• เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sima_arm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-25
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 74705
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม 2554
Posted by เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง , ผู้อ่าน : 1824 , 20:57:04 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน

เสฐียนพงษ์  แซ่ตั้ง

หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.๒๔๗๕ สถานะของพระมหากษัตริย์ยังคงดำรงอยู่ในฐานะประมุขแห่งรัฐแต่ไม่มี "พระราชอำนาจ" สั่งการใดๆโดยตรง แต่เพราะสถานะที่เป็นประวัติศาสตร์ทำให้รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้พระมหา กษัตริย์สามารถใช้พระราชอำนาจแทนปวงชนชาวไทยผ่านอำนาจอธิปไตยทั้งสามคือ "บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ"

ซึ่งก็เป็นลักษณะเช่นเดียวกับประเทศที่มีการปกครองในรูปแบบรัฐสภาแบบมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยทั่วไป โดยคำว่า "ใช้พระราชอำนาจแทนปวงชนชาวไทย" ที่เห็นได้ชัดนั้นคือการ "โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง" ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ตุลาการ เป็นต้น โดยผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งนั้นก็มาจากคัดเลือกของประชาชน องค์กรต่างๆ และเมื่อคัดเลือกได้แล้วก็จะทูลเกล้าเสนอชื่อให้ในหลวงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งลงมา

ผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งนั้นก็คือ "ตัวแทน" ของพระมหากษัตริย์ที่ได้รับการคัดเลือกจากประชาชน เพื่อให้ใช้อำนาจอันมีอยู่ในหน่วยงานที่รับผิดชอบแทนองค์พระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร "นายกรัฐมนตรี" ประมุขฝ่ายตุลาการ "ประธานศาลฎีกา" และประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ "ประธานรัฐสภา" ทั้งสามคนนี้ล้วนเป็น "ตัวแทนใช้พระราชอำนาจ" ของพระมหากษัตริย์มาปกครองบ้านเมือง

สถานะของพระมหากษัตริย์ในประเทศไทยคือ "ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง" ซึ่งลักษณะนี้ก็เหมือนกับประเทศอังกฤษ หรือญี่ปุ่น ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกผลักดันให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของประเทศมาอย่าง เนิ่นนาน แต่ในประเทศไทยด้วยสถานะพิเศษใต้รัฐธรรมนูญกษัตริย์คือผู้ใช้อำนาจแทนปวงชน ชาวไทย แต่กษัตริย์จะต้องไม่ทำผิด จึงทำให้การใช้พระราชอำนาจใดๆผ่านฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ จะต้องมี "ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ" หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย โดยผู้รับสนองฯนั้นจะต้องรับผิดชอบในทุกกรณีเมื่อพระบรมราชโองการนั้นไม่ชอบ ด้วยกรณีใดๆทั้งปวง!

ถึงกระนั้นสิ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นเพียง "พระราชอำนาจ" ที่ถูกบัญญัติไว้ในสมุดไทยบนพานแว่นฟ้า แต่ทว่าพระราชอำนาจที่แท้จริงของพระมหากษัตริย์นั้นล้วนเกิดจาก "พระบารมี" ที่สั่งสมมาหลายสิบปีตลอดที่ครองราชย์ ซึ่งพระราชอำนาจนี้ล้วนเป็นที่ประจักชัดต่อสายตา ต่อจิตใจ ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น "คนไทย" มาช้านาน

แต่ในทุกวันนี้มีความพยายามของบุคคลบางกลุ่มโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ถึง เรื่องการใช้พระราชอำนาจและ "การได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ" ในเรื่อง "กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" (ม.๑๑๒) ว่าไม่เป็นธรรมต่อสิทธิพื้นฐานและเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน โดยให้เหตุผลว่าพระมหากษัตริย์แม้จะเป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ก็อยู่ใต้รัฐธรรมนูญเดียวกันกับประชาชนทุกคนในประเทศไทย แต่กฎหมายหมิ่นฯนี้กลับทำให้สถานะของพระมหากษัตริย์ "ดูจะ" อยู่เหนือกว่าสิ่งใดๆที่ประชาชนจะวิจารณ์ได้ เพราะประชาชนนั้นไม่รู้ว่าจะวิจารณ์อย่างไรเพื่อไม่ให้ต้องโทษ เพราะด้วโทษสูงสุดถึง ๑๕ ปีนั้นเปรียบเสมือนกำแพงที่กันการวิจารณ์พระมหากษัตริย์ออกไปจากประชาชน และทำให้การวิจารณ์พระมหากษัตริย์นั้นกลายเป็นเรื่อง "ต้องห้าม" ในประเทศไทย!

ด้วยเหตุผลของคนกลุ่มนี้อ่านอย่างผิวเผินดูเหมือนว่ากฎหมายหมิ่นฯนั้นดูจะริดรอนสิทธิและเสรีภาพในการวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์(ในลักษณะที่ประชาชน วิจารณ์รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน)มากเกินไป แต่ผมกลับมมองว่ากฎหมายหมิ่นฯนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ "ปกป้อง" สถาบันพระมหากษัตริย์(อันได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท)เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะประมุขแห่งรัฐในทางกฎหมาย ไม่เพียงเท่านั้นสถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงเป็น "ผู้นำทางจิตวิญญาณชาติ" เมื่อใดที่พระมหากษัตริย์ทุกข์ใจ ประชาชนก็ทุกข์ใจ เมื่อใดพระมหากษัตริย์มีความสุข ประชาชนก็มีความสุข เมื่อใดพระมหากษัตริย์ทรงพระประชวร ประชาชนก็ทุกข์ใจ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปรากฎให้เห็นได้ในสังคมไทยเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่มีมาว่าร้าย แสดงกิริยาอาฆาต คนไทยก็จะเจ็บแค้นแทน ตอบโต้แทนพระมหากษัตริย์ แต่พระมหากษัตริย์ออกมาตอบโต้ไม่ได้ เพราะสถานะของพระมหากษัตริย์จะต้องดำรงอยู่ในความเป็นธรรมและเป็นกลางสำหรับ ทุกฝ่าย

ผมเชื่อว่าหลายคนในประเทศไทยนี้เข้าใจแบบที่ผมเข้าใจ ขนาดผมไม่ต้องจบด๊อกเตอร์ ไม่ต้องมีคำนำหน้าทางวิชาการ ไม่ต้องเรียนรัฐศาสตร์ ไม่ต้องเรียนกฎหมาย ก็ยังเข้าใจในกฎธรรมดาข้อนี้ แต่ทว่าในสังคมไทยตอนนี้มีกลุ่มนักวิชาการ กลุ่มนักกฎหมาย รวมตัวกัน "สร้างความไม่เข้าใจ" กฎหมายข้อนี้ ในความคิดของเขามีเพียงคำว่า "สิทธิถูกปิดกั้น" และคำว่า "ริดรอนซึ่งเสรีภาพ" ทำไมคนที่เป็นถึงระดับนั้นกลับไม่มองดูบริบทของสังคม ไม่มองดูประวัติศาสตร์ ไม่มองดูคติความเชื่อของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์บ้าง

หลังจากที่ผมเก็บข้อมูลและศึกษาเรื่อง "กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" นี้มาซักระยะหนึ่ง ก็พอจะสรุปสิ่งที่ "พวกเขา" ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับกฎหมายฉบับนี้ ได้เป็น ๔ ข้อครับ

๑.ยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ โดยสิ้นเชิง
๒.ยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ แต่ให้ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาท
๓.ไม่ต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ แต่ไปปรับแก้โทษสูงสุด
๔.ไม่ต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ แต่ตั้งองค์กรรับผิดชอบแทนตำรวจ

ผมจะขอวิจารณ์ทีละข้อนะครับ

๑.ยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ โดยสิ้นเชิง
ออกจะเป็นแนวคิดที่ "สุดโต่ง" จนเกินไป แม้ว่าคนที่สนับสนุนหลักการนี้จะบอกว่าถ้าคนไทยรักจริงก็จะไม่มีใครมาว่า หรือจะบอกว่าจะให้คนไทยรักก็ต้องไม่บังคับให้รัก ต้องใจกว้างยอมรับคำวิจารณ์ได้ ซึ่งผมมองว่าคนที่คิดแบบนี้สายตาเขาแคยเกินไป "คนธรรมดา" ยังมีกฎหมายหมิ่นประมาทมาคุ้มครอง เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้ว "พระมหากษัตริย์" จะไม่มีกฎหมายใดให้ความคุ้มครองพระองค์บ้างเลยหรือ?

๒.ยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ แต่ให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาท
ออกตัวก่อนว่าไม่ได้ร่ำเรียนกฎหมาย อันนี้ใช้พื้นฐานวิชาสังคมมัธยมมาตอบเลยหล่ะครับ ผมเข้าใจว่ากฎหมายหมิ่นประมาทนั้น ผู้ที่ถูกหมิ่นประมาทจะเป็น "ผู้ร้องทุกข์" กับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองใช่ไหมครับ ถ้าให้ใช้กฏหมายนี้กับพระมหากษัตริย์ก็คงจะไม่มีคดีหมิ่นประมาทพระมหา กษัตริย์ ดังที่ผมกล่าวไว้แล้วในข้างต้นว่าพระมหากษัตริย์จะต้องดำรงอยู่อย่างเป็น ธรรมทุกฝ่าย ซึ่งส่วนนี้ได้มีผู้รู้ให้ความรู้ผมว่ากฎหมายหมิ่นฯนั้นเป็นการฟ้องร้องโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเป็นความผิดต่อรัฐ ไม่ต้องมีผู้มาร้องทุกข์ ตำรวจก็ฟ้องร้องได้

๓.ไม่ต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ แต่ให้ไปปรับแก้โทษสูงสุด
อันนี้มีหลายคนพูดตรงกันว่ากฎหมายหมิ่นฯ มีโทษที่สุดลิบเกินไป หมิ่นประมาทบุคคลแม้ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์แต่โทษไม่น่าถึง ๑๕ ปี เอาเพียงแค่หลาบจำก็พอ การระบุโทษที่สูงลิบแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการห้ามวิจารณ์พระมหากษัตริย์ ตรงนี้ผมอยากจะอธิบายว่าโทษที่ระบุไว้สูงสุด ๑๕ ปี ก็ต้องดู "ความผิด" ดูที่เจตนา ดูที่องค์ประกอบหลายอย่างที่แวดล้อมในขณะนั้น และศาลท่านก็จะตัดสินเองว่าความผิดนั้นสมควรได้รับโทษเท่าใด ก็ให้ต้องให้เป็นดุลพินิจของศาลเท่านั้น

๔.ไม่ต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ แต่ตังองค์กรรับผิดชอบแทนตำรวจ
เรื่องที่ท่านอ่านนี้ผมรวบรวมข้อมูลมานานแล้วครับ ทำให้บางเรื่องที่ไม่ได้ติดตามข่าวตลอดก็เลยพลาด)ตอนนี้อำนาจในการสั่งฟ้อง คดีหมิ่นฯได้ถูกโอนจาก สตช. มายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ซึ่งผมเห็นด้วยทุกประการครับ

จบตอนที่ ๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
จันทร์วารี วันที่ : 25/03/2011 เวลา : 05.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
อ่านและโหวต
ความคิดเห็นที่ 13
ครูแดง วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 21.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(0)
-มาอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
ส่องแสง_ทะลุเมฆ วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 19.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pansang

(0)
เป็นอีกบทความหนึ่งที่ผมตั้งใจอ่าน อ่านช้า ๆ เพื่อจับใจให้ได้ "หัวใจ" ของเรื่อง

อ่านจบแล้วรู้สึกปลื้มใจที่ได้อ่านเรื่องดี ๆ จากที่นี่ครับ

เป็นมุมมองที่น่ามองอย่างพินิจพิเคราะห์อย่างยิ่ง

โดยเฉพาะคนรุ่นเก่าบางคนบางกลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพควรจะอ่านอย่างตั้งใจนะครับ

ผมอยากให้เรื่องนี้เผยแพร่ในวงกว้างจริง ๆ ครับ เสียดายที่ผมด้อยพัฒนาเกินกว่าจะส่งเรื่องนี้ต่อไปยังคนอื่น ๆ ได้

ใครถนัดเรื่องไฮเทค ช่วยหน่อยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 11
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

(0)
ผมเขียนบทความการเมืองมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสือชั้นมัธยม ต่อเนื่องถึงชั้นอาชีวะศึกษา(ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย)

ผมยอมรับว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบทความชินนี้ของคุณเสฐียนพงษ์แล้ว ผมยอมรับว่าบทความของผมแทบจะไร้สาระไปทันที

มุมมองของผมในสมัยนั้นแผ่กระจายไปที่ปัญหาของสังคม ทั้ง ๆ ที่ยุคนั้นเป็น ยุคซ้าย-ยุคขวา ที่เชี่ยวกราก

แต่ผมกลับเขียนเรื่องทำนองนี้ไม่ "กินใจ" ใครเลย

คุณเขียนเรื่องนี้ได้จะแจ้ง แทงใจคนรุ่นเก่าอย่างผม

ผมอยากให้เรื่องนี้คนรุ่นใหม่อย่างคุณ คนกลางเก่ากลางใหม่อย่างพวก สมศักดิ์ เจียมธีรสถุล และเพื่อน ๆ ได้อ่านบ้าง

มันจะได้ "ตาสว่าง" หลังจากคลานอยู่ในความมืดของอวิชชามาช้านาน

ช่วยสงเคราะห์ด้วยการส่งไปให้พวกมันอ่านด้วยนะครับ

การทำให้ผีเปรตเห็นแสงแห่งธรรมนั้น ได้บุญอย่างมหาศาลเชียวนะคุณ - ฮา
ความคิดเห็นที่ 10
driftworm วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(0)
ผมอ่านพรืดหนึ่งแล้วลองตั้งประเด็นหัวต่อ (junction) ว่า เหตุการณ์ ๒๔๗๕ (ความจริง
แทงหน่อมาก่อนหน้า) นั้นถือเป็นการ “ใจเร็วด่วนได้” หรือ “ชิงสุกก่อนห่าม” ได้หรือไม่
.. เท่านั้นเอง ความคิดก็แตกออกมาหลายประเด็นมาก
บางประเด็นเป็นภาษาคิดส่วนตัว พูดออกมาแล้วฟังยาก

เอาแบบย่นๆ แบบตัดตอน พอได้สั้นๆว่า
เรารับเอากรอบคิดของเขามา กรอบคิดของใครก็ขึ้นรูปบนฐานก่อรูป(platform)ของใคร

การทำให้เป็นสามัญ หรือกดให้ทุกอย่างลงเป็นสามัญ นั่นก็มีที่มาอย่างหนึ่ง
การสร้างการมีส่วนร่วมโดยลำดับ ก็เป็นแบบวิธีที่มีที่มาของมันอย่างหนึ่ง
... แม้ทั้งสองวิธีจะมีจุดมุ่งหมายปลายทางที่เป็นจุดเดียวกัน
แต่ผมตงิดๆว่า สยามมีการรับเอาวิธีแรกมาใช้อย่างแปลกแยกกับอาณาจักรสยาม
แต่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ “อิน” กับมันมาก “โคตร อิน เลย”
กลุ่มที่เริ่มรับแนวคิดรุ่นแรกๆจนมาถึงรุ่นที่ก่อเหคุการณ์ ๒๔๗๕ ก็ “โคตร อิน เลย”

เวลาคนเรา “อิน” กับอะไรสักอย่างแล้ว เราก็ไม่สนใจคนอื่นๆที่เลยไปจากตัวเรา
แม้ปากเราจะพร่ำว่า “เอาเถิด มันไม่มีอะไรดีเลิศกว่านี้อีก ค่อยๆทำความเข้าใจมันไป
และผมจะช่วยด้วย วันหนึ่ง เราก็จะเข้าใจมันทั่วทั้งประเทศ”
ไอ้ที่พร่ำนั่น มันก็มีการแปลกแยก แบ่งฝ่ายแล้ว
คือมีเราและผองผู้ “เข้าใจ” (อิน) / มวลหมู่ผู้ที่ย้างงงไม่เข้าจาย

จะงัด จะง้าง จะระเบิด จะเผา จะแขวะ เสียดสี ด่าทอ กระทบกระทียบ ฯลฯ เท่าไรๆ
ก็เพราะความ “อิน” อันนั้น ดังนั้นใครอย่ามาโต้แย้งว่ามันไม่ถูก ถูกอยู่หนึ่งเดียว
.................................

ที่พูดนี่ก็เป็นการลองแตกความคิดดูสักแฉกหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผมแกล้งลืม
ไปว่าบรรดาคนที่ถูกกด ถูกฉก ฉวย บ่อนเบียฬ รีดนาทาเร้น อย่างเป็นระบบ
ที่ต้องหาคำอธิบายมัน ให้พ้นไปจากเรื่องของบุญทำกรรมแต่งแบบจำยอม
.............................

อุย แค่ย่นๆ และเรื่องเดียว ก็ทำท่าว่าจะเข้าใจเองคนเดียวแฮะ

เย้
ความคิดเห็นที่ 9
ChaiManU วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
ความคิดเห็นที่ 8 BlueHill

ได้ซัดตำรวจสักป๊าบสองป๊าบก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร (เผลอๆจะได้โทษทำร้ายเจ้าพนักงาน(ชั่วๆ)ติดตัวมาอีกต่างหาก)

แต่ถ้าสามารถทำได้ ผมอยากจะซัดรมต.ไอซีที รมต.มหาดไทย และนายกรัฐมนตรีให้สักป๊าบสองป๊าบมากกว่า ที่ไม่ยอมทำอ่า....ไรเลย
ความคิดเห็นที่ 8
BlueHill วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
-ความคิดเห็นที่ 6 น้าชัย-ChaiManU

ตอนคุยกับตำรวจนายนี้ อยากจะซัดให้สักป๊าบสองป๊าบเหมือนกัน

แต่คงไม่มีประโยชน์อะไีรครับ เขาก็คงจะโกรธผม เกลียดผม แต่ผมอยากให้ข้อมูลอีกด้านแก่เขามากกว่า

ไม่ได้ปิดทองหลังพระหรอกครับ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 7
driftworm วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(0)
> -5-

โอ ท่านภูผาครามประกอบวีรกรรม ปิดทองหลังพระ

ความคิดเห็นที่ 6
ChaiManU วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
ตำรวจนั่นแหละครับพี่ชาลี ตัวดีเลย ผมได้คุยกับตำรวจที่บ้าน(ใต้) ก็ได้รับฟังความรู้สึกที่ผมแทบจะไม่อยากญาติดีด้วยเลย แต่ก็พยายามที่จะคุยไป แต่ดูแล้วคงไม่มีอะไรมาเรียกคนพวกนั้นกลับคืนมาได้แล้วล่ะครับ ในเมื่อรัฐบาลนี้ไม่ได้มีความจริงจังจริงใจในการหาทางกำจัดหรือระงับยับยั้งการพยายามเผยแพร่ลัทธิอุบาทย์นั้นเลยแต่อย่างใด

ยิ่งพูด ยิ่งคิด ยิ่งแค้นใจครับ
ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
เมื่อวานนี้ ผมไปเกาะสีชัง
บัีงเิอิญมีโอกาสคุยกัีบตำรวจชั้่นผู้น้อยนายหนึ่ง
คุยกันหลายเรื่อง ทั้งปัญหาต่าง ๆ บนเกาะและเรื่องการเมือง
ทำให้่เข้าใจได้ว่า ตำรวจนายนี้ยังมีความเข้าใจเรื่องพระราชอำนาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่มาก

เลยต้องเปิดการอบรมตำรวจนายนี้เสียยกใหญ่ ก็หวังว่าสิ่งที่ผมพูดไปจะทำให้ปรับเปลี่ยนทัศนะคติไปไำด้บ้าง
ความคิดเห็นที่ 4
MrTote วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

(0)
จะคอยติดตามตอนต่อไปครับ!
ความคิดเห็นที่ 3
ปรัตยา วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
เบ้งเขียนได้ดีมากครับ ผมอ่านอย่างละเอียด และรออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ ไม่ต้องรีบ ปรุงเสร็จแล้ว คุณ ชมย. คงจะนำไปแนะนำอีกเช่นเคย รับรองผมได้อ่านแน่ครับ



ความคิดเห็นที่ 2
เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง วันที่ : 22/03/2011 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bengnaja
 อันอริพระราชา  ข้าจักฟันให้บรรลัย

(0)
ครับพี่ชัย ผมเช็คตลอดเวลาครับ

เรื่องบางเรื่องหากพูดแต่ในที่ลับ ก็จะกลายเป็นเรื่องลับ และไม่กระจ่างแจ้ง ผมติดตามเรื่องนี้มาสักระยะแล้วผมเลยอยากจะเอามาเผยแพร่ว่า "คนพวกนั้น" เขาคิดอย่างไร พูดอย่างไร และจะทำอะไรครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ChaiManU วันที่ : 22/03/2011 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
เขียนเรื่องนี้ ค่อนข้างที่จะมีความสุ่มเสี่ยงอยู่พอสมควรทีเดียวครับเบ้ง เพราะหากจะมีใครซักคน(ซึ่งมีอยู่หลายคนในพื้นที่โอเคเนชั่นนี้) "กล้า" ที่จะแสดงความเห็นต่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจขึ้นมาซักคนแล้วล่ะก็ มีโอกาสที่จะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่และไม่เหมาะสมไปได้ในทันทีเลยทีเดียว

อย่าปล่อยวาง หมั่นกลับมาตรวจเช็คความคิดเห็นบ่อยๆนะครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน