• เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sima_arm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-25
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 74705
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน 2553
Posted by เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง , ผู้อ่าน : 1072 , 00:38:24 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

เสฐียนพงษ์  แซ่ตั้ง

ดั่งเดิมประเทศไทยเราก็เหมือนๆกับอีกหลายประเทศที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย แต่หลังจากการอภิวัฒน์ ๒๔๗๕ ฐานะของกษัตริย์ต้องจำกัดลงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และมีความพยายามผลักดันให้ "เจ้า" อยู่เหนือการเมือง หากจะกล่าวง่ายๆคือไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองเลยสักนิดเดียว

แต่ทว่าบ้านเมืองในยุคสมัยนั้นความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในด้านต่างๆทั้งการปกครอง วิทยาศาสตร์ การค้าการคลัง ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ยังหาผู้เชี่ยวชาญได้น้อยเต็มทน ผู้ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น "เจ้านาย" และ "ขุนนางเก่า" ดังนั้นจากกฏเกณฑ์ในคราแรกที่พยายามผลักดันให้ขุนนางเก่าและเจ้าออกจากวงจรการบริหารบ้านเมืองจึงต้องแก้ไข เปิดทางให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารบ้านเมือง

หากจะว่าก็ใช่ที่ว่า "คณะราษฎร" จะปิดกั้นขุนนางเก่ามาตั้งแต่แรก เพราะหลังจากการอภิวัฒน์(ปฏิวัติ) คณะราษฎรก็พยายามจะสานสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มขุนนางเก่าจึ่งได้เชิญพระยามโนปกรณ์นิติธาดาและขุนนางเก่าหลายท่านเข้าร่วมรัฐบาล และกลับกลายเป็นเรื่องน่าขันที่ว่าคณะรัฐบาลชุดนี้ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับคณะรัฐบาลตั้งแต่ครั้งก่อนการปฏิวัติ

"การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ เป็นการทำแบบไทยๆ ไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ และใช้วิธีประนีประนอม หรือจะเรียกว่ากล้าๆกลัวๆแบบคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ก็ได้"

บันทึกแผ่นดินชุด ตำนานการเมืองเรื่องสนุก l โรม  บุนนาค

ผมอ่านจากหนังสือแนวประวัติศาสตร์การเมืองช่วงปี ๒๔๗๕ หลายเล่มๆ(แบบไม่ละเอียดละออนัก) ก็จะพบว่าหลายๆเล่มนี้เขียนในทำนองเดียวกันคือ ในช่วงนั้นการแก่งแย่งอำนาจมีเพียงสองกลุ่มคือ "อำนาจใหม่" และ "อำนาจเก่า"

อำนาจใหม่ ก็คือกลุ่มของคณะราษฎร ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็นสองกลุ่มคือ "สายพลเรือน" และ "สายทหาร"

อำนาจเก่า ก็คือกลุ่มขุนนาง เชื้อพระวงศ์ ซึ่งหนังสือหลายๆเล่มจะเรียกว่า "คณะเจ้า"

ผมว่าหลายท่านอาจจะยังไม่เคยอ่านบทความนี้นะครับ ถ้อยคำอันบิดเบือนในประกาศคณะราษฎร l สำนักข่าวเจ้าพระยา

ลองคลิ๊กไปอ่านดูนะครับ ก็เป็นอีกบทความประวัติศาสตร์ที่ผมเองก็เพิ่งจะเห็นต้องขอขอบพระคุณเว็บไซค์เจ้าพระยานิวส์ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

คณะราษฎรเริ่มต้นจากความคิดก้าวหน้าในเรื่องประชาธิปไตยในแผ่นดินสยาม ปัจจุบันกำลังเกิดความคิดที่ว่าการกระทำในตอนนั้น "ชิงสุกก่อนห่าม" หรือ "สุกงอมพอดี" กันแน่ เพราะสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็มาจากเรื่อง "เศรษฐกิจ" ในช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ไปทั่วหัวระแหง คณะราษฎรใช้พื้นฐานเรื่องการกินอยู่ เรื่องปากท้องของประชาชน ผสมโรงกับการปกครองแบบ "ศักดินา" และในอีกหลายๆเรื่องจนนำไปสู่การตัดสินใจทำปฏิวัติ

ความยุ่งเหยิงของการเมืองไทยเกิดขึ้นไม่ใช่ตอนที่เกิดการปฏิวัติ ๒๔๗๕ หรอกครับ แต่ว่าหลังจากนั้นต่างหาก ความยุ่งเหยิงนั้นเกิดจากการแย่งชิงอำนาจกันระหว่าง "อำนาจเก่า" และ "อำนาจใหม่" บางครั้งบางทีก็ผสมปนเปกันมั่วกลายเป็นกึ่งใหม่กึ่งเก่า และก็กลายเป็นการแย่งชิงอำนาจระหว่าง "พลเรือน" และ "ทหาร" ไปเสียนั่น

พลเรือนที่ผมว่านั้นหากมองโดยรวมเลยเด่นๆคือ "ปรีดี  พนมยงค์" รัฐบุรุษอาวุโส นั่นเองหล่ะครับ ท่านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของคณะราษฎรก็ว่าได้ หลายครั้งหลายคราก็จะโดนฝ่ายตรงข้าม "ยัดเยียด" ข้อกล่าวหาสารพัดตั้งแต่คอมมิวนิสต์จนถึงฆ่าพระเจ้าอยู่หัวอนันฯ

ความซับซ้อนอยู่ตรงที่ฝ่ายตรงข้ามระบอบปรีดีก็มีทั้ง "อำนาจเก่า" และ "คณะราษฎร" ด้วยกันเอง ผมเองไม่ทราบว่าคนในคณะราษฎรนั้นตีความคำว่า "ประชาธิปไตย" ไว้เหมือนๆกันหรือไม่อย่างไร เพราะเท่าๆที่อ่านมารู้สึกได้ว่าในคณะราษฎรเองยังคงใช้ "ประชาธิปไตย" ไม่เหมือนกันสักเท่าไหร่ ทั้งสายทหารและสายพลเรือนต่างพยายามข่มกัน เมื่อสายทหารอย่างจอมพล ป. ก้าวพลาดในการร่วมรบกับญี่ปุ่น สายพลเรือนเดินเกมส์ใต้ดินในรูปแบบเสรีไทยจนสามารถนำพาประเทศให้พ้นภัยได้ แต่ทว่าสาายทหารเองก็ไม่พอใจที่โดนลบหลู่ พยายามรอคอยเอาคืนสายพลเรือน จนกระทั่งการรัฐประหารในปี ๒๔๙๐ นั่นเอง จึงถือได้ว่าเป็นการปิดฉากระบอบประชาธิปไตย สายปรีดี พนมยงค์

ปรีดี  พนมยงค์ ท่านกุมเสียงในสภามาโดยตลอด แม้ว่าช่วงแรกท่านจะหลบฉากในฐานะผู้สำเร็จราชการฯแต่ก็พยายามเคลื่อนไหวแบบลับๆต่อต้านฝ่ายทหารมาโดยตลอด แต่เมื่อเสียงในสภาแพ้ปืนในมือทหารในครา ๒๔๙๐ นั้นจึงถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ของคณะราษฎรสายพลเรือนโดยสิ้นเชิง แม้ว่าภายหลังปรีดี  พนมยงค์จะกลับมาทำการรัฐประหารอีกครั้งในปี ๒๔๙๒ แต่ก็ไม่สำเร็จ และกลายเป็นกบฏวังหลวง

ประเทศสยามเข้าสู่หมอกควันของการปกครองโดยเผด็จการทหารคณะราษฎร

แต่กระนั้นเองในรูปแบบการปกครองแบบเผด็จการทหารก็ได้เกิดการฟื้นฟูพิธีการทั้งในระดับรัฐพิธี พระราชพิธี ขนบธรรมเนียม การแต่งกาย ภาษา และอีกต่างๆมากมายสืบมาจนถึงปัจจุบัน และทหารเองก็เปลี่ยนจากผู้อภิวัฒน์มาเป็นผู้ปกป้องประชาธิไตย ชาติ และราชบัลลังก์ แม้ในบางช่วงบางเวลาทหารก็ใช้อำนาจอันเกินขอบเขตอันควรจนเกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญๆจนกลายเป็นประวัติศาสตร์เปื้อนเลือดที่ยากจะลบออกจากแผ่นดินไทยออกไป

"ในยุคศักดินานี้ มีลัทธิเกิดใหม่ขึ้นลัทธิหนึ่ง นั่นคือ ลัทธิอัศวิน (Chivalery) ลัทธินี้มุ่งอบรมให้คนเป็นนักรบผู้ซื่อสัตย์และสามารถของกษัตริย์ อัศวิน (Kingth) ทุกคนจะต้องฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อให้กล้าหาญ , อดทน , ซื่อสัตย์ มีระเบียบพร้อมที่จะตายแทน "เจ้าชีวิต" ลัทธิอัศวินนี้ในญี่ปุ่นเรียกว่า "ลัทธิบูชิโด" อัศวินของญี่ปุ่นเรียกว่า "ซามูไร" ในเมืองไทยก็มี "ลัทธิขุนศึก" หรือ "ทหารเสือ" ..."

ตัดตอนมาจากหนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย l จิตร  ภูมิศักดิ์

ครับไว้เรามาว่ากันต่อในเรื่อง ... ทหารเสือ ตอนหน้านะครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
Payont วันที่ : 10/11/2010 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

(0)
นักเรียนนอก รู้เรื่องประชาธิปไตย รู้เรื่องเศรษฐกิจ เลยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่รู้จักคนไทย

เป็นไง กี่ปีแล้ว ไปถึงไหน
ความคิดเห็นที่ 1
เงาอดีต วันที่ : 09/11/2010 เวลา : 00.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/been555

(0)
อืมๆ วิเคราะห์ได้ดีมาก โหวตๆ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน