที่นั่งแคะขี้เล็บระหว่างทำหน้าที่ไปด้ว
ย 


 ทั้งค่าขี้พร้อมเยี่ยวและกระดาษชำระหล่อนรับเงินทอนกลับคืนมาสองบาท เอายัดใส่กระเป๋ากางเกงให้เขาพร้อมทั้งกระซิบที่ข้างหู “เข้าไปสิ”


 เขาเชิดหน้าขึ้นและผลิริมฝีปากยิ้มออกมาแหยๆ เก้ๆกังๆก้าวเท้าพร้อมทั้งเขี่ยไม้เท้าคลำทางไปข้างหน้า ไม้เท้าของเขาปะเข้ากับแท่งเหล็กกั้นดังเป๊ก แท่งเหล็กกั้นทางเข้าซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องนับจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละวันอัตโนมัติ เป็นความใจดีของผู้ประกอบการที่นำเครื่องนี้มาติดตั้งเพื่อแบ่งเบาภาระลูกจ้างที่เงินเดือนแบบเดือนชนเดือน ลูกจ้างแค่เก็บเงินค่าบริการก็พอแล้ว ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งหลังขดหลังแข็งคอยนับจำนวนคนใช้บริการให้เมื่อยเหมือนเมื่อก่อนอีก


 เขาชะงักเท้าและหันหน้ากลับมาหาตัวช่วย “เข้าไม่ได้หรอก ไม่รู้ว่ามีอะไรมาขวางทางเอาไว้”  หล่อน-หญิงสาววัยสามสิบต้นๆผู้พามายิ้มเล็กน้อยก่อนจะบอกกับเขาไป “เดินชนเข้าไปเลย ไม่เป็นไรหรอก”


 และหญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการก็สำทับตามใส่อีก “เดินชนเข้ามาเลยลุง ไม่ต้องกลัว”


 เขาจึงตกลงใจก้าวเท้าไปข้างหน้า เมื่อผ่านแท่งเหล็กเข้าไปได้แล้วเขากลับไม่เดินต่อไปข้างหน้า ยืนละล้าละลังหันรีหันขวางและร้องถามกลับมา “ไปทางไหนต่อล่ะ ฉันไปไม่ถูก”


 ‘ตายจริง!!’ หล่อนนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเป็นชายพิการตาบอดทั้งสองข้าง มันคงลำบากน่าดูทีเดียวที่ต้องปล่อยให้เขาเข้าไปใช้บริการเพียงลำพัง หล่อนจึงกระซิบบอกหญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการให้ช่วยนำทางเขาเข้าไปข้างในห้องน้ำ-ห้องส้วมหน่อยซี ทว่าคำตอบที่ได้รับนั้นกลับเป็นการจ้องมองด้วยแววตาฉงนพร้อมทั้งคำพูด “ไม่ใช่หน้าที่ฉันและก็ไม่ว่างขนาดนั้นด้วย” สิ้นเสียงของหญิงวัยกลางคนฯ หล่อนก็ก้าวเท้าตามเขาเข้าไปอย่างไม่รั้งรออะไร และก่อนที่หล่อนจะฉวยเอามือของเขาพาเดินเข้าห้องน้ำ-ห้องส้วม น้ำเสียงแว้ดแว้นของหญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการก็ดังขึ้นตามมา “เดี๋ยวก่อน คุณเข้าไปไม่ได้ ยังไม่ได้จ่ายเงิน”  หล่อนหันขวับมาตามเสียงเรียกใส่ในทันที


 “ฉันไม่ได้เข้าไปใช้บริการ แค่จะพาคุณลุงไปส่งเท่านั้น” หล่อนพยายามชี้แจง


 “ยังไงก็ไม่ได้ จะใช้บริการหรือจะไม่ใช้บริการก็ช่าง เมื่อเดินผ่านแท่งเหล็กกั้นเข้ามาแล้วก็ต้องจ่าย” หญิงวัยกลางคนฯก็สวนกลับทันควัน ขณะที่เขายืนเก้ๆกังๆหันหน้าที่เชิดขึ้นส่ายไปมาขวาซ้าย และทั้งยิ้มแหยๆเผยริมฝีปากพอเห็นฟันขาวๆเรียงราย


