• เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sima_arm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-25
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 74704
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 เมษายน 2554
Posted by เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง , ผู้อ่าน : 1683 , 19:49:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน

ผมนั่งดูข่าวการเล่นสงกรานต์แล้วรู้สึกเศร้าใจครับ เศร้าใจที่ประเพณีไทยที่ดีงามนี้ถูกกระแสกาลเวลากัดเซาะจนพังพาบ และคงจะไม่เหลือถึงรุ่นลูกหลานผมเป็นแน่แท้

ปรากฎการณ์ "เทศกาลน้ำ" ที่ต่างประเทศเรียกขานประเพณีสงกรานต์ของไทย แสดงให้เห็นถึง "ลักษณะเด่น" ของประเพณีนี้(แม้ว่าในบางประเทศจะมีคล้ายกันๆ)ของประเทศไทย และได้รับความสนใจในระดับโลก นำเม็ดเงินมหาศาลเข้ากระเป๋าคนไทยในเวลาไม่กี่วันได้หลายร้อยหลายพันล้านบาท เรียกได้ว่ามองตรงไหนๆที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ก็เห็นแต่เงินแต่ทอง!!

แต่ทว่าผมกลับเศร้าใจครับ "ประเพณีสงกรานต์" หรือ "วันขึ้นปีใหม่ไทย" กลับกลายเป็นประเพณีกลายพันธุ์ไปแล้ว ด้วยการส่งเสริมจากทางภาครัฐและเอกชนที่ล้วนมุ่งหาผลกำไรจนเกินงาม เกินความพอดีและประเพณีที่ควรรักษา

"วันขึ้นปีใหม่ไทย" ถูกลืมเลือนไปจากสังคมไทย ทั้งๆที่ควรเป็นสิ่งที่คนไทยควรจะภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ที่แสดงความจำเพาะของวัฒนธรรมของชาติ บรรพบุรุษผมเป็นคนจีนโล้สำเภามาอาศัยพระบรมโพธิสมภาณ ถึงวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่จีนก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน บางสถานที่ที่มีคนไทยเชื้อสายจีนก็จัดงานเฉลิมฉลองวันปีใหม่จีนอย่างยิ่งใหญ่ จนบางครั้งก็พาลให้นึกไปว่าเราอยู่ประเทศใดกันแน่?

เพราะด้วย "เชื้อสายจีน" ที่แพร่ไปทุกทวีปทั่วโลก ทำให้ประเพณีวันขึ้นปีใหม่จีนจึงเป็นที่จับตามอง การเฉลิมฉลองแสดงถึงความยินดีในวันปีใหม่ของชาติตัวเอง(คนจีน)นั้นยิ่งใหญ่กว่าวันปีใหม่สากลเสียอีก นั่นคือการแสดงความเป็น "จีน" ให้คนทั้งโลกเห็น และเป็นการ "ส่งออก" วัฒนธรรมของชาติให้คนทั้งโลกรู้จัก และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานที่และโอกาส(ในวันตรุษจีนจะมีการไหว้แม่ย่านางรถยนต์ บางคนไม่ได้มีบรรพบุรุษเป็นจีนก็ถือโอกาสวันดีวันตรุษจีนไหว้แม่ย่านางรถยนต์ไปด้วย ถือได้ว่าเป็นการนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับคนไทยอีกทางหนึ่ง)

แต่วันนี้ "วันปีใหม่ไทย" กลับถูกลืมเลือน แม้ไทยจะเป็นประเทศเล็กๆแต่เราก็มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองมาอย่างยาวนาน แต่เรากลับไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้เท่าที่ควร เรามีกระทรวงวัฒนธรรมก็เป็นการบ่งบอกแล้วว่าเรามี "วัฒนธรรม" ของชาติที่ต้องดูแล ต้องเผยแพร่ รักษา และพัฒนาวัฒนธรรม แบบเดียวกับที่เกาหลีใต้มีกระทรวงภาพยนตร์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อบ่งบอกว่าเกาหลีมี "ภาพยนตร์" เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแล เผยแพร่ รักษา และพัฒนา จนทำให้วันนี้เกาหลีใต้ส่งออกวัฒนธรรมผ่านภาพยนตร์เขาไปทั่วโลกแล้ว

