• อัปสรสวรรค์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 74
  • จำนวนผู้ชม : 73365
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
จดหมายวรรณกรรม
คณะผู้เขียนจดหมาย...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2552
Posted by อัปสรสวรรค์ , ผู้อ่าน : 2148 , 09:39:46 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       สี่โมงเช้าดวงตะเว็นลอยโอ่งโหล่งขึ้นเลยยอดไผ่  สายแสงแดดกำลังเจิดจ้าเพิ่มอุณหภูมิให้ผืนดินทุ่งนาทรายเป็นลำดับ ความร้อนแผ่ขยายซอกซอนไปตามป่าจิกป่าฮังเพียรตะล่อมไล่สัตว์น้อยใหญ่ห่างทุ่งกว้างให้เข้าหลบเร้นหากินอยู่ตามร่มไม้ชายป่า  บัดนี้เสียงขอเสียงบักหิ่งและโปงซึ่งผูกกับคองัวควายดังระงมอยู่ตามกอเพ็กและร่มจานกลางทุ่ง 


       ที่ร่มจานควายเถิกน้อยตัวหนึ่งกำลังเอาจมูกที่ถูกลิ้นของตัวเองแลบเลียจนมันเลื่อม ยืนเคล้าเคลียอยู่กับบั้นท้ายควายแม่เขาเล เจ้าเถิกน้อยได้สัมผัสกับกลิ่นหอมเชื้อชวนที่บั้นท้ายแล้วมันก็หยียิงฟันพร้อมส่งเสียงแหะๆ  เงิกหัวไปทางนั้นทีทางนั้นที สักพักมันจึงหันกลับมาสนใจที่จุดๆ เดิมอีกมันจ้องอยู่ตรงนั้นนานทีเดียวกว่าจะทำท่ายกขาคู่หน้าขึ้นหมายทับบั้นท้ายควายแม่เขาเล  ขณะที่ตัวมันจะคร่อมสำเร็จอยู่รอมร่อ แล้วเชียว บัดดลนางควายแม่เขาเขาพลันเหวี่ยงเขากลับมาหมายเสยก้านคอผู้รุกรานของสงวนเจ้าเถิกน้อยถอยกรูดสะเดิดกลับหลังด้วยความตกใจสุดขีด  มันเตลิดออกด้านข้างแล้ววิ่งไปรอบๆ  ทว่าดวงตายังคงชำเลืองมองควายแม่เขาเลไม่ขาดระยะ  บัดนี้ควายแม่เขาเลหันกลับมารวบเคี้ยวดอกจานซึ่งหล่นเกลื่อนอยู่ใต้ร่มดังที่มันกระทำอยู่ก่อนหน้า  รสชาติของดอกจานหอมหวานเกินกว่ามันจะถือสาหาความกับผู้มาทำให้หงุดหงิดรำคาญใจเมื่อครู่  มันขบเคี้ยวดอกจานอย่างเอร็ดอร่อยปล่อยให้เจ้าเถิกน้อยเดินวนเวียนไปมาด้วยท่าทางลังเลอยู่อย่างนั้น 


     เจ้าควายน้อยอ่อนหัดยืนชั่งใจอยู่ริมคันแทนา  ดวงตาของมันยังคงจดจ้องอยู่ที่บั้นท้ายควายแม่เขาเลอย่างจดจ่อ ควายวัยขนาดนี้ถ้าเป็นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน  ถึงเดือนหกมันจะต้องฝึกเข้าคราดเข้าไถแล้วแต่ทุกวันนี้ เหื่อแฮงของมันบ่ได้มีประโยชน์โภชผลต่อชาวนาอีก มันจึงต้องถูกเลี้ยงไว้เพียงเพื่อขายให้เขาเอาไปลอกหนัง มาทำหนังเค็มใส่แกงขี้เหล็กเท่านั้น  ส่วนกระดูกไม่โยนลงสระให้ปลากิน ก็ถูกโยนให้หมาแย่งกันแห่น(แทะ) ท่ามกลางสายแดดที่แผดกล้าขึ้นเรื่อยๆ เจ้าเถิกน้อยตัดสินใจหมายเข้าจู่โจมอีกครั้ง มันค่อยๆย่องเข้าไปหาควายแม่เขาเลอย่างระมัดระวังและแล้วในที่สุดปลายจมูกก็ไปแตะที่จุดๆ เดิมเพียงชั่วไม่นานนัก 


      “ฮึยๆ! หนีสูหนี ไปหาเซิงกันอยู่ที่อื่นพู้น”  ด้วยน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดและท่าทางดุดันเงื้องาดวาดไม้นี้ ทำให้ควายใต้ร่มจานทั้งฝูงเตลิดไปตัวละทิศละทิศละทาง เจ้าเถิกน้อยวิ่งซัดไปทางห้วยหวายทิศเหนือ ควายแม่เขาเลสะเดิดไปทางห้วยบงทิศใต้  ส่วนตัวอื่นๆก็กระจัดกระจายไปตามท้องทุ่ง  ไม่นานพวกมันจึงรวมกลุ่มกันอีกทีแล้วมุ่งตามควายแม่เขาเลซึ่งเป็นจ่าฝูงไป 


      เจ้าของเสียงอันตวาดกวาดเกรี้ยวนั่งลงใต้ร่มจานแทนที่ควายทั้งฝูง ด้วยเพราะที่นี่เป็นจุดพักลานโสเหล่สนทนาระหว่างเพื่อนเลี้ยงงัวควายของทุกวัน แกเป็นชายสูงวัยอายุอานามราวหกสิบต้นๆ  แม้อายุจะปูนนี้แล้วทว่าท่าทางยังคงทะมัดทะแมง ด้วยเพราะเดินออกกำลังกายต้อนงัวควายมาตั้งแต่เด็กหัวเท่าหมากแข้ง รูปร่างของแกยังกำยำล่ำสันกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ  เมื่อถอดเสื้อฝ้ายสีครามออกจะเห็นลักษณะผู้ชายแท้ในตัวแกทันที  ซึ่งนั่นก็คือ อกขน ก้นกลาก ปากหนวด และหัวล้าน แผงขนตรงหน้าอกนั้นดกดำราวกับไม่ใช่คนวัยหกสิบ หากไม่มองไปที่หัวล้านเลี่ยน มีผมเหลืออยู่แค่ช่วงจอนหูไล่เป็นแผงไปถึงท้ายทอย  หรือที่เรียกว่าหัวล้านคุงหง่อนนั่นเอง ชื่อเสียงเรียงนามของแกคือพ่อใหญ่ทองสาหรือ “บักทองสา” อันเป็นนามที่พ่อแม่ตั้งให้แต่วันเกิด  แต่ทุกวันนี้ไทบ้านไม่ได้เรียกชื่อเต็มของแกอีกแล้วด้วยเหตุว่า พ่อใหญ่ทองสานี้เป็นคนอาภัพลูกชาย แกแต่งงานเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น แล้วนางเมียก็ให้ของขวัญแกแต่ลูกสาว นางคลอดลูกออกมาทั้งหมดห้าคน เป็นหญิงล้วนและทุกคนก็แต่งงานแล้วพวกหล่อนมีหลานให้แกอุ้มทุกคน  หล่อนทั้งห้านั้นปัจจุบันทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ จะใช่เป็นความดัดจริตหรือเพราะเป็นคนสมัยใหม่ก็มิอาจคาดเดา  หล่อนทั้งห้าให้ลูกทุกคนของพวกหล่อนเรียกพ่อใหญ่ทองสาว่า “ตา” แทนที่จะเรียกว่า “พ่อใหญ่” เหมือนไทบ้านแถบถิ่นฮิมของทั่วไป จึงเป็นว่าเมื่อมีคนในครอบครัวเรียกกันดังใด ไทบ้านก็จะเรียกตามกันทั้งหมู่ และนี่แหละคือเหตุผลที่ชื่อแกต้องกลายมาเป็น “ตาสา” แทนที่พ่อใหญ่สาเช่นในอดีต 