 “ไม่!! ยังไงฉันก็ไม่จ่าย ฉันแค่จะเข้าไปส่ง ฉันบอกให้คุณไปส่งแต่ทำไมคุณไม่ทำล่ะ?” หล่อนยังยืนยันเช่นเดิม


 “ไม่ได้ ฉันบอกคุณแล้วไง หูน่ะฟังหรือเปล่า? และที่สำคัญไอ้เครื่องนับจำนวนอัตโนมัติมันได้นับตัวคุณเข้าไปเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว ถ้าคุณไม่จ่ายเงินฉันก็แย่นะสิ!!” หญิงวัยกลางคนฯก็มีเหตุผลของตัวและไม่ยอมง่ายๆเช่นกัน เขายังยืนเชิดหน้ายิ้มแหยๆบิดตัวไปมาซ้ายขวาเช่นเดิม และรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าน้ำเยี่ยวจะเล็ดออกมาสักหยดสองหยดแล้วในตอนนี้ เขาพยามสูดหายใจเข้าปอดให้ลึกเพื่อรวบรวมความอดทนอดกลั้นให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะห้ามไม่ให้น้ำเยี่ยวและหัวขี้น้อยเล็ดออกมาเลอะเทอะเปอะเปื้อนได้


 “จะให้ฉันจ่ายเงินได้อย่างไรกัน ฉันไม่ได้เข้าไปขี้หรือว่าเยี่ยวสักหน่อย ฉันแค่จะเข้าไปส่งคุณลุงเท่านั้น พูดจากันไม่รู้ความคนหรืออย่างไร?” คราวนี้หญิงวัยกลางคนฯไม่อาจนั่งอยู่นิ่งๆบนเก้าอี้ได้ต่อไปไหวจึงทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืนประจันหน้ากันกับหล่อนและตะคอกคำพูดใส่หน้าหล่อนจนได้กลิ่นเหม็นเน่าที่เกิดจากแบคทีเรียในขบวนการย่อยเศษอาหาร “แกนั่นแหละที่พูดจาไม่รู้เรื่อง!!”


 เสียงอันโหวกเหวกโวเวของหญิงทั้งสองคนซึ่งไม่ยอมลดละต่อกันสร้างความครึกครื้นให้กับแม่บ้านที่กำลังเร่งรีบทำความสะอาดห้องน้ำจนต้องละมือจากงานที่ทำอยู่ตรงหน้าหันมาลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ตรงหน้านี้แทน และเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้นยังได้กวักมือหย่อยๆเรียกเอาผู้คนหรอมแหรมที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงนั้นให้เดินห้อมล้อมเข้ามาเป็นสักขีพยานและร่วมเชียร์ร่วมลุ้นระทึกด้วย


 “จะจ่ายหรือไม่จ่าย?!!” หญิงวัยกลางคนฯกล่าวออกมาเสียงขึงขังทั้งสายตาก็ขึงเค้นเข้าใส่ หลังจากยืนจ้องหน้ากันจนจดจำสิวได้เกือบทุกเม็ดบนใบหน้าของกันและกัน แต่หญิงสาววัยสามสิบต้นๆกลับนิ่งเฉยไม่มีทีท่าว่าจะยื่นเงินจำนวนสามบาทให้กับหญิงวัยกลางคนฯตามคำร้องขอ ในใจของหล่อน-หญิงสาววัยสามสิบต้นๆยังแย้งอยู่เช่นเดิม ‘บ้ารึไง จะให้กูจ่าย ก็กูไม่ได้เข้าไปขี้หรือเยี่ยวสักหน่อย ฝันไปเถอะ’


 มาถึงขณะนี้ไม่ได้เล็ดออกมาแต่น้ำเยี่ยวเท่านั้นแต่ขี้น้อยหัวขี้ก็เล็ดออกมาด้วย มันชุ่มเปียกที่ง่ามก้นและเป้ากางเกงในจนเขารู้สึกสัมผัสได้ เขาควรจะพูดอะไรออกไปดีมั้ยนะ เขาครุ่นคิด ขืนปล่อยไว้อย่างนี้มีสิทธิ์ออกมากันทั้งไส้ทั้งพุงอย่างแน่นอน เขาจะกลั้น-อั้นไว้ไม่ไหวแล้ว กระนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแม้สักคำเดียว


 “ไม่!!” หล่อนเสียงแข็งและพูดขึงขังต่อไปอีก “ยังไงก็ไม่จ่าย ฉันไม่ได้ใช้บริการ ฉันแค่มาส่งคนตาบอดเท่านั้น”


 “ยังไงก็ต้องจ่าย เอ๊ะ!!.--คุณนี่ บอกแล้วไงว่ามันเป็นเครื่องนับจำนวนอัตโนมัติ เมื่อแท่งเหล็กกั้นได้หมุนแล้วก็ต้องจ่ายเงิน จะใช้บริการหรือไม่ใช้นั่นมันเรื่องของคุณ” หญิงวัยกลางคนฯขยับเข้าหาเพื่อประชิดตัว หล่อนผละออกนิดๆเป็นการดูเชิง ส่วนเขายังเชิดหน้ายิ้มแหยๆและบิดตัวไปมาซ้ายขวา และทั้งขมิบรูทวารหนักกลั้นขี้กลั้นเยี่ยวก็พอกัน หญิงวัยกลางคนฯรุกไล่ต่อเมื่อเห็นว่าหล่อนกำลังมึนงง

 “จะจ่ายหรือไม่จ่าย?!” พร้อมทั้งเอื้อมมือเข้าไปกุมบีบที่ต้นแขนของหล่อนและบีบลงไปอย่างแน่นหนาหนักมือ หล่อนปล่อยมือออกจากต้นแขนของเขาและสะบัดแขนอย่างแรงจนหลุดออกจากอุ้งมือนั้นที่เข้ามากุมจับ


 “ไม่จ่ายโว้ย!!” หล่อนตะคอกกลับคืนเมื่อตัวเองเป็นอิสระจากการกุมจับที่ต้นแขนแล้ว หญิงวัยกลางคนฯถึงกับริมฝีปากสั่นริกๆ กล้ามเนื้อต่างๆตามร่างกายกระตุกดุกดิก


 “พูดกันดีๆไม่รู้เรื่องอย่างนี้ต้องเรียกตำรวจ” หญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการงัดไม้เด็ดไม้สุดท้ายออกมาวัดกันเลย


 “เรียกก็เรียกมาซิ!! ไม่กลัวหรอกไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” หล่อน-หญิงสาววัยสามสิบต้นๆโต้ตอบโดยฉับพลันเช่นกัน หญิงวัยกลางคนฯจ้องตาคืนกลับถมึงทึงและโพล่งออกไป “ได้เล้ยอีหล่า!! เดี๋ยวแม่สิจัดให้!!”
 