ย้อนกลับมาดูตัวเราเองบ้าง เรามีเพียง "ทฤษฎี" ที่สอนว่าประเพณีสงกรานต์เป็นอะไร อย่างไร ในตำราสังคมศึกษา เรามีเพียง "ทฤษฎี" ที่สอนว่าวันสงกรานต์คืออดีตวันขึ้นปีใหม่ไทย คือวันผู้สูงอายุ เรามีเพียง "ทฤษฎี" ที่สอนว่าในอดีตนั้นเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว จึงมีการ "พรม" น้ำคลายร้อน  มีการ "ขนทรายเข้าวัด" เพื่อทดแทนทรายที่ติดรองเท้าเราที่เราพาออกจากวัดไปทั้งปี มีการ "สรงน้ำพระ" , "รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่" .... เป็นต้น

สิ่งที่กล่าวไปนั้นล้วนเป็น "ทฤษฎี" ในตำราำไปเกือบจะหมดแล้ว

แม้ว่าในหลายๆสถานที่จะพยายามอนุรักษ์ และพยายามคงไว้ซึ่งประเพณีอันควรแก่การรักษา แต่ด้วยสื่อกระแสหลัก กระแสสังคม กระแสโลก ไม่ได้มองไม่ได้โฟกัสที่จุดนี้ แต่เพราะเขามอง "เม็ดเงิน" และ "ชื่อเสียง" ไม่ว่าจะเป็น "สถิติโลก" , "การท่องเที่ยว" เป็นเรื่องสำคัญ ก็ทำให้ประเพณีโบราณก็ค่อยถูกกลบไปจากหน้าสังคมไทย

ผมเข้าใจว่าเราไม่ได้เฉลิมฉลองวันสงกรานต์แบบสบายใจมาหลายปี แต่นั่นก็ไม่ควรที่จะมองข้ามความเป็นไทยที่น่าภูมิใจไปได้ขนาดนี้ ผมดูข่าวการเล่นน้ำสงกรานต์ในบางพื้นที่ที่พยายามสร้างสถิติโลก บางพื้นที่ก็โชว์เต้นโคโยตี้ บางพื้นที่เกิดเรื่องวิวาท บางเรื่องอาจจะดูเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจในความสามัคคี แต่หลายเรื่องก็กลายเป็นสิ่งที่น่าละอายใจและดูน่าสมเพสเสียมากกว่า

รายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ได้ทำMVเพลงสามัคคีประเทศไทย โดยนำรูปการทะเลาะวิวาท ภาพโคโยตี้ หญิงสาวเปลือยอกเต้นยั่วยุ ฯลฯ โดยพิธีกรได้บอกตอนท้ายว่าเป็นการ "เสียดสี" ประเพณีสงกรานต์ไทยในปีนี้ ที่มีการปล่อยให้เต้นยั่วยุในหลายๆพื้นที่ และการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงของกลุ่มวัยรุ่น

ใจหนึ่งผมอยากให้ถ่ายใบหน้าผู้หญิงที่กล้าเต้นยั่วยุบนหลังคารถ ให้เพื่อน ให้ญาติพี่น้องเขาได้ดูว่าพฤติกรรมเหล่านี้เหมาะสมหรือไม่ แต่อีกใจหนึ่งก็ "เสียใจ" ครับ ประเพณีไทยกลายเป็นเรื่องกามารมณ์ไปเสียแล้ว

ผมเข้าใจว่าสังคมไทยเปลี่ยนไป เรารับเอาหลายๆอย่างของตะวันตกเข้ามา และพยายามนำมันเข้ามาประยุกต์ใช้กับประเพณีไทย ผมสังเกตได้ว่าหลายๆสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย ได้พยายามปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคกับสมัยมากขึ้น สังเกตง่ายๆเรื่อง "พระ"