      ตาสามีเพื่อนเสี่ยวเหยเกยฮักอยู่หนึ่งคนชื่อว่า “ตาสี”  ตาสากับตาสีเกิดในวันเดียวกัน เฮือนอยู่ห่างกันแค่เดินถึงกระไดชั่วตดยังไม่ทันเหย ดังนั้นทั้งคู่จึงถูกจับผูกเสี่ยวกันตั้งแต่เด็ก แม้เป็นเสี่ยวแต่บุคลิกลักษณะของสองคนนี้ต่างกันลิบลับ ตาสีนั้นเป็นคนผอมกะหร่องดูคล้ายไม่มีเรี่ยวมีแรง ท่าทางอิดโรยขี้โรค ทว่าจริงๆ แกแข็งแรงขนาดที่ว่าเตะช้าง - - ล้มกลิ้งเลยที่เดียว ตาสีผมขาวตลอดทั้งหัว แกตัดผมทรงนักเรียนหัวตั้ง  มองเผินๆจึงดูคล้ายแกนนำผู้ประท้วงตรงท่าอากาศยานของประเทศที่ส่งข้าวเป็นสินค้าออกมากที่สุดในโลกเมื่อหลายเดือนก่อน  ในความแตกต่างของคนทั้งคู่นั้น ดูเหมือนจะมีอยู่เรื่องเดียวที่เหมือนกันที่สุด จนทำให้แตกยอดถอดแขนงไปในลักษณะเดียวกัน คือตาสีเองก็อาภัพลูกชายเช่นเดียวกับตาสา  เมื่อเป็นดั่งนี้แล้วไทบ้านทั้งหมู่บ้านจึงเรียกเสี่ยวคู่นี้ว่า “ตาสี – ตาสา” อันเป็นที่ชอบอกชอบใจพวกเจ้าพวกนายยามออกมาอวดกล้ามดากเบ่งกินไก่ไทบ้านฤดูบุญผะเหวด 


      เสียงกลองเพลจากวัดใต้ดังตึงๆ แดดจัดจ้าขึ้นกว่าเดิมความร้อนคุกคามตาสาจนเหงื่อเม็ดเท่าโป้ตีนไหลถากหัวล้านมาหยดตรงยอดคาง พลันนั้นแกก็ฉวยผ้าขาวม้าที่เคียนแอวอยู่มาเช็ดจนทั่วหัวและลำคอ สายวันนี้แปลกกว่าทุกวัน ตาสานั่งคอยตาสีจนรู้สึกว่าเนิ่นนานเกินควรเสียแล้ว ปกติตาสีจะออกทุ่งมาเลี้ยงควายก่อนตาสาเสมอ ทว่าวันนี้แกกลับหายจ้อยไปนาน ตาสามองทางเทียวลอดช่องกอไผ่ห้วยบ้าน  ดวงตาของแกจบแต่แสงแดดเต้นระยิบ ไม่มีวี่แววว่าเสี่ยวหัวหงอกจะโผล่ฮอดซอดปุ๊ดออกมาเสียที 


      ดอกจานดอกแก่ถูกลมแล้งเด็ดขาดจากขั้วร่วงลงเป็นระยะ ขณะบรรดาขั้วดอกที่พึ่งบานเป็นพวงช่ออยู่เบื้องบนก็มีนกงวงใช้จงอยปากลิ้มน้ำต้อนน้ำหวานจ๋าจิ๊โจ่ยคุยกันอยู่ตลอดเวลา ตาสาชะเง้อคอขึ้นมามองพวกมันนานๆ ที สลับกับมองทางเทียวที่เสี่ยวฮักจะโผล่ซอดออกมา ชั่วใบเหลืองของพะยอมปลิวจากต้นตกดิน ตาสีหัวหงอกก็จ้ำเท้าฝ่าดงแดดออกมาทางช่องกอไผ่ห้วยบ้าน ร่างผอมนั้นสะพายย่ามสีเหลืองของญาครูผู้เป็นพ่อ (อดีตเจ้าอาวาสใต้ซึ่งมรณภาพเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว) ตาสามองเห็นเสี่ยวฮักแต่ไกลจึงเริ่มยิ้มออก  จวบตาสีเดินเข้ามาใกล้เสี่ยวจึงทักถามเสี่ยวอย่างเป็นกันเอง 


      “มึงคือมาช้ามาสวยแท้บักหัวหงอก” 