 ‘อ่า--หัวขี้น้อยและน้ำเยี่ยวเล็ดออกมาอีกแล้ว’ เขารู้สึกสัมผัสวาบขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ‘จะพูดอะไรออกไปบ้างดีไหมนะ ?’ พลุ่งผุดอยู่ในใจของเขา
 “เรียกมาเลยตำรวจนั่น อ้อ..เอาทหารด้วยเลยเรียกมาทั้งกองทัพนั่นหละ!! ยังไงกูก็ไม่จ่ายโว้ย!! กูไม่ได้ขี้ เข้าใจไหม?” พูดจบหล่อนหันหลังให้หญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการ และจับเอาที่ต้นแขนข้างซ้ายของเขาพาก้าวเดินสู่ห้องน้ำ

 “ได้เล้ย!!” หญิงวัยกลางคนฯตะคอกใส่ตามก้นและไม่ได้คิดว่าจะตามตำรวจหรือทหารมาแก้ไขสถานการณ์ตามที่ขู่หล่อนเอาไว้แต่อย่างใด หญิงวัยกลางคนฯกระโจนถีบเข้าใส่หล่อนจนหล่อนเซแถดๆไปข้างหน้า ฝ่าเท้าประทับเข้าเต็มกลางหลังของหล่อนอย่างสุดแรงเกิด มือของหล่อนที่จับอยู่กับต้นแขนเบื้องซ้ายของเขาหลุดออกในทันที หญิงวัยกลางคนผู้คอยเก็บเงินค่าบริการตามติดประชิดซ้ำเข้าหาหล่อน-หญิงสาววัยสามสิบต้นๆและเฉี่ยวชนกับตัวเขา-ผู้เป็นชายพิการตาบอดทั้งสองข้างจนเขาเซถลาล้มลง   เขาตกใจจนลืมกลั้นขี้กลั้นเยี่ยวและอีกเหมือนว่าทั้งสองอย่างจะพุ่งออกมาจากอวัยวะต้นสังกัดแล้ว มันเยิ้มไหลเปียกง่ามก้น เป้ากางเกงและตามขากางเกงจนชุ่มโชกแล้ว


 ผู้หญิงทั้งสองคนกอดปล้ำพันตูกัน ทั้งจิก ทึ้ง ข่วน ชก ตบตามเสียงวี้ดว้ายผสานกับเสียงฮื่อๆเฮ่ๆของเหล่าแม่บ้านกับผู้ร่วมเป็นสักขีพยานที่ดังเซ็งแซ่ขึ้นทุกขณะ…
.

.

อยู่ดีมีแฮง-สุขีเสมอหมั้นเสมอมันเคือเก่าครับ
ออนซอนนำหลายคือเก่า
ภู    กระดาษ
พ.ย. 51

.

ปล. หากจะไปช่วยเกี่ยวข้าวจมนาหาปลาจมน้ำ ผมจะต้อนรับรนฯด้วยปิ้งปลาปุกเอือบเกลือ ตำหมากหุ่ง และข้าวมะลิหุงฮ้อนๆ-อย่างเต็มที่เลยครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
<<<ที่นี่มีจดหมายวรรณกรรม>>>(เล่ม ๖ อวลดอกไม้เลือดนก) 

ความจริงมีเล่ม4แล้วหละถ้ายังไม่ได้ก็ฝากที่อยู่หลังไมค์เลยขอรับ จะรีบจัดส่งไปโดยพลัน

สุขขีหมั่นเสมอมันเครือเก่าคุณซำม่ะแจ๊ะ ผู้ข้ารับบทบาทแทนเจ้าของบ้านดอกเด้อ..มีหยังสิฝากบอกเจ้าของบ้านกะบอกมาหน้าบล็อคนี่หละ บ่ค่อยคล่องปานใด๋ดอกหากะเล่นนั่นนา

ป.ล.เจ้าของบ้านกลับบ้านไปปลูกสวน เพิ่นว่าหอมบั่วลงหัวพู้นหละสิต่าวคืน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

อ่านยังไม่จบค่ะ

ขอแปะไว้ก่อน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปากกาศรีบูรพา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweesri


ผมได้รับจดหมายสักสามฉบับแล้วด้วยน้ำใจไมตรีของเพื่อนคนวรรณกรรมกลุ่มเล็กๆได้ส่งจดหมายตอบไปแล้ว

ด้วยมิตรภาพ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]