สมัยก่อนพระเทศน์วัยรุ่นไม่ฟัง ฟังไม่เข้าใจ ฟังแล้วหลับ แต่ปัจจุบันพระก็พยายามปรับการเทศนาสอนสั่งให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัย ดึงกลุ่มวัยรุ่นให้เข้ามาฟังได้มากขึ้น สิ่งนี้เป็นการปรับปรุงในทางที่ดีที่งาม แล้วเรามาดูที่ประเพณีสงกรานต์บ้าง ประเพณีสงกรานต์ก็ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เปลี่ยนจากขันเป็นกระบอกฉีดน้ำ เปลี่ยนการพรมน้ำเป็นการสาดน้ำแถมการลวนลามในเชิงประเพณีด้วยการปะแป้ง หลายๆสิ่งที่ประเพณีสงกรานต์พยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยกลับทำให้ประเพณีนี้นับวันยิ่งเสื่อมลงทุกๆปี

ต้องขอบอกก่อนว่าผมไม่ได้เล่นสงกรานต์มาเป็นสิบปี เหตุที่ไม่เล่นสงกรานต์เหตุผลเดียวคือ "เสียดายน้ำ"

บ้านผมอยู่ต่างจังหวัด หน้าบ้านเป็นทุ่งนา หลังบ้านเป็นแม่น้ำท่าจีน แต่ทว่าก็มีปัญหาเรื่องน้ำปะปาหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ เรื่องน้ำไม่มาเป็นเรื่องธรรมดา น้ำไม่แรงเป็นเรื่องปกติ ผมถูกสั่งสอนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดมาแต่เด็ก และคงด้วยในบริเวณรอบๆบ้านไม่มีเด็กวัยเดียวกันก็เลยทำให้ไม่รู้จะไปเล่นสงกรานต์กับใคร

แถวๆบ้านมีการทำนากุ้ง นาข้าว การเกษตรจำนวนมาก เรื่องน้ำเป็นเรื่องหลักของคนในพื้นที่นี้(และทั่วประเทศ) ผมจะได้ยินลูกค้าที่บ้านที่เป็นเกษตรกรมาบ่นให้ฟังเรื่อยว่า "น้ำไม่มีอีกแล้ว" หลายครั้งก็ได้เห็นด้วยตาตัวเอง คลองชลประทานไม่มีน้ำ หลายครอบครัวลำบาก ทำการเกษตรไม่ได้

มันจึงเป็นสำนึกในสันดานของผมเสมอมาว่า "ไม่เล่นสงกรานต์" เพราะเสียดายน้ำ เอาน้ำนั้นมารดต้นไม้ดีกว่า(เพราะบ้านผมต้นไม้เยอะครับ)

แต่การรดน้ำดำหัว เช็ดถู(สรงน้ำ)พระพุทธรูป การทำบุณ ถวายทรายให้วัดก็เป็นเรื่องทำประจำปี ขาดแต่ก็เพียง "สาดน้ำสงกรานต์"

ดังนั้นข้อเขียนของผมนี้เกิดขึ้นจากกมลสันดานที่ไม่ชอบการสาดน้ำสงกรานต์เพราะเสียดายน้ำ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเป็นคนจริตขวางโลก ขวางความเจริญทางการท่องเที่ยวของประเทศแต่อย่างใด

ผมโดนด่าเป็นประจำทุกปีที่มีการเล่นสงกรานต์จากเพื่อนๆนั่นหล่ะครับที่พยายามชักชวนให้ไปเล่นน้ำสงกรานต์ตามประสาวัยรุ่นเขาทำกัน ผมบอกไปว่า "เสียดายน้ำ" เท่านั่นเสียต่อว่าต่อขานก็มาถึงหูคนขี้เกียจแบบเดิมๆทุกๆปีว่า "คิดแบบขวางโลก" เล่นน้ำไม่กี่วันจะไปเปลืองเสียเท่าไหร่??