      “ กูพาอีเฒ่าไปเอายาเบาหวานที่อนามัยมาเว้ยเสี่ยว” ตาสีว่าพลางนั่งลงข้างๆตาสา 


      “ เอ้อ...เดี๋ยวนี้คนบ้านเฮาเป็นเบาหวานกันหลายเนาะ เป็นเพราะหยังหือ” ตาสาว่า 


      “ ปากจ่อหว่อของเฮานี่แหละ “ ตาสีตอบ 


       หลังจากทักทายประสาเสี่ยวพอหอมปากหอมคอทั้งคู่จึงต่างเริ่มบทสนทนาที่หนึ่งในสองคนนี้คาดว่าคั่งค้างอยู่แต่เมื่อวาน   เพื่อเป็นการฆ่าเวลาก่อนที่สองเสี่ยวจะพากันไปต้อนควายงัวลงน้ำในยามบ่ายแก่ๆดังทุกวัน  เรื่องโสเหล่ที่ว่าไว้แต่เมื่อวานทำให้หนึ่งในสองเสี่ยวเคืองกกหูอยู่พอสมควร ด้วยว่าเสี่ยวหัวล้านนั้นยกคำพูดเพื่อนทหารที่ว่าไว้เมื่อครั้งไปบุกตะลุยเมืองแกวด้วยกันเมื่อหลายสิบปีก่อน  เพื่อนทหารดังโมบอกว่าซุมโคตรเง้าของตาสีตาสานี้เป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว  เพราะหูเบาไปเชื่อความเว้าของบักหลอด(ลอร์ด)บุดดา  ทหารดังโมพูดว่า 


      “คนบ้าอี่หยังหว่า ทรัพย์สินมีค่า เงินคำกำแก้วบักหลวงบักหลายกะโสทิ่มปล่อยป๋า นับแต่ลูกแต่เมีย คฤหาสน์ราชวังกะบ่เอา  เดิกค่อนๆ หลอยหนีจากเมียไปนั่งหลับอยู่ใต้ห่มโพธิ์  บ่พอคราวกะออกมาสั่งสอนไทบ้าน  เลาะขอข้าวกิน “นับแต่คบหาเป็นเสี่ยวเหยเกยฮักกันมานานนม ก็มีเมื่อวานนี้นี่แหละที่ตาสาพูดไม่เข้าหูตาสี ทำให้เมื่อคืนนี้ทั้งคืนแกคิดหนักอยากประเด็นที่จะมาโต้แย้งคำพูดของบักทหารดังโม แกโทรศัพท์ไปหาลูกสาวคนที่เชื่อว่าจะสรรหาเหตุผลมางัดง้างคำกล่าวหมาๆของบักทหารดังโมนี้ให้ได้ อี่นางลูกสาวคนนี้เป็นบุตรคนที่สองของตาสี เรียนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศกำลังพัฒนาประเทศหนึ่งและมีโครงการจะต่อปริญญาเอกเพื่อเป็นด็อกเตอร์ในประเทศบ้านเมืองของบักทหารดังโมนั่นแหละ หล่อนได้ให้ความรู้กรอกหูยัดสมองตาสีราวสองชั่วโมงกว่าและตาสีก็ได้สรุปใจความสำคัญตามความเข้าใจของตนเพื่อจะนำมาถกเถียงกับตาสาในวันนี้ 


      สองเสี่ยวนั่งหันหน้าเข้าหากันราวกับโลโก้เบียร์ยี่ห้อหนึ่งของประเทศกำลังพัฒนาที่โกอินเตอร์แล้ว หลังจากแยกน้ำจากลูกน้ำเต้ากรอกปากแก้ร้อนคนละอึกสองอึกตาสีจึงเริ่มต้นความโสก่อน 


      “ เฮ๊ย! บักเสี่ยว...เรื่องมึงเว้ากับกูมื้อวานนี้กูบ่ทันแล้วเด๊ะ  เถิงสูสิจบ ป.4 แต่กูกะบ่อยากให้ไผมาลบหลู่ดูหมิ่นผู้ที่กูเคารพบูชาสุดหัวดอก “ ตาสีกล่าวเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเข้มขรึม สีหน้าบ่งถึงความเครียดแค้นราวพูดจบแล้วจะตามฆ่าทหารดังโมเสียให้ได้ 


      “ฮ่วย! กูว่ามันจบแต่มื้อวานแล้ว มึงบ่เชื่อความเขาอีกบ้อ” ตาสากล่าว 
      “บ๋า! พ่อมึงสำเบาะบักทหารดังโม  มันเฮ็ดนาให้มึงกินสำเบาะมึงจั่งสิเชื่อมันไวปานนั้น “ตาสีว่า 


      “แล้วมีเหตุผลหยังมึงจั่งสิบ่ให้กูเชื่อ “ 


      “ฟังเด้อ กูสิเว้าให้ฟัง.... เมื่อคืนนี้กูโทรไปหาอี่นาง  มันบอกว่าซุมบ้าที่มาบุกเมืองแกวนั่นมันบ่มีเวียกเฮ็ด  มันเป็นแต่เพียงแหลวอันธพาลที่ยั่นหมีกัดคอหอย ยั่นหมีมีได้หลื่นได้เกินเป็นนักเลงโตกว่าคนซุมนี้พื้นเพมันอยู่ไกลโข กูกะบ่ถูกดอกว่าไกลเท่าใด๋ อาจจะหม่อตีนดาวเพ็กหรือดาววีพูนแหล่ว เทิงบักหมีเทิงอีแหลวอยู่แถวถิ่นหนาว แต่คราวทุกข์ยากหลายชั่วอายุคนมาแล้ว เพราะความหนาวมันจั่งซ่อนตัวอยู่ในเฮือน บ่อไปไสมาไส ก่อไฟฝีงอยู่ในเฮือนแล้วคิดเฮ็ดนั่นเฮ็ดนี่ คึดไปคึดมากะเลยได้นั่นได้นี่ ได้ปืน ได้มีด ได้เฮือ ได้จักร  มึงคึดเบิ่งเถิดคนเฮานั้นมีหมากกะสุน(หนังสะติ๊ก) อันเดียวยังใจใหญ่คับฟ้าอยู่แล้ว ถ้าเกิดมีปืนมีมีดมันสิเป็นจั๋งใด๋ ตามอิดตามก่อนั่นอ้างว่าเฮ็ดขายเฮ็ดแลกนี่กับคนอื่น....เอ้อและกะแลกแบบข่มเหงเต็งเต็กนั่นแหละ แต่พอเหิงไปเห็นเฮาอยู่กันแบบซำบายเผิงพาอาศัยกะหาวาเฮาขี้คร้าน  จำเป็นสิต้องยึดเพื่อการปลดปล่อย มันว่าแบบบ่อายฟ้าอายดิน มันก่อศึกก่อเสือบ้านใด๋เมืองใด๋คันยอมมันกะเจ็บคีงบ่หลาย ถ้าบ้านใด๋เมืองใด๋แข็งข้อกะหย่องบ่างเสียจนแผ่นดินยุบผลุบหายปานน้ำหนองหานพู้นแหล่ว เฮาเชื่อศรัทธาในพ่อปู่บุดดาแต่มันตีราคายกค่าเพิ่นแค่บักหลอด(ลอร์ด)เท่านั้น  มันฮู้จักพ่อบุดดาเท่าใด๋จั่งสิมาหยามหยันเพิ่นปานนั้น ทุกมื้อทุกวันนี้มึงดูจากบาปกรรมที่มันเฮ็ดต่อแผ่นดินอื่นๆแล้วเป็นจั๋งใด๋ บ่เชื่อมึงถามตะเว็นที่อยู่เทิงหัวมึงก็ได้ ถ้ามึงอยากอวดกล้ามดากอย่าเอาเรื่องมึงเป็นทหารไปบุกเมืองแกวมาอวดกู กูขิว แกวนั่นมันบ้านอ้ายเมืองน้องเฮา ถ้าแหลวเก่งจริงเป็นหยังคือแพ้แกว หลายย่างหลายแนวอยู่ดอกมันสิเป็นไปดั่งคำทวยของพ่อปู่บุดดา คำว่าจ้อนเข้าสามห่มโพธิ์ศรีญาครูพ่อกูเว้าให้ฟัง เพิ่นบ่ได้บอกว่ามันคืออี่หยังดอก แต่จากวันนี้เหลี่ยมลายหลายอย่างมันก็มีให้เห็นอยู่แล้วมึงฮู้ไว้แหน่ ฮ่าๆๆ” ตาสีร่ายเสียยาวแถมด้วยเสียงหัวเราะเย้ยเสี่ยวหัวล้านขณะที่ตาสาได้แต่นั่งมึนงงเหมือนกับตกควายอีเขาเลในลักษณะหัวทิ่มดิน ตาสาหมดปัญญาจะโต้แย้งตาสีเนื่องจากร้อยปีพันชาติไม่เคยเห็นตาสีคิดและพูดอะไรได้ยืดยาวอย่างนี้มาก่อน และอีกอย่างตาสาก็ยังคิดว่าตัวเองยังเป็นแค่ “ตาสา” โง่เง่าเต่าตุ่นหลวงรัฐให้เชื่อตามใครหรือจูงจมูกไปทางใดก็จะทำตามทั้งหมดทั้งสิ้น 


