• Juninlla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : juninya-25@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 169977
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
วรรณกรรมล้วนๆ อิงชีวิตจริง ไม่อิงการเมือง
ก็แล้วแต่ใจจะพาให้อยากจะเขียนเรื่องอะไรบ้าง.... นั่นแหละ....
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/autis
วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2551
Posted by Juninlla , ผู้อ่าน : 1638 , 06:57:16 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        “ความฝัน” เป็นแรงผลักดันให้คนบางคน กระทำในสิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า “เป็นไปไม่ได้” ให้กลายเป็นสิ่งที่ “เป็นไปได้” แม้ว่าจะมีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะ ทางร่างกาย

แต่ทว่า......

        ด้วยจิตใจที่มุ่งมาดปรารถนาอันแรงกล้า กลับข้ามกำแพง “อุปสรรค” ได้อย่างองอาจ จนก้าวเข้าถึงเส้นชัยมานักต่อนัก

        เรื่องราวเหล่านี้รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มที่แสนธรรมดา มีหัวเรื่องว่า “ความฝันโง่ๆ”  โดยวินทร์ เลียววาริณ นักประพันธ์นามกระฉ่อนแห่งสยามประเทศ เป็นหนังสือเสริมกำลังใจ ชุด 2 ซึ่งรวบรวมบทความจาก http://www.winbookclub.com/frontpage.php  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547  และในคอลัมน์ Final Say จากนิตยสารเปรียว ช่วงปี พ.ศ.2548 – 2549

        “ความฝันโง่ๆ” กล่าวถึง เรื่องราวหลากแง่มุมของบุคคลผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความใฝ่ฝัน ทั้งๆ ที่ร่างกายมิอาจเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมนั้น เช่น เอริค วีแลนไมเยอร์ ผู้พิการตาบอดทั้งสองข้าง แต่เขาฝันที่จะปีนขึ้นสู่เจ็ดยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกในเจ็ดทวีป ขณะที่คริส มูน อดีตอาสาสมัครกู้ระเบิด และขาขาดจากกับระเบิดในโมซัมบิก เขากลับต้องการวิ่งมาราธอน และฌอง - โดมินิค โบบี ผู้เป็นอัมพาต ไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายของตนเอง แต่เขากลับมีแรงปรารถนาที่จะเขียนหนังสือขึ้นมาสักเล่ม เป็นอาทิ บุคคลทั้งสามที่หนังสือเล่มนี้ยกตัวอย่าง ต่างก็ทำความฝันโง่ๆ แบบนั้นสำเร็จซะด้วยสิ

        นอกจากนี้ บทความใน “ความฝันโง่ๆ” ยังนำประสบการณ์ส่วนตัว และเรื่องราวต่างๆ รอบตัวของผู้เขียน มาเล่าผ่านตัวหนังสือได้อย่างน่าสนใจ ด้วยวัจนะภาษาที่เรียบง่าย เทคนิคการเล่าแบบโยงถึงคำถามของเรื่องนั้นๆ แทรกข้อคิดเห็นเห็นส่วนตัวอย่างแยบคาย จนนำไปสู่คำตอบ เช่น เรื่องขาวกับดำ (น.37 - 38) เป็นต้น อีกทั้งยังแทรกคำคมของบุคคลสำคัญอยู่เป็นระยะ ซึ่งผู้เขียนเสริมวาทะเหล่านั้นให้สมบูรณ์แบบ ทำให้เรามองเห็นภาพของเรื่องเล่าและสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อถึงผู้อ่านชัดเจนยิ่งขึ้น

        บทความส่วนใหญ่ใน “ความฝันโง่ๆ” มีเนื้อหาสั้น ถึงสั้นมากๆ แต่คุณค่าทางวรรณศิลป์ก็หาได้ลดลงไปจากเดิม ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยข้อคิด ให้เรามองโลกนี้ตามความเป็นจริง ซึ่งถือได้ว่าเป็นยาบำรุงที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจ ในช่วงที่เราอยู่ในภาวะสับสน ท้อแท้ และห่อเหี่ยวต่อสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบัน ที่กำลังรุมเร้าอยู่ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

        ประเด็นที่น่าสนใจของ “ความฝันโง่ๆ” ซึ่งผมคิดว่าเหมาะต่อสภาพปัจจุบัน คือ ทางออกของปัญหาต่างๆ มันไม่ได้มีแค่ทางเดียวตามที่หลายคนมักจะยึดติด และมองปัญหาเป็นเพียงแค่ “เหลืองอ๋อย” กับ “แดงเถือก” ขณะเดียวกันหากเรามองในอีกแง่มุมที่ต่างกันออกไปจะพบการแก้ปัญหาที่มากกว่าหนึ่งทางเลือก

        เพียงแต่เราจะรู้จักยืดหยุ่น หรือพลิกแพลงสถานการณ์อย่างไรก็เท่านั้นเอง

        ข้อคิดนี้เหมาะกับทุกคนบนโลก มิใช่แค่กลุ่มที่มีกรณีพิพาทกันอยู่ในปัจจุบัน

✡✡✡✡✡✡✡


ลำดับต่อไป.......

         หากเราได้ยินตัวละครในการ์ตูนเรื่องหนึ่งเริ่มต้นด้วยคำว่า.....

        “ปุจฉา” ชายร่างใหญ่สวมชุดสีเหลืองหลวมโพรก เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันดังก้อง

ตามติดด้วย.......

        “วิสัชชนา” เณรร่างเล็กเอ่ยตอบอย่างฉะฉาน


และแล้ว........

         การประลองปัญญาของทั้งสองก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งทั้งชายสวมชุดเหลืองกับเณรน้อยต่างก็เป็นตัวละครหลักของ “อิ๊กคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา” โดยชายผู้สวมชุดเหลืองก็คือ “โชกุนอาชิคางะ โยชิมิสึ”ขุนศึกผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดินญี่ปุ่น กับ “อิ๊คคิวซัง” เณรน้อยผู้เปี่ยมไปด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมแห่งวัดอังคะคุจินั่นเอง

         การ์ตูนเรื่องนี้เป็นที่มาของหนังสือเล่มล่าสุด ซึ่งผมเพิ่งถอยมาหมาดๆ ภายใต้หัวเรื่อง “วิถีแห่งอิ๊คคิวซัง เสริมปัญญาด้วยสมาธิ” เขียนโดยวิทักโข ที่มีผลงานประพันธ์เกี่ยวกับธรรมมะหลายหลากชิ้น ในนามปากกาที่ต่างกันออกไป อย่างเช่น “ธรรมะจากชมพูทวีป” ภายใต้นามปากกา ฮ.นิกฮูกี้ และ “กรรมใหม่” จากนามปากกาโตมรธร เป็นอาทิ

         “วิถีแห่งอิ๊คคิวซัง” กล่าวถึงประวัติของพระอิ๊คคิว ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของพระนางโนะจิโบเนะ พระสนมขององค์พระจักรพรรดิ์ฝ่ายเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของจักพรรดิ์องค์นี้มาก ด้วยแรงริษยาของคนรอบข้างที่เห็นพระนางเด่นเกินหน้าเกินตาพวกตน พวกเขาจึงพากันใส่ไฟองค์จักรพรรดิ์อยู่เนืองๆ จนในที่สุดพระองค์ทรงเนรเทศพระนาง ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ออกจากวัง ไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเยี่ยงสามัญชนในที่สุด

         เมื่อเซนงิกามารุ ผู้บุตรของพระนางโนะจิโบเนะถือกำเนิด จวบจนล่วงเข้าสู่วัยเด็กพอจะรู้ความ พระนางก็อบรมสั่งสอนให้เป็นเด็กดี มีน้ำใจ ซึ่งเซนงิกามารุเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดมากคนหนึ่ง เขาก็เชื่อฟังคำสั่งสอนมารดาของตนเองเสมอมา จนกระทั่ง 1 ปีต่อมา ภยันตรายเริ่มมากร้ำกราย ฝ่ายศัตรูต่างจ้องปลิดชีวิตเซนงิกามารุ เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามต่อพวกตนในภายภาคหน้า พระนางโนะจิโบเนะจึงพาเซนงิกามารุไปบวชเป็นเณรที่วัดอังคะคุจิ โดยหลวงพ่อโกคัน เจ้าอาวาสวัดอังคะคุจิจึงตั้งชื่อให้เซนงิกามารุว่า “ชูเคน”

         ในเวลาต่อมา เณรน้อยชูเคนได้เดินทางไปแสวงหามรรคผล และศึกษาพระธรรมกับพระอาจารย์ ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านปฏิบัติธรรม เช่น หลวงพ่อเคนโอ และหลวงพ่อคะโซ ซึ่งหลวงพ่อเคนโอตั้งชื่อให้เณรชูเคนว่า “โชจุน” เมื่อล่วงเข้าสู่วัยฉกรรจ์ พระโชจุนสามารถบรรลุมรรคผลนิพพาน สำเร็จเป็นพระอรหันต์ หลวงพ่อคะโซ พระอาจารย์องค์สุดท้ายของพระโชจุน ก็ตั้งชื่อให้พระโชจุนว่า “อิ๊คคิวโชจุน” ซึ่งมีความหมายว่า “พระโชจุนผู้บรรลุธรรม” นั่นเอง

         จากเรื่อง “วิถีแห่งอิ๊คคิวซัง” ออกแนวเป็นหนังสือธรรมะเต็มขั้น ซึ่งแทรกอยู่ในประวัติของท่านอิ๊คคิวซัง ทั้งในเนื้อหาและบทสรุปของแต่ละบท โดยหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 30 บท (ไม่รวมบทสรุป) ตามลำดับชีวิตของท่าน

         ขณะที่เรื่องราวการประลองปัญญากับท่านโชกุนโยชิมิสึ และคิเคียวยะซัง (พ่อค้าหน้าเลือด ที่ผู้เขียนอ้างจากพันธมิตรว่าขี้ตระหนี่ยิ่งกว่าอดีตนายกฯท่านหนึ่ง) เหมือนกับฉบับการ์ตูน แต่จะเน้นไปที่การเดินทางปฏิบัติธรรมของอิ๊คคิวซัง ซึ่งต้องเผชิญกับอุปสรรค นานับประการ โดยผู้เขียนสอดแทรกหลักธรรมทางพุทธศาสนาได้อย่างเฉียบคมยิ่งนัก

         หลังจากที่ผมอ่าน “วิถีแห่งอิ๊คคิวซัง” ทำให้หวนนึกถึงสภาพเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวแบบปัจจุบันทันด่วนขึ้นมา เพราะถ้าเราจับประเด็นจากเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ไปเทียบเคียงกัน ก็จะมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน

         โดยเฉพาะ หากมนุษย์ทุกคนมีธรรมะอยู่ในใจ และนำมาปฏิบัติบ้าง

         โลกนี้ก็คงไม่วุ่นวายดังที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน


ดินสอ 2B
-------





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
lumpao วันที่ : 08/11/2008 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumpao
 

สวัสดีคะ
ขอแอดหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 08/11/2008 เวลา : 07.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ช่างบังเอิญจังค่ะ เมื่อวานเพิ่งคิดถึงการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง วันนี้ก็เปิดเจอเรื่องนี้พอดี

แหม มีภาพด้วยก็ดีซีคะ จะได้คิดถึงอิคคิวน้อยลงอีกหน่อย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน