*/
  • Phimmy_Anna
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anna@gopr.co.th
  • วันที่สร้าง : 2019-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 19701
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
<< กันยายน 2021 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 กันยายน 2564
Posted by Phimmy_Anna , ผู้อ่าน : 187 , 17:53:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ใครว่าปัญหาสุขภาพจิตนั้นเกิดขึ้นแต่กับผู้ใหญ่หรือคนที่มีความเครียดในวัยทำงานหรือวัยเรียนระดับอุดมศึกษาเท่านั้น แท้จริงแล้วปัญหาสุขภาพจิตนั้นเกิดได้ทุกเพศทุกวัย และยิ่งเราค้นพบปัญหาเร็วมากขึ้นเท่าไร เราก็จะยิ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเด็กเล็กอาจไม่สามารถอธิบายถึงความเครียดและความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น เราควรสังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้น หากมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปและแสดงออกมาอย่างก้าวร้าว เราก็อาจสรุปได้ว่า อาจเกิดจากสุขภาพจิตได้

สุขภาพจิตในเด็กมีปัจจัยใดเป็นตัวแปรสำคัญ เราก็ต้องมาวิเคราะห์ดูว่า สิ่งที่ทำให้เด็กๆมีความเครียดเพิ่มมากขึ้นนั้นเกิดมาจากอะไร แน่นอนว่า หนึ่งในเหตุปัจจัยสำคัญนั้นก็คือ การเรียนออนไลน์นั่นเอง ทำไมการเรียนออนไลน์ถึงมาเป็นปัญหาหลักได้ เนื่องจากเด็กในวัยที่ควรได้ทำกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะ แต่ต้องมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือ รวมไปถึงการเข้าถึงการศึกษาของเด็กทุกคนนั้นก็ไม่เท่ากัน การศึกษาควรเป็นแบบ Holistic education อีกทั้งควรมีการบูรณาการที่ทำให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่วนเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเด็กนั้น ทางเว็บไซต์ megawecare ได้แชร์ไว้ว่า สิ่งสำคัญที่ควรทำ เมื่อลูกต้องเรียนออนไลน์ ผ่อนคลายความเครียดของลูก ควรให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง อย่างน้อยวันละชั่วโมง อาจเป็นกิจกรรมง่ายๆที่สามารถทำได้ในบริเวณบ้าน เช่น การขี่จักรยาน การออกกำลังกาย หรือให้ลูกได้เล่นกีฬาที่เขาชอบ และหากเป็นไปได้แนะนำให้เลือกกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวได้ เพราะจะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของเด็ก เช่น ช่วยกันปลูกผักสวนครัว ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการทำงานบ้านง่ายๆตามช่วงวัยของเขา เป็นต้น ให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นมีความสำคัญทั้งต่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของเด็ก เพราะขณะที่หลับร่างกายจะหลั่งสารที่จำเป็นออกมาเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของคุณได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แนะนำว่าควรฝึกให้เด็กๆเข้านอนเป็นเวลาหรือเข้านอนไม่ควรเกิน 4 ทุ่ม และเพื่อแก้ปัญหาการนอนหลับยากหรือตื่นกลางดึก ควรปิดโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสารอื่นๆเมื่อถึงเวลาเข้านอน เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวน จากสัญญานโทรศัพท์ เสริมความแข็งแรงด้วยสารอาหารที่จำเป็น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก แต่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านอาจเผลอละเลย คือ เรื่องอาหารการกินของเด็กๆ แนะนำว่าควรให้เด็กๆ ได้ทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ที่สำคัญ คือ ต้องทานให้ได้ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย พยายามลดหรือจำกัดการทานขนม รวมไปถึงอาหารขยะทั้งหลาย และหากเป็นไปได้ควรหาเวลาทานอาหารร่วมกันในครอบครัวทุกวัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว สำหรับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็ก คือ กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA มีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นในการพัฒนาสมองและสายตา แต่น่าเสียดายที่ร่างกายไม่สามารถสร้างกรดไขมันจำเป็นชนิดนี้ขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการทานอาหารจำพวกปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า

 

 


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น