     ดวงตะเว็นเหลื่อมไปทางทิศตกหน่อยๆ แล้ว นั่นแสดงว่าใกล้เวลาต้อนงัวควายลงน้ำเต็มที ตาสาคลายปมผ้าขาวม้าที่เคียนแอวอยู่หมายจะโพกหัวเพื่อป้องบังแสงแดดจัดจ้าจะกระทำต่อหัวล้านของตน หว่างนั้นตาสาเพียงคลี่ปมออก ไม่ทันจะได้โพกหัวด้วยซ้ำ...แล้วจู่ๆ 


     “เพี๊ยะ!” ฝ่ามืของตาสีวาดแหวกอากาศกระแทกเข้ากลางหัวล้านของตาสาอย่างจัง ทำให้ฝ่ายที่ถูกตบฉาดนั้นเซแถดๆ เข้าเหลี่ยมคันแทนา ฝ่ายตาสียกมือประนมขึ้นสุดหัว “เพื่อพระพุทธ”  ตาสายังมึนงงยืนเอียงจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ตาสีก็พรวดเข้ามาฟาดเข้าให้อีกฉาด แล้วกระทำในอากัปกริยาเดิมพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “เพื่อพระธรรม” คราวนี้ตาสาถึงกับทรุดล้มตึงก้นจ้ำเบ้าลงกับคันแทนา สะบัดหัวล้านที่แดงฉานด้วยรอยนิ้วมือเพื่อเรียกสติ ตาสีดูอาการของเสี่ยวชั่วครู่ว่าจะไหวไม่ไหว พอดูว่าน่าจะทนได้จึงเพิ่มความมึนเข้าให้อีกฉาด “เพี๊ยะ! เพื่อพระสงฆ์” แล้วยกมือประนมขึ้นสุดหัว พร้อมๆกับขณะนั้นลมหัวกุดขนาดความสูงเลยยอดสะแบงหมุนเป็นวงรวบเอาทั้งเศษใบไม้ใบหญ้า ซังข้าวและฝุ่นดินบิดเป็นเกลียวม้วนใกล้ร่มจานเข้ามาทุกที...
 
          ปล.อ่านแล้วอย่าคิดมากครับ เพราะมันแค่นิทานก้อมเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

บ่ก้อมปานได๋ ยาวเติบ
แต่กะม่วนหลายครับ

ความจริงนิทานก้อม ก็คงเปรียบได้กับเรื่องสั้นในปัจจุบัน
แต่ลำหักลำโค่นและทางมวยอาจแตกต่างกันพอสมควร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

มีหลายคำน่าจะเป็นศัพท์ท้องถิ่น บางคำก็พอเข้าใจอย่างแปลก ๆ บางคำก็งง งง อยู่บ้าง แต่สรุปว่าอ่านรู้เรื่องครับ

ฝากห้องสมุดบ้านพระธรรม วัดบ้านด่านด้วยครับ
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim/2009/05/25/entry-3

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มาอ่านนิทานก๋อมหายากเด้อส์..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

อ่านอีกกะม่วนอีก
คึดฮอดนาท่งในหลายเด้...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
<<<ที่นี่มีจดหมายวรรณกรรม>>>(เล่ม ๖ อวลดอกไม้เลือดนก) 

คาดว่าหลายท่านคือสิได้โตเป็นๆ แล้ว แต่เอามาลงไว้เพื่อให้หลายท่านที่ไม่มีตัวเป็นๆ รวมไปถึงพี่ที่อยู่ต่างประเทศด้วยนะ จะได้ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของคณะผู้เขียนจดหมาย


ด้วยความเคารพและขอบคุณ
ทุกท่านที่ติดตามจดหมายวรรณกรรมเสมอมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]