• Sydneychocolatier
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : gprclr@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 450591
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
Bakingclub
เรื่องของเชฟเบเกอรี่ที่อยู่ไม่สุข ไม่เพียงแต่ชอบทำขนมแต่ชอบเจ๋อไปทำอาหารอยู่เรื่อยเลยอ่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bakingclub
วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน 2551
Posted by Sydneychocolatier , ผู้อ่าน : 2946 , 01:35:53 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

patisserie shop

     

    ไม่นึกเลยนะครับ ว่าจะต้องมาเจอวิกฤตด้านเศรษฐกิจกันอีกรอบภายในระยะเวลา 10 ปี ผลพวงจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยหลักด้านการผลิต พาเอาสินค้าอื่นๆวิ่งตามกันเป็นแถว จนชาวบ้านหาเงินตามไม่ทัน ไม่เพียงแต่ประชาชนผู้บริโภคจะแย่เท่านั้นครับ ผู้ผลิตเองก็ต้องกัดฟันกลืนเลือดกันเป็นแถว  นี่ก้อเวียดนามลดค่าเงินด่องไปแล้วด้วยเจออัตราเงินเฟ้อเข้าไปอย่างหนัก มาเลเซียเองก็ต้องขึ้นราคาน้ำมันเพราะสุดกลั้นที่ต้องเอางบประมาณไปอุดหนุน ส่วนบ้านเราก็จะพิเศษกว่าประเทศอื่นก็ตรงที่มีปัญหาการเมืองมาตอกย้ำความเครียดกันเข้าไปอีก  คนไทยเราก็ต้องไม่ประมาทครับ ผมว่าเตรียมตัวรับสถานการณ์ที่คล้ายๆกับวิกฤตปี 40 กันไว้บ้างก็ดีนะครับ

    ช่วงนี้เป็นขาลงสำหรับหลายๆธุรกิจครับ รวมถึงธุรกิจกาแฟและเบเกอรี่ด้วยที่ยอดขายลดลงอย่างน่าใจหาย ต้นเดือนที่ผ่านมาสำหรับผมเองจัดว่าเงียบมาก จากที่เคยทำขนมกันมือพันกับเท้าอุตลุด ลูกค้าพร้อมใจกันกินแกลบกินเกลือหรืออย่างไรก็มิทราบได้ แต่ขอบอกว่าเงียบจริงๆ เลยต้องทำคุกกี้เก็บสต็อคไปพลางๆ พอเจอปัญหานี้(อีกแล้ว??) ก้อต้องมาขบคิดกันครับ ว่าเราจะอยู่รอดได้อย่างไรในสภาวะการณ์แบบนี้ แล้วเราจะนำพาธุรกิจนี้ให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้กันยังงัยนะครับ เอ้า..มาฟังกัน ( ซีเรียสหน่อยนะครับ อิอิ)

    1. การขึ้นราคาสินค้าและบริการ   อะ อ๊ะ อย่ารีบนักสิครับ คุณคำนวณต้นทุนของคุณกันดีแล้วยังครับ? แหม ไม่ใช่ว่าพอน้ำมันขึ้นก็ต้องขึ้นราคาสินค้าทันทีทันใด้ แต่เดี๋ยวพอน้ำมันลดคุณก็ทำลืมๆกันไป แต่คนทานเค้าไม่คิดอย่างนั้นสิครับ พอขึ้นราคาขึ้นปุ๊บ คนที่เคยทานก็ต้องคิดก่อนที่จะจ่ายกันทั้งนั้นล่ะครับ ดีไม่ดีอาจจะเลิกทานไปเลยก็ได้ กลับแย่กว่าไม่ขึ้นราคาเสียอีก อย่าลืมนะครับว่า กาแฟและเบเกอรี่ ไม่ใช่อาหารจำเป็น ราคาขายก็ไม่ใช่ถูกๆที่จะทานกันได้ทุกวัน ผมว่ามันออกจะง่ายไปหน่อยหากจะคิดขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยกำไรที่หายไป ช่วงนี้ก็ต้องยอมกำไรน้อยกันดีกว่าที่จะไม่มีรายได้เข้ามาเลยจะดีกว่านะครับ

"ไม่เห็น ไม่กิน ไม่เห็น ไม่กิน...."

คุณคงไม่อยากเห็นลูกค้าของคุณเดินผ่านร้านในลักษณะนี้หรอกนะครับ  

   2. ลดเลิกรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แน่นอนครับว่าที่ไหนก็ต้องทำกัน เราลองมาพิจารณาหน่อยสิครับว่ามีรายจ่ายอะไรบ้างที่เราพอจะลดลงได้บ้าง อาทิเช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ก็ต้องให้ลูกจ้างช่วยกันประหยัดกัน แต่เรื่องที่จะลดแรงงานในร้านขอให้เป็นตัวเลือกสุดท้ายจริงๆนะครับ (ผมว่ากรณีนี้ ร้านคุณคงอาการโคม่าแล้วล่ะครับ)  ค่าโฆษณานี่ก้ออยู่ในข่ายที่พอจะลดได้ครับ ค่าน้ำมันรถนี่อาจจะลดยากหน่อย ฉะนั้นก่อนออกรถควรคิดว่าไปทำธุระอะไรพร้อมๆกันหลายแห่งจะได้คุ้มค่าน้ำมันนะครับ (แต่ถ้าน้ำมันขึ้นลิตรละ 50 บาท ผมว่าจะหาเกวียนมาเทียมม้า เทียมวัว ไปส่งขนมแล้วล่ะครับ กินหญ้าประหยัดซู้ดดดดดด.....) ควรพยายามลดรายจ่ายที่ไม่กระทบกับคุณภาพสินค้าและบริการนะครับ ไม่ใช่ลดไปเสียทุกอย่างจนสินค้าเราไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน แล้วลูกค้าจะพากันหนีหายกันอีกสิครับ

สต็อคเยอะโคตร....แล้วตรูจะทำอะไรก่อนล่ะเนี่ย????

 3. ควบคุมต้นทุนการผลิต อันนี้สำคัญเลยครับ จุดนี้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของสินค้าในร้านด้วยอีกทั้งเป็นตัวกำหนดความอยู่รอดของธุรกิจเลยทีเดียว เราลองมาพิจารณาถึงวัตถุดิบที่เรานำมาทำขนมสิครับ โห...แต่ละตัวก็พากันขึ้นราคาทั้งนั้น ทั้งแป้ง น้ำตาล ไข่ไก่ สารพัด หากจะลดสัดส่วนลง ก็ทำให้ขนมเราไม่อร่อย ข้อนี้ผมแนะนำให้ผู้ผลิต ขยันทำการบ้านหน่อยครับ                     

      อันดับแรกเลยคือการจัดซื้อและสต็อคของคุณ หากวัตถุดิบมีราคาค่อนข้างผันผวนก็น่าจะมีสต็อคที่มากหน่อยครับ แต่หากราคาวัตถุดิบไม่ขยับขึ้นมานัก การมีสต็อคเอาไว้เยอะๆก็เหมือนดองเงินสดไว้ในของนะครับ ฉะนั้นช่วงนี้ควรสงวนเงินสดไว้ก่อนดีกว่าครับ แล้วที่สำคัญอีกอย่างคือ อย่าลืมตรวจดูวันหมดอายุของสินค้าด้วยนะครับ เพราะหากเป็นสินค้าที่หมดอายุเร็ว ก็ไม่ควรสต็อคไว้มาก เพราะถ้าหมดอายุใช้ไม่ได้ก็ไม่มีความหมายครับ เวลาทิ้งของทีงี้น้ำตาร่วงเชียวล่ะ

     ต่อมาก็ ลองหาวัตถุดิบใหม่ๆจากซัพพลายเออร์ใหม่ๆดูบ้างสิครับ เผื่อว่าจะได้ราคาที่ถูกกว่า อย่าลืมนะครับว่าเดี๋ยวนี้การค้าเสรี ซัพพลายเออร์เจ้าใหม่ก็อยากจะได้เกิดในวงการบ้าง ลองดูวัตถุดิบใหม่ๆที่คุณภาพทัดเทียมหรือดีกว่าที่เราใช้อยู่ หากราคาไล่เลี่ยกันกับของเดิมที่เราใช้อยู่ก็ต้องมาดูที่คุณภาพ ยกตัวอย่างแป้งสาลีทำเค้ก เดิมผมใช้อยู่กก.ละ 36 บาท พอขยับขึ้นมาเป็น 42 - 45 บาทแล้ว เลยต้องเปลี่ยนมาใช้อีกยี่ห้อซึ่งคุณภาพเท่ากัน(อันนี้ต้องลองใช้ดูก่อน) ราคาแค่กก.ละ 36 บาท แล้วจะจ่ายแพงกว่าทำไม ชิมิ???  หรือลองใช้วัตถุดิบใหม่ๆที่ลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มปริมาณสินค้าได้มากขึ้นในต้นทุนที่เท่ากัน อาทิเช่น ลองใช้ผงสำเร็จรูปทำคัสตาร์ดดูบ้าง ถ้ารสชาติไม่เลวเกินไปนัก อีกทั้งประหยัดเวลา  ผมว่าบางทีต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาบ้างครับเพื่อให้ธุรกิจของเราอยู่ได้

ทำขนมใหม่ๆออกมาขายบ้างเด้อ คนกินเค้าเบื่อเมนูเดิมๆแล้วอ่ะ.....

  4. เพิ่มผลผลิตสินค้าใหม่ๆ    การเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่นี่ไม่ง่ายเลยนะครับ จุดนี้ก็สำคัญเพราะคงไม่มีลูกค้าไหนทนทานขนมซ้ำๆกันอยู่ได้นานๆ เจ้าของร้านต้องเอาใจใส่เช็คเรทติ้งสินค้าในร้านบ้าง หัดเปิดหูเปิดตาทำขนมใหม่ๆออกมาบ้าง คนที่เก่งจริงๆจะต้องทำขนมได้มากชนิดจากวัตถุดิบที่มีอยู่แล้ว ไม่ควรขยายเมนูมากจนสต็อคบานเบอะ บางร้านทำขนมใช้ไข่แดงเยอะ ไข่ขาวเหลือบานเบอะจนต้องทิ้ง ถ้าเราไม่ทิ้งก้อต้องหาเมนูใหม่ๆที่ใช้ไข่ขาวเป็นหลักบ้าง อย่างตอนนี้เทรนด์ คุกกี้มาคารอง (Macaroon) กำลังมาแรง ไข่ขาวก็สามารถนำมาทำได้แล้วจะทิ้งทำไมล่ะเนี่ย?? หรืออาจจะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ที่เข้ากับสินค้าตัวเดิมเช่น ทำไอศครีมหรือรับไอศครีมมมาขายเสริมก็น่าจะดีนะครับ แต่อย่าเอาส้มตำไก่ย่างมาขายคู่กับเบเกอรี่ล่ะ ไม่เวริ์คจริงๆ  

 5. จัดส่งเสริมการขายกันหน่อยสิครับ  แหมเมื่อกี้บอกว่าให้ลดค่าโฆษณาแล้วจะให้จัดส่งเสริมการขายทำไมอีกล่ะ ก็ลองเปลี่ยนมาทำอีกอย่างสิครับ โฆษณาไหนๆหรือจะสู้ลูกค้าบอกต่อกันได้ อาจจะเริ่มง่ายๆด้วยการแจกคุกกี้ชิ้นเล็กๆเป็นตัวอย่างทดลองชิมหรือจะมีการสะสมคูปองแลกเครื่องดื่มขนมกันบ้าง ให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านเรามีอะไรที่พิเศษไปกว่าร้านอื่นๆ ลองสร้างจุดขายที่แตกต่างสิครับ แล้วเราจะมีเอกลักษณ์ของเราเอง

 

ร้านนี้ส่งเสริมการขายโดยนำลูกจ้างมาใส่ชุดน่ารักๆ เรียกลูกค้า

 แต่ลูกจ้างทรมานชิบ.....ฮือๆๆๆ

 6. พัฒนาทักษะของลูกจ้าง อันนี้ก็สำคัญครับ ถ้าคุณจ้างลูกจ้างที่ไม่มีประสิทธิภาพ สอนงานแล้วสอนอีก ต้องคอยควบคุมงานตลอดเวลา ใช้วัตถุดิบสิ้นเปลืองล้างผลาญอย่างนี้ ผมว่าเปลี่ยนเหอะครับ บางทีคุณอาจจะสงสารเค้าแต่สงสารตัวเองและกิจการของตัวเองก่อนดีกว่านะครับ คนทำงานดีๆจ้างแพงก็ไม่เสียดาย แต่คนทำงานไม่ดีแล้วต้องจำใจจ้างนี่ สู้เอาตังค์ไปบริจาควัดพระบาทน้ำพุเข้าท่ากว่าครับ

โดนเถ้าแก่เม้ง.....เครียดเฟ้ย!!!!

 7. ยิ้มไว้สิครับ อันนี้เด็ดสุดครับ ใช้ได้ดีมากๆด้วย อุตส่าห์ทำขนมอร่อยๆสวยๆออกมาทั้งที เจ้าของร้านหน้าเป็นแหนมป้าย่น คงจะไม่มีใครอยากมาซื้อใช่มะครับ ยิ้มสวยๆช่วยให้เรามีความสุขในงานที่เรารัก มีความสุขกับงานที่เราทำ เป็นกำลังใจให้กับตัวเองแล้วกับลูกจ้างด้วย ลูกค้าเข้ามาก็แฮปปี้ มองโลกในแง่บวกกันมากๆนะครับ แม้ว่าตอนนี้มรสุมเศรษฐกิจจะพัดกันหัวฟู ถ้าเรากำลังใจเข้มแข็งเสียอย่าง ไม่มีทางที่จะล้มง่ายๆหรอกครับ   

ยิ้มคร้าบบบบ...บบ!!  ถ้าเจ้าของร้านยิ้มอย่างนี้ลูกค้าคงคิดหนักนะครับ อิอิ

*** ตั้งหน้าตั้งตาดูแลปากท้องกันดีกว่าครับ

ไว้ท้องอิ่มไม่มีอะไรทำแล้วจะทะเลาะกันก็เชิญนะจ๊ะ......   

   

   




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
GUSTO วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gusto

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ นี่ผมเพิ่งจะมาเริ่ม ก็มาเจอข้าวของแพงแบบนี้แล้ว เซ็งมากเลยครับ เพราะต้องขายราคาต่ำไว้เพื่อเรียกลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าติดรสชาติของเรา ด้วยแล้ว กำไรที่เคยได้ยิ่งหายไปเยอะเลยครับ ตอนนี้ทำแบบไม่ค่อยได้กำไรเท่าไหร่ ขายยากกว่าเมื่อก่อน มากเลยเพราะเป็นสินค้าไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันด้วย สู้กันต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
MoneyPenny วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 05.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

พี่ไปทำขายแข่งเยอรมันที่เบอร์ลินป่ะ เดี๋ยวเป็นสปอนเซอร์ให้รับรองฝีมือแบบนี้ขายดีโลดดดด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

สำหรับคนกรุง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่การเดินทาง และพลังงาน
การขึ้นของน้ำมันจึงกระทบไปหมดค่ะ
ไม่ใช่แค่ข้นพลังงานนี่ค่ะ ของใช้ที่จำเป็น และอาหารขึ้นหมด
ไม่ใช่เฉพาะไทย ทั้งโลกกำลังเกิดวิกฤต

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BaCon วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ไปเดินขบวนกันดีกว่า ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

ยิ้มสู้ครับ

อะไรที่มันแพงนัก ก็ดัดแปลงที่มันไม่แพงกินไปก่อน

เฮ้อ

ใครก็ลำบากกันทั้งนั้น ยุคนี้ต้องอดทนฟันฝ่ากันต่อไปครับ

สู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
apooh วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

สู้สู้ ค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kokuril วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kokuril

ช่วงนี้ลำบากหน่อยนะครับ

ถ้าคนเช็คสต๊อคหน้าตาจิ้มลิ้มยังงี้ ผมอาสาไปช่วยเช็ค หุหุ

โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เนี่ย ผมว่าน่าสนใจนะ มีอะไรให้เล่นแปลกๆเยอะครับ
เมื่อก่อนตอนขายข้าวเหนียวไก่ทอดกับเพื่อน
เพื่อนก็ทำ ดอกเฟื่องฟ้าทอด เป็นของ Premium (ของแถม)

ขอให้อยู่รอดได้ในช่วงเศรษฐกิจแย่ๆแบบนี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ว.แหวนลงยา วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wachira89

แวะมาเยี่ยม มาอ่าน และมาชวนไปดูปักษ์ใต้บ้านเราบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 04.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ยิ้มาปสุดท้าย

ได้ใจเป็นอันมากค่ะ

บทความเขียนได้น่าติดตามและให้ความรู้มากๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]


ร้านกาแฟที่คุณโปรดปรานเป็นอย่างไรครับ?
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น รสชาติเข้มข้น มีให้เลือกหลากหลาย
27 คน
บรรยากาศดี มีมุมสบายๆให้นั่ง หนังสือดีๆให้อ่าน
30 คน
เค้กและเบเกอรี่ต้องอร่อย สมกับกาแฟสดหอมๆ
63 คน
One stop service พร้อมบริบูรณ์ด้วยอาหารและเครื่องดืม สไตล์ Cafe
3 คน
ขอแค่ corner เล็กๆก็พอ ไม่ค่อยมีเวลานั่งปล่อยอารมณ์นานๆหรอก
4 คน

  โหวต 127 คน