ก็จริงครับที่ว่า "เล่นไม่กี่วันจะไปเปลืองเสียเท่าไหร่" อาจจะไม่เท่าไหร่คนกรุงเทพฯที่ใช้น้ำใต้ดินกันอย่างไม่รู้ค่า แต่อาจจะมากมายมหาศาลในบางพื้นที่ของประเทศที่กำลังแล้งน้ำอย่างที่สุด

น้ำที่ท่านๆสาดกันใน TV หากรวมกันทั้งประเทศแล้วอาจจะเป็นทำให้น้ำในเขื่อนภูมิพลลดลงมาแค่ 5 cm แต่นั่นก็เพียงพอกับการใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมหลายร้อยหลายพันไร่หรือเปล่า?

ผมไม่ทราบว่าการปะปาจะทำสถิติการใช้น้ำในประเพณีสงกรานต์ว่าเพิ่มขึ้นจากปกติเท่าไหร่ ปริมาณน้ำทั้งหมดเท่าไหร่ และน้ำนี้สามารถนำไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมเท่าไหร่ หรือเปล่านะครับ เพราะผมคงไม่มีความสามารถไปหาข้อมูลเหล่านี้ได้ แต่ผมก็พยายามคิด(มาก)ไปว่าการใช้น้ำในปริมาณที่มากแบบนี้นั้นเป็นการนำ "น้ำ" ในอนาคตมาใช้หรือเปล่า??

ในอดีตครั้งบ้านเมืองดี อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำ อาหาร ประเพณีสงกรานต์เขาเพียง "พรม" พอเป็นพิธีการ เพื่อคลายร้อน แต่วันนี้ไม่มีพรมมีแต่ "สาด" ถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ พร้อมด้วยขยะจำนวนมาก ผมเสียดายน้ำจริงๆครับ(ไม่ได้ดัดจริตแต่ประการใด)

ดังนั้นผมจึงขอฝากรัฐบาลหน้า(ไม่ว่าจะพรรคไหน)

กรุณาเอาใจใส่ "วันปีใหม่ไทย" มากกว่านี้หน่อย

กรุณาเอาใจใส่ "ประเพณีสงกรานต์(จริงๆ)" มากกว่านี้หน่อย

กรุณาควบคุม "การเต้นยั่วยุ การแต่งกาย แอลกอฮอลล์" มากกว่านี้หน่อย

ถ้าจะให้ดี "ส่งเสริม" ให้เป็นวันแต่งกาย "ชุดประจำชาติ" โชว์ความเป็นไทยให้มากกว่านี้หน่อย

อย่าให้เพียงหน้าที่การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยเป็นหน้าที่ของ "คนไทยในต่างแดน" เท่านั้นครับ!!!!





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20
ครุฑทอง วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruttong

(0)
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ทุกวันนี้ลูกหลานให้พาไปเล่นสงกรานต์ ผมสั่นหัวเลย มันสาดกันแบบต้องการจะให้คนถูกสาดกระเด็นไปตามแรงของน้ำทีเดียว คิดถึงสมัยเด็กๆ ผู้หลักผู้ใหญ่จะเอาพระพุทธรูปใส่รถที่ประดับตกแต่งสวยงามแล้วแห่รอบหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะเอาน้ำอบน้ำหอมมาสรงแล้วก็สาดกันธรรมดา เสร็จแล้วทุกเย็นชาวบ้านก็จะไปสรงน้ำพระที่วัด เราเป็นเด็กก็จะคลานเข้าไปอยู้ใต้ห้างที่วางพระพุทธรูปเพื่ออาบน้ำ"ขี้พระเจ้า" ที่ชาวบ้านสรงพระ พอหลังสงกรานต์ก็จะพากันไปเก็บดอกไม้ในป่าเพื่อนำมาบูชาพระ ๓ วัน ระหว่างทางไปวัดชาวบ้านก็จะเอาถังใส่น้ำหอมมาวางไว้หน้าบ้านเพื่อให้พวกเราเอาดอกไม้จุ่มลงล้าง แล้วนำไปบูชาพระที่วัด
นับว่าเป็นประเพณีที่ประทับใจมาก

แต่ปัจจุบันนี้คงไม่มีให้เห็นแล้ว
ความคิดเห็นที่ 19
soonthorn วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

(0)
รับฟังเสียงบ่นก่นด่า ยังดีกว่าปล่อยเลยตามเลย ตามยถากรรม
เคยได้ฟังประโยคนี้ไหม? ไม่ได้ดัดจริต
การท่องเที่ยวไปถึงไหน? ความย่อยยับตามไปถึงนั้น
.
.
ปายเป็นไง?
.
.
เชียงคาน กำลังจะตามมา

รากวัฒนธรรมนั้นละเป็นสิ่งที่ไม่ตายตามมนุษย์

ความคิดเห็นที่ 18
นายกรัฐมนตรี_โจโฉ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PM-CaoCao
 PM_Cao Cao

(0)
บ่นเป็นคนแก่ไปได้ ๕๕๕
ความคิดเห็นที่ 17
Chaoying วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

(0)
เห็นด้วยกับคุณทุกประการเลยค่ะ ..นั่งเศร้าอยู่คนเดียวเหมือนกัน กับสงกรานต์ที่อยากให้เป็นที่หนึ่งด้านท่องเที่ยว สาดน้ำแรงๆ มากๆ เห็นอสุรกายในร่างมนุษย์ส่ายร่าง ร่านสวาทยั่วเซ็กส์ อาศัยตรีมสงกรานต์ อาศัยประเพณีไทย ย่ำยี ..และก็แปลกที่ไม่มีงาน ถนน "ข้าว" สายไหน ..จะจัดตรีมสงกรานต์แบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ...ไม่มีเลย..ทุเรศ ในความคิดของผู้บริหารทุกถนนสาย "ข้าว" ทุกจังหวัด..
คุณไม่ได้ขวางโลกคนเดียวหรอกนะ..ฉันไม่ขวางการไปเล่นน้ำสงกรานต์แบบพองาม..ฉันก็เสียดายน้ำไม่ต่างจากคุณ..
...จันทร์วารี ..และเพลงผ้า..คงมีพี่เจ้าหญิงห่มสไบไปด้วยคนคะ..ก็แปลกนะ กลับไม่พบการจัดงานที่ขอความร่วมมือให้แต่งชุดไทยย้อนยุคเล่นน้ำสงกรานต์ ..ไม่มีเลย ..
ความคิดเห็นที่ 16
เอกสิทธ์ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

(0)
เห็นด้วยนะครับกับประเด็น การประปาน่าจะทำสถิติการใช้น้ำในวันประเพณีสงกรานต์ว่าเพิ่มขึ้นจากปกติเท่าไหร่ เข้าท่าดีครับ โหวด ๆ
ความคิดเห็นที่ 15
บางกระสอ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tim

(0)
คิดว่ามีที่ที่เขาอนุรักษ์แต่กระแสอื่นอาจแร็งกว่านะคะ เห็นข่าวชาวมอญรื้อฟื้นวัฒนธรรม รากเหง้าตนเองแล้วภูมิใจแทน
ความคิดเห็นที่ 14
ชัยชาววัง วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sip

(0)
เห็นด้วยกับทุกคำพูดเลยครับ
และขอร่วมด้วยช่วยกันเรียกร้องให้
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหันมาดูให้เต็มตาด้วย.
ความคิดเห็นที่ 13
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
บ่นไปก็แค่นั้นแหละครับ
แต่ผมยินดีรับฟัง
ความคิดเห็นที่ 12
บัวหิมะ วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/diary

(0)
มีความสุขช่วงวันหยุดกันนะคะ มาทักทาย และผลงานด้วยค่ะ
http://www.oknation.net/blog/diary/2011/04/16/entry-1
ความคิดเห็นที่ 11
คนริมคลอง วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konrimklong
เสียงจากประชาชนกลุ่มน้อยของประเทศไทย

(0)
...โลกมันหมุนเร็วเกินไปแล้วมังครับ น้องเบ้ง...
วัฒนธรรม จารีตประเพณี หลายสิ่งหลายอย่างมันวิ่งไปตามกระแส และตราบใดที่เรายังไม่หยุดการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ เชื่อเถอะ ต่อไปมันจะยิ่งเลวทรามต่ำช้าลงไปกว่านี้อีก
ความคิดเห็นที่ 10
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

(0)
ผมกลับจากทานข้าวถึงบ้าน 2 ทุ่มครึ่ง แวะเข้าไปดู Blog ตัวเองที่โพสไล่เลี่ยกับคุณ เห็นผู้แสดงความเห็นจึงรีบตอบทุกท่าน

จากนั้นก็เข้ามานั่ง "ตั้งใจอ่าน" เรื่องที่คุณต้องการนำเสนอ

อ่านไปยิ้มไป กับสิ่งที่คุณแสดงออกมา

หลายท่านอาจเฉย ๆ แต่ผมกลับรู้สึกซาบซึ้งครับ

ดีใจที่คนวัยขนาดคุณห่วงใยศิลปวัฒนธรรมประเพณี และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่สุด

ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากให้คนเรียนจบมหาวิทยาลัยเร็ว ๆ เพื่อออกมาแก้ปัญหาที่เน่าเหม็นในสังคมไทยอย่างจริง ๆ จัง ๆ แทนคนแก่ที่เห็นแก่ตัวบางคนบางกลุ่ม

คุณอาจไม่ทราบว่า กระทรวง ทบวงกรม หรือรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ตั้งขึ้นมาเพราะต้องการสนองตัณหาของผู้นำการเมืองบางยุค

อย่างกระทรวงวัฒนธรรมที่คุณพูดถึงนั่น มันมีงานอะไรหนักหนาหรือที่จะต้องตั้งเป็นถึงกระทรวง แค่กรม กรมหนึ่งก็น่าจะเพียงพอแล้ว

หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั่นก็เหมือนกัน ผมไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวพันหรือเสริมส่งกันตรงไหน

เรามีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไม่พอ ยังมีกรมการท่องเที่ยว และองค์กรพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนหรืออะไรผมก็จำชื่อไม่ได้

ไม่รู้มันจะต้องตั้งขึ้นมาให้ซ้ำซ้อนกันทำไม

เมื่อก่อนเรามีกรมชลประทาน วันนี้เรามีกรมทรัพยากรน้ำ ผมก็ไม่ว่ามันจะตั้งขึ้นมาหาพระแสงทำไมอีก

นี่คือปัญหาที่รอให้ "คนรุ่นใหม่" อย่างคุณเข้าไปสะสางครับ

อย่าเพิ่งท้อนะครับ เกาะกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่รักชาติรักแผ่นดินเอาไว้ให้มั่น

วันหนึ่งพวกคุณต้องแบกรับภาระประเทศไทยแทนพวกผมครับ

ฝากประเทศไทยไว้ด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 9
เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bengnaja
 อันอริพระราชา  ข้าจักฟันให้บรรลัย

(0)
ครับพี่นิส บ้านผม(วัดใกล้บ้าน)ปีนี้มีก่อพระเจดีย์ทราย คนมากพอสมควร มีข้าว มีขนม มีน้ำนำมาแบ่งปัน บ้านผมก็ถวายทรายให้วัดเพื่อให้ชาวบ้านได้ก่อเจดีไปหนึ่งคันรถ บางคนก็นำกันมาเองถุงสองถุง แล้วก็มีทำบุญตอนเย็น จบ เหลือแค่นี้หล่ะครับ ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ ผู้เฒ่า มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ก็ไม่มีงานนี้แน่นอนครับ

ที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะ ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ดำริที่จะนำพาวัฒรธรรมประเพณีแต่โบราณมาพูดให้ดังๆให้หน่วยงานในสังกัดตัวเองได้ยิน ผมเสียดายหน่ะครับ ในเมืองหลวงควรจะมีแบบที่ต่างจังหวัดมีบ้าง ไม่ใช่มีแต่ประเพณีสาดน้ำตามถนนสีสม rca ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
NN1234 วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

(0)
เห็นด้วยครับ..
ความคิดเก่าๆ ไม่ใช่เรื่องที่เชยหรือไม่พัฒนา
แต่การไม่ทนุบำรุงรักษา ก็คือการทำลายคุณค่าของวัฒนธรรม
ความคิดเห็นที่ 7
กนิษฐ์ วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

(0)

ประเพณีสงกรานต์ของชาวชนบทในท้องถิ่น..ยังคงเรียบง่าย..เล่นสาดน้ำกันแต่พอดี..

อย่างที่บ้านพี่นิส ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง..จะเริ่มงานบุญสงกรานต์วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นงานบุญวันแรก ทำไป ๗ วัน วันน้ำไหล หรือวันไหลคือวันที่ ๑๙ เมษายน แต่ก่อนจะถึงวันไหล ก็จะมาช่วยกันก่อพระเจดีย์ทราย วันที่ ๑๘ เมษายน

พอวันที่ ๑๙ เมษายน หลังตักบาตรทำบุญเช้าแล้ว ก็จะจัดสรงน้ำพระ รดน้ำผู้เฒ่าผู้แก่ขอพร จากนั้นก็จะรดน้ำให้กันและกัน เด็กๆก็จะเล่นสาดน้ำกันบ้าง ใช้ขันตักน้ำสาดกัน..เล่นพอสนุก แล้วก็กลับบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอตกเย็นก็จะมาทอดผ้าป่าที่วัดกัน..เรียกว่าเสร็จพิธีเทศกาลสงกรานต์ประจำปี..
ความคิดเห็นที่ 6
จุ๊กจุ่น วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.17 น.

(0)
เศร้าเช่นกัน แต่คนบางกลุ่มเค้าก็ยังรักษาวัฒนธรรมที่ดีงาม แต่สื่อที่ออกมาไม่ค่อยเห็นน่ะ คงต้องช่วยกันแก้ไขต่อไป
ความคิดเห็นที่ 5
เพลงผ้า วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

(0)
พี่จันทร์ คห 4

เย้ๆๆ มีเพื่อนร่วมแนวคิดแล้ว อิอิ
ความคิดเห็นที่ 4
จันทร์วารี วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
งั้นเราไปเล่นกันสองคนนะน้องเพลง
ความคิดเห็นที่ 3
เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bengnaja
 อันอริพระราชา  ข้าจักฟันให้บรรลัย

(0)
เป็นสิ่งที่คิดดี แต่กระทำไม่ได้ เพราะเราขาดการ "ส่งเสริม" อย่างยาวนาน ครับพี่เพลงผ้า สวัสดีวันสงกรานต์ย้อหลังครับ

v
v
v
ความคิดเห็นที่ 2
เพลงผ้า วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

(0)
พี่อยากห่มสไบถือขันนํ้าพานรอง แล้วปะพรมกันเบาๆ

แต่คนเขาคงว่าพี่บ้า


สวัสดีปีใหมาไทยจ๊ะ น้องเบ้ง
+
ความคิดเห็นที่ 1
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

(0)
เข้ามารับทราบคราว ๆ ยังไม่ได้อ่านละเอียด เพราะต้องพาครอบครัวไปกินข้าวเย็นนอกบ้าน - ฮา

เดี๋ยวกลับมาละเลียดอ่านนะ

แต่เห็นชื่อเรื่องแล้ว สะดุดใจดีจัง อิอิ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน